ที่บอกว่า 'เทอร์มาจเจ็บมากเสมอ' — จริงแค่ครึ่งเดียวครับ
ลิฟติ้ง

ที่บอกว่า 'เทอร์มาจเจ็บมากเสมอ' — จริงแค่ครึ่งเดียวครับ

ความเจ็บปวดจากเทอร์มาจแตกต่างกันไปตามบริเวณที่ทำครับ กระดูกโหนกแก้มเจ็บระดับ 8 แต่พอทาครีมชาก่อน 60 นาที ทานยาแก้ปวด 1 เม็ด และประคบเย็นร่วมด้วย จะลดลงเหลือแค่ระดับ 4 ครับ

ติดตาม Hongdae Beautys Doctors YouTube
วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน
5นาที
เคล็ดลับการระงับความเจ็บปวดจากเทอร์มาจ 1

ที่บอกว่า 'เทอร์มาจเจ็บมากเสมอ'

จริงแค่ครึ่งเดียวครับ

ขอสรุปให้ฟังก่อนเลยนะครับ

ความเจ็บปวดจากเทอร์มาจนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ 'ใช้พลังงานแรงแค่ไหน' เพียงอย่างเดียว

แต่ขึ้นอยู่กับ 'ทำบริเวณไหน'

และ 'เตรียมตัวอย่างไร' มากกว่าครับ

ในบทความนี้ผมจะอธิบายให้ฟังครับ

เทอร์มาจเจ็บเหมือนกันทุกจุดไหม?

ไม่ใช่เลยครับ แต่ละบริเวณไม่เหมือนกัน

เทอร์มาจใช้คลื่นวิทยุ (RF)

ส่งความร้อนลึกเข้าไปถึงชั้นหนังแท้

เพื่อกระตุ้นให้คอลลาเจนหดตัวและ

ฟื้นฟูตัวเอง นับเป็นหัตถการการยกกระชับผิวครับ

ต่างจากอัลเทอร่าหรือ Shrink ที่ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ เทอร์มาจจะกระจายความร้อนแบบ 'พื้นที่กว้าง' ครอบคลุมบริเวณใหญ่ในครั้งเดียวครับ

แต่บริเวณที่ผิวบางอยู่เหนือกระดูก

จะรู้สึกถึงความร้อนนั้นได้โดยตรงมากกว่าครับ

ทำไมเทอร์มาจเหมือนกัน แต่โหนกแก้มเจ็บระดับ 8

ส่วนหน้าผากเจ็บแค่ระดับ 6?

"ถ้าให้คะแนนความเจ็บปวดจากเทอร์มาจ 0–10

โหนกแก้มอยู่ที่ 8 หน้าผากอยู่ที่ 6 ครับ

แต่ถ้าทาครีมชา 60 นาที + ทานยาแก้ปวด 1 เม็ด + ประคบเย็นร่วมด้วย

จะลดลงเหลือระดับ 4 ซึ่งส่วนใหญ่ทนได้สบายๆ ครับ"

— คุณหมอวียองจิน (คลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด)

"ยิ่งเจ็บมาก ยิ่งได้ผลดี"

— เคยได้ยินประโยคนี้กันไหมครับ?

พูดตรงๆ เลยนะครับ

ที่บอกว่าความเจ็บปวดแปรผันตรงกับผลลัพธ์นั้น

จริงครึ่งหนึ่ง ผิดครึ่งหนึ่งครับ

สิ่งที่กำหนดระดับความเจ็บปวดไม่ใช่แค่ค่าพลังงานที่ใช้ แต่ขึ้นอยู่กับความหนาของผิวและการกระจายตัวของเส้นประสาทในบริเวณนั้นครับ

คลื่นวิทยุ (RF) ของเทอร์มาจจะส่งความร้อนอย่างสม่ำเสมอลึกลงไปถึงชั้นหนังแท้ระดับ 2.5–3 มิลลิเมตรครับ

ดังนั้น บริเวณที่มีกระดูกอยู่ใต้ผิวโดยตรง อย่างโหนกแก้ม เส้นกราม และขมับ ความร้อนจะไม่มีที่ระบาย และส่งตรงไปยังเส้นประสาทได้เลยครับ

โหนกแก้มอยู่ที่ 8 เส้นกรามอยู่ที่ 7 หน้าผากอยู่ที่ 6 แก้มอยู่ที่ประมาณ 5 ครับ

แม้จะยิง 600 ช็อตเหมือนกัน แต่ความรู้สึกในแต่ละบริเวณต่างกันมากขนาดนี้ครับ

ลูกค้าอายุ 42 ปีที่มาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เคยทำที่คลินิกอื่นแล้วเจ็บมากจนบอกว่าไม่ทำอีกแล้ว แล้วจึงมาหาผมครับ

พอสอบถามดู ปรากฏว่าทาครีมชาไว้แค่ 20 นาทีก่อนเข้าทำเลยครับ

ที่คลินิกของผม ให้ทาครีมชาทิ้งไว้ 60 นาทีให้ซึมเต็มที่ ให้ทานยาแก้ปวด 1 เม็ดล่วงหน้า และประคบเย็นบริเวณโหนกแก้มระหว่างทำ ผลคือลูกค้าบอกว่า "แบบนี้ทนได้นะคะ" ความเจ็บปวดลดลงครึ่งหนึ่งเลยครับ

เพื่อให้ครีมชาซึมลงถึงเส้นประสาทในชั้นหนังแท้ได้ ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 50–60 นาทีครับ ถ้าทาไว้น้อยเกินไป จะชาแค่ชั้นผิวนอก ทำให้รู้สึกเจ็บเต็มๆ ได้เลยครับ

ความสัมพันธ์ที่แท้จริงระหว่างจำนวนช็อตของเทอร์มาจกับความเจ็บปวด

สิ่งที่สำคัญกว่าความเจ็บปวดในการกำหนดจำนวนช็อต คือ 'ระดับความหย่อนคล้อยของผิว' และ 'ช่วงอายุ' ครับ

จำนวนช็อต

กรณีที่แนะนำ

ระดับความเจ็บปวด (หลังชา)

600 ช็อต

อายุต้น 30 / เพื่อป้องกัน

3–4 คะแนน

900 ช็อต

อายุปลาย 30–40 มาตรฐาน

4–5 คะแนน

1200 ช็อต

อายุ 50 ขึ้นไป / หย่อนคล้อยชัดเจน

5–6 คะแนน

สิ่งสำคัญคือ 1200 ช็อตไม่ได้เจ็บเป็นสองเท่าของ 600 ช็อตครับ

เพราะไม่ได้ยิงซ้ำในบริเวณเดิม แต่กระจายครอบคลุมพื้นที่กว้างขึ้น ทำให้ความเข้มต่อบริเวณใกล้เคียงกันครับ

การปรับแรงกดหัวยิง ระยะเวลาที่ค้างอยู่ และจังหวะการทำให้เย็น สามารถลดความเจ็บปวดลงได้อีก 1–2 คะแนนครับ

คำถามที่ได้รับบ่อยที่สุดในห้องตรวจ

เกี่ยวกับความเจ็บปวดจากเทอร์มาจ

Q1. ทานไทลีนอลธรรมดาได้เลยไหมครับ?

กินร่วมกับยากลุ่มไอบูโพรเฟนจะได้ผลดีกว่าไทลีนอลอย่างเดียวครับ

ความเจ็บปวดจากเทอร์มาจเกิดจากความร้อนกระตุ้นเส้นประสาท และไอบูโพรเฟนจะบล็อกสารสื่อความเจ็บปวดได้ตรงจุดกว่าครับ

Q2. ถ้าใช้ยาสลบจะสบายกว่าไหมครับ?

ผมไม่แนะนำให้ใช้ยาสลบกับเทอร์มาจครับ เพราะผู้ทำหัตถการต้องปรับค่าพลังงานอย่างละเอียดโดยดูจากปฏิกิริยาของลูกค้าขณะทำ หากลูกค้าหลับอยู่จะทำให้ Feedback สำคัญนั้นหายไปครับ

Q3. หลังทำเสร็จยังเจ็บอีกไหมครับ?

ช่วงสองสามชั่วโมงแรกหลังทำจะรู้สึกร้อนแสบ และอาจมีอาการปวดตื้อๆ หลงเหลืออยู่ถึงวันรุ่งขึ้นครับ

นี่เป็นปฏิกิริยาปกติที่เกิดจากการหดตัวของคอลลาเจน และโดยทั่วไปจะหายไปภายใน 2–3 วันครับ

ถ้าจะจำเพียงอย่างเดียวจากวันนี้ก็คือ — ความเจ็บปวดจากเทอร์มาจไม่ใช่เรื่องของ 'ดวง' แต่ขึ้นอยู่กับ 'การเตรียมตัว' ครับ

โหนกแก้มที่เจ็บระดับ 8 ก็สามารถลดเหลือ 4 ได้ด้วยการทาครีมชา 60 นาทีและการประคบเย็นครับ

บทความหน้าผมจะมาพูดถึง '24 ชั่วโมงแรกหลังทำเทอร์มาจ — รูทีน Home Care เพื่อลดอาการปวดตื้อ' ครับ

หมอวียองจินครับ ขอบคุณที่ติดตามครับ

คำถามที่พบบ่อย

Q1. เทอร์มาจเจ็บไหม เจ็บทุกจุดเท่ากันหรือเปล่า?

ไม่เจ็บเท่ากันครับ ความเจ็บปวดขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ เช่น โหนกแก้มอยู่ที่ระดับ 8 ส่วนหน้าผากอยู่ที่ระดับ 6 (จากคะแนน 0–10) เนื่องจากความหนาของผิวและตำแหน่งกระดูกใต้ผิวแตกต่างกันครับ

Q2. ทำไมเทอร์มาจบางจุดเจ็บมากกว่าจุดอื่น?

บริเวณที่มีกระดูกอยู่ใกล้ผิวโดยตรง เช่น โหนกแก้ม เส้นกราม และขมับ ความร้อนจะไม่มีที่ระบายและส่งตรงถึงเส้นประสาทมากกว่าครับ ส่วนบริเวณที่มีชั้นไขมันหนากว่าอย่างแก้มจะรู้สึกเจ็บน้อยกว่าครับ

Q3. มีวิธีลดความเจ็บปวดจากเทอร์มาจไหม?

การทาครีมชาให้ครบ 60 นาทีก่อนทำ ทานยาแก้ปวดล่วงหน้า และประคบเย็นระหว่างทำ สามารถช่วยลดความเจ็บปวดได้มากครับ หากทาครีมชาน้อยเกินไป (เช่นแค่ 20 นาที) จะชาไม่ทั่วถึงและรู้สึกเจ็บมากขึ้นครับ

Q4. ยิ่งเจ็บมาก แปลว่าผลลัพธ์ยิ่งดีจริงไหม?

ไม่จริงเสมอไปครับ ความเจ็บปวดขึ้นอยู่กับความหนาของผิวและตำแหน่งเส้นประสาทในบริเวณนั้น ไม่ได้แปรผันตรงกับผลลัพธ์การกระตุ้นคอลลาเจนเสมอไปครับ

บทความแนะนำ

ไทม์ไลน์ผลลัพธ์ Alltite RF ตั้งแต่ทำทันทีถึง 12 สัปดาห์ลิฟติ้ง

Alltite RF เห็นผลเมื่อไหร่? ไทม์ไลน์ผลลัพธ์และระยะเวลาที่อยู่ได้

บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปดูไทม์ไลน์ผลลัพธ์ของ Alltite RF ตั้งแต่ปฏิกิริยาแรกทันทีหลังทำ ไปจนถึงช่วงที่คอลลาเจนสร้างเต็มที่ในสัปดาห์ที่ 4-12 พร้อมแนะนำแนวทางดูแลเพื่อให้ผลอยู่ได้นานขึ้นนะคะ

Shurink Universe ทำแล้วหน้าผอมไหม? วิธีป้องกันแก้มยุบลิฟติ้ง

Shurink Universe ทำแล้วหน้าผอมลงไหม? วิธีป้องกันแก้มยุบที่ควรรู้

หลายคนกังวลว่าหลังทำ Shurink Universe แล้วหน้าจะยิ่งผอมจนดูโทรม บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าทำไมถึงเกิดขึ้น และมีวิธีรับมืออย่างไรบ้าง

คนที่มีโรคต่อมไทรอยด์กังวลเรื่องการทำ HIFU ลิฟติ้งลิฟติ้ง

มีปัญหาต่อมไทรอยด์ ทำ HIFU Shurink Universe ได้ไหม?

ถ้าคุณมีภาวะต่อมไทรอยด์หรืออยู่ระหว่างกินยา อาจสงสัยว่าทำ HIFU ลิฟติ้งได้ไหม บทความนี้จะพาไปดูว่าแพทย์ดูอะไร หลีกเลี่ยงบริเวณไหน และควรรอจังหวะไหนถึงจะทำได้ค่ะ

บทความล่าสุด

ผิวแพ้ง่ายที่เข้าเกณฑ์ทำ Laser Toning ได้และไม่ได้ผิวหนัง

ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ก่อนตัดสินใจ

ผิวแพ้ง่ายไม่ได้แปลว่าทำ Laser Toning ไม่ได้เสมอไปค่ะ บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าตัวเองเข้าเกณฑ์ไหน และควรเตรียมผิวอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด

สัญญาณที่บอกว่ากรามเริ่มกลับมาหลังโบท็อกซ์รูปหน้าและวอลุ่ม

โบท็อกซ์กรามกลับมาเหลี่ยมอีกแล้ว ทำซ้ำได้เลยไหม หรือต้องรอ?

โบท็อกซ์กรามช่วยให้กล้ามเนื้อ masseter เล็กลงได้จริง แต่ผลจะค่อย ๆ หายไปเมื่อกล้ามเนื้อฟื้นตัว บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณรู้จักสัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาทำซ้ำ และวิธีประเมินจังหวะที่ดีที่สุดสำหรับคุณค่ะ

กลไกการทำงานของ Rejuran HB PN และ HA ในผิวรอบดวงตาผิวหนัง

Rejuran HB ทำรอบดวงตาตัวเดียวพอไหม หรือต้องจับคู่กับอะไรเพิ่ม?

บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่ารอยย่นรอบดวงตาแบบไหนที่ Rejuran HB จัดการได้คนเดียว และแบบไหนที่ควรใช้ร่วมกับ Botox หรือตัวอื่น พร้อมแนะนำแนวทางการตัดสินใจที่ตรงกับสภาพผิวของคุณนะคะ

เปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สำหรับแก้มตอบรูปหน้าและวอลุ่ม

Juvelook Volume กับ Ellanse เลือกอันไหนดีสำหรับแก้มตอบ?

เมื่อแก้มเริ่มตอบลึกขึ้นทุกปี การดูแลด้วยครีมอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณเปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สองตัวเลือกที่ช่วยเรื่องวอลลุ่มหน้าและกระตุ้นคอลลาเจน พร้อมแนวทางเลือกที่เหมาะกับแต่ละคน นะคะ

ไทม์ไลน์ผลลัพธ์ Alltite RF ตั้งแต่ทำทันทีถึง 12 สัปดาห์ลิฟติ้ง

Alltite RF เห็นผลเมื่อไหร่? ไทม์ไลน์ผลลัพธ์และระยะเวลาที่อยู่ได้

บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปดูไทม์ไลน์ผลลัพธ์ของ Alltite RF ตั้งแต่ปฏิกิริยาแรกทันทีหลังทำ ไปจนถึงช่วงที่คอลลาเจนสร้างเต็มที่ในสัปดาห์ที่ 4-12 พร้อมแนะนำแนวทางดูแลเพื่อให้ผลอยู่ได้นานขึ้นนะคะ

Shurink Universe ทำแล้วหน้าผอมไหม? วิธีป้องกันแก้มยุบลิฟติ้ง

Shurink Universe ทำแล้วหน้าผอมลงไหม? วิธีป้องกันแก้มยุบที่ควรรู้

หลายคนกังวลว่าหลังทำ Shurink Universe แล้วหน้าจะยิ่งผอมจนดูโทรม บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าทำไมถึงเกิดขึ้น และมีวิธีรับมืออย่างไรบ้าง

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors