สัญญาณที่บอกว่ากรามเริ่มกลับมาหลังโบท็อกซ์
รูปหน้าและวอลุ่ม

โบท็อกซ์กรามกลับมาเหลี่ยมอีกแล้ว ทำซ้ำได้เลยไหม หรือต้องรอ?

โบท็อกซ์กรามช่วยให้กล้ามเนื้อ masseter เล็กลงได้จริง แต่ผลจะค่อย ๆ หายไปเมื่อกล้ามเนื้อฟื้นตัว บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณรู้จักสัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาทำซ้ำ และวิธีประเมินจังหวะที่ดีที่สุดสำหรับคุณค่ะ

ติดตาม Hongdae Beautys Doctors YouTube

เคยทำโบท็อกซ์กรามแล้วรู้สึกพอใจกับผล แต่พอผ่านไปสักพักก็สังเกตว่ากรามเริ่มดูเหลี่ยมขึ้นอีกครั้งไหมคะ? นั่นไม่ใช่เรื่องผิดปกติ เพราะโบท็อกซ์ (Botox) ไม่ได้ให้ผลถาวร และกล้ามเนื้อ masseter จะค่อย ๆ ฟื้นตัวกลับมาตามธรรมชาติ คำถามที่หลายคนสงสัยคือ ควรรอนานแค่ไหน และจะรู้ได้อย่างไรว่าถึงเวลาทำซ้ำแล้ว? บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณเจาะลึกเรื่องนี้ พร้อมแนะนำแนวทางการดูแลที่เหมาะสมค่ะ

โบท็อกซ์กรามทำงานอย่างไร?

โบท็อกซ์ หรือ Botulinum Toxin Type A เป็นสารที่ออกฤทธิ์ชั่วคราวที่บริเวณรอยต่อระหว่างเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ เมื่อฉีดเข้าที่กล้ามเนื้อ masseter (กล้ามเนื้อบดเคี้ยวบริเวณกราม) จะทำให้กล้ามเนื้อทำงานน้อยลงชั่วคราว

พูดง่าย ๆ คือ เมื่อกล้ามเนื้อถูกใช้งานน้อยลง มันก็จะค่อย ๆ เล็กลง (atrophy) ทำให้กรามดูเรียวและเข้ารูปขึ้น ผลที่เห็นชัดมักเริ่มประมาณ 4-6 สัปดาห์หลังฉีด และจะเด่นชัดที่สุดในช่วง 2-3 เดือนแรก

อย่างไรก็ตาม เส้นประสาทจะค่อย ๆ ฟื้นตัวและสร้างจุดเชื่อมต่อใหม่ กล้ามเนื้อ masseter ก็จะเริ่มทำงานได้อีกครั้ง ซึ่งมักใช้เวลาประมาณ 4-6 เดือนขึ้นไป ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

สัญญาณที่บอกว่ากรามเริ่มกลับมา

ก่อนจะรีบนัดทำซ้ำ ลองสังเกตสัญญาณเหล่านี้ก่อนนะคะ เพราะบางคนอาจแค่รู้สึกแบบนั้นแต่ผลยังคงอยู่ดี

  • รู้สึกว่ากรามตึงหรือมีแรงเวลาเคี้ยวอาหารมากขึ้น โดยเฉพาะอาหารที่ต้องใช้แรงบด
  • มองกระจกแล้วเห็นว่ากรามเริ่มดูเหลี่ยมหรือกว้างขึ้นจากช่วงที่ผลดีที่สุด
  • ตื่นเช้ามาแล้วรู้สึกกล้ามเนื้อกรามแข็งหรือตึงมากกว่าก่อน
  • โครงหน้าบริเวณแก้มถึงกรามดูไม่คมเท่าตอนผลดีสุด

สัญญาณเหล่านี้มักเริ่มปรากฏประมาณ 4-8 เดือนหลังการฉีด อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับนิสัยการเคี้ยว การนอนกัดฟัน และขนาดของกล้ามเนื้อเดิม

จังหวะที่เหมาะสมสำหรับการทำโบท็อกซ์กรามซ้ำ

ทำซ้ำเร็วเกินไปมีความเสี่ยงอะไรบ้าง?

หลายคนอยากรักษาผลให้ดีอยู่ตลอด แต่การทำซ้ำเร็วเกินไปอาจมีผลที่ไม่ต้องการค่ะ

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน PMC (ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ PMC11860558) ชี้ว่าการฉีดซ้ำก่อนที่สารจะถูกเผาผลาญหมดอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการสร้าง neutralizing antibodies ซึ่งอาจทำให้ผลของโบท็อกซ์ลดลงในระยะยาว

นอกจากนี้ การฉีดในช่วงที่กล้ามเนื้อยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ อาจทำให้กล้ามเนื้อ masseter ฝ่อมากเกินไป ซึ่งอาจส่งผลต่อแรงบดเคี้ยวในชีวิตประจำวัน

ผลข้างเคียงและข้อควรระวัง

โบท็อกซ์กรามโดยทั่วไปมีความปลอดภัยสูงเมื่อทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แต่อาจมีผลข้างเคียงที่ควรทราบดังนี้ค่ะ

  • รอยแดงหรือบวมเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักหายได้เองภายใน 1-3 วัน
  • กล้ามเนื้อใกล้เคียงได้รับผลกระทบเล็กน้อย อาจทำให้การแสดงออกทางสีหน้าเปลี่ยนไปชั่วคราว
  • ในกรณีที่ฉีดซ้ำบ่อยในระยะสั้น อาจเกิด antibody resistance ทำให้ผลลดลง
  • แรงบดเคี้ยวลดลงชั่วคราว ซึ่งมักไม่รุนแรงและหายเองเมื่อยาหมดฤทธิ์

หากมีอาการผิดปกติหลังการฉีด ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันทีนะคะ

กลุ่มที่ไม่ควรทำโบท็อกซ์กรามค่ะ

  • กำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
  • มีโรคเกี่ยวกับระบบประสาทและกล้ามเนื้อ
  • แพ้ส่วนประกอบของโบท็อกซ์
  • กำลังรับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด (ควรปรึกษาแพทย์ก่อน)
ความเสี่ยงของการทำโบท็อกซ์กรามซ้ำเร็วเกินไป

จังหวะที่เหมาะสมสำหรับการทำซ้ำ

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคลว่าพร้อมสำหรับการทำซ้ำแล้วหรือยัง แต่โดยทั่วไปมีแนวทางดังนี้ค่ะ

เกณฑ์การพิจารณาแนวทาง
ระยะเวลาจากครั้งที่แล้วอย่างน้อย 4-5 เดือนขึ้นไป
สัญญาณของกล้ามเนื้อรู้สึกได้ว่ากรามกลับมาตึงหรือเหลี่ยมขึ้น
ระดับการกลับมากรามกลับมาประมาณ 50-70% ของก่อนทำครั้งแรก
การยืนยันจากแพทย์ตรวจสอบด้วยการคลำหรือมองเห็นว่ากล้ามเนื้อฟื้นตัวพอสมควรแล้ว

หลายคนจะทำซ้ำประมาณทุก 6 เดือน อย่างไรก็ตาม บางคนที่ทำต่อเนื่องหลายครั้งอาจพบว่าระยะห่างระหว่างครั้งจะนานขึ้น เพราะกล้ามเนื้อ masseter จะค่อย ๆ เล็กลงตามธรรมชาติจากการใช้งานน้อยลงสะสม

สรุป

โบท็อกซ์กรามที่เริ่มเสื่อมผลและกรามกลับมาเหลี่ยมนั้นเป็นเรื่องปกติของการทำงานของร่างกายค่ะ สิ่งสำคัญคือการสังเกตสัญญาณที่เหมาะสม และรอให้ครบระยะเวลาที่ปลอดภัย (อย่างน้อย 4-5 เดือน) ก่อนพิจารณาทำซ้ำ

ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

หากคุณกำลังกังวลเรื่องกรามที่เริ่มกลับมาเหลี่ยม และอยากรู้ว่าถึงเวลาทำซ้ำแล้วหรือยัง ทักมาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ให้บริการปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ แอด LINE มาปรึกษาได้เลย หรือดูข้อมูลราคาเพิ่มเติมได้ที่ /th/price และโปรโมชันที่ /th/promotion

บทความแนะนำ

เปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สำหรับแก้มตอบรูปหน้าและวอลุ่ม

Juvelook Volume กับ Ellanse เลือกอันไหนดีสำหรับแก้มตอบ?

เมื่อแก้มเริ่มตอบลึกขึ้นทุกปี การดูแลด้วยครีมอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณเปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สองตัวเลือกที่ช่วยเรื่องวอลลุ่มหน้าและกระตุ้นคอลลาเจน พร้อมแนวทางเลือกที่เหมาะกับแต่ละคน นะคะ

Baby Botox เริ่มอายุ 20 ปลาย–30 ต้น จำเป็นจริงไหม?รูปหน้าและวอลุ่ม

Baby Botox เริ่มตอนอายุ 20 ปลาย–30 ต้น จำเป็นจริงไหม?

Baby Botox คือการฉีดโบท็อกซ์ปริมาณน้อยเพื่อลดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อและชะลอการฝังลึกของริ้วรอย อายุ 20 ปลายถึง 30 ต้นเริ่มดูแลไว้ก่อนได้ไหม?

Sculptra ทำที่คอและเดคอลเลเต ได้ผลจริงไหม ต่างจากทำหน้ายังไงรูปหน้าและวอลุ่ม

Sculptra ทำที่คอและเดคอลเลเต ได้ผลจริงไหม? ต่างจากทำหน้ายังไง

Sculptra หรือ PLLA คอลลาเจนบูสเตอร์ ไม่ได้ใช้แค่บนใบหน้า บริเวณคอและเดคอลเลเตก็ตอบสนองได้ดี แต่มีข้อแตกต่างเรื่องเทคนิคและจำนวนครั้งที่ควรรู้ก่อน

บทความล่าสุด

ผิวแพ้ง่ายที่เข้าเกณฑ์ทำ Laser Toning ได้และไม่ได้ผิวหนัง

ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ก่อนตัดสินใจ

ผิวแพ้ง่ายไม่ได้แปลว่าทำ Laser Toning ไม่ได้เสมอไปค่ะ บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าตัวเองเข้าเกณฑ์ไหน และควรเตรียมผิวอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด

กลไกการทำงานของ Rejuran HB PN และ HA ในผิวรอบดวงตาผิวหนัง

Rejuran HB ทำรอบดวงตาตัวเดียวพอไหม หรือต้องจับคู่กับอะไรเพิ่ม?

บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่ารอยย่นรอบดวงตาแบบไหนที่ Rejuran HB จัดการได้คนเดียว และแบบไหนที่ควรใช้ร่วมกับ Botox หรือตัวอื่น พร้อมแนะนำแนวทางการตัดสินใจที่ตรงกับสภาพผิวของคุณนะคะ

เปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สำหรับแก้มตอบรูปหน้าและวอลุ่ม

Juvelook Volume กับ Ellanse เลือกอันไหนดีสำหรับแก้มตอบ?

เมื่อแก้มเริ่มตอบลึกขึ้นทุกปี การดูแลด้วยครีมอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณเปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สองตัวเลือกที่ช่วยเรื่องวอลลุ่มหน้าและกระตุ้นคอลลาเจน พร้อมแนวทางเลือกที่เหมาะกับแต่ละคน นะคะ

ไทม์ไลน์ผลลัพธ์ Alltite RF ตั้งแต่ทำทันทีถึง 12 สัปดาห์ลิฟติ้ง

Alltite RF เห็นผลเมื่อไหร่? ไทม์ไลน์ผลลัพธ์และระยะเวลาที่อยู่ได้

บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปดูไทม์ไลน์ผลลัพธ์ของ Alltite RF ตั้งแต่ปฏิกิริยาแรกทันทีหลังทำ ไปจนถึงช่วงที่คอลลาเจนสร้างเต็มที่ในสัปดาห์ที่ 4-12 พร้อมแนะนำแนวทางดูแลเพื่อให้ผลอยู่ได้นานขึ้นนะคะ

Shurink Universe ทำแล้วหน้าผอมไหม? วิธีป้องกันแก้มยุบลิฟติ้ง

Shurink Universe ทำแล้วหน้าผอมลงไหม? วิธีป้องกันแก้มยุบที่ควรรู้

หลายคนกังวลว่าหลังทำ Shurink Universe แล้วหน้าจะยิ่งผอมจนดูโทรม บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าทำไมถึงเกิดขึ้น และมีวิธีรับมืออย่างไรบ้าง

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors