เปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สำหรับแก้มตอบ
รูปหน้าและวอลุ่ม

Juvelook Volume กับ Ellanse เลือกอันไหนดีสำหรับแก้มตอบ?

เมื่อแก้มเริ่มตอบลึกขึ้นทุกปี การดูแลด้วยครีมอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณเปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สองตัวเลือกที่ช่วยเรื่องวอลลุ่มหน้าและกระตุ้นคอลลาเจน พร้อมแนวทางเลือกที่เหมาะกับแต่ละคน นะคะ

ติดตาม Hongdae Beautys Doctors YouTube

เคยไหมคะ ที่ส่องกระจกแล้วรู้สึกว่าแก้มดูบางลงหรือตอบมากกว่าเมื่อก่อน? ปัญหานี้เป็นเรื่องที่หลายคนกังวลใจ โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น ไขมันและคอลลาเจนใต้ผิวลดลงตามธรรมชาติ ทำให้ผิวไม่ฟูเหมือนวัยเด็ก บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกความแตกต่างระหว่าง Juvelook Volume และ Ellanse สองตัวเลือกยอดนิยมสำหรับแก้มตอบ พร้อมแนะนำแนวทางการดูแล ไปดูกันเลยค่ะ

Juvelook Volume และ Ellanse คืออะไร?

Juvelook Volume เป็นคอลลาเจนบูสเตอร์ (Collagen Booster) ที่มีส่วนผสมหลักคือ PDLLA (Poly-D,L-Lactic Acid) ผสมกับ Hyaluronic Acid (HA) ที่ไม่มีการเชื่อมขวาง ทำให้มีคุณสมบัติสองอย่างในตัวเดียว คือช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นได้ทันทีจาก HA และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะยาวจาก PDLLA

ส่วน Ellanse มีส่วนผสมหลักคือ PCL (Polycaprolactone) ที่ฝังอยู่ใน CMC gel ร่างกายจะค่อย ๆ สลาย PCL ได้เองตามธรรมชาติ แต่ช้ากว่า PLLA ทำให้ระยะเวลาที่ผลอยู่ได้ยาวนานขึ้น ระหว่างที่ร่างกายสลาย PCL ก็กระตุ้นให้ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) สร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาด้วย

พูดง่าย ๆ คือทั้งสองตัวนี้ไม่ได้แค่เติมวอลลุ่มจากภายนอก แต่กระตุ้นให้ผิวสร้างโครงสร้างตัวเองขึ้นมาใหม่ค่ะ

กลไกการทำงานของ PDLLA และ PCL ในชั้นผิวหนัง

กลไกการออกฤทธิ์ต่างกันอย่างไร?

ความแตกต่างสำคัญของทั้งสองตัวอยู่ที่ส่วนผสมและความเร็วในการออกฤทธิ์

Juvelook Volume มี HA อยู่ด้วย ทำให้หลังฉีดรู้สึกได้ว่าผิวฟูขึ้นทันที จากนั้น PDLLA ค่อย ๆ กระตุ้นคอลลาเจนในช่วง 1-3 เดือนถัดมา ผลลัพธ์จึงมีทั้งระยะสั้นและระยะยาวในเวลาเดียวกัน

Ellanse ผลจะค่อยเป็นค่อยไปกว่า เนื่องจากไม่มี HA มาช่วยในช่วงแรก แต่ PCL สลายตัวช้า ทำให้ผลมักอยู่ได้นานกว่า โดยทั่วไปอยู่ในช่วง 2-4 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลของแต่ละบุคคล

มีงานวิจัยที่สนับสนุนว่า biostimulator ประเภทนี้สามารถเพิ่มความหนาแน่นของคอลลาเจนในชั้นผิวหนังได้ (งานวิจัย PMC9233565) อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง

เหมาะกับใคร และไม่เหมาะกับใคร?

การเลือกระหว่าง Juvelook Volume และ Ellanse ขึ้นอยู่กับสภาพแก้มและสิ่งที่คุณต้องการค่ะ

Juvelook Volume อาจเหมาะกับ:

  • ต้องการเห็นผลได้เร็วในช่วงแรก
  • แก้มตอบในระดับน้อยถึงปานกลาง
  • ต้องการความยืดหยุ่นในการปรับแต่งทีหลัง เนื่องจาก HA สามารถละลายได้ด้วยไฮยาลูโรนิเดส
  • กำลังเริ่มต้นทำคอลลาเจนบูสเตอร์ครั้งแรก

Ellanse อาจเหมาะกับ:

  • ต้องการผลที่ยาวนานและไม่อยากนัดซ้ำบ่อย
  • แก้มตอบในระดับปานกลางถึงมาก
  • พร้อมรับความเสี่ยงที่การแก้ไขทำได้ยากกว่า เนื่องจาก PCL ไม่สามารถละลายด้วยยาได้

ไม่เหมาะกับทั้งสองตัว หาก:

  • กำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
  • มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือโรคออโตอิมมูน
  • มีการติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด
  • มีประวัติแพ้ส่วนผสมของผลิตภัณฑ์
ตารางเปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย Juvelook Volume กับ Ellanse

ผลข้างเคียงและข้อควรระวัง

เช่นเดียวกับการฉีดประเภทอื่น ทั้ง Juvelook Volume และ Ellanse อาจมีผลข้างเคียงได้ค่ะ ที่พบบ่อยคืออาการบวมแดงหรือรอยช้ำบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักหายได้เองภายใน 3-7 วัน

ในบางกรณีอาจพบก้อนแข็งเล็ก ๆ (Granuloma) ใต้ผิวหนัง โดยเฉพาะหากฉีดในระดับความลึกที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจต้องได้รับการดูแลจากแพทย์เพิ่มเติม หากมีอาการผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันทีค่ะ

สำหรับ Ellanse ควรระวังเป็นพิเศษเรื่องการแก้ไข เนื่องจาก PCL ไม่มียาที่ละลายได้ ต่างจาก HA filler ที่ใช้ไฮยาลูโรนิเดสแก้ไขได้

หลังฉีดทั้งสองชนิด แนะนำให้หลีกเลี่ยงการนวดหน้าหรือออกกำลังกายหนักในวันแรก และทาครีมกันแดดทุกวันเพื่อดูแลผิวค่ะ

เปรียบเทียบแบบรวดเดียว

ด้านJuvelook VolumeEllanse
ส่วนผสมหลักPDLLA + HA (ไม่เชื่อมขวาง)PCL ใน CMC gel
ผลทันทีมี (จาก HA)ค่อยเป็นค่อยไป
ระยะเวลาผล1-2 ปี (โดยประมาณ)2-4 ปี (โดยประมาณ)
แก้ไขได้ไหมส่วน HA ละลายได้ด้วยยาแก้ไขได้ยาก
เหมาะกับต้องการเห็นผลเร็ว / มือใหม่ต้องการผลยาวนาน / ไม่อยากซ้ำบ่อย

สรุป

ทั้ง Juvelook Volume และ Ellanse เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับปัญหาแก้มตอบ แต่กลไกและระยะเวลาออกฤทธิ์ต่างกันอยู่ที่ส่วนผสม PDLLA+HA ของ Juvelook Volume ให้ผลได้เร็วกว่าและปรับแต่งได้ง่ายกว่า ขณะที่ PCL ใน Ellanse ให้ผลที่ยาวนานกว่าแต่แก้ไขได้ยากกว่าค่ะ

ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ สำหรับราคาและโปรโมชันปัจจุบัน สามารถดูรายละเอียดได้ที่ /th/price และ /th/promotion

หากคุณกำลังกังวลเรื่องแก้มตอบและอยากรู้ว่าตัวไหนเหมาะกับคุณ ทักมาได้เลยนะคะ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ยินดีให้คำปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ

บทความแนะนำ

สัญญาณที่บอกว่ากรามเริ่มกลับมาหลังโบท็อกซ์รูปหน้าและวอลุ่ม

โบท็อกซ์กรามกลับมาเหลี่ยมอีกแล้ว ทำซ้ำได้เลยไหม หรือต้องรอ?

โบท็อกซ์กรามช่วยให้กล้ามเนื้อ masseter เล็กลงได้จริง แต่ผลจะค่อย ๆ หายไปเมื่อกล้ามเนื้อฟื้นตัว บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณรู้จักสัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาทำซ้ำ และวิธีประเมินจังหวะที่ดีที่สุดสำหรับคุณค่ะ

Baby Botox เริ่มอายุ 20 ปลาย–30 ต้น จำเป็นจริงไหม?รูปหน้าและวอลุ่ม

Baby Botox เริ่มตอนอายุ 20 ปลาย–30 ต้น จำเป็นจริงไหม?

Baby Botox คือการฉีดโบท็อกซ์ปริมาณน้อยเพื่อลดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อและชะลอการฝังลึกของริ้วรอย อายุ 20 ปลายถึง 30 ต้นเริ่มดูแลไว้ก่อนได้ไหม?

Sculptra ทำที่คอและเดคอลเลเต ได้ผลจริงไหม ต่างจากทำหน้ายังไงรูปหน้าและวอลุ่ม

Sculptra ทำที่คอและเดคอลเลเต ได้ผลจริงไหม? ต่างจากทำหน้ายังไง

Sculptra หรือ PLLA คอลลาเจนบูสเตอร์ ไม่ได้ใช้แค่บนใบหน้า บริเวณคอและเดคอลเลเตก็ตอบสนองได้ดี แต่มีข้อแตกต่างเรื่องเทคนิคและจำนวนครั้งที่ควรรู้ก่อน

บทความล่าสุด

ผิวแพ้ง่ายที่เข้าเกณฑ์ทำ Laser Toning ได้และไม่ได้ผิวหนัง

ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ก่อนตัดสินใจ

ผิวแพ้ง่ายไม่ได้แปลว่าทำ Laser Toning ไม่ได้เสมอไปค่ะ บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าตัวเองเข้าเกณฑ์ไหน และควรเตรียมผิวอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด

สัญญาณที่บอกว่ากรามเริ่มกลับมาหลังโบท็อกซ์รูปหน้าและวอลุ่ม

โบท็อกซ์กรามกลับมาเหลี่ยมอีกแล้ว ทำซ้ำได้เลยไหม หรือต้องรอ?

โบท็อกซ์กรามช่วยให้กล้ามเนื้อ masseter เล็กลงได้จริง แต่ผลจะค่อย ๆ หายไปเมื่อกล้ามเนื้อฟื้นตัว บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณรู้จักสัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาทำซ้ำ และวิธีประเมินจังหวะที่ดีที่สุดสำหรับคุณค่ะ

กลไกการทำงานของ Rejuran HB PN และ HA ในผิวรอบดวงตาผิวหนัง

Rejuran HB ทำรอบดวงตาตัวเดียวพอไหม หรือต้องจับคู่กับอะไรเพิ่ม?

บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่ารอยย่นรอบดวงตาแบบไหนที่ Rejuran HB จัดการได้คนเดียว และแบบไหนที่ควรใช้ร่วมกับ Botox หรือตัวอื่น พร้อมแนะนำแนวทางการตัดสินใจที่ตรงกับสภาพผิวของคุณนะคะ

ไทม์ไลน์ผลลัพธ์ Alltite RF ตั้งแต่ทำทันทีถึง 12 สัปดาห์ลิฟติ้ง

Alltite RF เห็นผลเมื่อไหร่? ไทม์ไลน์ผลลัพธ์และระยะเวลาที่อยู่ได้

บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปดูไทม์ไลน์ผลลัพธ์ของ Alltite RF ตั้งแต่ปฏิกิริยาแรกทันทีหลังทำ ไปจนถึงช่วงที่คอลลาเจนสร้างเต็มที่ในสัปดาห์ที่ 4-12 พร้อมแนะนำแนวทางดูแลเพื่อให้ผลอยู่ได้นานขึ้นนะคะ

Shurink Universe ทำแล้วหน้าผอมไหม? วิธีป้องกันแก้มยุบลิฟติ้ง

Shurink Universe ทำแล้วหน้าผอมลงไหม? วิธีป้องกันแก้มยุบที่ควรรู้

หลายคนกังวลว่าหลังทำ Shurink Universe แล้วหน้าจะยิ่งผอมจนดูโทรม บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าทำไมถึงเกิดขึ้น และมีวิธีรับมืออย่างไรบ้าง

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors