ผลลัพธ์ของสกินบูสเตอร์ — ไทม์ไลน์แต่ละครั้งและเหตุผลที่ได้ผลต่างกัน
ผิวหนัง

ผลลัพธ์ของสกินบูสเตอร์ — ไทม์ไลน์แต่ละครั้งและเหตุผลที่ได้ผลต่างกัน

ผลของสกินบูสเตอร์มาจากการกระตุ้นชั้นหนังแท้และชั้นไขมันให้สร้างคอลลาเจนขึ้นมาเอง ผมจะอธิบายไทม์ไลน์แต่ละครั้งและสาเหตุที่ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละคนครับ

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน · 27 สิงหาคม 2026
5นาที
ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับตัวเองไหมดูจากรูปหรือบทความอย่างเดียวบอกได้ยาก ปรึกษาเป็นภาษาไทยได้ แผนการรักษาจะสรุปหลังพบแพทย์ที่คลินิก* มีเจ้าหน้าที่ภาษาไทย · ถามได้โดยตรงทาง LINEถามคุณหมอ
กลไกการทำงานของสกินบูสเตอร์ 1

ผลลัพธ์ของสกินบูสเตอร์

ไทม์ไลน์แต่ละครั้งและเหตุผลที่ได้ผลต่างกัน

ช่วงนี้ในห้องตรวจ มีคำถามหนึ่งที่ผมได้ยิน

เกือบยี่สิบครั้งต่อสัปดาห์ครับ

"ฉีดสกินบูสเตอร์แล้ว

คอลลาเจนจะถูกเติมเข้าไปในผิวเลยใช่ไหมคะ?"

ในประโยคนั้น มีความเข้าใจผิดที่สำคัญซ่อนอยู่ครับ

วันนี้ขอค่อยๆ อธิบายให้กระจ่างตั้งแต่ต้นเลยนะครับ

หลายคนยังสับสนระหว่างสกินบูสเตอร์กับฟิลเลอร์

อยู่เลยครับ

สกินบูสเตอร์คือการนำสารที่มีประโยชน์

ฉีดกระจายเป็นชั้นบางๆ เข้าไปในชั้นหนังแท้ครับ

ไม่ใช่การเพิ่มวอลุ่มเหมือนฟิลเลอร์นะครับ

ฟิลเลอร์คือการฉีดสารเป็นก้อนในจุดเดียว

เพื่อปรับรูปทรงและเพิ่มปริมาตร

ส่วนสกินบูสเตอร์คือการกระจายสารในวงกว้าง

เพื่อเปลี่ยน "สภาพผิว" โดยรวมครับ

ทำไมบางคนถึงเห็นผล

แต่บางคนไม่เห็นผลเลย?

"สกินบูสเตอร์ไม่ได้ 'ฝัง' คอลลาเจน

เข้าไปในผิวโดยตรงครับ

แต่เป็นการ 'ปลุก' ให้ผิว

สร้างคอลลาเจนขึ้นมาเองครับ

ดังนั้นจึงตอบโจทย์ได้เฉพาะ

ความยืดหยุ่นและสภาพผิวชั้นตื้น

ไม่ใช่การหย่อนคล้อยในระดับลึกครับ"

— คุณหมอวียองจิน (คลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด)

มีลูกค้าบางท่านที่ทำรีจูแรนครบ 4 ครั้งแล้ว

แต่ยังรู้สึกว่าผิวหย่อนคล้อยเหมือนเดิมครับ

นั่นเป็นเพราะเข้าใจขอบเขตของการรักษาคลาดเคลื่อนครับ

เมื่อสารออกฤทธิ์กระตุ้นไฟโบรบลาสต์

ผิวจะสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาเองครับ

นั่นคือขอบเขตของผลลัพธ์ที่จะได้รับ ได้แก่

สภาพผิวในชั้นหนังแท้ ริ้วรอยเล็กๆ และความชุ่มชื้นครับ

สำหรับการหย่อนคล้อยในระดับลึก

ที่เกิดจากกล้ามเนื้อหรือชั้นไขมัน

อัลเทอร่าหรืออินโมดอาจเหมาะสมกว่าครับ

นั่นคือเหตุผลที่สัปดาห์ที่แล้ว

ผมแนะนำให้คุณลูกค้าวัย 32 ปีที่กังวลเรื่องผิวหย่อนรอบปาก

ปรึกษาเรื่องการยกกระชับก่อนสกินบูสเตอร์ครับ

ไทม์ไลน์ที่แท้จริงในแต่ละครั้งการรักษา

ความลึกของการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งที่รักษาครับ

ครั้งที่

ผลที่คาดหวัง

ความรู้สึกที่แท้จริง

ครั้งที่ 1

มอยส์เจอร์ไรเซอร์, ผิวกระจ่างขึ้น

"ดูสว่างขึ้นนิดหน่อยหรือเปล่านะ?"

ครั้งที่ 2

สภาพผิวเรียบเนียนขึ้น

"ตอนล้างหน้ารู้สึกผิวแตกต่างไปเลย"

ครั้งที่ 3

ริ้วรอยเล็กๆ และรูขุมขนดีขึ้น

"คนรอบข้างบอกว่าผิวดีขึ้นมากเลย"

ครั้งที่ 4

ความยืดหยุ่นและความคงทนของผลลัพธ์

ขั้นตอนที่ผิวพรรณและความยืดหยุ่นเริ่มนิ่งตัว

น้อยกว่าครึ่งของลูกค้าที่พอใจหลังทำเพียง 1-2 ครั้งครับ

เนื่องจากเซลล์ต้องการเวลาในการตื่นตัว

จึงต้องถึงครั้งที่ 3 ถึงจะเริ่มรู้สึกได้ชัดเจนครับ

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้

น่าจะสงสัยเรื่องนี้อยู่นะครับ

Q1. ฉีดครั้งเดียวก็ได้ผลไหมครับ?

ความรู้สึกชุ่มชื้นจะมีครับ

แต่การสร้างคอลลาเจนจะยังไม่สะสมได้

เพื่อให้ไฟโบรบลาสต์ตื่นตัวอย่างมีนัยสำคัญ

จำเป็นต้องทำซ้ำอย่างน้อย 3 ครั้ง

ในช่วงห่างกัน 3-4 สัปดาห์

เพื่อให้ผิวจดจำการกระตุ้นนั้นได้ครับ

Q2. ผลลัพธ์คงอยู่ได้นานแค่ไหนครับ?

สำหรับผู้ที่ทำครบ 4 ครั้ง

โดยเฉลี่ยผลลัพธ์คงอยู่ประมาณ 6-8 เดือนครับ

หลังจากนั้นผิวจะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงตามกระบวนการชราภาพ

ดังนั้นการดูแลหลังทำด้วยการบำรุงเสริมทุก 6 เดือน

จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดครับ

Q3. มีผลข้างเคียงอย่างรอยช้ำหรือรอยไหมครับ?

เนื่องจากเป็นการฉีดด้วยเข็ม

รอยช้ำเล็กน้อยอาจคงอยู่ได้ประมาณ 1 สัปดาห์ครับ

ตุ่มนูนชั่วคราว (การจับตัวเป็นก้อน)

ก็จะหายไปเองภายใน 2-3 สัปดาห์ครับ

หากฉีดตื้นเกินไปจะเกิดตุ่มนูน หากลึกเกินไปผลลัพธ์จะไม่ดี

ดังนั้นความชำนาญของผู้ทำในการฉีดที่ความลึกที่แม่นยำ

จึงมีความสำคัญมากครับ

หากจะจำสิ่งเดียวจากบทความวันนี้

— สกินบูสเตอร์ไม่ได้ "เติม" คอลลาเจน

แต่เป็นการ "ปลุก" ให้ผิวสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเอง

และตอบโจทย์ได้อย่างแม่นยำเฉพาะปัญหาในระดับชั้นหนังแท้เท่านั้นครับ

บทความหน้า

ผมจะมาอธิบาย 'ความแตกต่างระหว่างรีจูแรน จูเวลูค และสกินบูสเตอร์ชนิดต่างๆ' ครับ

ฝากติดตามด้วยนะครับ — หมอวียองจินครับ

คำถามที่พบบ่อย

Q1. สกินบูสเตอร์ต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร?

ฟิลเลอร์คือการฉีดสารเป็นก้อนในจุดเดียวเพื่อเพิ่มปริมาตรและปรับรูปทรง ส่วนสกินบูสเตอร์คือการฉีดกระจายเป็นชั้นบางๆ เข้าสู่ชั้นหนังแท้เพื่อกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนขึ้นเอง จึงเน้นปรับสภาพผิวโดยรวมมากกว่าการเพิ่มวอลุ่มค่ะ

Q2. ฉีดครั้งเดียวเห็นผลไหม?

ครั้งแรกมักให้แค่ความรู้สึกชุ่มชื้นและผิวกระจ่างขึ้นเล็กน้อย เพราะการสร้างคอลลาเจนต้องใช้เวลาสะสมค่ะ ผู้รับบริการส่วนใหญ่จะเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงชัดเจนตั้งแต่ครั้งที่ 3 เป็นต้นไป

Q3. ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผลชัดเจน?

โดยทั่วไปแนะนำให้ทำต่อเนื่องประมาณ 4 ครั้งค่ะ ครั้งที่ 1-2 จะรู้สึกถึงความชุ่มชื้นและผิวเรียบเนียนขึ้น ส่วนครั้งที่ 3-4 จะเริ่มเห็นริ้วรอยเล็กๆ และความยืดหยุ่นดีขึ้นชัดเจน

Q4. สกินบูสเตอร์ช่วยเรื่องผิวหย่อนคล้อยได้ไหม?

สกินบูสเตอร์เหมาะกับการดูแลสภาพผิวชั้นตื้นและริ้วรอยเล็กๆ ไม่ใช่การแก้ปัญหาหย่อนคล้อยระดับลึกที่เกิดจากกล้ามเนื้อหรือชั้นไขมันค่ะ หากมีปัญหาหย่อนคล้อยลึกควรปรึกษาแพทย์เรื่องหัตถการยกกระชับเพิ่มเติม

บทความแนะนำ

ภาพแสดงชั้น Skin Barrier ของผิวหนังบริเวณจมูก และกระบวนการซ่อมแซมหลังหัตถการผิวหนัง

หลังรักษารูขุมขนจมูก ล้างหน้า แต่งหน้า ออกกำลังกาย รอนานแค่ไหน?

หลังรักษารูขุมขนจมูก หลายคนสงสัยว่าจะล้างหน้า แต่งหน้า หรือออกกำลังกายได้เมื่อไหร่ บทความนี้พาดูกระบวนการฟื้นตัวของ Skin Barrier และวิธีอ่านสัญญาณจากผิวตัวเองค่ะ

Juvelook Volume คืออะไร และทำงานต่างจากสกินบูสเตอร์ทั่วไปยังไง?ผิวหนัง

Juvelook Volume กี่ไวอัลถึงพอ? วิธีอ่านแผนรักษาก่อนตัดสินใจ

ก่อนตัดสินใจทำ Juvelook Volume หลายคนได้รับใบเสนอราคาแล้วไม่รู้ว่าตัวเลขไวอัลและพื้นที่นั้นสมเหตุสมผลหรือเปล่า บทความนี้ช่วยให้คุณอ่านแผนการรักษาออก ตั้งคำถามที่ตรงจุด และประเมินได้ด้วยตัวเองก่อนพูดว่าตกลงค่ะ

ทำเลเซอร์กำจัดขนหลังคลอดพร้อมเมื่อไหร่ คู่มือวางแผนทีละขั้นผิวหนัง

ทำเลเซอร์กำจัดขนหลังคลอด พร้อมเมื่อไหร่? คู่มือวางแผนทีละขั้น

หลายคนที่เพิ่งหยุดให้นมสงสัยว่าตัวเองพร้อมทำเลเซอร์กำจัดขนได้แล้วหรือยัง บทความนี้รวมแนวทางดูสัญญาณความพร้อมของร่างกาย วิธีเลือกช่วงเวลา และขั้นตอนเตรียมตัวก่อนพบแพทย์ค่ะ

บทความล่าสุด

ภาพแสดงชั้น Skin Barrier ของผิวหนังบริเวณจมูก และกระบวนการซ่อมแซมหลังหัตถการผิวหนัง

หลังรักษารูขุมขนจมูก ล้างหน้า แต่งหน้า ออกกำลังกาย รอนานแค่ไหน?

หลังรักษารูขุมขนจมูก หลายคนสงสัยว่าจะล้างหน้า แต่งหน้า หรือออกกำลังกายได้เมื่อไหร่ บทความนี้พาดูกระบวนการฟื้นตัวของ Skin Barrier และวิธีอ่านสัญญาณจากผิวตัวเองค่ะ

Juvelook Volume คืออะไร และทำงานต่างจากสกินบูสเตอร์ทั่วไปยังไง?ผิวหนัง

Juvelook Volume กี่ไวอัลถึงพอ? วิธีอ่านแผนรักษาก่อนตัดสินใจ

ก่อนตัดสินใจทำ Juvelook Volume หลายคนได้รับใบเสนอราคาแล้วไม่รู้ว่าตัวเลขไวอัลและพื้นที่นั้นสมเหตุสมผลหรือเปล่า บทความนี้ช่วยให้คุณอ่านแผนการรักษาออก ตั้งคำถามที่ตรงจุด และประเมินได้ด้วยตัวเองก่อนพูดว่าตกลงค่ะ

ทำเลเซอร์กำจัดขนหลังคลอดพร้อมเมื่อไหร่ คู่มือวางแผนทีละขั้นผิวหนัง

ทำเลเซอร์กำจัดขนหลังคลอด พร้อมเมื่อไหร่? คู่มือวางแผนทีละขั้น

หลายคนที่เพิ่งหยุดให้นมสงสัยว่าตัวเองพร้อมทำเลเซอร์กำจัดขนได้แล้วหรือยัง บทความนี้รวมแนวทางดูสัญญาณความพร้อมของร่างกาย วิธีเลือกช่วงเวลา และขั้นตอนเตรียมตัวก่อนพบแพทย์ค่ะ

ลบอายไลเนอร์สักต้องกี่ครั้ง คู่มือวางแผนก่อนพบแพทย์ผิวหนัง

ลบอายไลเนอร์สัก ต้องกี่ครั้ง? คู่มือวางแผนก่อนพบแพทย์

หลายคนที่ต้องการลบอายไลเนอร์สักมักตั้งคำถามว่าต้องทำกี่ครั้งและงบประมาณรวมควรเตรียมเท่าไหร่ บทความนี้รวบรวมปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อจำนวนครั้งและค่าใช้จ่าย พร้อมแนะนำวิธีเตรียมตัวก่อนพบแพทย์ค่ะ

การซื้อแพ็กเกจลบรอยสักหลายครั้งผิวหนัง

ซื้อแพ็กเกจลบรอยสักหลายครั้ง ต้องถามอะไรก่อนจ่ายเงิน?

ซื้อแพ็กเกจลบรอยสัก 10 ครั้ง แล้วรอยหายตั้งแต่ครั้งที่ 7 ครั้งที่เหลือจะเป็นยังไง? บทความนี้ช่วยให้คุณรู้เงื่อนไขที่ต้องถามก่อนจ่ายเงิน เพื่อไม่ต้องเสียใจภายหลังค่ะ

การถามราคาลบรอยสักจากหลายคลินิกผิวหนัง

ราคาลบรอยสัก ทำไมแต่ละที่บอกต่างกัน? อ่านใบเสนอราคาให้เป็น

ถามราคาลบรอยสักไปสามที่ได้ตัวเลขสามชุดที่ต่างกันมาก? ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะแต่ละคลินิกมีวิธีคิดราคาที่ต่างกัน บทความนี้ช่วยให้คุณอ่านใบเสนอราคาเป็นและรู้ว่าต้องเตรียมอะไรไปถามค่ะ

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors