Thermage เจ็บมากไหม? โหนกแก้ม 8 คะแนนลดเหลือ 4 ได้ยังไง
ลิฟติ้ง

Thermage เจ็บมากไหม? โหนกแก้ม 8 คะแนนลดเหลือ 4 ได้ยังไง

บางคนบอกว่า Thermage ทนไม่ไหว บางคนบอกว่าเฉย ๆ ทั้งที่เป็นเครื่องเดียวกัน บทความนี้อธิบายว่าความเจ็บขึ้นกับตำแหน่งและการเตรียมตัวยังไง และจำนวนช็อตเกี่ยวข้องแค่ไหนค่ะ

ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับตัวเองไหมดูจากรูปหรือบทความอย่างเดียวบอกได้ยาก ปรึกษาเป็นภาษาไทยได้ แผนการรักษาจะสรุปหลังพบแพทย์ที่คลินิก* มีเจ้าหน้าที่ภาษาไทย · ถามได้โดยตรงทาง LINEถามคุณหมอ

เคยไหมคะ ได้ยินเพื่อนคนหนึ่งบอกว่า "Thermage เจ็บมาก อย่าไปทำเลย" แล้วอีกคนกลับบอกว่า "เฉย ๆ นะ ทนได้สบายมาก" ทั้งที่เป็นเครื่องเดียวกัน จนไม่รู้ว่าควรเชื่อฝั่งไหนดี

เหตุผลคือความเจ็บของหัตถการนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับพลังงานที่ยิงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่ายิงตรงไหน และเตรียมตัวมาแบบไหน ผิวบาง ๆ ที่วางอยู่บนกระดูกกับผิวที่มีชั้นไขมันรองรับอยู่ ให้ความรู้สึกคนละแบบกันเลย และการเตรียมยาชาก็ทำให้ประสบการณ์ของสองคนต่างกันได้มากกว่าที่คิด

บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณไปดูว่าความเจ็บของ Thermage FLX ต่างกันตามตำแหน่งยังไง ต้องเตรียมตัวแบบไหนถึงจะช่วยได้จริง จำนวนช็อตเกี่ยวข้องแค่ไหน และมีอะไรที่ควรระวังหลังทำ พร้อมแนะนำแนวทางการดูแลค่ะ

Thermage FLX ทำงานยังไง ทำไมถึงรู้สึกร้อน

Thermage FLX เป็นเครื่องในกลุ่ม Monopolar RF ที่ส่งคลื่นความถี่วิทยุลงไปให้ความร้อนกับชั้นหนังแท้ (Dermis) เมื่อคอลลาเจนเดิมได้รับความร้อนก็จะหดตัว จากนั้นร่างกายจะค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาตามมา ผลเรื่องความกระชับจึงไม่ได้จบลงในวันเดียว

จุดที่ทำให้ความรู้สึกต่างจากเครื่องกลุ่มอัลตราซาวด์คือ Thermage FLX วางความร้อนเป็นผืนกว้าง ไม่ได้ลงเป็นจุดลึก ๆ ความรู้สึกจึงออกไปทางร้อนแผ่ ๆ มากกว่าจี๊ดเป็นจุด แต่ในบริเวณที่ผิวบางและมีกระดูกรองอยู่ใต้ผิวพอดี ความร้อนนั้นจะรู้สึกได้ตรงกว่า

พูดง่าย ๆ คือความร้อนกระจายเท่ากัน แต่ผิวของเราแต่ละจุดไม่ได้หนาเท่ากัน นี่คือเหตุผลที่คนสองคนซึ่งทำเครื่องเดียวกัน โปรแกรมเดียวกัน กลับเล่าประสบการณ์ไม่เหมือนกันเลยค่ะ

Thermage FLX ทำงานยังไง ทำไมถึงรู้สึกร้อน

ความเจ็บต่างกันตามตำแหน่ง โหนกแก้มกับหน้าผาก

ถ้าให้คนไข้ให้คะแนนความเจ็บจาก 0 ถึง 10 ระหว่างทำ ค่าที่ได้ยินบ่อยในห้องตรวจจะประมาณนี้

ตำแหน่งระดับความเจ็บโดยประมาณเหตุผลหลัก
โหนกแก้มราว 8ผิวบางและมีกระดูกอยู่ใต้ผิวพอดี
แนวกรามราว 7เดินตามแนวกระดูก กล้ามเนื้อเกร็งง่าย
หน้าผากราว 6ผิวบาง แต่พื้นที่ราบกว่า
แก้มราว 5มีชั้นไขมันช่วยรองรับความร้อน

เหตุผลคือบริเวณที่มีกระดูกอยู่ใต้ผิวโดยตรง แทบไม่มีชั้นไขมันมาช่วยรับความร้อนไว้ก่อน ความรู้สึกจึงส่งถึงปลายประสาทได้ตรงกว่า ทั้งนี้ระดับความเจ็บที่รู้สึกอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับความหนาของผิวและความไวต่อความรู้สึกของแต่ละคน

ความเชื่อที่ว่ายิ่งเจ็บยิ่งได้ผล จึงถูกแค่ครึ่งเดียว เพราะสิ่งที่กำหนดความรู้สึกไม่ได้มีแค่ระดับพลังงาน แต่รวมถึงความหนาของผิวและการกระจายของเส้นประสาทในตำแหน่งนั้นด้วย การเอาคะแนนความเจ็บของคนอื่นมาตั้งเป็นมาตรฐานของตัวเอง จึงมักคลาดเคลื่อน

ความเจ็บต่างกันตามตำแหน่ง โหนกแก้มกับหน้าผาก

ยาชา 60 นาที จุดที่คนมักพลาด

ยาชาชนิดทาต้องใช้เวลาซึมลงไปให้ถึงระดับที่ปลายประสาทอยู่ โดยทั่วไปราว 50 ถึง 60 นาที ถ้าทาไว้แค่ 20 นาทีแล้วเข้าห้องทำเลย ส่วนที่ชาจะเป็นแค่ผิวชั้นบน ความร้อนที่ลงไปถึงชั้นหนังแท้จึงยังรู้สึกได้เต็ม ๆ นี่คือสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดเวลามีคนบอกว่าทนไม่ไหว

ชุดเตรียมตัวที่มักใช้ร่วมกันคือ ทายาชานานพอ รับประทานยาแก้ปวดล่วงหน้าตามที่แพทย์แนะนำ และประคบเย็นบริเวณที่เจ็บง่ายอย่างโหนกแก้ม ในหลายกรณีความเจ็บที่เคยอยู่ราวระดับ 8 อาจลดลงมาอยู่ราวระดับ 4 ซึ่งเป็นระดับที่คนส่วนใหญ่บอกว่าพอรับไหว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

เรื่องยาแก้ปวด ยากลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) มักช่วยได้มากกว่ายาลดไข้ทั่วไปในบริบทนี้ เพราะความเจ็บจากความร้อนเกี่ยวข้องกับการอักเสบด้วย แต่ยาทุกชนิดมีข้อห้ามของตัวเอง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้เสมอ และควรแจ้งคลินิกด้วยว่าใช้ยาอะไรมาบ้าง

ส่วนคำถามที่ว่าทำแบบหลับไปเลยจะสบายกว่าหรือเปล่า โดยทั่วไปเราไม่ค่อยแนะนำค่ะ เพราะแพทย์ต้องอาศัยการตอบสนองของคนไข้ระหว่างทำ เพื่อปรับระดับพลังงานให้พอดีกับแต่ละจุด ถ้าสัญญาณตรงนั้นหายไป การปรับก็ทำได้ยากขึ้น

ยาชา 60 นาที จุดที่คนมักพลาด

จำนวนช็อตมากขึ้น แปลว่าเจ็บเป็นเท่าตัวไหม

จำนวนช็อตมักถูกเลือกจากระดับความหย่อนคล้อยและช่วงวัย มากกว่าจะเลือกจากความทนเจ็บค่ะ

จำนวนช็อตมักเหมาะกับความเจ็บหลังเตรียมตัว
600 ช็อตช่วงต้น 30 ดูแลไว้ก่อนราว 3 ถึง 4
900 ช็อตปลาย 30 ถึง 40 เป็นระดับมาตรฐานราว 4 ถึง 5
1200 ช็อต50 ขึ้นไป หรือหย่อนคล้อยชัดราว 5 ถึง 6

สิ่งที่หลายคนเข้าใจผิดคือคิดว่า 1200 ช็อตต้องเจ็บเป็นสองเท่าของ 600 ช็อต จริง ๆ แล้วไม่ได้เป็นแบบนั้น เพราะไม่ได้ยิงซ้ำที่เดิม แต่กระจายออกไปบนพื้นที่ที่กว้างขึ้น ความแรงต่อจุดจึงใกล้เคียงกัน สิ่งที่เพิ่มขึ้นคือเวลาที่ต้องอยู่บนเตียง มากกว่าความรุนแรงของแต่ละช็อต

ตัวแปรที่ปรับได้ระหว่างทำยังมีอีก เช่น แรงกดของหัวทริตเมนต์ จังหวะพักระหว่างช็อต และจังหวะการทำความเย็น การปรับสามอย่างนี้มักช่วยลดความรู้สึกลงได้อีกเล็กน้อย ถ้ารู้สึกว่าจุดไหนเกินรับไหว บอกทีมงานได้ทันทีระหว่างทำนะคะ ไม่ต้องรอให้จบรอบ

จำนวนช็อตมากขึ้น แปลว่าเจ็บเป็นเท่าตัวไหม

ข้อควรระวังและผลข้างเคียงหลังทำ

หลังทำเสร็จ อาจรู้สึกร้อนวูบ ๆ ต่อไปอีกไม่กี่ชั่วโมง และมีอาการตึงหรือระบมเบา ๆ ถึงวันรุ่งขึ้น ซึ่งมักดีขึ้นได้เองภายใน 2 ถึง 3 วัน อาการเหล่านี้เป็นการตอบสนองตามปกติของผิวที่เพิ่งได้รับความร้อน

หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ ผิวพองเป็นตุ่มน้ำ หรือสีผิวเปลี่ยนไปเป็นจุด ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที ไม่ควรซื้อยามาทาเองหรือรอดูอาการไปก่อน

ช่วง 2 ถึง 3 วันแรกแนะนำให้เลี่ยงความร้อนสะสม เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ หรือการออกกำลังกายหนัก และควรทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ เพราะผิวช่วงนี้ไวต่อแสงแดดมากกว่าปกติ การบำรุงให้ผิวชุ่มชื้นก็ช่วยให้ความรู้สึกตึงลดลงเร็วขึ้น

ส่วนคนที่ควรแจ้งแพทย์ก่อนเสมอ ได้แก่ กำลังตั้งครรภ์ มีเครื่องกระตุ้นหัวใจหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย มีการอักเสบหรือแผลบริเวณที่จะทำ และมีโรคประจำตัวหรือยาที่ใช้อยู่เป็นประจำ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคลก่อนเสมอค่ะ

ข้อควรระวังและผลข้างเคียงหลังทำ

สรุป : ความเจ็บของ Thermage มาจากการเตรียมตัว

สรุปสั้น ๆ คือความเจ็บของ Thermage FLX ไม่ได้ถูกกำหนดด้วยดวง แต่ถูกกำหนดด้วยตำแหน่งที่ทำและการเตรียมตัว โหนกแก้มที่เคยอยู่ราวระดับ 8 อาจลดลงมาอยู่ราวระดับ 4 ได้เมื่อทายาชานานพอ ใช้ยาแก้ปวดตามคำแนะนำ และประคบเย็นร่วมด้วย

ทั้งนี้ผลลัพธ์และความรู้สึกอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ ทั้งเรื่องจำนวนช็อต ตำแหน่งที่ควรเน้น และวิธีเตรียมตัวที่เหมาะกับคุณ ส่วนรายละเอียดค่าใช้จ่ายดูได้ที่หน้า ราคาหัตถการ ซึ่งเป็นราคาที่คลินิกในกรุงโซล อาจเปลี่ยนแปลงได้

หากคุณกำลังลังเลเพราะกลัวเจ็บ หรือเคยทำที่อื่นแล้วรู้สึกว่าทนไม่ไหว แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ที่ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล

บทความแนะนำ

Ulthera ทั่วหน้ากี่ช็อต? ใบเสนอราคา 300 กับ 600 ช็อต ต้องดูช่องไหนลิฟติ้ง

Ulthera ทั่วหน้ากี่ช็อต? ใบเสนอราคา 300 กับ 600 ช็อต ต้องดูช่องไหน

ใบเสนอราคา Ulthera ที่เขียนแค่ 300 หรือ 600 ช็อตยังบอกไม่ครบ ดูวิธีเช็กว่า 1 ช็อตนับเป็นเส้นไหม แต่ละจุดได้กี่เส้น ใช้ความลึกไหน และช็อตที่เพิ่มมาไปลงตรงไหน

ทำ Ulthera แล้วไม่เห็นผล ทำซ้ำเพิ่มช็อตหรือเปลี่ยนวิธีดี?ลิฟติ้ง

ทำ Ulthera แล้วไม่เห็นผล ทำซ้ำเพิ่มช็อตหรือเปลี่ยนวิธีดี?

ทำ Ulthera ครบ 3 เดือนแล้วยังไม่เห็นผล ควรเพิ่มช็อต ย้ายตำแหน่ง หรือเปลี่ยนไปร้อยไหม ดูวิธีเช็กเองจากรูปถ่าย อาการที่ต้องรีบติดต่อ และสิ่งที่ควรถามคุณหมอ

InMode FX กับ Shurink ต่างกันยังไง? เลือกตัวเดียวหรือทำวันเดียวกันดีลิฟติ้ง

InMode FX กับ Shurink ต่างกันยังไง? เลือกตัวเดียวหรือทำวันเดียวกันดี

InMode FX กับ Shurink ทำงานคนละชั้นของผิว ดูว่าไขมันใต้คางหรือผิวหย่อนแบบไหนควรเริ่มจากเครื่องไหน ทำทั้งสองอย่างได้ไหม และวางแผนระหว่างทริปเกาหลียังไง

บทความล่าสุด

Ulthera ทั่วหน้ากี่ช็อต? ใบเสนอราคา 300 กับ 600 ช็อต ต้องดูช่องไหนลิฟติ้ง

Ulthera ทั่วหน้ากี่ช็อต? ใบเสนอราคา 300 กับ 600 ช็อต ต้องดูช่องไหน

ใบเสนอราคา Ulthera ที่เขียนแค่ 300 หรือ 600 ช็อตยังบอกไม่ครบ ดูวิธีเช็กว่า 1 ช็อตนับเป็นเส้นไหม แต่ละจุดได้กี่เส้น ใช้ความลึกไหน และช็อตที่เพิ่มมาไปลงตรงไหน

ทำ Ulthera แล้วไม่เห็นผล ทำซ้ำเพิ่มช็อตหรือเปลี่ยนวิธีดี?ลิฟติ้ง

ทำ Ulthera แล้วไม่เห็นผล ทำซ้ำเพิ่มช็อตหรือเปลี่ยนวิธีดี?

ทำ Ulthera ครบ 3 เดือนแล้วยังไม่เห็นผล ควรเพิ่มช็อต ย้ายตำแหน่ง หรือเปลี่ยนไปร้อยไหม ดูวิธีเช็กเองจากรูปถ่าย อาการที่ต้องรีบติดต่อ และสิ่งที่ควรถามคุณหมอ

ฉีดโบท็อกยกมุมปาก ต้องฉีดตรงไหน รอยยิ้มถึงไม่แปลก?รูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดโบท็อกยกมุมปาก ต้องฉีดตรงไหน รอยยิ้มถึงไม่แปลก?

จุดฉีดโบท็อกยกมุมปากอยู่ตรงไหน ทำไมฉีดช่วงล่างได้ผลดีกว่าแต่ต้องระวังมากขึ้น มุมปากตกแบบไหนต้องดูฟิลเลอร์ร่วม และควรถามอะไรคุณหมอก่อนฉีดระหว่างทริปเกาหลี

InMode FX กับ Shurink ต่างกันยังไง? เลือกตัวเดียวหรือทำวันเดียวกันดีลิฟติ้ง

InMode FX กับ Shurink ต่างกันยังไง? เลือกตัวเดียวหรือทำวันเดียวกันดี

InMode FX กับ Shurink ทำงานคนละชั้นของผิว ดูว่าไขมันใต้คางหรือผิวหย่อนแบบไหนควรเริ่มจากเครื่องไหน ทำทั้งสองอย่างได้ไหม และวางแผนระหว่างทริปเกาหลียังไง

Saxenda Wegovy Mounjaro ต่างกันยังไง ฉีดทุกวันกับสัปดาห์ละครั้ง?ผิวหนัง

Saxenda Wegovy Mounjaro ต่างกันยังไง ฉีดทุกวันกับสัปดาห์ละครั้ง?

Saxenda, Wegovy และ Mounjaro ต่างกันที่ความถี่ในการฉีด ฮอร์โมนที่ยาทำงานด้วย และเวลาที่ใช้เพิ่มยาจนถึงขนาดเป้าหมาย มาดูว่างานวิจัยที่เทียบทีละคู่บอกอะไร และถ้าเริ่มยาระหว่างทริปเกาหลีควรวางแผนยังไง

รอยย่นระหว่างคิ้ว หน้านิ่งก็ยังเห็นร่อง ต้องเติมฟิลเลอร์ไหม?รูปหน้าและวอลุ่ม

รอยย่นระหว่างคิ้ว หน้านิ่งก็ยังเห็นร่อง ต้องเติมฟิลเลอร์ไหม?

รอยย่นระหว่างคิ้วที่ค้างตอนหน้านิ่งอาจยังมีส่วนของกล้ามเนื้อปนอยู่ มาเทียบ 3 สีหน้าหน้ากระจก ดูว่าโบท็อกซ์ช่วยส่วนไหน และทำไมการเติมฟิลเลอร์ระหว่างคิ้วต้องชั่งความเสี่ยงแยกกัน

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors