ภาพปกบทความอธิบายทำไมรีวิวเทอร์มาจ 1 สัปดาห์กับ 6 เดือนถึงต่างกัน
ลิฟติ้ง

ทำเทอร์มาจแล้วยังไม่เห็นผล ต้องรอถึงเมื่อไหร่ถึงจะเห็นผลจริง?

เทอร์มาจไม่ได้ให้ผลลัพธ์ตั้งแต่วันแรกที่ทำ กระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่จะเริ่มต้นในเดือนที่ 3 และขึ้นสูงสุดในเดือนที่ 6 บทความนี้อธิบายผ่านเคสจริงว่าทำไมรีวิว 1 สัปดาห์กับ 6 เดือนถึงต่างกันมาก

ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับตัวเองไหมดูจากรูปหรือบทความอย่างเดียวบอกได้ยาก ปรึกษาเป็นภาษาไทยได้ แผนการรักษาจะสรุปหลังพบแพทย์ที่คลินิก* มีเจ้าหน้าที่ภาษาไทย · ถามได้โดยตรงทาง LINEถามคุณหมอ

อัปเดตล่าสุด: กรกฎาคม 2026

เคยเป็นไหม? อ่านรีวิวเทอร์มาจ (Thermage) แล้วเจอคนละครึ่งที่บอกว่า 'ทำไปแล้วไม่เห็นอะไรเปลี่ยน' ทั้งที่จ่ายเงินไปหลายหมื่นบาท จนเริ่มสงสัยว่าตกลงเทอร์มาจได้ผลจริงหรือแค่การตลาดกันแน่

ความจริงแล้วรีวิวที่บอกว่า 'ไม่เห็นผล' ส่วนใหญ่มักมาจากการประเมินตัวเองเร็วเกินไป เพราะกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ในผิวยังไม่เริ่มทำงานเต็มที่ในช่วงสัปดาห์แรกหลังทำ บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณไปดูเคสจริงในคลินิกว่าทำไมรีวิว 1 สัปดาห์กับ 6 เดือนถึงต่างกันเป็นคนละเรื่อง พร้อมสิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจทำค่ะ

Thermage (เทอร์มาจ) คืออะไร ทำงานยังไง

Thermage FLX (เทอร์มาจ) คือหัตถการที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงแบบ Monopolar RF ให้ความร้อนกับชั้นผิวหนังแท้เป็นบริเวณกว้าง เพื่อกระตุ้นให้คอลลาเจนที่มีอยู่เดิมหดตัว พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเส้นใหม่ตามมาในภายหลัง

จุดที่ต่างจาก Ulthera (อัลเทอร่า) ซึ่งใช้พลังงานอัลตราซาวด์เจาะจงไปที่ชั้น SMAS โดยตรง คือเทอร์มาจให้ความร้อนกับผิวหนังแท้ทั้งชั้นแบบกระจายทั่วพื้นที่มากกว่าเจาะลึกไปชั้นเดียว จึงมักเหมาะกับปัญหาผิวหย่อนคล้อยแบบทั่วผิวและความกระชับที่ลดลง มากกว่าอาการหย่อนคล้อยที่มีมวลไขมันตกลงมาอย่างชัดเจน

ทำไมรีวิว 1 สัปดาห์กับ 6 เดือนถึงเหมือนคนละเรื่อง

นี่คือจุดที่คนไข้จำนวนมากเข้าใจผิด เทอร์มาจไม่ได้ให้ผลแบบทำเสร็จแล้วหน้าตึงทันที ในสัปดาห์แรกหลังทำมักแทบไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน ความรู้สึกกระชับเล็กน้อยที่บางคนรู้สึกได้ในช่วงนี้ ส่วนใหญ่มาจากอาการบวมชั่วคราวจากความร้อน ไม่ใช่ผลลัพธ์จริงจากคอลลาเจน

กระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่เพิ่งเริ่มทำงานอย่างจริงจังตั้งแต่ประมาณเดือนที่ 3 หลังทำ และมักขึ้นสูงสุดในเดือนที่ 6 การตัดสินว่า 'ไม่ได้ผล' ตั้งแต่สัปดาห์แรกจึงเปรียบเหมือนการเปิดเตาอบดูขนมปังทันทีที่ใส่เข้าไป แล้วบอกว่าไม่ฟู ทั้งที่ยังไม่ถึงเวลาที่แป้งจะขึ้นตัว

จากสถิติในคลินิกของเรา ผู้ที่ทำเทอร์มาจและประเมินความพึงพอใจในเดือนที่ 1 มีสัดส่วนพอใจอยู่ที่ประมาณ 30% แต่เมื่อสอบถามคนกลุ่มเดียวกันอีกครั้งในเดือนที่ 6 สัดส่วนความพึงพอใจขยับขึ้นไปมากกว่า 70% ทั้งที่เป็นการทำครั้งเดียวกัน สิ่งที่เปลี่ยนไม่ใช่ตัวหัตถการ แต่คือช่วงเวลาที่ประเมินผล

ช่วงเวลาประเมินสัดส่วนความพึงพอใจโดยประมาณ
เดือนที่ 1 หลังทำประมาณ 30%
เดือนที่ 6 หลังทำมากกว่า 70%

ตัวเลขนี้ไม่ได้แปลว่าเทอร์มาจ 'ช้า' แต่สะท้อนกลไกทางชีววิทยาที่คอลลาเจนต้องใช้เวลาสร้างและจัดเรียงตัวใหม่จริง ๆ

ภาพแสดงกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่หลังทำเทอร์มาจตั้งแต่เดือนที่ 3 ถึงเดือนที่ 6

เคสจริง: ทำไมบางคนรู้สึกว่าแก้มยุบลงช่วงแรก

มีอีกเคสหนึ่งที่พบบ่อยในการปรึกษา คือคนไข้ที่ทำเทอร์มาจจากคลินิกอื่นมาก่อน แล้วรู้สึกว่าเส้นหน้าดูกระชับขึ้นก็จริง แต่กลับรู้สึกว่าแก้มยุบลงกว่าเดิม ความรู้สึกนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก และมักเกิดจากความเข้าใจผิดเรื่องกลไกของเทอร์มาจ

เทอร์มาจไม่ใช่หัตถการที่ลดปริมาณไขมันใต้ผิวหนัง แต่สำหรับคนที่มีไขมันใต้ผิวค่อนข้างน้อยอยู่แล้วหรือมีรูปหน้าที่โหนกแก้มค่อนข้างเด่นชัด เมื่ออาการบวมจากความร้อนหลังทำยุบตัวลง อาจทำให้รู้สึกว่าใบหน้าดูตอบหรือยุบลงชั่วคราวมากกว่าที่คาดไว้

จุดนี้ไม่ได้แปลว่าเทอร์มาจไม่เหมาะกับคนกลุ่มนี้เสมอไป แต่หมายความว่าการเลือกบริเวณและจำนวนช็อตต้องพิจารณาจากรูปหน้าจริงของแต่ละคนตั้งแต่ต้น เพื่อลดโอกาสเกิดความรู้สึกแบบนี้ และเมื่อผ่านไปจนถึงเดือนที่ 6 ที่คอลลาเจนใหม่เริ่มเข้าที่ ความรู้สึกยุบตัวชั่วคราวนี้มักดีขึ้นตามไปด้วยค่ะ

ภาพแสดงเคสที่รู้สึกว่าแก้มยุบลงชั่วคราวหลังทำเทอร์มาจ

เทอร์มาจเหมาะกับใคร ต้องระวังอะไรเป็นพิเศษ

เทอร์มาจเหมาะกับคนที่กังวลเรื่องผิวหย่อนคล้อยหรือความกระชับของผิวโดยรวมลดลง มากกว่าคนที่ต้องการยกกระชับโครงหน้าที่หย่อนคล้อยชัดเจนแบบมีมวลไขมันตกลงมา ซึ่งอาจต้องพิจารณาหัตถการอื่นร่วมด้วยตามดุลยพินิจของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

สิ่งที่ควรพูดคุยกับแพทย์ให้ชัดเจนก่อนทำ ได้แก่ ปริมาณไขมันใต้ผิวหน้าในปัจจุบัน โครงหน้าและตำแหน่งโหนกแก้ม รวมถึงเป้าหมายที่คาดหวังจริง เพราะสิ่งเหล่านี้มีผลโดยตรงต่อการเลือกบริเวณและจำนวนช็อตที่เหมาะสม การประเมินตั้งแต่ต้นอย่างละเอียดช่วยลดโอกาสเกิดความรู้สึกไม่ตรงกับที่คาดหวังในภายหลังได้มาก

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังหลังทำเทอร์มาจ

สิ่งที่พบบ่อยที่สุดหลังทำเทอร์มาจในทางปฏิบัติไม่ใช่ผลข้างเคียงรุนแรง แต่คือความคาดหวังที่ไม่ตรงกับระยะเวลาจริงของผลลัพธ์ตามที่อธิบายไปข้างต้น ผลข้างเคียงทางการแพทย์ที่แท้จริงพบได้ไม่บ่อยนัก

อาจมีรอยแดงหรือรู้สึกอุ่น ๆ บริเวณที่ทำเล็กน้อยในช่วง 2-3 วันแรก ซึ่งมักดีขึ้นได้เองโดยไม่ต้องดูแลเป็นพิเศษ ในบางกรณีอาจมีอาการบวมเล็กน้อย และในกรณีที่พบได้น้อยมากอาจเกิดรอยไหม้ที่ผิวหนังได้หากตั้งค่าพลังงานหรือความลึกไม่เหมาะสม ซึ่งมักไม่เกิดขึ้นหากทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญภายใต้การตั้งค่ามาตรฐาน หากมีอาการผิดปกติ เช่น บวมมากผิดปกติหรือรอยแดงลุกลามต่อเนื่อง ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที ไม่ควรปล่อยไว้หรือดูแลด้วยตัวเอง

ในช่วง 2 สัปดาห์หลังทำ ควรเลี่ยงซาวน่า อบไอน้ำ และการดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมาก และควรเพิ่มความระมัดระวังเรื่องการปกป้องผิวจากแสงแดดมากกว่าปกติ เพราะมีผลโดยตรงต่อกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ที่กำลังดำเนินอยู่

เทอร์มาจอยู่ได้นานแค่ไหน ต้องทำซ้ำทุกกี่เดือน

โดยเฉลี่ยแล้วผลลัพธ์จากเทอร์มาจมักอยู่ได้ประมาณ 12-18 เดือน แต่ระยะเวลานี้แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลค่อนข้างมาก ขึ้นอยู่กับความหนาของผิว การโดนแสงแดดสะสม การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัว และพฤติกรรมการแสดงออกทางสีหน้าในชีวิตประจำวัน บางคนอาจอยู่ได้เพียงประมาณ 10 เดือน ขณะที่บางคนอาจอยู่ได้ใกล้เคียง 2 ปี

แนวทางที่มักแนะนำคือ ประเมินผลลัพธ์อีกครั้งในเดือนที่ 6 โดยเปรียบเทียบภาพถ่ายก่อนและหลังทำ จากนั้นจึงพิจารณาช่วงเวลาทำซ้ำในช่วงประมาณ 1 ปีถึง 1 ปีครึ่ง ตามผลลัพธ์ที่เห็นจริง เทอร์มาจจึงไม่ใช่หัตถการที่ต้องทำซ้ำทุกปีเป็นประจำเสมอไป

ภาพแสดงระยะเวลาที่ผลลัพธ์เทอร์มาจอยู่ได้และช่วงเวลาทำซ้ำ

สรุป

รีวิวเทอร์มาจที่บอกว่าไม่ได้ผลส่วนใหญ่มักเป็นการประเมินในช่วงสัปดาห์แรก ก่อนที่กระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่จะเริ่มทำงานจริงในเดือนที่ 3 และขึ้นสูงสุดในเดือนที่ 6 ความรู้สึกยุบตัวหรือแบนลงชั่วคราวในบางคนก็มักดีขึ้นเมื่อผ่านช่วงเวลานี้ไปเช่นกัน

ทั้งนี้ผลลัพธ์และระยะเวลาที่เห็นผลอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและโครงหน้าของแต่ละคน ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ Beautystone Clinic ตั้งอยู่ย่านฮับจอง กรุงโซล มีช่องทางปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายผ่าน LINE หากคุณกำลังอ่านรีวิวเทอร์มาจแล้วสับสนว่าตกลงได้ผลจริงไหม แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ

คำถามที่พบบ่อย

Q1. ทำเทอร์มาจแล้วกี่เดือนถึงจะเห็นผลจริง?

โดยทั่วไปกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่จะเริ่มทำงานอย่างจริงจังตั้งแต่ประมาณเดือนที่ 3 หลังทำ และมักขึ้นสูงสุดในเดือนที่ 6 ค่ะ การประเมินผลตั้งแต่สัปดาห์แรกอาจยังเร็วเกินไป ผลลัพธ์ที่แท้จริงจึงควรดูตั้งแต่ช่วงเดือนที่ 3 เป็นต้นไป

Q2. ทำเทอร์มาจแล้วรู้สึกยังไง เจ็บไหม?

ระหว่างทำมักรู้สึกอุ่น ๆ ที่ผิวสลับกับความรู้สึกคล้ายโดนหนังยางดีดเบา ๆ ในบางจังหวะ ความรู้สึกนี้แตกต่างกันไปในแต่ละคนตามความไวของผิว หลังทำอาจมีรอยแดงหรือความรู้สึกอุ่นเล็กน้อยในช่วง 2-3 วันแรก ซึ่งมักดีขึ้นได้เอง

Q3. เทอร์มาจอยู่ได้นานแค่ไหน ต้องทำซ้ำทุกกี่เดือน?

โดยเฉลี่ยผลลัพธ์มักอยู่ได้ประมาณ 12-18 เดือน แต่แตกต่างกันไปตามสภาพผิวและพฤติกรรมการใช้ชีวิตของแต่ละคนค่ะ แนะนำให้ประเมินผลอีกครั้งในเดือนที่ 6 ก่อนตัดสินใจว่าจะทำซ้ำในช่วงปีถึงปีครึ่งถัดไปหรือไม่

Q4. ทำเทอร์มาจแล้วทำไมรู้สึกว่าแก้มยุบลงกว่าเดิม?

เทอร์มาจไม่ได้ลดปริมาณไขมันใต้ผิวหนัง แต่สำหรับคนที่มีไขมันใต้ผิวค่อนข้างน้อยอยู่แล้ว เมื่ออาการบวมจากความร้อนยุบตัวลง อาจรู้สึกว่าแก้มดูตอบชั่วคราวมากกว่าที่คาดไว้ ความรู้สึกนี้มักดีขึ้นเมื่อคอลลาเจนใหม่เริ่มเข้าที่ในเดือนที่ 6 ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการเลือกบริเวณและจำนวนช็อตให้เหมาะกับรูปหน้าตั้งแต่ต้นอีกครั้ง

บทความแนะนำ

ราคา Thermage 600 ช็อต ผิวเราเหมาะไหม และต้องทำซ้ำบ่อยแค่ไหน?ลิฟติ้ง

ราคา Thermage 600 ช็อต ผิวเราเหมาะไหม และต้องทำซ้ำบ่อยแค่ไหน?

ได้ใบเสนอราคา Thermage 600 ช็อตมาแล้วยังไม่แน่ใจว่าคุ้มไหม ลองดูว่าผิวแบบไหนที่ Thermage ยังมีงานให้ทำ ผลมักเห็นตอนไหน และระยะทำซ้ำทำให้ค่าใช้จ่ายทั้งปีเปลี่ยนไปอย่างไร

ราคา Titanium Lifting ทั้งหน้ากับเฉพาะจุด ยอดรวมต่างกันแค่ไหน?ลิฟติ้ง

ราคา Titanium Lifting ทั้งหน้ากับเฉพาะจุด ยอดรวมต่างกันแค่ไหน?

ราคาต่อครั้งเท่ากันแต่ยอดรวมไม่เท่ากัน เพราะบริเวณ จำนวนครั้ง และระยะห่างไม่เหมือนกัน สรุปวิธีเลือกระหว่างทั้งหน้ากับกรอบหน้า อาการหลังทำที่ต้องรู้ และการวางรอบนัดตามทริปเกาหลีค่ะ

ยกกระชับกรอบหน้า ดับเบิ้ลชินเพราะหย่อนหรือไขมัน ควรเลือกวิธีไหน?ลิฟติ้ง

ยกกระชับกรอบหน้า ดับเบิ้ลชินเพราะหย่อนหรือไขมัน ควรเลือกวิธีไหน?

แยกดับเบิ้ลชินจากผิวหย่อน ไขมันใต้คาง และแนวกล้ามเนื้อคอ เทียบอัลตราซาวด์ยกกระชับกับร้อยไหม จังหวะที่ใต้คางยกขึ้นมากที่สุด อาการหลังทำที่ต้องรีบติดต่อ และการวางแผนตามทริปมาเกาหลี

บทความล่าสุด

ร่องมาริโอเน็ต ฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ หรือยกกระชับ แบบไหนเหมาะกับฉัน?รูปหน้าและวอลุ่ม

ร่องมาริโอเน็ต ฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ หรือยกกระชับ แบบไหนเหมาะกับฉัน?

แยกร่องมาริโอเน็ตจากเนื้อยุบใต้มุมปาก กล้ามเนื้อที่ดึงมุมปากลง และกรอบหน้าที่หย่อน เทียบฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ และการยกกระชับ อาการหลังฉีดที่ต้องรีบไปพบแพทย์ และการวางแผนระหว่างทริปเกาหลี

สิวหัวดำ ใช้แผ่นลอกสิวเสี้ยนหรือที่กดสิวเองที่บ้านได้ไหม?รูปหน้าและวอลุ่ม

สิวหัวดำ ใช้แผ่นลอกสิวเสี้ยนหรือที่กดสิวเองที่บ้านได้ไหม?

แผ่นลอกสิวเสี้ยนทำให้จมูกดูสะอาดแค่ชั่วคราว ส่วนการบีบเองเสี่ยงแผลเป็น มาดูว่าที่บ้านควรทาอะไร ต้องรอนานแค่ไหน และเมื่อไหร่ควรให้คลินิกกดสิวให้ค่ะ

ราคาโบท็อกซ์ ดูจากกี่ยูนิตต่อจุด แล้วเทียบใบเสนอราคายังไงดี?รูปหน้าและวอลุ่ม

ราคาโบท็อกซ์ ดูจากกี่ยูนิตต่อจุด แล้วเทียบใบเสนอราคายังไงดี?

ใบเสนอราคาโบท็อกซ์ที่เขียนแค่ cc หรือราคาต่อครั้ง เอามาเทียบกันไม่ได้ บทความนี้ไล่ดูยูนิตของแต่ละจุด ปริมาณโบท็อกซ์กรามในงานวิจัย และช่องที่ควรมีในใบเสนอราคาค่ะ

ราคา Thermage 600 ช็อต ผิวเราเหมาะไหม และต้องทำซ้ำบ่อยแค่ไหน?ลิฟติ้ง

ราคา Thermage 600 ช็อต ผิวเราเหมาะไหม และต้องทำซ้ำบ่อยแค่ไหน?

ได้ใบเสนอราคา Thermage 600 ช็อตมาแล้วยังไม่แน่ใจว่าคุ้มไหม ลองดูว่าผิวแบบไหนที่ Thermage ยังมีงานให้ทำ ผลมักเห็นตอนไหน และระยะทำซ้ำทำให้ค่าใช้จ่ายทั้งปีเปลี่ยนไปอย่างไร

Fraxel รูขุมขน ทำกี่ครั้งถึงเห็นผล หลังครั้งแรกต้องรอดูนานแค่ไหน?ผิวหนัง

Fraxel รูขุมขน ทำกี่ครั้งถึงเห็นผล หลังครั้งแรกต้องรอดูนานแค่ไหน?

ทำ Fraxel ครั้งแรกแล้วรูขุมขนยังเหมือนเดิม ไม่ได้แปลว่าไม่ได้ผล มาดูว่าต้องทำกี่ครั้ง ควรดูผลสัปดาห์ไหน ผิวแบบไหนควรรอก่อน และถ้าอยู่เกาหลีไม่นานควรวางนัดยังไง

ราคา InMode ทำหน้า ต้องเทียบจากโหมด FX Forma และกี่ครั้งยังไง?รูปหน้าและวอลุ่ม

ราคา InMode ทำหน้า ต้องเทียบจากโหมด FX Forma และกี่ครั้งยังไง?

ราคาต่อครั้งของ InMode เอามาเทียบตรง ๆ ไม่ได้ถ้าโหมดไม่เหมือนกัน มาดูว่า FX กับ Forma ทำงานกับชั้นไหน ควรทำกี่ครั้ง ผลข้างเคียงแบบไหนต้องรีบติดต่อ และใบเสนอราคาควรมีอะไรบ้าง

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors