ที่บอกว่า 'เทอร์มาจเจ็บมากเสมอ' — จริงแค่ครึ่งเดียวครับ
ความเจ็บปวดจากเทอร์มาจแตกต่างกันไปตามบริเวณที่ทำครับ กระดูกโหนกแก้มเจ็บระดับ 8 แต่พอทาครีมชาก่อน 60 นาที ทานยาแก้ปวด 1 เม็ด และประคบเย็นร่วมด้วย จะลดลงเหลือแค่ระดับ 4 ครับ


วียองจิน
ผู้อำนวยการ

ที่บอกว่า 'เทอร์มาจเจ็บมากเสมอ'
จริงแค่ครึ่งเดียวครับ
ขอสรุปให้ฟังก่อนเลยนะครับ
ความเจ็บปวดจากเทอร์มาจนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ 'ใช้พลังงานแรงแค่ไหน' เพียงอย่างเดียว
แต่ขึ้นอยู่กับ 'ทำบริเวณไหน'
และ 'เตรียมตัวอย่างไร' มากกว่าครับ
ในบทความนี้ผมจะอธิบายให้ฟังครับ
เทอร์มาจเจ็บเหมือนกันทุกจุดไหม?
ไม่ใช่เลยครับ แต่ละบริเวณไม่เหมือนกัน
เทอร์มาจใช้คลื่นวิทยุ (RF)
ส่งความร้อนลึกเข้าไปถึงชั้นหนังแท้
เพื่อกระตุ้นให้คอลลาเจนหดตัวและ
ฟื้นฟูตัวเอง นับเป็นหัตถการการยกกระชับผิวครับ
ต่างจากอัลเทอร่าหรือ Shrink ที่ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ เทอร์มาจจะกระจายความร้อนแบบ 'พื้นที่กว้าง' ครอบคลุมบริเวณใหญ่ในครั้งเดียวครับ
แต่บริเวณที่ผิวบางอยู่เหนือกระดูก
จะรู้สึกถึงความร้อนนั้นได้โดยตรงมากกว่าครับ
ทำไมเทอร์มาจเหมือนกัน แต่โหนกแก้มเจ็บระดับ 8
ส่วนหน้าผากเจ็บแค่ระดับ 6?
"ถ้าให้คะแนนความเจ็บปวดจากเทอร์มาจ 0–10
โหนกแก้มอยู่ที่ 8 หน้าผากอยู่ที่ 6 ครับ
แต่ถ้าทาครีมชา 60 นาที + ทานยาแก้ปวด 1 เม็ด + ประคบเย็นร่วมด้วย
จะลดลงเหลือระดับ 4 ซึ่งส่วนใหญ่ทนได้สบายๆ ครับ"
— คุณหมอวียองจิน (คลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด)
"ยิ่งเจ็บมาก ยิ่งได้ผลดี"
— เคยได้ยินประโยคนี้กันไหมครับ?
พูดตรงๆ เลยนะครับ
ที่บอกว่าความเจ็บปวดแปรผันตรงกับผลลัพธ์นั้น
จริงครึ่งหนึ่ง ผิดครึ่งหนึ่งครับ
สิ่งที่กำหนดระดับความเจ็บปวดไม่ใช่แค่ค่าพลังงานที่ใช้ แต่ขึ้นอยู่กับความหนาของผิวและการกระจายตัวของเส้นประสาทในบริเวณนั้นครับ
คลื่นวิทยุ (RF) ของเทอร์มาจจะส่งความร้อนอย่างสม่ำเสมอลึกลงไปถึงชั้นหนังแท้ระดับ 2.5–3 มิลลิเมตรครับ
ดังนั้น บริเวณที่มีกระดูกอยู่ใต้ผิวโดยตรง อย่างโหนกแก้ม เส้นกราม และขมับ ความร้อนจะไม่มีที่ระบาย และส่งตรงไปยังเส้นประสาทได้เลยครับ
โหนกแก้มอยู่ที่ 8 เส้นกรามอยู่ที่ 7 หน้าผากอยู่ที่ 6 แก้มอยู่ที่ประมาณ 5 ครับ
แม้จะยิง 600 ช็อตเหมือนกัน แต่ความรู้สึกในแต่ละบริเวณต่างกันมากขนาดนี้ครับ
ลูกค้าอายุ 42 ปีที่มาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เคยทำที่คลินิกอื่นแล้วเจ็บมากจนบอกว่าไม่ทำอีกแล้ว แล้วจึงมาหาผมครับ
พอสอบถามดู ปรากฏว่าทาครีมชาไว้แค่ 20 นาทีก่อนเข้าทำเลยครับ
ที่คลินิกของผม ให้ทาครีมชาทิ้งไว้ 60 นาทีให้ซึมเต็มที่ ให้ทานยาแก้ปวด 1 เม็ดล่วงหน้า และประคบเย็นบริเวณโหนกแก้มระหว่างทำ ผลคือลูกค้าบอกว่า "แบบนี้ทนได้นะคะ" ความเจ็บปวดลดลงครึ่งหนึ่งเลยครับ
เพื่อให้ครีมชาซึมลงถึงเส้นประสาทในชั้นหนังแท้ได้ ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 50–60 นาทีครับ ถ้าทาไว้น้อยเกินไป จะชาแค่ชั้นผิวนอก ทำให้รู้สึกเจ็บเต็มๆ ได้เลยครับ
ความสัมพันธ์ที่แท้จริงระหว่างจำนวนช็อตของเทอร์มาจกับความเจ็บปวด
สิ่งที่สำคัญกว่าความเจ็บปวดในการกำหนดจำนวนช็อต คือ 'ระดับความหย่อนคล้อยของผิว' และ 'ช่วงอายุ' ครับ
จำนวนช็อต | กรณีที่แนะนำ | ระดับความเจ็บปวด (หลังชา) |
600 ช็อต | อายุต้น 30 / เพื่อป้องกัน | 3–4 คะแนน |
900 ช็อต | อายุปลาย 30–40 มาตรฐาน | 4–5 คะแนน |
1200 ช็อต | อายุ 50 ขึ้นไป / หย่อนคล้อยชัดเจน | 5–6 คะแนน |
สิ่งสำคัญคือ 1200 ช็อตไม่ได้เจ็บเป็นสองเท่าของ 600 ช็อตครับ
เพราะไม่ได้ยิงซ้ำในบริเวณเดิม แต่กระจายครอบคลุมพื้นที่กว้างขึ้น ทำให้ความเข้มต่อบริเวณใกล้เคียงกันครับ
การปรับแรงกดหัวยิง ระยะเวลาที่ค้างอยู่ และจังหวะการทำให้เย็น สามารถลดความเจ็บปวดลงได้อีก 1–2 คะแนนครับ
คำถามที่ได้รับบ่อยที่สุดในห้องตรวจ
เกี่ยวกับความเจ็บปวดจากเทอร์มาจ
Q1. ทานไทลีนอลธรรมดาได้เลยไหมครับ?
กินร่วมกับยากลุ่มไอบูโพรเฟนจะได้ผลดีกว่าไทลีนอลอย่างเดียวครับ
ความเจ็บปวดจากเทอร์มาจเกิดจากความร้อนกระตุ้นเส้นประสาท และไอบูโพรเฟนจะบล็อกสารสื่อความเจ็บปวดได้ตรงจุดกว่าครับ
Q2. ถ้าใช้ยาสลบจะสบายกว่าไหมครับ?
ผมไม่แนะนำให้ใช้ยาสลบกับเทอร์มาจครับ เพราะผู้ทำหัตถการต้องปรับค่าพลังงานอย่างละเอียดโดยดูจากปฏิกิริยาของลูกค้าขณะทำ หากลูกค้าหลับอยู่จะทำให้ Feedback สำคัญนั้นหายไปครับ
Q3. หลังทำเสร็จยังเจ็บอีกไหมครับ?
ช่วงสองสามชั่วโมงแรกหลังทำจะรู้สึกร้อนแสบ และอาจมีอาการปวดตื้อๆ หลงเหลืออยู่ถึงวันรุ่งขึ้นครับ
นี่เป็นปฏิกิริยาปกติที่เกิดจากการหดตัวของคอลลาเจน และโดยทั่วไปจะหายไปภายใน 2–3 วันครับ
ถ้าจะจำเพียงอย่างเดียวจากวันนี้ก็คือ — ความเจ็บปวดจากเทอร์มาจไม่ใช่เรื่องของ 'ดวง' แต่ขึ้นอยู่กับ 'การเตรียมตัว' ครับ
โหนกแก้มที่เจ็บระดับ 8 ก็สามารถลดเหลือ 4 ได้ด้วยการทาครีมชา 60 นาทีและการประคบเย็นครับ
บทความหน้าผมจะมาพูดถึง '24 ชั่วโมงแรกหลังทำเทอร์มาจ — รูทีน Home Care เพื่อลดอาการปวดตื้อ' ครับ
หมอวียองจินครับ ขอบคุณที่ติดตามครับ








