กำจัดขนรักแร้ด้วยเลเซอร์ กลิ่นเหม็นหายจริงไหม? คุณหมอเผยความจริง
กลิ่นที่ไม่มีใครบอกคุณ — กำจัดขนรักแร้ด้วยเลเซอร์แต่ละครั้งเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง? ผมสรุปเรื่องรูขุมขน สภาพแวดล้อมของแบคทีเรีย และสาเหตุที่การรับรู้ผลลัพธ์มักไม่ตรงกันในแต่ละครั้ง


วียองจิน
ผู้อำนวยการ
กำจัดขนด้วยเลเซอร์ — ครั้งที่เท่าไหร่ถึงจะได้กลิ่นที่เปลี่ยนไปจริงๆ?

หลังจากปรึกษาและทำครั้งแรกเสร็จ คำถามแรกที่หลายคนนึกถึงคือ "แล้วเมื่อไหร่จะเห็นผล?" เพราะทำไปครั้งเดียวไม่ได้แปลว่าวันรุ่งขึ้นชีวิตจะเบาขึ้นทันที บางคนรีวิวว่าครั้งที่ 3 รู้สึกได้เลย บางบล็อกบอกต้องครบ 6 ครั้งถึงจะเห็นผล แล้วอะไรคือความจริงกันแน่ครับ
สรุปสั้นๆ ในบรรทัดเดียว: ผลลัพธ์ในแต่ละครั้งสะสมกันคนละส่วน ทั้งความเร็วในการลดจำนวนรูขุมขน ความเร็วของการเปลี่ยนแปลงกลุ่มแบคทีเรียบนผิว และจังหวะที่คุณรู้สึกได้เองนั้นไม่ตรงกัน ดังนั้นถ้ารู้ล่วงหน้าว่าแต่ละครั้งเปลี่ยนอะไร ความคาดหวังจะได้ไม่คลาดเคลื่อนครับ
ก่อนปรึกษา ขอสรุปความเข้าใจผิดที่พบบ่อยไว้ก่อนนะครับ
ครั้งที่ 1 จัดการได้แค่รูขุมขนในรอบเดียว
เลเซอร์ทำงานโดยใช้แสงที่ถูกดูดซับโดยเม็ดสี เมลานิน* เพื่อส่งความร้อนไปยังรากขน ทำให้รูขุมขนนั้นไม่สามารถผลิตขนใหม่ได้ อย่างไรก็ตาม รูขุมขนไม่ได้อยู่ในระยะเจริญเติบโตพร้อมกันทั้งหมด บางรูหยุดพัก บางรูกำลังงอก ดังนั้นครั้งแรกจะจัดการได้เฉพาะรูขุมขนที่อยู่ในระยะ active ในช่วงนั้นเท่านั้นครับ
เมลานิน: เป็นเม็ดสีที่กำหนดสีของขนและผิวหนัง เลเซอร์ถูกออกแบบมาให้แสงรวมตัวที่เม็ดสีนี้โดยเฉพาะ จึงส่งพลังงานได้ดีกับขนสีดำ ส่วนขนสีขาวหรือขนอ่อนจะได้ผลน้อยกว่า นั่นเป็นสาเหตุที่ประสิทธิภาพต่างกันครับ
ดังนั้นในช่วงประมาณหนึ่งสัปดาห์หลังทำครั้งแรก คุณจะรู้สึกว่าขนหลุดออก แต่ไม่นานรูขุมขนที่เคยหยุดพักก็จะตื่นขึ้นและผลิตขนใหม่ออกมา อาจทำให้รู้สึกว่า "ทำไมยังเหมือนเดิม?" แต่นั่นไม่ใช่ว่าไม่ได้ผลนะครับ มันคือขั้นตอนที่รูขุมขนรอคิวขึ้นมาบนผิวเพื่อรับการรักษาในครั้งต่อไปต่างหาก

ครั้งที่ 3 เริ่มเห็นความหนาแน่นของขนลดลงชัดเจน
โดยทั่วไปเมื่อทำครั้งที่ 2-3 ห่างกัน 4-6 สัปดาห์ จำนวนขนที่งอกในบริเวณเดิมจะลดลงจริงๆ ครับ ตั้งแต่ช่วงนี้คุณจะเห็นความเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเอง รอบการโกนจะยืดจากรายสัปดาห์เป็น 2-3 สัปดาห์ และโรลออนหรือสเปรย์ระงับกลิ่นกายก็สามารถสัมผัสผิวได้โดยตรงมากขึ้น เมื่อขนที่เคยขวางอยู่ลดลง ส่วนผสมออกฤทธิ์จะเข้าถึงผิวได้ดีขึ้น ทำให้ประสิทธิภาพชัดเจนขึ้นตามไปด้วยครับ
สภาพแวดล้อมของแบคทีเรียก็เริ่มเปลี่ยนแปลงช้าๆ ตั้งแต่ช่วงนี้เช่นกัน มีการทดลองทางคลินิกหนึ่งที่ติดตามการเปลี่ยนแปลงของกลุ่มแบคทีเรียในครั้งที่ 3 และที่จุด 6 เดือน พบว่าบางสายพันธุ์ลดลง ขณะที่บางสายพันธุ์ยังคงอยู่ ช่วงเวลานี้คือจังหวะที่สภาพแวดล้อมชื้นระหว่างขนซึ่งแบคทีเรียชอบอาศัยเริ่มลดลงครับ

ครั้งที่ 5 คือจุดเปลี่ยนของการรับรู้ผลลัพธ์
ราวครั้งที่ 5 จะเป็นช่วงที่คราบบนเสื้อและความอึดอัดในช่วงบ่ายเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนที่สุดครับ เพราะรูขุมขนลดลงเพียงพอให้เหงื่อระเหยได้เร็วขึ้น พื้นที่สัมผัสกับเสื้อก็ลดลง เสื้อเลยชื้นน้อยลง รีวิวที่บอกว่า "ออกกำลังกายเท่าเดิม แต่เปลี่ยนเสื้อแล้วหน้าตาดีขึ้น" มักจะมาในช่วงนี้ครับ
แต่ครั้งที่ 5 ไม่ใช่จุดสิ้นสุดนะครับ รูขุมขนอาจตื่นขึ้นใหม่ได้ และหากมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนหรือน้ำหนัก รูขุมขนบางส่วนอาจกลับมา active อีกครั้ง ดังนั้นคำว่า "กำจัดขนถาวร" จึงไม่ค่อยถูกต้องนัก ควรใช้คำว่า "กึ่งถาวร" จะแม่นยำกว่า และเพื่อรักษาผลให้ยาวนาน ควรนัดทำซ้ำปีละ 1-2 ครั้งจะปลอดภัยกว่าครับ

หลังครั้งที่ 6 สภาพร่างกายและฮอร์โมนมีผลมากขึ้น
หลังครั้งที่ 6 ผลลัพธ์จะแตกต่างกันมากขึ้นในแต่ละคนครับ บางคนหลังครั้งที่ 7 แทบไม่ต้องโกนขนเลย ขณะที่บางคนแม้ทำถึงครั้งที่ 8 ก็ยังมีบางจุดที่ขนงอกอยู่ ความแตกต่างนี้มักมาจากการกระจายตัวของรูขุมขน ระดับฮอร์โมน และอายุที่เริ่มทำครั้งแรกครับ
ผู้ที่เริ่มทำในช่วงที่ฮอร์โมนเพศชายยังสูง หรือมีขนหนาแน่นและหยาบตั้งแต่ต้น จะมีโอกาสที่รูขุมขนที่เหลือฟื้นตัวขึ้นมาอีกสูงกว่าเล็กน้อย เช่นเดียวกับผู้ที่เริ่มทำตั้งแต่อายุยังน้อยครับ ดังนั้นการวางแผนจำนวนครั้งแบบยืดหยุ่นตามสภาพจริง แทนที่จะยึดแพ็กเกจตายตัว จะปลอดภัยกว่า รูปแบบที่เหมาะสมคือให้ระยะห่างยืดตามธรรมชาติจาก 6 สัปดาห์ เป็น 8 สัปดาห์ แล้วขยายเป็น 12 สัปดาห์ตามรอบรูขุมขนของแต่ละคนครับ

ถ้ายังไม่รู้สึกถึงผลลัพธ์ ลองตรวจสอบจุดเหล่านี้ครับ
ถ้าทำมาหลายครั้งแล้วแต่ยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจน อาจมีหลายปัจจัยให้ตรวจสอบครับ ความเข้มของเลเซอร์อาจถูกตั้งไว้ต่ำเกินไปสำหรับโทนผิวของคุณ ระยะห่างระหว่างครั้งอาจสั้นหรือนานเกินไปจนพลาดรอบรูขุมขน หรือบริเวณที่มีขนสีขาวหรือขนอ่อนมากก็จะให้ผลน้อยกว่าแม้จะใช้วิธีเดียวกันครับ
ถ้ากลิ่นยังไม่เปลี่ยน ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ขนครับ อาจเป็นเพราะต่อมอะโพไครน์ทำงานหนัก หรือกลุ่มแบคทีเรียไม่ตอบสนองต่อสารระงับกลิ่นกายที่ใช้อยู่ ในกรณีนี้การกำจัดขนอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ อาจต้องพิจารณาโบท็อกซ์เพื่อลดการทำงานของต่อมเหงื่อ หรือใช้คลื่นไมโครเวฟหรือคลื่นวิทยุ (RF) เพื่อลดต่อมอะโพไครน์โดยตรง การตรวจสอบกับแพทย์ว่าอะไรคือปัจจัยที่ติดขัดจะได้คำตอบที่แม่นยำที่สุดครับ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปสำหรับประกอบความเข้าใจ การวางแผนจำนวนครั้งและความเข้มของเลเซอร์ที่เหมาะสมควรพิจารณาร่วมกับแพทย์ผ่านการตรวจรักษาโดยตรงครับ
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: หลังทำครั้งแรกทันที รู้สึกว่าขนดูเยอะขึ้นกว่าเดิม เป็นเพราะอะไรครับ?
ตอบ: ขนจากรูขุมขนที่ถูกทำลายจะค่อยๆ ดันตัวขึ้นมาบนผิว ทำให้ดูเยอะชั่วคราวครับ ช่วงนี้เรียกว่า "ระยะที่ขนถูกดันออก" ปกติจะจัดการเองภายใน 1-2 สัปดาห์
ถาม: ระยะห่างระหว่างครั้ง ยิ่งถี่ยิ่งดีไหมครับ?
ตอบ: ไม่ใช่ครับ รูขุมขนต้องการเวลาเข้าสู่ระยะ active ถัดไปก่อนถึงจะได้ผลดี ระยะห่างที่เหมาะสมแตกต่างกันตามบริเวณ สำหรับรักแร้โดยทั่วไปแนะนำที่ 4-6 สัปดาห์ครับ
ถาม: ทำครบแล้ว ยังต้องมาทำซ้ำเพื่อรักษาผลอีกไหมครับ?
ตอบ: ขึ้นอยู่กับแต่ละคนครับ สำหรับผู้ที่รูขุมขนตอบสนองดี การตรวจเช็กปีละ 1-2 ครั้งก็เพียงพอ แต่ในช่วงที่ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง อาจต้องมาบ่อยขึ้นเพื่อความปลอดภัยครับ








