Shurink Universe ทำแล้วหน้าผอมลงไหม? วิธีป้องกันแก้มยุบที่ควรรู้
หลายคนกังวลว่าหลังทำ Shurink Universe แล้วหน้าจะยิ่งผอมจนดูโทรม บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าทำไมถึงเกิดขึ้น และมีวิธีรับมืออย่างไรบ้าง

เคยส่องกระจกแล้วรู้สึกว่าแก้มยุบลง หน้าดูแก่กว่าเดิม หลังจากทำ Shurink Universe ไหมคะ? หรือยังไม่ได้ทำแต่กังวลเรื่องนี้จนไม่กล้าตัดสินใจ — ความกังวลตรงนี้เป็นเรื่องที่หลายคนพูดถึงกันมากขึ้นเรื่อย ๆ
จริง ๆ แล้ว HIFU (High Intensity Focused Ultrasound) ทำงานโดยส่งพลังงานคลื่นเสียงความเข้มสูงลงไปถึงชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน แต่ในคนที่มีไขมันใต้ผิวหนังน้อยอยู่แล้ว พลังงานนี้อาจกระทบชั้นไขมันระหว่างทางได้ด้วย ผลที่ตามมาคือแก้มอาจดูยุบลงหลังรักษา ซึ่งไม่ได้เกิดกับทุกคน แต่ก็ไม่ใช่ความกลัวที่ไร้เหตุผล
บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกกลไกของ Shurink Universe ต่อไขมันใต้ผิวหนัง วิธีสังเกตว่าตัวเองเสี่ยงหรือเปล่า และแนวทางป้องกันที่ช่วยให้ได้หน้ากระชับโดยไม่ต้องแลกกับวอลลุ่มของแก้มนะคะ
Shurink Universe คืออะไร และทำงานอย่างไรในชั้นผิว?
Shurink Universe เป็นเครื่อง HIFU รุ่นใหม่จากเกาหลี ที่ส่งพลังงานคลื่นเสียงความเข้มสูงเข้าไปในจุดเล็ก ๆ ภายในเนื้อเยื่อ โดยไม่ทำลายผิวชั้นบน พลังงานนี้สร้างความร้อนแบบเฉพาะจุดที่ความลึกตั้งแต่ 1.5 มม. ถึง 4.5 มม. ขึ้นอยู่กับหัวยิงที่เลือกใช้
จุดเด่นของ HIFU คือสร้างความร้อนแบบ "กระโดดข้ามชั้น" เหมือนแสงที่ส่องผ่านแว่นขยายลงจุดเดียว — ชั้นผิวด้านบนเกือบไม่ได้รับความร้อน แต่จุดที่กำหนดข้างในร้อนพอที่จะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ กลไกนี้ช่วยให้ผิวแน่นขึ้นและยกกระชับโครงหน้าได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
อย่างไรก็ตาม ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat) อยู่ระหว่างชั้นหนังแท้กับชั้น SMAS พอดี ดังนั้นในการยิงแต่ละช็อต พลังงานจะผ่านชั้นนี้ก่อนเสมอ คำถามคือจะมีผลต่อชั้นไขมันหรือเปล่า — ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยที่จะอธิบายต่อไป
ทำไม Shurink Universe ถึงอาจทำให้แก้มยุบในบางคน?
งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า HIFU อาจมีผลต่อเซลล์ไขมัน (Adipocytes) ในชั้น Subcutaneous Fat โดยเฉพาะเมื่อพลังงานที่ส่งมีความเข้มสูงหรือจำนวนช็อตมาก ผลกระทบนี้จะชัดเจนมากขึ้นในคนที่มีไขมันใต้ผิวหนังน้อยอยู่แล้ว
ลองนึกภาพชั้นไขมันใต้ผิวเป็นแผ่นฟองน้ำที่รองรับรูปทรงใบหน้า คนที่มีแผ่นหนา แม้จะกดลงหน่อยก็ยังมีรูปทรงอยู่ แต่คนที่มีแผ่นบาง ถ้ากดเพิ่มอีกนิดก็อาจยุบได้ง่ายกว่า
ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงให้แก้มยุบหลัง HIFU ได้แก่ มีโครงหน้าเรียวหรือน้ำหนักลดลงมากก่อนทำ, จำนวนช็อตมากเกินความจำเป็นสำหรับโครงหน้านั้น ๆ, การยิงในบริเวณ Mid-cheek ที่ไขมันอยู่ค่อนข้างตื้น และการทำซ้ำบ่อยเกินไปโดยไม่ให้เวลาฟื้นตัวเพียงพอ
ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับโครงสร้างใบหน้าและปริมาณไขมันที่มีอยู่
ใครมีความเสี่ยงสูง และใครทำได้โดยไม่ต้องกังวล?
ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องเป็นห่วงเรื่องแก้มยุบหลังทำ Shurink Universe แพทย์จะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคลว่าโครงหน้าแบบไหนเหมาะกับพารามิเตอร์แบบไหน
เหมาะกับ Shurink Universe โดยไม่ต้องกังวลมาก — มีไขมันแก้มปานกลางถึงมาก อยากให้หน้ากระชับขึ้น, มีปัญหาหน้าหย่อนคล้อยชัดเจน เช่น ร่องแก้มลึกหรือกรอบหน้าไม่คม, อยู่ในช่วงอายุ 35 ปีขึ้นไปที่คอลลาเจนเริ่มลดลงตามธรรมชาติ
ควรพิจารณาเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจ — มีโครงหน้าเรียวหรือแก้มยุบอยู่แล้ว, เพิ่งลดน้ำหนักมากช่วงนี้, กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร, มีเครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) หรืออุปกรณ์โลหะในบริเวณที่จะรักษา, มีประวัติเป็นคีลอยด์หรืออักเสบเรื้อรัง
ในกลุ่มที่มีความเสี่ยง ไม่ได้หมายความว่าทำไม่ได้เลย แต่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อปรับแผนการยิง หรืออาจพิจารณาเสริมวอลลุ่มควบคู่กัน
วิธีป้องกันแก้มยุบ — การออกแบบการรักษาที่ดีต้องมีอะไรบ้าง?
ปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นมักไม่ได้มาจากตัวเครื่อง แต่มาจากการออกแบบโปรโตคอลที่ไม่ได้คำนึงถึงโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะประเมินและออกแบบแผนรักษาโดยคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้
การเลือกหัวยิงและความลึก — สำหรับคนที่มีไขมันแก้มน้อย แพทย์อาจเลือกหัวยิงที่ส่งพลังงานลึกกว่า เพื่อให้จุดโฟกัสอยู่ที่ชั้น SMAS โดยตรง ลดผลกระทบต่อชั้นไขมันระหว่างทาง
การจำกัดจำนวนช็อตในบริเวณแก้ม — ในคนที่ไขมันแก้มน้อย แพทย์มักลดช็อตในบริเวณ Mid-cheek และเพิ่มในบริเวณที่ต้องการยกกระชับมากกว่า เช่น กราม หรือคอ
การวางแผนเสริมวอลลุ่มควบคู่กัน — ในบางกรณีอาจแนะนำให้เสริมวอลลุ่มด้วยฟิลเลอร์หรือ คอลลาเจนบูสเตอร์ (Collagen Booster) หลัง Shurink Universe เพื่อชดเชยวอลลุ่มที่อาจลดลง ซึ่งเป็นการผสมผสานที่นิยมในคลินิกเกาหลี
ระยะห่างระหว่างการรักษา — โดยทั่วไปแนะนำให้ทำซ้ำได้ทุก 6–12 เดือน ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ การทำซ้ำถี่เกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงได้
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน PubMed ระบุว่าผลของ HIFU ต่อไขมันใต้ผิวหนังขึ้นอยู่กับพารามิเตอร์ที่ใช้อย่างมาก โดยโปรโตคอลที่ออกแบบมาเพื่อยกกระชับ SMAS เป็นหลักมีผลต่อชั้นไขมันน้อยกว่าโปรโตคอลที่ใช้พลังงานสูงในชั้นตื้น
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นและข้อควรระวัง
หลังทำ Shurink Universe อาจมีรอยแดง บวม หรือรู้สึกตึงที่ผิว ซึ่งมักหายได้เองภายใน 1–3 วัน บางคนอาจรู้สึกชาเล็กน้อยบริเวณที่ยิง ซึ่งโดยทั่วไปจะดีขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์
หากสังเกตว่าหน้าดูผอมลงหรือแก้มยุบมากกว่าที่คาด ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที เพราะการเสริมวอลลุ่มหลังรักษาสามารถทำได้ และยิ่งทำเร็ว ยิ่งแก้ไขได้ง่ายกว่า ผลข้างเคียงที่พบได้น้อยแต่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่ ผิวช้ำเป็นบริเวณกว้าง ปวดมากผิดปกติ หรือเส้นประสาทชาที่ไม่หายใน 2–3 สัปดาห์ หากมีอาการเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์ทันที
มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงรุนแรงน้อย แต่การทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในคลินิกที่ได้มาตรฐานช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมาก
สรุป — ทำ Shurink Universe แล้วหน้าจะผอมลงหรือเปล่า?
Shurink Universe เป็นเทคโนโลยี HIFU ที่มีประสิทธิภาพในการยกกระชับ SMAS และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน แต่ในบางคน โดยเฉพาะผู้ที่มีไขมันแก้มน้อย อาจส่งผลให้แก้มดูยุบลงได้หากออกแบบโปรโตคอลไม่เหมาะสมกับโครงหน้า การปรึกษาแพทย์ก่อนเพื่อประเมินโครงสร้างใบหน้าเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด
ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจนะคะ
หากคุณกำลังกังวลว่าทำ Shurink Universe แล้วหน้าจะผอมหรือแก้มจะยุบ แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล พร้อมประเมินโครงหน้าและออกแบบแผนรักษาที่เหมาะสม ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ
ข้อมูลอ้างอิง :
- Subcutaneous fat changes after HIFU treatment — PubMed
- HIFU effects on facial fat compartments — PubMed
- Protocol design for HIFU facial tightening — PubMed









