ร่องแก้มลึกขึ้นเพราะหย่อนหรือวอลลุ่มหาย ดูอย่างไรก่อนเลือก Sofwave
เงาที่กลางใบหน้ามักเกิดจากผิวหย่อนและวอลลุ่มที่ลดลงซ้อนกัน ลองแยกสองอย่างนี้ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่า Sofwave ตอบโจทย์ของเราหรือไม่

วางแผนมาโซล
กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?
"ร่องแก้มลึกขึ้นหรือเปล่าคะ" เป็นประโยคที่ได้ยินบ่อยมากในห้องตรวจ โดยเฉพาะเวลาที่ถ่ายรูปตัวเองแล้วรู้สึกว่าเงาบริเวณมุมปากดูชัดกว่าเมื่อก่อน
สิ่งที่ทำให้สับสนคือ เงาตรงนั้นไม่ได้มาจากสาเหตุเดียว บางคนเกิดจากผิวและเนื้อเยื่อที่ช่วยพยุงเริ่มหย่อน น้ำหนักของแก้มจึงเลื่อนลงมากองเป็นรอยพับ บางคนเกิดจากไขมันและโครงกระดูกที่บางลง แสงตกไม่ถึงบริเวณนั้นและกลายเป็นเงาแทน
บทความนี้จะชวนแยกสองอย่างนี้ก่อน แล้วค่อยดูว่า Sofwave อยู่ตรงไหนของภาพรวม เพราะเครื่องนี้ถนัดงานอย่างหนึ่ง และช่วยอีกอย่างได้จำกัด ลำดับการตัดสินใจจึงสำคัญมากค่ะ
เงาที่ร่องแก้มและมุมปากมาจากสองสาเหตุที่ต่างกัน
แม้จะเล่าอาการมาเหมือนกันว่าร่องแก้มลึกขึ้น แต่เมื่อตรวจจริงมักแยกได้เป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือผิวและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันคลายตัว น้ำหนักของแก้มเลื่อนลงมาสะสมเป็นรอยพับตรงแนวร่องแก้ม เวลามองจากด้านข้าง ขอบบนของร่องมักดูอิ่มขึ้นเล็กน้อยเหมือนมีเนื้อมากองอยู่
กลุ่มที่สองคือวอลลุ่มบริเวณกลางแก้มหรือรอบมุมปากลดลง ชั้นไขมันบางลง และโครงกระดูกก็เปลี่ยนไปตามอายุ เมื่อบริเวณนั้นยุบลง แสงที่เคยตกกระทบก็หายไป สิ่งที่เห็นจึงเป็นพื้นที่มืดมากกว่ารอยพับจริง คนกลุ่มนี้ผิวอาจยังดูตึงพอสมควร แต่ใบหน้าโดยรวมกลับดูเหนื่อยกว่าที่เป็น
เหตุผลที่ควรแยกให้ชัดคือแนวทางดูแลของสองกลุ่มนี้ไปคนละทาง ความหย่อนต้องการการกระชับผิวที่คลายตัวให้กลับมาตึงขึ้น ส่วนวอลลุ่มที่หายไปต้องการการเติมโครงสร้างที่ยุบให้กลับมารองรับ ถ้าเลือกสลับทาง ผลที่ได้มักออกมาในรูปที่ว่าจ่ายเงินไปแล้วแต่จุดที่กังวลยังอยู่เหมือนเดิม
ในทางปฏิบัติ คนส่วนใหญ่มีทั้งสองอย่างปนกัน คำถามที่ใช้งานได้จริงจึงไม่ใช่ว่าเป็นแบบไหน แต่เป็นว่าแบบไหนมีสัดส่วนมากกว่า เพราะสัดส่วนนั้นจะเป็นตัวกำหนดว่าควรเริ่มจากอะไรก่อน
วิธีสังเกตด้วยตัวเองที่บ้าน และข้อจำกัดของมัน
วิธีแรกคือนอนหงายแล้วส่องกระจก ถ้าร่องตื้นขึ้นชัดเจน แปลว่าเนื้อเยื่อมีการเคลื่อนที่ ความหย่อนน่าจะมีสัดส่วนมากกว่า แต่ถ้าตำแหน่งของเงาแทบไม่เปลี่ยน วอลลุ่มที่ลดลงอาจมีน้ำหนักมากกว่าในกรณีนั้น
วิธีที่สองคือใช้นิ้วดันแก้มขึ้นเฉียงไปทางหางตาเบา ๆ แล้วดูว่าร่องหายไปหรือไม่ ถ้าหายไปเกือบหมด แปลว่าการยกและกระชับน่าจะช่วยได้มาก ถ้ายังเห็นเงาค้างอยู่ ส่วนที่เหลือมักเป็นเรื่องของโครงที่ยุบลง
สองวิธีนี้เป็นเพียงการประเมินคร่าว ๆ นะคะ สิ่งที่ประเมินเองไม่ได้คือความหนาของผิว ปริมาณคอลลาเจนเดิม และโครงกระดูกใต้ผิว ซึ่งล้วนมีผลต่อการเลือกวิธี หากอยากเห็นภาพกว้างขึ้น อ่านเพิ่มได้ที่บทความเรื่องที่มาของร่องแก้ม ก่อนเข้ามาปรึกษา
Sofwave ส่งพลังงานลงไปที่ชั้นไหนของผิว
Sofwave ใช้เทคนิคที่เรียกว่า SUPERB ซึ่งหัวทรีตเมนต์จะปล่อยคลื่นอัลตราซาวด์หลายลำพร้อมกัน แล้ววางความร้อนเป็นแถบแนวนอนไว้ที่ชั้นหนังแท้ตอนกลาง ในช่วงอุณหภูมิดังกล่าว เนื้อเยื่อจะตอบสนองด้วยการจัดเรียงคอลลาเจนใหม่ในช่วงหลายสัปดาห์ถัดมา
จุดสำคัญอยู่ที่ว่าความร้อนไปตกที่ชั้นใด ชั้นที่ Sofwave ทำงานด้วยคือหนังแท้ ไม่ใช่ชั้นพังผืด SMAS ที่ลึกกว่า และไม่ใช่ชั้นไขมันโดยตรง พูดให้ตรงคือเป็นเครื่องที่กระชับผิวจากด้านใน ไม่ใช่เครื่องที่เติมวอลลุ่มซึ่งหายไปแล้วให้กลับมา
กลไกการกระชับผิวด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ ซึ่งกระตุ้นให้เซลล์สร้างคอลลาเจนทำงานเพิ่มขึ้น มีสรุปไว้ในบทความทบทวนเรื่องเครื่องอัลตราซาวด์ และเพราะกระบวนการนี้ต้องใช้เวลา ความเปลี่ยนแปลงจึงไม่ได้เกิดในวันที่ทำ แต่ค่อย ๆ ปรากฏในช่วงหลายสัปดาห์ถึงไม่กี่เดือน
ความหนาของผิว ปริมาณคอลลาเจนตั้งต้น อายุ และการสะสมของแสงแดด ล้วนมีผลต่อการตอบสนอง คนสองคนที่ทำด้วยค่าพลังงานใกล้เคียงกันจึงเล่าความรู้สึกออกมาต่างกันได้พอสมควร การเอาประสบการณ์ของคนอื่นมาทาบกับตัวเองตรง ๆ จึงไม่ค่อยแม่นยำนัก
ผลที่พอคาดหวังได้ที่กลางใบหน้า และเส้นขอบของมัน
ในคนที่ความหย่อนมีสัดส่วนมากกว่า ผิวแก้มมักดูเรียบขึ้นและอยู่สูงขึ้นเล็กน้อย ขอบบนของร่องที่เคยคมก็ดูนุ่มลง เมื่อเส้นกรอบหน้าชัดขึ้น ร่องที่ลึกเท่าเดิมก็อาจดูตื้นกว่าเดิมได้ นี่คือรูปแบบของความเปลี่ยนแปลงที่พบบ่อย ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแบบค่อยเป็นค่อยไปมากกว่าจะพลิกหน้าใหม่
ในทางกลับกัน ถ้าสาเหตุหลักคือวอลลุ่มที่ลดลง การกระชับอย่างเดียวบางครั้งกลับทำให้ความบางด้านล่างเด่นขึ้น บางคนอธิบายว่าหน้าดูคมขึ้นแต่ก็ดูโทรมขึ้นพร้อมกัน กรณีแบบนี้การเติมโครงกลับเข้าไปด้วยฟิลเลอร์หรือสารกระตุ้นคอลลาเจนที่กลางใบหน้า จะใกล้เคียงกับสิ่งที่กังวลจริงมากกว่า
อีกเรื่องที่ควรพูดกันไว้ก่อนคือ Sofwave ไม่ได้ใช้แทนการผ่าตัดยกกระชับ ในกรณีที่เนื้อเยื่อหย่อนลงจนเห็นเป็นแผ่นชัดเจน การกระชับผิวจะช่วยจัดระเบียบภาพรวมให้ดูเรียบร้อยขึ้นในระดับหนึ่ง มากกว่าจะย้ายเนื้อเยื่อทั้งหมดกลับขึ้นไปที่เดิม เข้าใจเส้นขอบนี้ไว้ก่อนจะช่วยลดความรู้สึกผิดหวังหลังทำได้มาก
เรื่องลำดับก่อนหลังก็เป็นอีกหัวข้อที่คุยกันบ่อย บางแนวทางเลือกวางโครงให้ดีก่อนแล้วค่อยกระชับ บางแนวทางเลือกกระชับก่อนแล้วดูว่าเหลือเงาตรงไหนจึงเติมเฉพาะจุดนั้น ทั้งสองแบบมีเหตุผลรองรับ ขึ้นกับสภาพใบหน้าของแต่ละคน สิ่งที่ต้องระวังคือระยะห่างระหว่างสองหัตถการ เพราะความร้อนอาจมีผลต่อสารที่เพิ่งฉีดเข้าไปไม่นาน
ผลข้างเคียง ระยะพักฟื้น และข้อควรระวัง
ระหว่างทำจะรู้สึกอุ่นร่วมกับความรู้สึกจี๊ดเป็นจังหวะ บริเวณที่ผิวบางหรืออยู่ใกล้กระดูกมักรู้สึกชัดกว่าจุดอื่น ค่าพลังงานจึงถูกปรับไปตามความรู้สึกที่บอกระหว่างทำ ไม่ได้ตั้งค่าเดียวใช้ทั้งใบหน้า
หลังทำอาจมีรอยแดงเล็กน้อย ความรู้สึกร้อนวูบ หรือบวมเป็นหย่อม ส่วนใหญ่จะทุเลาภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงวันรุ่งขึ้น ที่พบน้อยกว่าคือรู้สึกผิวไม่เรียบเป็นบางจุด หรือรู้สึกชาชั่วคราว ซึ่งอาจอยู่ได้หลายสัปดาห์ เรื่องเหล่านี้ควรได้ยินตั้งแต่ตอนปรึกษา ไม่ใช่มารู้ทีหลัง
แนวทางการวางค่าพลังงานและขอบเขตความปลอดภัยของเครื่องกลุ่มนี้ มีการทบทวนไว้ในรายงานด้านความปลอดภัยของเครื่องมือพลังงาน ผู้ที่ตั้งครรภ์ มีการอักเสบหรือการติดเชื้อในบริเวณที่จะทำ หรือมีอุปกรณ์ไฟฟ้าฝังอยู่ในร่างกาย ควรแจ้งให้ทราบล่วงหน้าเพื่อประเมินความเหมาะสมค่ะ
สรุป ควรเริ่มจากตรงไหนเมื่อยังลังเล
เงาที่ร่องแก้มและมุมปากเป็นผลรวมของผิวที่คลายตัวกับวอลลุ่มที่ถอยลง Sofwave ทำงานที่ชั้นหนังแท้เพื่อกระชับตัวผิวเอง คนที่ปัญหาเอนไปทางความหย่อนจึงมีโอกาสรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงได้มากกว่า
แต่ถ้าเงานั้นมาจากฐานที่ยุบลงเป็นหลัก การกระชับอย่างเดียวจะรู้สึกว่ายังไม่พอ การหาให้ได้ก่อนว่าตัวเองเอนไปทางไหนจึงเป็นก้าวแรกที่คุ้มค่าที่สุด หากยังตัดสินใจไม่ได้ ทักมาทาง LINE ได้เลยนะคะ เราจะบอกให้ว่าตอนเข้ามาตรวจควรเช็กอะไรเป็นพิเศษ










