Titanium Lifting ช่วยเรื่องรูปหน้าและผิวแดงได้ด้วยจริงไหม
รูปหน้าและวอลุ่ม

Titanium Lifting ช่วยเรื่องรูปหน้าและผิวแดงได้ด้วยจริงไหม

หลายคนทำ Titanium Lifting เพราะอยากยกกระชับ แต่กลับรู้สึกว่าไลน์กรามคมขึ้นและผิวแดงลดลงด้วย บทความนี้อธิบายว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น และคาดหวังได้แค่ไหนค่ะ

ช่อง YouTube ของ BEAUTYSDOCTORS ที่แพทย์อธิบายเรื่องความงามเกาหลีโดยตรง

วางแผนมาโซล

กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?

แชตผ่าน LINE

เวลามาปรึกษาเรื่องลิฟติ้ง ส่วนใหญ่จะบอกว่า "แค่อยากให้ผิวที่หย่อนคล้อยกระชับขึ้นก็พอ" แต่หลังทำ Titanium Lifting ไปแล้ว หลายคนกลับเล่าเพิ่มว่าไลน์หน้าดูเรียวขึ้น หรือรอยแดงบริเวณแก้มดูจางลงด้วย ทั้งที่เป็นเครื่องสำหรับยกกระชับ ทำไมถึงมีเรื่องรูปหน้าและผิวแดงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย หลายคนอาจสงสัยตรงนี้นะคะ

ตอบสั้น ๆ ก่อนเลยว่า เพราะ Titanium Lifting ไม่ได้ใช้แสงเพียงชนิดเดียว แต่ยิงพลังงาน 3 ความยาวคลื่นออกมาพร้อมกัน แต่ละความยาวคลื่นลงลึกไม่เท่ากันและจับเป้าหมายคนละอย่าง จึงไม่ได้กระตุ้นแค่ความกระชับ แต่ชั้นไขมันที่อยู่ลึกลงไปและหลอดเลือดที่ทำให้เกิดรอยแดงก็เข้ามาอยู่ในขอบเขตด้วย

แต่ถ้าเข้าใจว่า "ไขมันจะสลายหายไป" หรือ "รอยแดงจะหมดไป" ความคาดหวังจะคลาดเคลื่อนได้ง่ายค่ะ บทความนี้จะพาไปดูว่าขอบเขตที่เป็นจริงอยู่ตรงไหนด้วยนะคะ

3 ความยาวคลื่นมองคนละจุดกัน

Titanium Lifting ยิงความยาวคลื่น 755 810 และ 1064 นาโนเมตรออกมาพร้อมกันด้วยเลเซอร์ชนิดไดโอด ยิ่งความยาวคลื่นยาวก็ยิ่งลงลึกเข้าไปในผิวได้มากขึ้น คุณสมบัตินี้ทำให้การยิงครั้งเดียวสามารถดูแลตั้งแต่ชั้นตื้นไปจนถึงชั้นลึกได้พร้อมกัน

ในสามคลื่นนี้ คลื่นที่ยาวที่สุดคือ 1064 นาโนเมตร ทำหน้าที่ควบสองอย่าง อย่างแรกคือส่งความร้อนลงไปถึงชั้นลึก อีกอย่างคือจับเม็ดสีในเลือดเป็นเป้าหมาย นี่คือเหตุผลที่เครื่องซึ่งเคยพูดถึงแต่ความกระชับ กลับมีเรื่องรูปหน้าและรอยแดงตามมาด้วยค่ะ

ภาพแสดง 3 ความยาวคลื่นที่ลงลึกไม่เท่ากันในชั้นผิว

ลงถึงชั้นไขมันแก้ม จึงมีเรื่องรูปหน้าเข้ามา

คลื่น 1064 นาโนเมตรถูกดูดซับที่ชั้นหนังกำพร้าน้อย พลังงานจึงลงไปได้ลึกกว่า คำอธิบายที่ว่าความยาวคลื่น 1064 นาโนเมตรถูกดูดซับที่ผิวชั้นบนน้อย จึงมีข้อจำกัดเรื่องสีผิวน้อยกว่า และลงไปถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนังเพื่อกระจายความร้อนได้ตามที่ต้องการ ทำให้เห็นภาพว่าทำไมคลื่นนี้จึงถูกพูดถึงคู่กับชั้นไขมัน ไม่ใช่แค่เรื่องความกระชับ

มีงานที่นำมาใช้กับใบหน้าโดยตรงด้วยค่ะ รายงานผู้ป่วยชุดหนึ่งที่ใช้เครื่องซึ่งยิง 755 810 และ 1064 นาโนเมตรร่วมกัน เพื่อดูแลไขมันบนใบหน้าที่เคลื่อนตำแหน่งไปตามอายุ ทำห่างกันครั้งละ 3 สัปดาห์ ไม่เกิน 3 ครั้ง แล้วติดตามผลต่ออีก 6 เดือน โดยระบุข้อดีของวิธีนี้ไว้ว่าแทบไม่มีช่วงพักฟื้นและเจ็บน้อย

ตรงนี้มีความเข้าใจผิดที่ต้องแก้ก่อนค่ะ นี่ไม่ใช่หัตถการที่ทำให้ไขมันหายไป แต่ใกล้เคียงกับการจัดตำแหน่งไขมันแก้มที่หย่อนลงมาด้านล่างให้เข้าที่มากกว่า ถ้าเดิมทีแก้มมีวอลลุ่มน้อยอยู่แล้ว การหวังผลเรื่องรูปหน้าจากหัตถการนี้อาจไม่ใช่ทางที่เหมาะ แต่ถ้าแก้มหย่อนจนไลน์หน้าเบลอ ทิศทางนี้จะตรงกับปัญหามากกว่านะคะ

ภาพแสดงความร้อนลงถึงชั้นไขมันแก้มและไลน์ใบหน้าที่เข้าที่ขึ้น

รอยแดงจางลงเพราะจับที่หลอดเลือด

รอยแดงบนใบหน้าส่วนใหญ่มาจากเส้นเลือดฝอยที่ขยายตัวอยู่ใต้ผิว คลื่น 1064 นาโนเมตรถูกดูดซับได้ดีโดยฮีโมโกลบินในเลือด จึงเลือกส่งความร้อนไปที่หลอดเลือดที่ขยายตัวโดยรบกวนเนื้อเยื่อรอบข้างไม่มาก คำอธิบายที่ว่าแสงความยาวคลื่นเฉพาะจะถูกดูดซับอย่างเลือกสรรเฉพาะเม็ดสีเป้าหมาย โดยจับฮีโมโกลบินทั้งแบบมีและไม่มีออกซิเจน และลดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อรอบข้างให้น้อยที่สุด รายงานไว้ว่าในกลุ่มเส้นเลือดฝอยขยายบนใบหน้า 130 คน มี 125 คนที่ดีขึ้นชัดเจนหรือหายไป

แต่ควรตั้งความคาดหวังตามจริงนะคะ ในรายงานเดียวกัน กลุ่มเส้นเลือดฝอยที่ขา อัตราการดีขึ้นลดลงกว่าที่ใบหน้า แสดงว่าตำแหน่งและลักษณะของรอยแดงทำให้ผลที่รู้สึกได้ต่างกัน ถ้าเป็นเส้นเลือดที่เห็นชัดเป็นเส้น จะรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงได้มากกว่า แต่ถ้าเป็นผิวแดงเรื่อ ๆ ทั่วทั้งใบหน้า การเปลี่ยนแปลงจะค่อยเป็นค่อยไปมากกว่าค่ะ

ภาพแสดงคลื่น 1064 นาโนเมตรจับฮีโมโกลบินเพื่อดูแลรอยแดง

ทำไมต้องเป็น Beautystone สาขาฮับจอง

ที่ Beautystone ฮับจอง ก่อนจะแนะนำ Titanium Lifting เราจะถามแยกก่อนว่าสิ่งที่กังวลตอนนี้คือความหย่อนคล้อย ไลน์ใบหน้า หรือรอยแดงกันแน่ เพราะแม้จะใช้เครื่องเดียวกัน การให้น้ำหนักต่างจุดกันจะทำให้ระดับพลังงานและการออกแบบตำแหน่งที่ยิงต่างกัน และขอบเขตของผลที่คาดหวังได้ก็ต่างกันด้วย ถ้ามีทั้งสามอย่างปนกันเล็กน้อย เราจะช่วยจัดลำดับว่าควรดูอะไรก่อน เป็นคลินิกเล็ก ๆ ที่เดินจากสถานีฮับจองได้ จึงดูการตอบสนองของผิวในแต่ละครั้งแล้วปรับระดับพลังงานครั้งถัดไปไปด้วยกันได้ค่ะ

ทำไมต้องเป็น Beautystone สาขาฮับจอง

ระยะห่างแต่ละครั้ง และข้อควรระวังหลังทำ

รายงานเรื่องไขมันบนใบหน้าที่พูดถึงไปทำห่างกัน 3 สัปดาห์ ส่วนงานฝั่งหลอดเลือดใช้เกณฑ์ 4 สัปดาห์ โดยรวมจึงเป็นการทำประมาณ 3 ถึง 4 สัปดาห์ต่อครั้ง สะสมไปหลายครั้ง ไม่ใช่หัตถการที่จบได้ในครั้งเดียวนะคะ

หลังทำใหม่ ๆ อาการที่พบได้บ่อยมีดังนี้ค่ะ

  • รอยแดงจาง ๆ และความรู้สึกอุ่น มักจะสงบลงภายในหนึ่งถึงสองวัน

  • บวมเล็กน้อย ส่วนใหญ่ยุบลงภายในไม่กี่วัน

  • ผิวตึงแห้งเล็กน้อย การบำรุงความชุ่มชื้นจะช่วยได้

แม้จะเป็นหัตถการที่ดูแลเรื่องรอยแดงเอง แต่การที่ผิวดูแดงขึ้นทันทีหลังทำถือเป็นปฏิกิริยาปกติค่ะ ช่วงที่ผิวเพิ่งได้รับความร้อน ถ้าเจอแสงแดดซ้ำอาจเหลือเป็นรอยคล้ำได้ การกันแดดในช่วงนี้จึงสำคัญเป็นพิเศษ

หากพบสัญญาณต่อไปนี้ ขอให้ปรึกษาแพทย์ที่ทำหัตถการให้นะคะ

  • รอยแดงหรืออาการแสบร้อนไม่ทุเลาและรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

  • เกิดตุ่มน้ำพอง

  • บวมและปวดไม่ลดลงแม้ผ่านไปหลายวัน

ระยะห่างแต่ละครั้ง และข้อควรระวังหลังทำ

สรุป

เหตุผลที่ Titanium Lifting มีเรื่องรูปหน้าและรอยแดงเข้ามาพร้อมกัน คือคลื่นที่ยาวที่สุดอย่าง 1064 นาโนเมตรลงไปถึงทั้งชั้นไขมันลึกและหลอดเลือด แต่ไม่ใช่หัตถการที่ทำให้ไขมันหายไป เป็นการจัดตำแหน่งมากกว่า และเรื่องรอยแดงก็ให้ผลต่างกันตามตำแหน่ง บทความนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลทั่วไป การพิจารณาว่าเหมาะกับผิวของคุณหรือไม่ รวมถึงระดับพลังงานและจำนวนครั้ง ควรปรึกษากับแพทย์ที่ตรวจผิวให้โดยตรงจะปลอดภัยที่สุดค่ะ

บทความแนะนำ

Juvelook Volume กับการเติมวอลลุ่มบริเวณหน้าผาก เหมาะกับใครบ้าง?รูปหน้าและวอลุ่ม

Juvelook Volume กับการเติมวอลลุ่มบริเวณหน้าผาก เหมาะกับใครบ้าง?

หน้าผากที่ดูแบนหรือบุ๋มเล็กน้อยเป็นสัญญาณหนึ่งของการสูญเสียวอลลุ่มตามอายุ บทความนี้พาเจาะลึกว่า Juvelook Volume ช่วยเติมเต็มบริเวณนี้ได้อย่างไร และแตกต่างจากฟิลเลอร์แบบดั้งเดิมตรงไหน

สัญญาณที่บอกว่ากรามเริ่มกลับมาหลังโบท็อกซ์รูปหน้าและวอลุ่ม

โบท็อกซ์กรามกลับมาเหลี่ยมอีกแล้ว ทำซ้ำได้เลยไหม หรือต้องรอ?

โบท็อกซ์กรามช่วยให้กล้ามเนื้อ masseter เล็กลงได้จริง แต่ผลจะค่อย ๆ หายไปเมื่อกล้ามเนื้อฟื้นตัว บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณรู้จักสัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาทำซ้ำ และวิธีประเมินจังหวะที่ดีที่สุดสำหรับคุณค่ะ

เปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สำหรับแก้มตอบรูปหน้าและวอลุ่ม

Juvelook Volume กับ Ellanse เลือกอันไหนดีสำหรับแก้มตอบ?

เมื่อแก้มเริ่มตอบลึกขึ้นทุกปี การดูแลด้วยครีมอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณเปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สองตัวเลือกที่ช่วยเรื่องวอลลุ่มหน้าและกระตุ้นคอลลาเจน พร้อมแนวทางเลือกที่เหมาะกับแต่ละคน นะคะ

บทความล่าสุด

ทำไมหลายคนถึงกลัวกำจัดขนหน้าร้อนกำจัดขน

กำจัดขนด้วย GentleMax Pro Plus ช่วงซัมเมอร์ อันตรายจริงไหม?

หลายคนเชื่อว่าหน้าร้อนไม่ควรกำจัดขนด้วยเลเซอร์ แต่จริงๆ แล้วข้อกังวลนั้นมาจากความเข้าใจผิดเรื่องหลักการทำงานของเลเซอร์ บทความนี้จะพาคุณมาดูว่า GentleMax Pro Plus ทำงานอย่างไร และสิ่งที่ต้องใส่ใจจริงๆ ในช่วงฤดูร้อนคืออะไรค่ะ

Ultherapy Prime ทำซ้ำเมื่อไหร่ถึงเวลาหรือยังลิฟติ้ง

Ultherapy Prime ทำครั้งแรกแล้ว ครั้งต่อไปควรทำเมื่อไหร่ดี?

หลังทำ Ultherapy Prime ครั้งแรก หลายคนสงสัยว่าควรรอนานแค่ไหนถึงจะทำซ้ำ บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณเข้าใจเรื่องระยะเวลาและสัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาดูแลซ้ำค่ะ

Juvelook Volume กับการเติมวอลลุ่มบริเวณหน้าผาก เหมาะกับใครบ้าง?รูปหน้าและวอลุ่ม

Juvelook Volume กับการเติมวอลลุ่มบริเวณหน้าผาก เหมาะกับใครบ้าง?

หน้าผากที่ดูแบนหรือบุ๋มเล็กน้อยเป็นสัญญาณหนึ่งของการสูญเสียวอลลุ่มตามอายุ บทความนี้พาเจาะลึกว่า Juvelook Volume ช่วยเติมเต็มบริเวณนี้ได้อย่างไร และแตกต่างจากฟิลเลอร์แบบดั้งเดิมตรงไหน

ย้อมผมหลังทำหัตถการที่ใบหน้า รอกี่วันถึงจะปลอดภัยกำจัดขน

ย้อมผมหลังทำหัตถการที่ใบหน้า รอกี่วันถึงจะปลอดภัย?

หลังทำหัตถการที่ใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นเลเซอร์ ลิฟติ้ง หรือฉีดสาร ผิวยังอยู่ในช่วงฟื้นตัว การย้อมผมเร็วเกินไปอาจทำให้เกิดการระคายเคืองหรือการแพ้สารเคมีในสีย้อมได้ง่ายกว่าปกติ

ใส่คอนแทคเลนส์หลังทำหัตถการบริเวณตาได้เมื่อไหร่ลิฟติ้ง

ใส่คอนแทคเลนส์หลังทำหัตถการบริเวณตาได้เมื่อไหร่?

หลังทำหัตถการบริเวณตาไม่ว่าจะเป็นเลเซอร์หรือลิฟติ้ง คำถามที่หลายคนสงสัยคือ 'กลับไปใส่คอนแทคเลนส์ได้เมื่อไหร่' บทความนี้จะพาไปดูแนวทางตามช่วงเวลาและข้อควรระวังที่ควรรู้ก่อนใส่เลนส์อีกครั้งค่ะ

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors