Titanium Lifting ช่วยเรื่องรูปหน้าและผิวแดงได้ด้วยจริงไหม
รูปหน้าและวอลุ่ม

Titanium Lifting ช่วยเรื่องรูปหน้าและผิวแดงได้ด้วยจริงไหม

หลายคนทำ Titanium Lifting เพราะอยากยกกระชับ แต่กลับรู้สึกว่าไลน์กรามคมขึ้นและผิวแดงลดลงด้วย บทความนี้อธิบายว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น และคาดหวังได้แค่ไหนค่ะ

ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับตัวเองไหมดูจากรูปหรือบทความอย่างเดียวบอกได้ยาก ปรึกษาเป็นภาษาไทยได้ แผนการรักษาจะสรุปหลังพบแพทย์ที่คลินิก* มีเจ้าหน้าที่ภาษาไทย · ถามได้โดยตรงทาง LINEถามคุณหมอ

เวลามาปรึกษาเรื่องลิฟติ้ง ส่วนใหญ่จะบอกว่า "แค่อยากให้ผิวที่หย่อนคล้อยกระชับขึ้นก็พอ" แต่หลังทำ Titanium Lifting ไปแล้ว หลายคนกลับเล่าเพิ่มว่าไลน์หน้าดูเรียวขึ้น หรือรอยแดงบริเวณแก้มดูจางลงด้วย ทั้งที่เป็นเครื่องสำหรับยกกระชับ ทำไมถึงมีเรื่องรูปหน้าและผิวแดงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย หลายคนอาจสงสัยตรงนี้นะคะ

ตอบสั้น ๆ ก่อนเลยว่า เพราะ Titanium Lifting ไม่ได้ใช้แสงเพียงชนิดเดียว แต่ยิงพลังงาน 3 ความยาวคลื่นออกมาพร้อมกัน แต่ละความยาวคลื่นลงลึกไม่เท่ากันและจับเป้าหมายคนละอย่าง จึงไม่ได้กระตุ้นแค่ความกระชับ แต่ชั้นไขมันที่อยู่ลึกลงไปและหลอดเลือดที่ทำให้เกิดรอยแดงก็เข้ามาอยู่ในขอบเขตด้วย

แต่ถ้าเข้าใจว่า "ไขมันจะสลายหายไป" หรือ "รอยแดงจะหมดไป" ความคาดหวังจะคลาดเคลื่อนได้ง่ายค่ะ บทความนี้จะพาไปดูว่าขอบเขตที่เป็นจริงอยู่ตรงไหนด้วยนะคะ

3 ความยาวคลื่นมองคนละจุดกัน

Titanium Lifting ยิงความยาวคลื่น 755 810 และ 1064 นาโนเมตรออกมาพร้อมกันด้วยเลเซอร์ชนิดไดโอด ยิ่งความยาวคลื่นยาวก็ยิ่งลงลึกเข้าไปในผิวได้มากขึ้น คุณสมบัตินี้ทำให้การยิงครั้งเดียวสามารถดูแลตั้งแต่ชั้นตื้นไปจนถึงชั้นลึกได้พร้อมกัน

ในสามคลื่นนี้ คลื่นที่ยาวที่สุดคือ 1064 นาโนเมตร ทำหน้าที่ควบสองอย่าง อย่างแรกคือส่งความร้อนลงไปถึงชั้นลึก อีกอย่างคือจับเม็ดสีในเลือดเป็นเป้าหมาย นี่คือเหตุผลที่เครื่องซึ่งเคยพูดถึงแต่ความกระชับ กลับมีเรื่องรูปหน้าและรอยแดงตามมาด้วยค่ะ

ภาพแสดง 3 ความยาวคลื่นที่ลงลึกไม่เท่ากันในชั้นผิว

ลงถึงชั้นไขมันแก้ม จึงมีเรื่องรูปหน้าเข้ามา

คลื่น 1064 นาโนเมตรถูกดูดซับที่ชั้นหนังกำพร้าน้อย พลังงานจึงลงไปได้ลึกกว่า คำอธิบายที่ว่าความยาวคลื่น 1064 นาโนเมตรถูกดูดซับที่ผิวชั้นบนน้อย จึงมีข้อจำกัดเรื่องสีผิวน้อยกว่า และลงไปถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนังเพื่อกระจายความร้อนได้ตามที่ต้องการ ทำให้เห็นภาพว่าทำไมคลื่นนี้จึงถูกพูดถึงคู่กับชั้นไขมัน ไม่ใช่แค่เรื่องความกระชับ

มีงานที่นำมาใช้กับใบหน้าโดยตรงด้วยค่ะ รายงานผู้ป่วยชุดหนึ่งที่ใช้เครื่องซึ่งยิง 755 810 และ 1064 นาโนเมตรร่วมกัน เพื่อดูแลไขมันบนใบหน้าที่เคลื่อนตำแหน่งไปตามอายุ ทำห่างกันครั้งละ 3 สัปดาห์ ไม่เกิน 3 ครั้ง แล้วติดตามผลต่ออีก 6 เดือน โดยระบุข้อดีของวิธีนี้ไว้ว่าแทบไม่มีช่วงพักฟื้นและเจ็บน้อย

ตรงนี้มีความเข้าใจผิดที่ต้องแก้ก่อนค่ะ นี่ไม่ใช่หัตถการที่ทำให้ไขมันหายไป แต่ใกล้เคียงกับการจัดตำแหน่งไขมันแก้มที่หย่อนลงมาด้านล่างให้เข้าที่มากกว่า ถ้าเดิมทีแก้มมีวอลลุ่มน้อยอยู่แล้ว การหวังผลเรื่องรูปหน้าจากหัตถการนี้อาจไม่ใช่ทางที่เหมาะ แต่ถ้าแก้มหย่อนจนไลน์หน้าเบลอ ทิศทางนี้จะตรงกับปัญหามากกว่านะคะ

ภาพแสดงความร้อนลงถึงชั้นไขมันแก้มและไลน์ใบหน้าที่เข้าที่ขึ้น

รอยแดงจางลงเพราะจับที่หลอดเลือด

รอยแดงบนใบหน้าส่วนใหญ่มาจากเส้นเลือดฝอยที่ขยายตัวอยู่ใต้ผิว คลื่น 1064 นาโนเมตรถูกดูดซับได้ดีโดยฮีโมโกลบินในเลือด จึงเลือกส่งความร้อนไปที่หลอดเลือดที่ขยายตัวโดยรบกวนเนื้อเยื่อรอบข้างไม่มาก คำอธิบายที่ว่าแสงความยาวคลื่นเฉพาะจะถูกดูดซับอย่างเลือกสรรเฉพาะเม็ดสีเป้าหมาย โดยจับฮีโมโกลบินทั้งแบบมีและไม่มีออกซิเจน และลดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อรอบข้างให้น้อยที่สุด รายงานไว้ว่าในกลุ่มเส้นเลือดฝอยขยายบนใบหน้า 130 คน มี 125 คนที่ดีขึ้นชัดเจนหรือหายไป

แต่ควรตั้งความคาดหวังตามจริงนะคะ ในรายงานเดียวกัน กลุ่มเส้นเลือดฝอยที่ขา อัตราการดีขึ้นลดลงกว่าที่ใบหน้า แสดงว่าตำแหน่งและลักษณะของรอยแดงทำให้ผลที่รู้สึกได้ต่างกัน ถ้าเป็นเส้นเลือดที่เห็นชัดเป็นเส้น จะรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงได้มากกว่า แต่ถ้าเป็นผิวแดงเรื่อ ๆ ทั่วทั้งใบหน้า การเปลี่ยนแปลงจะค่อยเป็นค่อยไปมากกว่าค่ะ

ภาพแสดงคลื่น 1064 นาโนเมตรจับฮีโมโกลบินเพื่อดูแลรอยแดง

ทำไมต้องเป็น Beautystone สาขาฮับจอง

ที่ Beautystone ฮับจอง ก่อนจะแนะนำ Titanium Lifting เราจะถามแยกก่อนว่าสิ่งที่กังวลตอนนี้คือความหย่อนคล้อย ไลน์ใบหน้า หรือรอยแดงกันแน่ เพราะแม้จะใช้เครื่องเดียวกัน การให้น้ำหนักต่างจุดกันจะทำให้ระดับพลังงานและการออกแบบตำแหน่งที่ยิงต่างกัน และขอบเขตของผลที่คาดหวังได้ก็ต่างกันด้วย ถ้ามีทั้งสามอย่างปนกันเล็กน้อย เราจะช่วยจัดลำดับว่าควรดูอะไรก่อน เป็นคลินิกเล็ก ๆ ที่เดินจากสถานีฮับจองได้ จึงดูการตอบสนองของผิวในแต่ละครั้งแล้วปรับระดับพลังงานครั้งถัดไปไปด้วยกันได้ค่ะ

ทำไมต้องเป็น Beautystone สาขาฮับจอง

ระยะห่างแต่ละครั้ง และข้อควรระวังหลังทำ

รายงานเรื่องไขมันบนใบหน้าที่พูดถึงไปทำห่างกัน 3 สัปดาห์ ส่วนงานฝั่งหลอดเลือดใช้เกณฑ์ 4 สัปดาห์ โดยรวมจึงเป็นการทำประมาณ 3 ถึง 4 สัปดาห์ต่อครั้ง สะสมไปหลายครั้ง ไม่ใช่หัตถการที่จบได้ในครั้งเดียวนะคะ

หลังทำใหม่ ๆ อาการที่พบได้บ่อยมีดังนี้ค่ะ

  • รอยแดงจาง ๆ และความรู้สึกอุ่น มักจะสงบลงภายในหนึ่งถึงสองวัน

  • บวมเล็กน้อย ส่วนใหญ่ยุบลงภายในไม่กี่วัน

  • ผิวตึงแห้งเล็กน้อย การบำรุงความชุ่มชื้นจะช่วยได้

แม้จะเป็นหัตถการที่ดูแลเรื่องรอยแดงเอง แต่การที่ผิวดูแดงขึ้นทันทีหลังทำถือเป็นปฏิกิริยาปกติค่ะ ช่วงที่ผิวเพิ่งได้รับความร้อน ถ้าเจอแสงแดดซ้ำอาจเหลือเป็นรอยคล้ำได้ การกันแดดในช่วงนี้จึงสำคัญเป็นพิเศษ

หากพบสัญญาณต่อไปนี้ ขอให้ปรึกษาแพทย์ที่ทำหัตถการให้นะคะ

  • รอยแดงหรืออาการแสบร้อนไม่ทุเลาและรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

  • เกิดตุ่มน้ำพอง

  • บวมและปวดไม่ลดลงแม้ผ่านไปหลายวัน

ระยะห่างแต่ละครั้ง และข้อควรระวังหลังทำ

สรุป

เหตุผลที่ Titanium Lifting มีเรื่องรูปหน้าและรอยแดงเข้ามาพร้อมกัน คือคลื่นที่ยาวที่สุดอย่าง 1064 นาโนเมตรลงไปถึงทั้งชั้นไขมันลึกและหลอดเลือด แต่ไม่ใช่หัตถการที่ทำให้ไขมันหายไป เป็นการจัดตำแหน่งมากกว่า และเรื่องรอยแดงก็ให้ผลต่างกันตามตำแหน่ง บทความนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลทั่วไป การพิจารณาว่าเหมาะกับผิวของคุณหรือไม่ รวมถึงระดับพลังงานและจำนวนครั้ง ควรปรึกษากับแพทย์ที่ตรวจผิวให้โดยตรงจะปลอดภัยที่สุดค่ะ

บทความแนะนำ

ฉีดสลายฟิลเลอร์แล้วผิวจะหย่อนคล้อยจริงไหมรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดสลายฟิลเลอร์แล้ว ผิวจะหย่อนคล้อยจริงไหม?

หลายคนอยากแก้ฟิลเลอร์ที่ไม่พอใจ แต่กลัวว่าสลายแล้วผิวจะยืดหย่อนกว่าเดิม บทความนี้แยกให้ชัดว่าอะไรคือเรื่องจริง และอะไรเป็นแค่ช่วงชั่วคราวไม่กี่วัน

ฉีดโบท็อกซ์ลดกรามแล้วจะเคี้ยวข้าวลำบากไหมรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดโบท็อกซ์ลดกราม แล้วจะเคี้ยวข้าวลำบากไหม?

หลายคนอยากปรับกรอบหน้าให้เรียวขึ้น แต่กลัวว่าฉีดโบท็อกซ์ลดกรามแล้วแรงเคี้ยวจะหายไปจนกินข้าวไม่ได้ บทความนี้รวมตัวเลขจากงานวิจัยว่าแรงกัดลดลงเท่าไร ช่วงไหนรู้สึกมากที่สุด และกลับมาเมื่อไหร่ค่ะ

ภาพปกเรื่องขมับยุบควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptraรูปหน้าและวอลุ่ม

ขมับยุบ ควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptra ดี

ทั้งสองอย่างไม่ได้แข่งกัน แต่เป็นทางเลือกที่นิสัยต่างกัน พอรู้ว่าขมับของเรายุบแบบไหนและรอไหวแค่ไหน คำตอบก็จะชัดขึ้นเองค่ะ

บทความล่าสุด

การซื้อแพ็กเกจลบรอยสักหลายครั้งผิวหนัง

ซื้อแพ็กเกจลบรอยสักหลายครั้ง ต้องถามอะไรก่อนจ่ายเงิน?

ซื้อแพ็กเกจลบรอยสัก 10 ครั้ง แล้วรอยหายตั้งแต่ครั้งที่ 7 ครั้งที่เหลือจะเป็นยังไง? บทความนี้ช่วยให้คุณรู้เงื่อนไขที่ต้องถามก่อนจ่ายเงิน เพื่อไม่ต้องเสียใจภายหลังค่ะ

การถามราคาลบรอยสักจากหลายคลินิกผิวหนัง

ราคาลบรอยสัก ทำไมแต่ละที่บอกต่างกัน? อ่านใบเสนอราคาให้เป็น

ถามราคาลบรอยสักไปสามที่ได้ตัวเลขสามชุดที่ต่างกันมาก? ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะแต่ละคลินิกมีวิธีคิดราคาที่ต่างกัน บทความนี้ช่วยให้คุณอ่านใบเสนอราคาเป็นและรู้ว่าต้องเตรียมอะไรไปถามค่ะ

รอยสักนิ้วมือ ข้อมือ ข้อเท้า การลบด้วยเลเซอร์ผิวหนัง

วางแผนลบรอยสักนิ้ว ข้อมือ ข้อเท้า ต้องรู้อะไรก่อนเริ่ม?

รอยสักนิ้ว ข้อมือ ข้อเท้าอาจดูเล็ก แต่ต้องวางแผนต่างออกไปจากบริเวณอื่น บทความนี้จะช่วยให้คุณตั้งเป้าหมายที่เป็นจริง เตรียมตัวได้ถูกต้อง และดูแลตัวเองระหว่างรักษาอย่างมีประสิทธิภาพค่ะ

วิธีประเมินงบและวางแผนค่าใช้จ่ายสกินบูสเตอร์ทั้งโปรแกรมผิวหนัง

สกินบูสเตอร์คุ้มไหม? วิธีประเมินงบและวางแผนค่าใช้จ่ายทั้งโปรแกรม

หลายคนเห็นราคาสกินบูสเตอร์ต่อครั้งแล้วคิดว่าพอรับได้ แต่พอนับโปรแกรมทั้งหมดแล้วตัวเลขสูงกว่าที่คาด บทความนี้ Beautystone Clinic จะช่วยให้คุณคำนวณงบรวม อ่านใบเสนอราคาให้ออก และประเมินว่าสกินบูสเตอร์คุ้มกับสภาพผิวของคุณจริง ๆ ไหมค่ะ

ร้อยไหมหน้าผากอันตรายไหม รู้ความเสี่ยงและสัญญาณที่บอกว่าควรเลือกวิธีอื่นลิฟติ้ง

ร้อยไหมหน้าผากอันตรายไหม? รู้ความเสี่ยงและสัญญาณควรเลือกวิธีอื่น

ก่อนตัดสินใจร้อยไหมหน้าผาก ควรรู้ก่อนว่ามีความเสี่ยงอะไรบ้าง และหน้าผากแบบไหนที่ร้อยไหมช่วยได้จริง บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณเข้าใจสัญญาณเตือนและทางเลือกที่เหมาะกับสภาพหน้าผากของคุณค่ะ

Titanium Lifting ถึงเวลานัดครั้งถัดไปหรือยัง อ่านสัญญาณผิวก่อนคอลลาเจนเสื่อมผิวหนัง

Titanium Lifting ถึงเวลานัดครั้งถัดไปหรือยัง? อ่านสัญญาณผิว

คอลลาเจนจาก Titanium Lifting ไม่ได้เสื่อมพร้อมกัน แต่ผิวจะส่งสัญญาณก่อนล่วงหน้าเสมอ บทความนี้สอนวิธีอ่านสัญญาณเหล่านั้น เพื่อให้คุณนัดครั้งถัดไปได้ในเวลาที่เหมาะสมที่สุดค่ะ

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors