ภาพแสดงโบท็อกซ์ตัวยาเดียวกันแต่ให้ผลลัพธ์ต่างกันตามจุดที่ฉีด
รูปหน้าและวอลุ่ม

โบท็อกซ์หน้าผากกับกรามต่างกันยังไง? ทำไมยูนิตและราคาถึงไม่เท่ากัน

ทำไมโบท็อกซ์หน้าผากถึงถูกกว่ากรามหลายเท่า ทั้งที่เป็นตัวยาชนิดเดียวกัน บทความนี้ไขข้อสงสัยเรื่องยูนิต ความถี่ในการฉีด และผลข้างเคียงที่ต่างกันในแต่ละจุด

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน · 4 กันยายน 2026
7นาที
ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับตัวเองไหมดูจากรูปหรือบทความอย่างเดียวบอกได้ยาก ปรึกษาเป็นภาษาไทยได้ แผนการรักษาจะสรุปหลังพบแพทย์ที่คลินิก* มีเจ้าหน้าที่ภาษาไทย · ถามได้โดยตรงทาง LINEถามคุณหมอ

เคยไหมคะ ที่เห็นราคาโบท็อกซ์ตามคลินิกแล้วรู้สึกงงว่า ทำไมหน้าผากราคาหนึ่ง แต่กรามกลับแพงกว่าหลายเท่า ทั้งที่เป็นตัวยาชนิดเดียวกัน หลายคนสงสัยว่าทำไมผลลัพธ์ในแต่ละจุดถึงไม่เหมือนกัน และทำไมปริมาณยูนิตที่ใช้ถึงต่างกันมาก จริง ๆ แล้วสาเหตุมาจากกลไกการทำงานของกล้ามเนื้อแต่ละส่วนที่ไม่เหมือนกัน การดูแลด้วยตัวเองอย่างการนวดหน้าหรือใช้ครีมไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ เพราะเป็นเรื่องของกล้ามเนื้อโดยตรง บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกความแตกต่างของโบท็อกซ์ในแต่ละจุด พร้อมแนะนำแนวทางการดูแลค่ะ

โบท็อกซ์ (Botox) คืออะไร? ทำไมแต่ละจุดตอบสนองไม่เหมือนกัน

โบท็อกซ์ หรือชื่อทางการคือ โบทูลินัม ท็อกซิน เอ (Botulinum Toxin Type A) คือสารที่ออกฤทธิ์โดยการยับยั้งการส่งสัญญาณประสาทไปยังกล้ามเนื้อชั่วคราว ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นคลายตัวลง

ตัวยาชนิดเดียวกันนี้สามารถนำไปใช้ได้กับกล้ามเนื้อสองกลุ่มที่มีลักษณะต่างกันอย่างสิ้นเชิง กลุ่มแรกคือกล้ามเนื้อที่ใช้แสดงออกทางสีหน้า เช่น หน้าผาก ระหว่างคิ้ว และรอบดวงตา กลุ่มที่สองคือกล้ามเนื้อมัดใหญ่ที่มีหน้าที่ในการเคี้ยวหรือรองรับน้ำหนักตัว เช่น กราม และน่อง

เมื่อฉีดเข้ากล้ามเนื้อกลุ่มแสดงออกทางสีหน้า ริ้วรอยที่เกิดจากการขยับซ้ำ ๆ จะดูจางลง แต่เมื่อฉีดเข้ากล้ามเนื้อมัดใหญ่ เป้าหมายจะเปลี่ยนไปเป็นการลดขนาดกล้ามเนื้อเพื่อให้เส้นหน้าดูเรียวขึ้น ไม่ใช่การลดริ้วรอย

ภาพแสดงความแตกต่างระหว่างกล้ามเนื้อแสดงออกทางสีหน้ากับกล้ามเนื้อมัดใหญ่

กล้ามเนื้อแสดงออกทางสีหน้า กับกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ต่างกันอย่างไร

กล้ามเนื้อที่ใช้แสดงออกทางสีหน้า เช่น หน้าผาก ระหว่างคิ้ว และรอบดวงตา มักถูกใช้งานซ้ำ ๆ ทุกวันจากการยิ้ม ขมวดคิ้ว หรือเลิกคิ้ว การเคลื่อนไหวที่สะสมมานานทำให้เกิดริ้วรอยตามแนวกล้ามเนื้อ เมื่อฉีดโบท็อกซ์เข้าไปในกล้ามเนื้อกลุ่มนี้ จะช่วยลดการเคลื่อนไหวที่มากเกินไป ทำให้ผิวบริเวณนั้นเรียบเนียนขึ้น

ในทางกลับกัน กราม (บริเวณกล้ามเนื้อ Masseter) และน่อง เป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่ที่ทำหน้าที่หลักคือการเคี้ยวอาหารหรือรองรับน้ำหนักตัว ในคนที่เคี้ยวแรงเป็นประจำ หรือยืนนาน ๆ กล้ามเนื้อกลุ่มนี้จะแข็งและมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ตามเวลา การฉีดโบท็อกซ์ในบริเวณนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อลดขนาดกล้ามเนื้อโดยตรง

เนื่องจากเป้าหมายต่างกัน ระยะเวลาที่ควรประเมินผลจึงต่างกันด้วย บริเวณหน้าผากสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงของริ้วรอยได้ภายใน 2 สัปดาห์ ในขณะที่กรามต้องรอประมาณ 1-2 เดือนถึงจะเห็นเส้นหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

ทำไมค่าใช้จ่ายแต่ละจุดถึงต่างกัน ยูนิตคือคำตอบ

หลายคนสงสัยว่าทำไมราคาโบท็อกซ์ในแต่ละจุดถึงต่างกันมาก คำตอบอยู่ที่จำนวนยูนิตที่ใช้ โบท็อกซ์ไม่ได้คิดราคาตามขวด แต่คิดตามจำนวนยูนิตที่ต้องใช้ในแต่ละบริเวณ ซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดของกล้ามเนื้อที่ต้องการปรับ

จุดที่ฉีดปริมาณยูนิตโดยประมาณ (สองข้างรวมกัน)
ระหว่างคิ้ว15-25 ยูนิต
หน้าผาก10-20 ยูนิต
รอบดวงตา16-24 ยูนิต
กราม50-80 ยูนิต
น่อง100-160 ยูนิต

ความแตกต่างของราคาระหว่างหน้าผากกับกรามนั้นมาจากจำนวนยูนิตที่ต่างกันถึง 2-4 เท่า ส่วนน่องเป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่ที่สุด จึงอาจต้องใช้ยูนิตรวมกันมากกว่า 100 ยูนิตในบางกรณี ยิ่งกล้ามเนื้อมีขนาดใหญ่เท่าไร ค่าใช้จ่ายก็มักจะสูงขึ้นตามไปด้วย

ทั้งนี้ ควรระวังโปรโมชั่นกรามหรือน่องราคาถูกผิดปกติ เพราะหากปริมาณยูนิตที่ใช้ไม่เพียงพอต่อขนาดกล้ามเนื้อ อาจทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้ไม่นาน และมีโอกาสเกิดความไม่สมมาตรของใบหน้าได้มากขึ้น

ภาพแสดงปริมาณยูนิตโบท็อกซ์ที่ต่างกันในแต่ละจุด

เหมาะกับใคร ไม่เหมาะกับใคร

โบท็อกซ์บริเวณหน้าผากและระหว่างคิ้วเหมาะกับผู้ที่มีริ้วรอยจากการแสดงออกทางสีหน้าบ่อย เช่น ขมวดคิ้วเป็นประจำ หรือยักคิ้วบ่อย ส่วนโบท็อกซ์กรามเหมาะกับผู้ที่กล้ามเนื้อกรามแข็งจากการเคี้ยวแรงหรือกัดฟันตอนนอน ทำให้เส้นกรามดูใหญ่กว่าปกติ

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้ที่มีโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือมีการติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด ควรหลีกเลี่ยงการฉีดโบท็อกซ์ในช่วงเวลานั้น และควรแจ้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้ทราบก่อนทุกครั้ง เพื่อให้แพทย์ประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคลค่ะ

ผลข้างเคียงที่ควรรู้ในแต่ละจุด

แม้เป็นตัวยาชนิดเดียวกัน แต่ผลข้างเคียงที่ควรระวังในแต่ละจุดฉีดนั้นไม่เหมือนกัน การรู้ไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้แยกแยะได้ว่าอาการที่เกิดขึ้นหลังฉีดเป็นเรื่องปกติหรือไม่

จุดฉีดสิ่งที่ควรสังเกต
หน้าผากอาจรู้สึกว่าคิ้วหนักลง หากฉีดในตำแหน่งที่สูงเกินไป อาจกระทบกล้ามเนื้อที่ใช้ยกคิ้ว
ระหว่างคิ้วเปลือกตาบนอาจตกลงเล็กน้อย หากตัวยากระจายไปยังกล้ามเนื้อที่ใช้ยกเปลือกตา
กรามมุมปากอาจไม่สมมาตรชั่วคราว หากตัวยากระจายไปยังกล้ามเนื้อข้างเคียง
น่องอาจรู้สึกเดินไม่ถนัดในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก เนื่องจากกล้ามเนื้ออ่อนแรงชั่วคราว

อาการเหล่านี้ส่วนใหญ่มักหายได้เองภายใน 2-6 สัปดาห์ ซึ่งถือเป็นปฏิกิริยาชั่วคราวที่พบได้ทั่วไป หากมีอาการผิดปกติหรืออาการไม่ดีขึ้นตามระยะเวลาที่ควรจะเป็น ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

นอกจากนี้ ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกหลังฉีด ควรหลีกเลี่ยงการนอนราบหรือนวดหน้าบริเวณที่ฉีด เพื่อลดโอกาสที่ตัวยาจะกระจายไปยังกล้ามเนื้อที่ไม่ต้องการค่ะ

ภาพแสดงผลข้างเคียงที่ควรสังเกตในแต่ละจุดฉีดโบท็อกซ์

ความถี่และระยะเวลาที่เห็นผลแตกต่างกันอย่างไร

หลายคนเข้าใจว่าโบท็อกซ์ต้องฉีดซ้ำทุก 6 เดือนเท่ากันทุกจุด แต่ความจริงแล้วแต่ละบริเวณมีระยะเวลาที่ตัวยาออกฤทธิ์ไม่เท่ากัน

  • หน้าผาก ระหว่างคิ้ว และรอบดวงตา — โดยทั่วไปฉีดซ้ำทุก 3-4 เดือน เนื่องจากเป็นกล้ามเนื้อที่ใช้งานบ่อยจึงฟื้นตัวเร็ว
  • กราม — โดยทั่วไปฉีดซ้ำทุก 4-6 เดือน โดยในช่วง 3 ครั้งแรกอาจต้องฉีดถี่กว่าปกติ
  • น่อง — โดยทั่วไปฉีดซ้ำทุก 6-9 เดือน เนื่องจากเป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่ที่ฟื้นตัวช้ากว่า

โดยเฉพาะโบท็อกซ์กราม หลายคนมักรู้สึกว่า "ผ่านไปเดือนเดียวเหมือนยาหมดฤทธิ์แล้ว" ทั้งที่ความจริงแล้วกล้ามเนื้อต้องใช้เวลาในการยุบตัวลง โดยทั่วไปจะเริ่มเห็นเส้นกรามที่เปลี่ยนไปชัดเจนขึ้นในช่วงเดือนที่ 2 ดังนั้นการประเมินผลควรทำในช่วง 1-2 เดือนหลังฉีดจึงจะแม่นยำกว่า

ทั้งนี้ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพกล้ามเนื้อและพฤติกรรมการใช้งานของแต่ละคนค่ะ

สรุป

โบท็อกซ์เป็นตัวยาชนิดเดียวกัน แต่เป้าหมาย จำนวนยูนิต และความถี่ในการฉีดนั้นแตกต่างกันไปตามตำแหน่งที่ฉีด กล้ามเนื้อแสดงออกทางสีหน้าเน้นลดริ้วรอย ในขณะที่กล้ามเนื้อมัดใหญ่อย่างกรามและน่องเน้นลดขนาดกล้ามเนื้อ ความเข้าใจตรงนี้จะช่วยให้ประเมินผลลัพธ์ได้ตรงกับความเป็นจริงมากขึ้น

ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

หากคุณกำลังสงสัยว่าจุดไหนบนใบหน้าของคุณเหมาะกับยูนิตเท่าไร ทีม Beautystone Clinic ที่ย่านฮับจอง กรุงโซล ยินดีให้คำปรึกษาผ่าน LINE ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ

คำถามที่พบบ่อย

Q1. โบท็อกซ์หน้าผากกับกรามอันตรายไหม?

โดยทั่วไปถือว่าเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูงเมื่อทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แต่ก็มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงชั่วคราว เช่น คิ้วหนักลงในกรณีหน้าผาก หรือมุมปากไม่สมมาตรในกรณีกราม ซึ่งมักหายได้เองภายในไม่กี่สัปดาห์ หากมีอาการผิดปกติควรรีบปรึกษาแพทย์ค่ะ

Q2. ฉีดโบท็อกซ์กี่ครั้งถึงจะเห็นผลชัดเจน?

ขึ้นอยู่กับจุดที่ฉีด บริเวณหน้าผากมักเห็นผลได้ตั้งแต่การฉีดครั้งแรกภายใน 2 สัปดาห์ ส่วนบริเวณกรามอาจต้องรอ 1-2 เดือนถึงจะเห็นเส้นหน้าที่เปลี่ยนไปชัดเจน และในช่วง 3 ครั้งแรกอาจต้องฉีดถี่กว่าปกติเพื่อให้กล้ามเนื้อยุบตัวอย่างต่อเนื่อง

Q3. ทำไมฉีดกรามแล้วผลลัพธ์มาช้ากว่าหน้าผาก?

เพราะเป้าหมายของการฉีดต่างกัน หน้าผากมุ่งลดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อเพื่อลดริ้วรอย ซึ่งเห็นผลเร็ว ส่วนกรามมุ่งลดขนาดของกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ซึ่งต้องใช้เวลาให้กล้ามเนื้อค่อย ๆ ยุบตัวลง โดยทั่วไปจะเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนในช่วงเดือนที่ 2

Q4. กำลังวางแผนตั้งครรภ์ ฉีดโบท็อกซ์ก่อนได้ไหม?

ไม่แนะนำให้ฉีดในช่วงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร หากมีแผนตั้งครรภ์ควรแจ้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทุกครั้ง และโดยทั่วไปแนะนำให้เว้นระยะห่างจากการฉีดอย่างน้อย 3 เดือนก่อนวางแผนตั้งครรภ์ค่ะ

บทความแนะนำ

ปีกจมูกบานเวลายิ้ม ฉีดโบท็อกซ์แล้วจะบานน้อยลงไหม?รูปหน้าและวอลุ่ม

ปีกจมูกบานเวลายิ้ม ฉีดโบท็อกซ์แล้วจะบานน้อยลงไหม?

ปีกจมูกที่ดูกว้างมีสาเหตุได้ 2 แบบ คือการขยับของกล้ามเนื้อ และความกว้างเดิมของกระดูกอ่อนและผิวหนัง โบท็อกซ์ช่วยได้เฉพาะแบบแรก บทความนี้สรุปช่วงที่เห็นผลชัดและระยะเวลาที่ผลอยู่

ยิ้มเห็นเหงือก ฉีดโบท็อกซ์แล้วเหงือกจะโผล่น้อยลงแค่ไหน?รูปหน้าและวอลุ่ม

ยิ้มเห็นเหงือก ฉีดโบท็อกซ์แล้วเหงือกจะโผล่น้อยลงแค่ไหน?

เหงือกที่โผล่เวลายิ้มมีสาเหตุได้ 3 แบบ คือกล้ามเนื้อ เหงือก และกระดูกขากรรไกรบน โบท็อกซ์ช่วยได้เฉพาะแบบแรก บทความนี้สรุปช่วงที่เห็นผลชัดที่สุดและระยะเวลาที่ผลอยู่

ฉีดฟิลเลอร์ถุงยิ้มใต้ตาแล้วจะดูบวมไหม? ตำแหน่งและปริมาณคือคำตอบรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดฟิลเลอร์ถุงยิ้มใต้ตาแล้วจะดูบวมไหม? ตำแหน่งและปริมาณคือคำตอบ

ถุงยิ้มใต้ตาคือแนวกล้ามเนื้อ ฟิลเลอร์ควรวางเป็นชั้นบาง ๆ ตามแนวนั้น มาดูตำแหน่ง ปริมาณ และกรณีที่ควรตรวจไขมันใต้ตาก่อนค่ะ

บทความล่าสุด

หูดแบนบนหน้า โกนหนวดแล้วลามได้ไหม? ทำไมจึงขึ้นเรียงเป็นแนวผิวหนัง

หูดแบนบนหน้า โกนหนวดแล้วลามได้ไหม? ทำไมจึงขึ้นเรียงเป็นแนว

ตุ่มแบนเล็ก ๆ ที่ขึ้นเรียงตามรอยโกนหนวดอาจเป็นหูดแบน บทความนี้อธิบายสาเหตุที่ลาม วิธีแยกจากตุ่มชนิดอื่น และทางเลือกในการรักษาค่ะ

หลุมสิวกับ Fractional CO2 ต้องทำกี่ครั้ง และตื้นขึ้นได้แค่ไหน?ผิวหนัง

หลุมสิวกับ Fractional CO2 ต้องทำกี่ครั้ง และตื้นขึ้นได้แค่ไหน?

หลุมสิวค่อย ๆ ตื้นขึ้นทีละครั้งด้วย Fractional CO2 ไม่ใช่เต็มในครั้งเดียว อ่านว่างานวิจัยบอกอะไรเรื่องจำนวนครั้ง รอยคล้ำหลังทำ และการเลือกวิธีรักษา

Titanium Lifting เจ็บไหม? ทาครีมชาอย่างเดียวพอหรือเปล่าลิฟติ้ง

Titanium Lifting เจ็บไหม? ทาครีมชาอย่างเดียวพอหรือเปล่า

Titanium Lifting กระจายความร้อนผ่านหลายรอบด้วยพลังงานต่ำ จึงรู้สึกร้อนมากกว่าเจ็บแปลบ อ่านว่างานวิจัยบอกอะไรเรื่องครีมชา น้ำแข็ง และการปรับพลังงาน

สิวอุดตันหัวปิดบีบไม่ออก ยาทาต้องใช้กี่สัปดาห์ถึงจะเห็นผล?ผิวหนัง

สิวอุดตันหัวปิดบีบไม่ออก ยาทาต้องใช้กี่สัปดาห์ถึงจะเห็นผล?

ตุ่มสีผิวบนหน้าผากมักเป็นสิวอุดตันหัวปิด และการบีบมักทำให้อักเสบ ดูว่ายาทาต้องใช้นานแค่ไหน และกรณีไหนควรกดสิวที่คลินิก

ปีกจมูกบานเวลายิ้ม ฉีดโบท็อกซ์แล้วจะบานน้อยลงไหม?รูปหน้าและวอลุ่ม

ปีกจมูกบานเวลายิ้ม ฉีดโบท็อกซ์แล้วจะบานน้อยลงไหม?

ปีกจมูกที่ดูกว้างมีสาเหตุได้ 2 แบบ คือการขยับของกล้ามเนื้อ และความกว้างเดิมของกระดูกอ่อนและผิวหนัง โบท็อกซ์ช่วยได้เฉพาะแบบแรก บทความนี้สรุปช่วงที่เห็นผลชัดและระยะเวลาที่ผลอยู่

ยิ้มเห็นเหงือก ฉีดโบท็อกซ์แล้วเหงือกจะโผล่น้อยลงแค่ไหน?รูปหน้าและวอลุ่ม

ยิ้มเห็นเหงือก ฉีดโบท็อกซ์แล้วเหงือกจะโผล่น้อยลงแค่ไหน?

เหงือกที่โผล่เวลายิ้มมีสาเหตุได้ 3 แบบ คือกล้ามเนื้อ เหงือก และกระดูกขากรรไกรบน โบท็อกซ์ช่วยได้เฉพาะแบบแรก บทความนี้สรุปช่วงที่เห็นผลชัดที่สุดและระยะเวลาที่ผลอยู่

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors