คางเป็นก้อนขรุขระตอนหุบปาก ฉีดโบท็อกซ์นิดเดียวพอไหม?
รูปหน้าและวอลุ่ม

คางเป็นก้อนขรุขระตอนหุบปาก ฉีดโบท็อกซ์นิดเดียวพอไหม?

คางที่เป็นก้อนขรุขระเฉพาะตอนหุบปาก มักเกิดจากกล้ามเนื้อคางทำงานมากเกินไป และมักตอบสนองกับโบท็อกซ์ปริมาณน้อย ส่วนริ้วรอยที่ค้างอยู่หรือคางสั้นอาจต้องดูเรื่องผิวและวอลลุ่มร่วมด้วย

ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับตัวเองไหมดูจากรูปหรือบทความอย่างเดียวบอกได้ยาก ปรึกษาเป็นภาษาไทยได้ แผนการรักษาจะสรุปหลังพบแพทย์ที่คลินิก* มีเจ้าหน้าที่ภาษาไทย · ถามได้โดยตรงทาง LINEถามคุณหมอ

เคยไหมคะ ส่องกระจกตอนหุบปากแล้วเห็นคางเป็นก้อน ๆ ขรุขระเหมือนผิวลูกกอล์ฟ แต่พอปล่อยปากสบาย ๆ ก็เรียบขึ้น อาการแบบนี้มักเกิดจากกล้ามเนื้อเล็ก ๆ ที่คางออกแรงมากเกินไป และเป็นแบบที่มักตอบสนองกับโบท็อกซ์ (Botox) ปริมาณน้อยได้ดี

แต่ถ้าปล่อยหน้าสบายแล้วยังมีริ้วรอยค้างอยู่ หรือคางสั้นจนต้องเกร็งยกคางทุกครั้งที่หุบปาก การพักกล้ามเนื้ออย่างเดียวอาจยังไม่พอ บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาไปดูว่าคางแบบไหนใช้โบท็อกซ์ได้ ต้องฉีดประมาณเท่าไหร่ ฉีดตรงไหน และอาการไหนควรรีบติดต่อคลินิกค่ะ

คางเป็นก้อนขรุขระตอนหุบปาก เกิดจากอะไร?

คำตอบสั้น ๆ คือ กล้ามเนื้อคาง (Mentalis) กำลังดึงผิวจากด้านใน

กล้ามเนื้อคางอยู่ตรงปลายคาง เริ่มจากกระดูกขากรรไกรล่างแล้ววิ่งขึ้นไปถึงใต้ผิวหนัง หน้าที่หลักคือยกคางและดันริมฝีปากล่างขึ้น พอใยกล้ามเนื้อบางส่วนเกาะติดกับผิวโดยตรง เวลาเกร็งแรง ๆ ผิวจึงถูกดึงบุ๋มลงไปหลายจุดพร้อมกัน พูดง่าย ๆ คือเหมือนผ้าที่มีเชือกหลายเส้นผูกไว้ด้านหลัง พอดึงเชือกผ้าก็ย่นเป็นหลุม ๆ

งานทบทวนด้านกายวิภาคจากทีมวิจัยในเกาหลีก็อธิบายแบบเดียวกันว่า คางขรุขระเกิดจากกล้ามเนื้อคางทำงานมากเกินไป เพราะใยกล้ามเนื้อเกาะอยู่ในชั้นหนังแท้ของคาง โดยเฉพาะในคนที่คางสั้น

ลองเช็กเองที่บ้านง่าย ๆ ได้แบบนี้

  • ปล่อยปากสบาย ๆ : ยืนหน้ากระจก เผยอริมฝีปากเล็กน้อย แล้วปล่อยคางให้หย่อน
  • ถ้าคางเรียบขึ้น : แปลว่าส่วนใหญ่มาจากกล้ามเนื้อ
  • ถ้ายังมีรอยค้าง : ริ้วรอยหรือหลุมเล็ก ๆ ที่ยังอยู่แม้ไม่เกร็ง แปลว่าผิวเริ่มเปลี่ยนไปแล้ว
กล้ามเนื้อคางดึงผิวจนคางเป็นก้อนขรุขระ

แบบไหนโบท็อกซ์อย่างเดียวพอ แบบไหนต้องดูอย่างอื่นด้วย

โบท็อกซ์ช่วยในส่วนที่เป็นกล้ามเนื้อได้ดี แต่จะพอหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าสิ่งที่เห็นในกระจกมาจากชั้นไหน

สิ่งที่เห็นในกระจกสาเหตุหลักแนวทาง
ขรุขระเฉพาะตอนหุบปาก ปล่อยแล้วเรียบกล้ามเนื้อเกร็งมากเกินไปโบท็อกซ์ปริมาณน้อยอย่างเดียว
ปล่อยแล้วยังมีริ้วรอยและหลุมเล็ก ๆคอลลาเจนและไขมันใต้ผิวลดลงโบท็อกซ์ร่วมกับหัตถการที่ช่วยเรื่องผิว
คางสั้น ถอยไปด้านหลัง ต้องเกร็งยกทุกครั้งที่หุบปากความยาวและวอลลุ่มของคางเติมวอลลุ่มคางร่วมกับโบท็อกซ์
ปากยื่นไปด้านหน้า หุบปากได้ยากฟันและโครงหน้าควรปรึกษาทันตแพทย์หรือจัดฟันก่อน

สำหรับคนคางสั้น มีงานวิจัยขนาดเล็กที่น่าสนใจ ผู้หญิง 10 คนที่คางถอยและกล้ามเนื้อคางทำงานมากเกินไป ได้รับการฉีด Xeomin เข้ากล้ามเนื้อคาง ร่วมกับฟิลเลอร์กลุ่มแคลเซียมที่ด้านหน้าคาง และทั้ง 10 คนมีคะแนนความยื่นของคางดีขึ้นอย่างน้อย 1 ระดับที่ 1 เดือนและ 6 เดือน แต่งานนี้มีผู้เข้าร่วมน้อยและไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบ จึงไม่ได้พิสูจน์ว่าการทำร่วมกันดีกว่าเสมอ สิ่งที่บอกได้คือแนวคิดว่า คางสั้นต้องดูทั้งกล้ามเนื้อและวอลลุ่มไปพร้อมกัน

การ์ดแยกสาเหตุคางขรุขระตามชั้นผิวและแนวทางรักษา

ทำไมต้องฉีดน้อย ๆ และฉีดต่ำตรงกลางคาง

ที่คาง ปริมาณยาและตำแหน่งสำคัญมาก เพราะอยู่ติดกับกล้ามเนื้อที่ควบคุมการขยับของริมฝีปากล่าง

กล้ามเนื้อคางเป็นตัวหลักที่ช่วยพยุงริมฝีปากล่างขึ้น ข้าง ๆ และด้านบนยังมีกล้ามเนื้อที่ใช้จีบปากและกล้ามเนื้อที่ดึงริมฝีปากล่างลงซ้อนกันอยู่ ถ้ายากระจายขึ้นด้านบนหรือออกด้านข้าง อาจทำให้ริมฝีปากล่างตกลงข้างเดียว ยิ้มแล้วไม่เท่ากัน หรือหุบปากได้ไม่สนิท

ดังนั้นจึงควรใช้ปริมาณน้อย และฉีดต่ำใกล้กลางคาง งานฉันทามติของผู้เชี่ยวชาญชาวอิตาลีที่ทบทวนเอกสารฉันทามติระดับนานาชาติร่วมด้วย รายงานว่า ปริมาณที่ฉีดต่อกล้ามเนื้อคางหนึ่งข้างอยู่ระหว่าง 1 ถึง 6 ยูนิต เฉลี่ย 3.9 ยูนิต ส่วนค่าเฉลี่ยรวมสองข้างคือ 6.5 ยูนิตในฉันทามตินานาชาติ และ 8 ยูนิตในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญชาวอิตาลี

งานทบทวนด้านกายวิภาคเสนอวิธีแบ่งฉีดสองชั้น คือฉีดลึกใกล้กระดูกประมาณ 3 ยูนิต ห่างจากจุดที่คางยื่นที่สุดออกไปข้างละ 0.5 เซนติเมตร แล้วฉีดตื้นใต้ผิวอีก 1 ยูนิตที่ตำแหน่งเดิม เหตุผลคือใยกล้ามเนื้อเกาะอยู่ที่ผิว การฉีดลึกอย่างเดียวจึงอาจเหลือรอยขรุขระอยู่บ้าง

ที่ Beautystone Clinic คุณหมอจะให้หุบปากก่อน เพื่อดูจุดที่กล้ามเนื้อนูนชัดที่สุด แล้วจึงกำหนดปริมาณที่เหมาะกับแต่ละคน

ตำแหน่งฉีดโบท็อกซ์ปริมาณน้อยต่ำตรงกลางคาง

ผลข้างเคียงและข้อควรระวัง: อาการไหนปกติ อาการไหนควรติดต่อคลินิก

อาการส่วนใหญ่มักเล็กน้อยและหายได้เอง งานวิจัยย้อนหลังที่ติดตามผู้ป่วย 400 คนนาน 24 ถึง 60 เดือน ซึ่งฉีดโบท็อกซ์บริเวณใบหน้าส่วนล่างทุก 6 เดือน พบว่า ผลข้างเคียงเล็กน้อยเกิดขึ้นในผู้ป่วยน้อยกว่า 12% ส่วนใหญ่เป็นรอยช้ำและความรู้สึกไม่สบายตรงจุดฉีด งานนี้ฉีดกล้ามเนื้อหลายมัดพร้อมกัน ตัวเลขจึงไม่ได้เป็นของคางโดยเฉพาะ

อาการที่พบได้น้อยคือคางกลับนูนขึ้นมากกว่าเดิมหลังฉีด ทีมวิจัยที่ตรวจด้วยอัลตราซาวด์พบในผู้ป่วย 1 จาก 120 คนที่ฉีดกล้ามเนื้อคาง โดยกล้ามเนื้อชั้นตื้นหยุดทำงาน แต่ชั้นลึกกลับเกร็งแรงขึ้น

ถ้ามีอาการต่อไปนี้ ควรรีบติดต่อคลินิกที่ทำหัตถการ

  • ดื่มน้ำแล้วน้ำไหลออกมุมปาก หรือดูดหลอดได้ลำบาก
  • ยิ้มแล้วริมฝีปากล่างข้างหนึ่งไม่ขยับ ทำให้ยิ้มไม่เท่ากัน
  • ผ่านไปไม่กี่วันแล้วคางดูนูนขึ้นกว่าเดิม
  • จุดฉีดบวม ร้อน และเจ็บมากขึ้นทุกวันแทนที่จะดีขึ้น

ไม่ควรฉีดหรือควรแจ้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อน หากกำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร มีการอักเสบหรือติดเชื้อตรงบริเวณที่จะฉีด หรือเคยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคของระบบประสาทและกล้ามเนื้อที่ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง

อาการที่พบได้หลังฉีดโบท็อกซ์คางและสัญญาณที่ควรติดต่อคลินิก

เห็นผลเมื่อไหร่ ฉีดซ้ำตอนไหน และเตรียมอะไรไปวันปรึกษา

กล้ามเนื้อคางเป็นกล้ามเนื้อแสดงสีหน้า โดยทั่วไปจะเริ่มเห็นผลภายใน 1 ถึง 2 สัปดาห์ และควรประเมินว่ารอยขรุขระเรียบขึ้นแค่ไหนที่ประมาณ 3 ถึง 4 สัปดาห์ ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ถ้าผ่านไปหนึ่งสัปดาห์แล้วยังดูขรุขระอยู่บ้าง ควรรอดูก่อน ไม่ควรรีบฉีดเพิ่ม

ส่วนการฉีดซ้ำ ให้ดูจากรอยขรุขระที่กลับมาตอนหุบปากมากกว่านับจากปฏิทิน

เพื่อให้คุยกันได้ตรงจุดตั้งแต่ครั้งแรก ควรเตรียมสิ่งเหล่านี้

  • รูปถ่าย : ตอนปล่อยปากสบาย และตอนหุบปากแน่น อย่างละรูปทั้งด้านหน้าและด้านข้าง
  • ประวัติการทำ : วันที่และบริเวณที่เคยฉีดโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์รอบคางและปาก
  • เป้าหมาย : กังวลเรื่องความยาวคางหรือเส้นหน้าด้านข้างด้วยหรือไม่

สำหรับผู้อ่านที่อยู่ประเทศไทย สามารถส่งรูปและข้อมูลเหล่านี้ทาง LINE ก่อนเดินทางมากรุงโซลได้ ราคาเป็นไปตามตารางราคาของคลินิก และขึ้นอยู่กับบริเวณที่เลือก

ช่วงเวลาประเมินผลและสิ่งที่ควรเตรียมไปวันปรึกษา

สรุป: คางขรุขระจากกล้ามเนื้อ ใช้โบท็อกซ์ปริมาณน้อยได้

คางที่ขรุขระเฉพาะตอนหุบปาก มักเกิดจากกล้ามเนื้อคางทำงานมากเกินไป และมักตอบสนองกับโบท็อกซ์ปริมาณน้อยที่ฉีดต่ำใกล้กลางคาง ส่วนริ้วรอยที่ค้างอยู่แม้ไม่เกร็ง หรือคางสั้น อาจต้องดูแลผิวหรือเติมวอลลุ่มร่วมด้วย

ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ

Beautystone Clinic ตั้งอยู่ย่านฮงแด-ฮับจอง กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ หากคุณกำลังกังวลว่าคางเป็นก้อนขรุขระทุกครั้งที่หุบปาก ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ

คำถามที่พบบ่อย

Q. ฉีด Xeomin หรือยี่ห้ออื่นดี ต่างกันไหม?

A. คางใช้ปริมาณน้อยมาก ตำแหน่งและความลึกที่ฉีดจึงมักมีผลมากกว่ายี่ห้อ ถ้าคุณฉีดโบท็อกซ์บริเวณอื่นบ่อยและกังวลว่ายาจะหมดฤทธิ์เร็ว แจ้งประวัติกับคุณหมอได้เลย เพื่อใช้ประกอบการเลือกยาค่ะ

Q. เคยฉีดฟิลเลอร์คางมาแล้ว ฉีดโบท็อกซ์เพิ่มได้ไหม?

A. ได้ค่ะ สองอย่างนี้มักใช้ร่วมกัน เพราะฟิลเลอร์ช่วยเรื่องวอลลุ่ม ส่วนโบท็อกซ์ช่วยพักกล้ามเนื้อ แต่คุณหมอจะปรับตำแหน่งฉีดตามเวลาที่ฉีดฟิลเลอร์และความลึก ถ้ามีประวัติการทำ ควรนำมาด้วยค่ะ

Q. วันที่ฉีดออกกำลังกายหรือเข้าซาวน่าได้ไหม?

A. วันที่ฉีดควรงดการออกกำลังกายที่เหงื่อออกมาก ซาวน่า และการนวดแรง ๆ ตรงจุดฉีด วันถัดไปมักกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้ค่ะ

Q. ฉีดซ้ำหลายครั้ง กล้ามเนื้อคางจะอ่อนแรงหรือรูปคางเปลี่ยนไหม?

A. ในงานวิจัยผู้ป่วย 400 คนที่ฉีดโบท็อกซ์ใบหน้าส่วนล่างทุก 6 เดือนอย่างน้อย 3 ครั้ง ไม่พบภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ความเร็วที่รอยขรุขระกลับมาแตกต่างกันในแต่ละคน คุณหมอจึงกำหนดปริมาณครั้งต่อไปจากผลของครั้งก่อนค่ะ

บทความแนะนำ

ฉีดสลายฟิลเลอร์แล้วผิวจะหย่อนคล้อยจริงไหมรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดสลายฟิลเลอร์แล้ว ผิวจะหย่อนคล้อยจริงไหม?

หลายคนอยากแก้ฟิลเลอร์ที่ไม่พอใจ แต่กลัวว่าสลายแล้วผิวจะยืดหย่อนกว่าเดิม บทความนี้แยกให้ชัดว่าอะไรคือเรื่องจริง และอะไรเป็นแค่ช่วงชั่วคราวไม่กี่วัน

ฉีดโบท็อกซ์ลดกรามแล้วจะเคี้ยวข้าวลำบากไหมรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดโบท็อกซ์ลดกราม แล้วจะเคี้ยวข้าวลำบากไหม?

หลายคนอยากปรับกรอบหน้าให้เรียวขึ้น แต่กลัวว่าฉีดโบท็อกซ์ลดกรามแล้วแรงเคี้ยวจะหายไปจนกินข้าวไม่ได้ บทความนี้รวมตัวเลขจากงานวิจัยว่าแรงกัดลดลงเท่าไร ช่วงไหนรู้สึกมากที่สุด และกลับมาเมื่อไหร่ค่ะ

ภาพปกเรื่องขมับยุบควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptraรูปหน้าและวอลุ่ม

ขมับยุบ ควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptra ดี

ทั้งสองอย่างไม่ได้แข่งกัน แต่เป็นทางเลือกที่นิสัยต่างกัน พอรู้ว่าขมับของเรายุบแบบไหนและรอไหวแค่ไหน คำตอบก็จะชัดขึ้นเองค่ะ

บทความล่าสุด

Onda ต้นขาด้านใน หยิบได้หนาแค่ไหนถึงจะเหมาะ?บอดี้

Onda ต้นขาด้านใน หยิบได้หนาแค่ไหนถึงจะเหมาะ?

ต้นขาด้านในที่หยิบได้หนาตั้งแต่ราว 2 ซม. และมีไขมันใต้ผิวอย่างน้อย 1 ซม. เหมาะกับ Onda มากที่สุด ส่วนผิวบางที่ย่นยังทำได้ แต่การเปลี่ยนแปลงจะน้อยกว่าค่ะ

เลเซอร์หนวดหลายครั้งแล้วไม่ลดลง ควรเปลี่ยนเป็น 1064nm ไหม?ผู้ชาย

เลเซอร์หนวดหลายครั้งแล้วไม่ลดลง ควรเปลี่ยนเป็น 1064nm ไหม?

หนวดหนาสีเข้มที่ไม่ลดอีกหลังเลเซอร์หลายครั้ง ควรเช็กก่อนเพิ่มครั้งว่าคลินิกเปลี่ยนเป็น 1064nm และตั้งพลังงานใหม่ได้ไหม บทความนี้อธิบายความต่างของสองคลื่น ข้อจำกัดของงานวิจัย และอาการหลังทำที่ควรติดต่อคลินิก

ร้อยไหมหน้าราคาต่างกันทำไม? ใบเสนอราคาต้องดูอะไรนอกจากจำนวนเส้นลิฟติ้ง

ร้อยไหมหน้าราคาต่างกันทำไม? ใบเสนอราคาต้องดูอะไรนอกจากจำนวนเส้น

ราคาร้อยไหมหน้าที่ต่างกันระหว่างคลินิกมักมาจากชนิดไหม บริเวณที่ทำ การวางแนวไหม และสิ่งที่รวมในราคา มากกว่าจำนวนเส้น แต่ก่อนเทียบราคา ควรแยกให้ได้ก่อนว่าปัญหาคือหน้าหย่อนหรือหน้าตอบ

เปรียบเทียบใบเสนอราคา Fraxel ยังไงให้ถูกต้อง?ผิวหนัง

ขอใบเสนอราคา Fraxel จากหลายคลินิก เปรียบเทียบยังไงให้ไม่ถูกหลอก?

เมื่อขอใบเสนอราคา Fraxel จากหลายคลินิก ตัวเลขที่ต่างกันนั้นไม่ได้บอกว่าคลินิกไหนถูกหรือแพงกว่า แต่บอกว่าแต่ละที่เสนออะไรให้คุณบ้าง การอ่านใบเสนอราคาให้เป็นคือกุญแจสำคัญก่อนตัดสินใจค่ะ

ผู้หญิงกำลังค้นหาข้อมูลคลินิกรักษาสิวบนสมาร์ทโฟนก่อนนัดหมายผิวหนัง

จะรู้ได้ยังไงว่าคลินิกรักษาสิวนี้ใช่? เกณฑ์จริงที่ควรเช็กก่อนนัด

การเลือกคลินิกรักษาสิวต้องการมากกว่าการดูรีวิวออนไลน์ บทความนี้ให้เกณฑ์ที่ใช้งานได้จริงสำหรับประเมินคลินิกและแพทย์ ตั้งแต่ก่อนนัดจนถึงระหว่างห้องตรวจค่ะ

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors