กลไกการทำงานของ Rejuran HB PN และ HA ในผิวรอบดวงตา
ผิวหนัง

ส่องกระจก 3 ท่า ก่อนตัดสินใจว่ารอบตาต้องเติม Botox ไหม?

หลายคนถูกบอกว่าต้องเติม Botox ตั้งแต่ยังไม่ได้ดูว่ารอยย่นของตัวเองมาจากอะไร ลองใช้กระจกบานเดียวแยกให้ออกก่อน แล้วค่อยคุยกับคุณหมอว่าควรเริ่มจากตัวไหน

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน · 4 กันยายน 2026
6นาที
ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับตัวเองไหมดูจากรูปหรือบทความอย่างเดียวบอกได้ยาก ปรึกษาเป็นภาษาไทยได้ แผนการรักษาจะสรุปหลังพบแพทย์ที่คลินิก* มีเจ้าหน้าที่ภาษาไทย · ถามได้โดยตรงทาง LINEถามคุณหมอ

เคยไหมคะ ไปปรึกษาเรื่องรอยย่นรอบดวงตาแล้วได้ยินคำว่า ทำตัวเดียวไม่พอนะ ต้องเติมอีกตัว กลับบ้านมาก็ยังงง ๆ ว่าตกลงของตัวเองเข้าข่ายแบบนั้นจริงไหม หรือแค่ยังไม่ได้ดูให้ละเอียดพอ

เรื่องนี้แยกได้ตั้งแต่ที่บ้านค่ะ ใช้แค่กระจกบานเดียวกับเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที บทความนี้จะพาส่องสามท่า อ่านสิ่งที่เห็นให้ออก แล้วค่อยไปคุยกับคุณหมอที่ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ด้วยคำถามที่ตรงจุดขึ้นนะคะ

ส่องกระจกสามท่านี้ก่อน แล้วจดไว้ว่าเห็นอะไร

ก่อนไปถึงคำว่าเพิ่มหรือไม่เพิ่ม สิ่งที่ต้องรู้คือเส้นที่คุณไม่ชอบโผล่มาตอนไหน ลองยืนใต้ไฟสว่าง ๆ แล้วทำสามท่านี้ตามลำดับค่ะ

ส่องกระจกสามท่านี้ก่อน แล้วจดไว้ว่าเห็นอะไร
  • ท่าที่ 1 หน้านิ่งสนิท ไม่ยิ้ม ไม่ขมวดคิ้ว มองตรงเข้ากระจก แล้วดูว่ายังเห็นเส้นเล็ก ๆ อยู่ไหม
  • ท่าที่ 2 ยิ้มกว้างจนหางตาย่น ค้างสองวินาที แล้วปล่อยหน้ากลับมานิ่ง ดูว่าเส้นที่เพิ่งเห็นหายไปด้วยไหม
  • ท่าที่ 3 เงยหน้าขึ้นนิดหนึ่งแล้วมองลงมาที่กระจก ดูว่าหนังตาบนหนักลงไหม และใต้ตามีร่องลึกกว่าเดิมหรือเปล่า

จดคำตอบสามข้อไว้ในโน้ตมือถือได้เลยค่ะ เพราะสามท่านี้แยกที่มาของเส้นได้เกือบหมด และที่มาต่างกันก็ดูแลคนละแบบ

เหตุผลที่รอบดวงตาส่งสัญญาณก่อนที่อื่นเสมอ คือผิวตรงนั้นบางกว่าบริเวณอื่นบนใบหน้าราว 5 เท่า พอน้ำในผิวและคอลลาเจนหายไป ร่องรอยจึงโผล่ให้เห็นก่อนที่อื่นค่ะ

สิ่งที่เห็นในกระจกแปลว่าอะไร แล้วควรเริ่มจากตัวไหน?

เอาคำตอบเมื่อครู่มาเทียบกับตารางนี้ได้เลยค่ะ อ่านจากซ้ายไปขวา แล้วจะเห็นว่าคำถามที่ควรถามคุณหมอเปลี่ยนไปตามสิ่งที่เห็น

สิ่งที่คุณเห็นมักแปลว่าทางที่มักเริ่มก่อน
ท่าที่ 1 หน้านิ่งก็ยังเห็นเส้น และเห็นชัดขึ้นในวันที่ผิวแห้งผิวบางลงและขาดน้ำRejuran HB เพียงตัวเดียวก็มักตอบโจทย์ในช่วงแรก
ท่าที่ 2 เห็นตอนยิ้ม แต่พอหน้านิ่งแล้วหายไปเส้นที่มาจากการเคลื่อนของกล้ามเนื้อ (Dynamic wrinkle)คุยกับแพทย์ว่าควรเสริม Botox ด้วยไหม
ท่าที่ 3 หนังตาดูหนัก ใต้ตามีร่องลึกลงกว่าเดิมผิวหย่อนและวอลลุ่มที่หายไปอาจต้องพึ่งฟิลเลอร์หรือการลิฟติ้งเข้ามาช่วย
สิ่งที่เห็นในกระจกแปลว่าอะไร แล้วควรเริ่มจากตัวไหน?

แล้วตัว Rejuran HB (รีจูรัน เอชบี) รับหน้าที่อะไร มันอยู่ในกลุ่มสกินบูสเตอร์ ในหลอดผสมสาร PN (Polynucleotide) จาก DNA ของปลาแซลมอน มาพร้อมกรดไฮยาลูโรนิก (HA) และลิโดเคน ฝั่ง PN ดูแลการซ่อมเซลล์และปลุก Fibroblast ให้เดินสายใหม่ ส่วน HA อุ้มน้ำไว้ในชั้นผิว มีงานศึกษาใน PMC ( PMC11902836 ) ที่ชี้ว่า PN มีศักยภาพในการฟื้นฟูผิวค่ะ

จะเห็นว่ามันเก่งกับกรณีท่าที่ 1 เป็นหลัก ส่วนเส้นที่โผล่เฉพาะตอนขยับหน้า ต้นเหตุอยู่ที่แรงหดของกล้ามเนื้อ ซึ่งคนละชั้นกับที่สกินบูสเตอร์ทำงาน

ถ้าเริ่มจากตัวเดียวก่อน ตารางสามเดือนหน้าตาเป็นแบบไหน?

ถ้าเลือกเริ่มจากตัวเดียวก่อน ต้องกันเวลาไว้แค่ไหน ลองดูคร่าว ๆ ตามนี้ค่ะ

  • รอบแรก ปกติจะวางไว้ราว 2-3 ครั้ง เว้นห่างกันครั้งละ 3-4 สัปดาห์ แล้วค่อยมานั่งดูผลกัน ซึ่งแพทย์จะประเมินเป็นรายบุคคลอีกที
  • สัปดาห์แรกของแต่ละครั้ง อาจเจอผิวแดง บวม หรือรอยช้ำจาง ๆ ซึ่งมักจางลงเองในราว 3-7 วัน จึงควรเลี่ยงนัดสำคัญในเจ็ดวันแรก
  • ครบชุดแล้วค่อยตัดสิน ถ้าเส้นในท่าที่ 1 นุ่มลงแต่เส้นตอนยิ้มยังเท่าเดิม นั่นคือจังหวะที่คำถามเรื่องการจับคู่จะมีคำตอบ

ข้อดีของการเรียงแบบนี้คือได้เห็นกับตาว่าตัวเดียวทำอะไรได้แค่ไหน แทนที่จะเติมสองอย่างพร้อมกันแล้วแยกไม่ออกว่าผลมาจากอะไรค่ะ

กลุ่มที่มักไปได้ดีกับการเริ่มตัวเดียวก่อน ได้แก่ คนที่รอบตาเริ่มบางลงและมีเส้นเล็ก ๆ ทั้งที่หน้านิ่ง คนที่ผิวแถบนั้นแห้งจนครีมบำรุงเอาไม่ค่อยอยู่ คนวัย 20-30 ปีที่อยากดูแลไว้ก่อนร่องจะลึก และคนที่อยากขอแค่ผิวสัมผัสดีขึ้นโดยยังไม่มีร่องลึก

เติม Botox ตอนไหนถึงเรียกว่าคุ้ม แล้วตอนไหนที่ยังไม่ต้อง?

ถ้าคำตอบคือท่าที่ 2 ชัดเจน คือเห็นตอนหัวเราะแต่หน้านิ่งแล้วหาย การจับคู่ก็เริ่มมีเหตุผลค่ะ เพราะต้นเหตุมาจากกล้ามเนื้อรอบตา (orbicularis oculi) ที่หดซ้ำ ๆ ทุกวัน

ตัวไหนทำงานตรงไหน
Botoxผ่อนแรงหดของกล้ามเนื้อรอบดวงตา เส้นที่โผล่ตอนขยับหน้าจึงเบาลง
Rejuran HBดูแลผิวที่บางและแห้ง ให้กลับมาแน่นขึ้นและผิวสัมผัสเรียบขึ้น

สองตัวนี้อยู่คนละระดับความลึกและไม่ทับหน้าที่กัน จึงมักส่งเสริมกันเมื่อใช้ร่วม แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนต้องเติมตั้งแต่ต้นค่ะ ถ้าท่าที่ 2 แทบไม่เห็นอะไร การเติมก็เป็นการจ่ายเพิ่มโดยไม่ได้แก้ต้นเหตุ

อีกเรื่องที่อยากให้ชั่งน้ำหนักคือ การลงเข็มแถบรอบดวงตาต้องอาศัยความแม่นยำสูงมาก ทั้งปริมาณและจุดที่ลงส่งผลกับความเป็นธรรมชาติของสีหน้าตอนยิ้มหรือพูด จึงควรให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญดูก่อนเสมอ ไม่ใช่ตัดสินจากคำบอกเล่าของคนรอบตัวนะคะ

ส่วนคนที่ออกมาเป็นท่าที่ 3 เป็นหลัก การเติม Botox อาจไม่ใช่คำตอบแรก เพราะที่เห็นมาจากผิวหย่อนและวอลลุ่มที่หายไป ซึ่งคนละโจทย์กัน ควรให้แพทย์ดูหน้าจริงก่อน

สรุป ใครที่ยังไม่ควรทำ และควรถามคุณหมอว่าอะไรบ้าง?

ก่อนจองคิว มีรายการที่ควรเช็กด้วยค่ะ กลุ่มด้านล่างยังไม่เหมาะกับการทำแถบรอบดวงตา ควรคุยกับแพทย์ก่อนเสมอ

  • อยู่ระหว่างตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร
  • มีแผลติดเชื้อหรืออาการอักเสบตรงตำแหน่งที่จะลงเข็ม
  • เคยแพ้ส่วนผสมใน Rejuran HB โดยเฉพาะ PN ที่ได้จากปลาแซลมอน
  • มีภาวะภูมิคุ้มกันผิดปกติที่ยังคุมอาการไม่ได้

และหลังทำ ถ้าเจออาการที่ผิดไปจากเดิม หรือรู้สึกว่าการมองเห็นเปลี่ยนไป ควรกลับไปพบแพทย์โดยเร็ว ไม่ต้องรอให้ถึงนัดถัดไปค่ะ

สรุปคือ เส้นตอนหน้านิ่งกับเส้นตอนยิ้มเป็นคนละเรื่อง คำว่าต้องเพิ่มอีกตัวจะมีความหมายก็ต่อเมื่อรู้แล้วว่าตัวเองอยู่กลุ่มไหน ลองส่องสามท่า จดคำตอบ แล้วยกไปให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญช่วยดูก่อนตัดสินใจนะคะ

  • ท่าไหนของหนูที่เห็นชัดที่สุด และคุณหมอเห็นตรงกันไหม
  • ถ้าเริ่มตัวเดียวก่อน ควรประเมินผลกันตอนครั้งที่เท่าไหร่
  • ถ้าจะจับคู่ ควรทำพร้อมกันวันเดียว หรือแยกวันดีกว่า

งบที่ต้องเตรียมจะขยับตามจำนวนรอบและตัวที่เลือกจับคู่ด้วย จึงบอกเป็นตัวเลขเดียวไม่ได้ รายละเอียดดูได้ที่หน้า /th/price และหน้า /th/promotion นะคะ

หากกังวลกับร่องรอยรอบดวงตาและไม่แน่ใจว่าควรเริ่มตรงไหน ทักเข้ามาทาง LINE เพื่อคุยกับคุณหมอที่ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ได้เลยนะคะ คุยกันก่อนได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายนะคะ

คำถามที่พบบ่อย

ส่องกระจกแล้วเห็นทั้งท่าที่ 1 และท่าที่ 2 ควรทำยังไงดี?

กรณีนี้เจอบ่อยค่ะ ปกติจะเรียงตามว่าอันไหนรบกวนใจมากกว่า แล้วให้แพทย์ดูหน้าจริงว่าควรเริ่มจากตัวไหน และจะแยกวันหรือทำพร้อมกัน

ทำรอบตาแล้วช้ำง่ายกว่าที่อื่นจริงไหม?

จริงค่ะ เพราะผิวบริเวณนั้นบางกว่าที่อื่นมาก จึงมีโอกาสเห็นรอยช้ำได้ง่ายกว่า โดยทั่วไปมักจางลงเองใน 3-7 วัน จึงควรเผื่อเวลาไว้ก่อนมีนัดสำคัญ

อายุยังไม่ถึง 30 ทำเร็วไปหรือเปล่า?

ไม่จำเป็นต้องรอให้ร่องลึกก่อนค่ะ วัย 20-30 ปีเป็นช่วงที่หลายคนเลือกดูแลไว้ก่อน แต่ควรให้แพทย์ดูสภาพผิวจริงว่าจำเป็นแค่ไหนตอนนี้

ควรกันเวลาไว้กี่วันก่อนงานสำคัญ?

แนะนำให้เผื่ออย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ค่ะ เพราะผิวแดงหรือรอยช้ำจาง ๆ มักใช้เวลาราว 3-7 วันกว่าจะเข้าที่ และแต่ละคนฟื้นตัวไม่เท่ากัน

บทความแนะนำ

การซื้อแพ็กเกจลบรอยสักหลายครั้งผิวหนัง

ซื้อแพ็กเกจลบรอยสักหลายครั้ง ต้องถามอะไรก่อนจ่ายเงิน?

ซื้อแพ็กเกจลบรอยสัก 10 ครั้ง แล้วรอยหายตั้งแต่ครั้งที่ 7 ครั้งที่เหลือจะเป็นยังไง? บทความนี้ช่วยให้คุณรู้เงื่อนไขที่ต้องถามก่อนจ่ายเงิน เพื่อไม่ต้องเสียใจภายหลังค่ะ

การถามราคาลบรอยสักจากหลายคลินิกผิวหนัง

ราคาลบรอยสัก ทำไมแต่ละที่บอกต่างกัน? อ่านใบเสนอราคาให้เป็น

ถามราคาลบรอยสักไปสามที่ได้ตัวเลขสามชุดที่ต่างกันมาก? ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะแต่ละคลินิกมีวิธีคิดราคาที่ต่างกัน บทความนี้ช่วยให้คุณอ่านใบเสนอราคาเป็นและรู้ว่าต้องเตรียมอะไรไปถามค่ะ

รอยสักนิ้วมือ ข้อมือ ข้อเท้า การลบด้วยเลเซอร์ผิวหนัง

วางแผนลบรอยสักนิ้ว ข้อมือ ข้อเท้า ต้องรู้อะไรก่อนเริ่ม?

รอยสักนิ้ว ข้อมือ ข้อเท้าอาจดูเล็ก แต่ต้องวางแผนต่างออกไปจากบริเวณอื่น บทความนี้จะช่วยให้คุณตั้งเป้าหมายที่เป็นจริง เตรียมตัวได้ถูกต้อง และดูแลตัวเองระหว่างรักษาอย่างมีประสิทธิภาพค่ะ

บทความล่าสุด

การซื้อแพ็กเกจลบรอยสักหลายครั้งผิวหนัง

ซื้อแพ็กเกจลบรอยสักหลายครั้ง ต้องถามอะไรก่อนจ่ายเงิน?

ซื้อแพ็กเกจลบรอยสัก 10 ครั้ง แล้วรอยหายตั้งแต่ครั้งที่ 7 ครั้งที่เหลือจะเป็นยังไง? บทความนี้ช่วยให้คุณรู้เงื่อนไขที่ต้องถามก่อนจ่ายเงิน เพื่อไม่ต้องเสียใจภายหลังค่ะ

การถามราคาลบรอยสักจากหลายคลินิกผิวหนัง

ราคาลบรอยสัก ทำไมแต่ละที่บอกต่างกัน? อ่านใบเสนอราคาให้เป็น

ถามราคาลบรอยสักไปสามที่ได้ตัวเลขสามชุดที่ต่างกันมาก? ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะแต่ละคลินิกมีวิธีคิดราคาที่ต่างกัน บทความนี้ช่วยให้คุณอ่านใบเสนอราคาเป็นและรู้ว่าต้องเตรียมอะไรไปถามค่ะ

รอยสักนิ้วมือ ข้อมือ ข้อเท้า การลบด้วยเลเซอร์ผิวหนัง

วางแผนลบรอยสักนิ้ว ข้อมือ ข้อเท้า ต้องรู้อะไรก่อนเริ่ม?

รอยสักนิ้ว ข้อมือ ข้อเท้าอาจดูเล็ก แต่ต้องวางแผนต่างออกไปจากบริเวณอื่น บทความนี้จะช่วยให้คุณตั้งเป้าหมายที่เป็นจริง เตรียมตัวได้ถูกต้อง และดูแลตัวเองระหว่างรักษาอย่างมีประสิทธิภาพค่ะ

วิธีประเมินงบและวางแผนค่าใช้จ่ายสกินบูสเตอร์ทั้งโปรแกรมผิวหนัง

สกินบูสเตอร์คุ้มไหม? วิธีประเมินงบและวางแผนค่าใช้จ่ายทั้งโปรแกรม

หลายคนเห็นราคาสกินบูสเตอร์ต่อครั้งแล้วคิดว่าพอรับได้ แต่พอนับโปรแกรมทั้งหมดแล้วตัวเลขสูงกว่าที่คาด บทความนี้ Beautystone Clinic จะช่วยให้คุณคำนวณงบรวม อ่านใบเสนอราคาให้ออก และประเมินว่าสกินบูสเตอร์คุ้มกับสภาพผิวของคุณจริง ๆ ไหมค่ะ

ร้อยไหมหน้าผากอันตรายไหม รู้ความเสี่ยงและสัญญาณที่บอกว่าควรเลือกวิธีอื่นลิฟติ้ง

ร้อยไหมหน้าผากอันตรายไหม? รู้ความเสี่ยงและสัญญาณควรเลือกวิธีอื่น

ก่อนตัดสินใจร้อยไหมหน้าผาก ควรรู้ก่อนว่ามีความเสี่ยงอะไรบ้าง และหน้าผากแบบไหนที่ร้อยไหมช่วยได้จริง บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณเข้าใจสัญญาณเตือนและทางเลือกที่เหมาะกับสภาพหน้าผากของคุณค่ะ

Titanium Lifting ถึงเวลานัดครั้งถัดไปหรือยัง อ่านสัญญาณผิวก่อนคอลลาเจนเสื่อมผิวหนัง

Titanium Lifting ถึงเวลานัดครั้งถัดไปหรือยัง? อ่านสัญญาณผิว

คอลลาเจนจาก Titanium Lifting ไม่ได้เสื่อมพร้อมกัน แต่ผิวจะส่งสัญญาณก่อนล่วงหน้าเสมอ บทความนี้สอนวิธีอ่านสัญญาณเหล่านั้น เพื่อให้คุณนัดครั้งถัดไปได้ในเวลาที่เหมาะสมที่สุดค่ะ

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors