Sofwave vs Thermage FLX เปรียบเทียบอัลตราซาวด์กับ RF lifting
ลิฟติ้ง

Sofwave vs Thermage FLX ต่างกันยังไง? อัลตราซาวด์กับ RF ใครเหมาะกับใคร

Sofwave และ Thermage FLX เป็นสองตัวเลือกยอดนิยมสำหรับการยกกระชับแบบไม่ต้องผ่าตัด แต่ใช้พลังงานคนละชนิด เข้าถึงผิวในความลึกที่ต่างกัน บทความนี้จะพาไปเจาะลึกความแตกต่างและแนะนำว่าควรเลือกตัวไหนให้เหมาะกับสภาพผิวและความต้องการของคุณค่ะ

ช่อง YouTube ของ BEAUTYSDOCTORS ที่แพทย์อธิบายเรื่องความงามเกาหลีโดยตรง

วางแผนมาโซล

กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?

แชตผ่าน LINE

เคยรู้สึกไหมคะว่ากรอบหน้าไม่คมเท่าเดิม ผิวดูไม่แน่นเหมือนก่อน แต่พอหาข้อมูลเรื่องลิฟติ้งก็เจอชื่อ Sofwave กับ Thermage FLX โผล่มาพร้อมกัน แล้วก็งงว่าสองตัวนี้ต่างกันยังไง อันไหนเหมาะกับเรามากกว่ากัน?

จริง ๆ แล้วทั้งสองเครื่องต่างก็กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเหมือนกัน แต่ใช้พลังงานคนละชนิด ส่งความร้อนลงไปในชั้นผิวที่ต่างกัน ผลลัพธ์ที่ได้จึงมีความแตกต่างที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจค่ะ

บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกความแตกต่างระหว่าง Sofwave และ Thermage FLX ตั้งแต่กลไกการทำงาน ความลึกที่เข้าถึง ไปจนถึงว่าใครเหมาะกับตัวไหน พร้อมแนะนำแนวทางการดูแลที่เหมาะกับคุณค่ะ ไปดูกันเลย!

Sofwave และ Thermage FLX คืออะไร?

Sofwave คือเครื่องยกกระชับที่ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ (Ultrasound) ความถี่สูงความเข้มข้นปานกลาง หรือที่เรียกว่า SUPERB™ Technology ส่งความร้อนลงไปที่ชั้นหนังแท้ระดับกลาง (ลึกประมาณ 1.5 มิลลิเมตร) โดยไม่ทำลายผิวชั้นบน กระตุ้นให้ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) สร้างคอลลาเจนใหม่

Thermage FLX ใช้คลื่นวิทยุ RF แบบ Monopolar ซึ่งส่งพลังงานความร้อนลงลึกกว่า ครอบคลุมตั้งแต่ชั้นหนังแท้ลึกไปจนถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (เฉลี่ย 2-4.5 มิลลิเมตรขึ้นไปตามบริเวณที่ทำ) ทั้งยังมีระบบ ThermaCool™ ที่ระบายความเย็นที่ผิวหน้าพร้อมกัน ป้องกันไม่ให้ผิวชั้นบนร้อนเกินไปค่ะ

เปรียบเทียบ Sofwave กับ Thermage FLX จุดต่างที่ควรรู้

กลไกการทำงาน — ความร้อนส่งถึงชั้นไหนในผิว?

Sofwave ทำงานโดยส่งคลื่นอัลตราซาวด์ลงไปตั้งฉากกับผิว โดยมีจุดโฟกัสที่ชั้นหนังแท้ส่วนกลาง อุณหภูมิที่จุดโฟกัสอาจสูงถึง 60-70 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นช่วงที่กระตุ้นให้คอลลาเจนหดตัวและกระตุ้นการสร้างใหม่ได้ดีที่สุด ขณะเดียวกันตัวหัวอุปกรณ์มีระบบระบายความเย็นที่ผิวหน้าเช่นกัน ทำให้ผิวชั้นบนยังเย็นอยู่ระหว่างการทำ

Thermage FLX ใช้คลื่น RF แบบ Monopolar ซึ่งส่งพลังงานออกจากขั้วเดียว คลื่นจะเดินทางผ่านชั้นผิวหลายชั้น ความร้อนจะกระจายตัวในบริเวณกว้างกว่า ครอบคลุมชั้นหนังแท้ไปจนถึงชั้นไขมัน ช่วยกระชับทั้งผิวหนังและโครงสร้างเนื้อเยื่อด้านใน

ลองนึกภาพแบบนี้ค่ะ Sofwave เหมือนเลเซอร์พอยน์เตอร์ที่เล็งแม่นเข้าจุด ส่วน Thermage FLX เหมือนหลอดไฟที่กระจายแสงออกไปรอบด้าน — ทั้งสองให้ความร้อน แต่รูปแบบการกระจายต่างกันค่ะ

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน PubMed Central ยืนยันว่าการส่งความร้อนในชั้นหนังแท้สามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเส้นใยอีลาสติน (Elastin) ได้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้ง Sofwave และ Thermage FLX ต่างใช้หลักการนี้ แต่ที่ความลึกต่างกันค่ะ

เปรียบเทียบ Sofwave กับ Thermage FLX — จุดต่างที่ควรรู้

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ลองดูตารางเปรียบเทียบนี้ค่ะ

หัวข้อ Sofwave Thermage FLX
ชนิดพลังงาน คลื่นอัลตราซาวด์ คลื่นวิทยุ RF (Monopolar)
ความลึกที่เข้าถึง ~1.5 มม. (หนังแท้ส่วนกลาง) 2–4.5 มม. (หนังแท้ถึงชั้นไขมัน)
จุดเด่น โฟกัสแม่นยำ ผิวบาง-ผิวอ่อนแอก็ทำได้ ครอบคลุมกว้าง กระชับโครงสร้างเนื้อเยื่อลึก
ความเจ็บ น้อยถึงปานกลาง ปานกลาง บางพื้นที่อาจรู้สึกร้อนได้
Downtime น้อยมาก แต่งหน้าได้วันเดียวกัน น้อย อาจมีบวมแดงเล็กน้อย 1–3 วัน
เห็นผลช่วงไหน โดยทั่วไป 2–3 เดือนขึ้นไป โดยทั่วไป 3–6 เดือน เต็มประสิทธิภาพ
ความถี่การทำ ประมาณทุก 6–12 เดือน ประมาณทุก 12 เดือน

ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองค่ะ

ใครเหมาะกับ Sofwave และใครเหมาะกับ Thermage FLX

ใครเหมาะกับ Sofwave และใครเหมาะกับ Thermage FLX?

การเลือกว่าจะทำ Sofwave หรือ Thermage FLX ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและความต้องการที่ต่างกันค่ะ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคล แต่โดยทั่วไปมีแนวทางดังนี้

Sofwave อาจเหมาะสำหรับ

  • ผิวบางหรือผิวที่อ่อนไหว
  • มีปัญหาริ้วรอยละเอียดบริเวณรอบดวงตาหรือหน้าผาก
  • อยากได้ผลลิฟติ้งที่ประณีต ไม่ต้องพักฟื้น
  • เริ่มต้นการดูแลเชิงป้องกันตั้งแต่อายุน้อย
  • ต้องการทำแล้วกลับใช้ชีวิตปกติวันเดียวกัน

Thermage FLX อาจเหมาะสำหรับ

  • มีปัญหาหย่อนคล้อยชัดเจน ผิวดูตก
  • ต้องการกระชับพื้นที่กว้าง เช่น แก้ม คาง ลำคอ
  • ผิวค่อนข้างหนา
  • ต้องการผลยกกระชับเชิงโครงสร้างลึก
  • อยู่ในช่วงอายุที่ผิวเริ่มหย่อนปานกลางถึงมาก

ในบางกรณี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญอาจแนะนำให้ทำทั้งสองร่วมกัน ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์เป็นรายบุคคลค่ะ

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

ทั้ง Sofwave และ Thermage FLX ถือว่าค่อนข้างปลอดภัยเมื่อทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในคลินิกที่ได้มาตรฐาน อย่างไรก็ตาม มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงน้อยที่ควรรู้ไว้ค่ะ

สำหรับ Sofwave อาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยบริเวณที่ทำ ซึ่งมักหายได้เองภายใน 1–2 วัน บางคนอาจรู้สึกชาเล็กน้อยระหว่างทำ ซึ่งจะหายไปเองหลังเสร็จสิ้นการรักษาค่ะ

สำหรับ Thermage FLX อาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อย มักหายได้เองภายใน 1–3 วัน ระหว่างทำบางคนอาจรู้สึกร้อนหรือแสบบ้าง ขึ้นอยู่กับระดับพลังงานและบริเวณที่รักษา หากมีอาการผิดปกติควรรีบปรึกษาแพทย์ทันทีค่ะ

ควรงดทำทั้งสองเครื่อง หากคุณ

  • กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • มีเครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) หรืออุปกรณ์โลหะฝังในร่างกาย
  • มีการอักเสบหรือบาดแผลสดบริเวณที่จะทำ
  • มีประวัติแพ้ยาชาเฉพาะที่ (กรณีที่ต้องใช้ยาชา)
  • กำลังใช้ยาเลือดบาง หรืออาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด ควรแจ้งแพทย์ก่อนค่ะ

คาดหวังอะไรได้บ้าง — ผล เวลา และราคา

ผลลัพธ์ของทั้งสองเครื่องไม่ได้เห็นทันทีหลังทำ เพราะกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ใช้เวลาค่ะ โดยทั่วไปผู้ที่ทำ Sofwave มักเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในราว 2–3 เดือนหลังทำ และผลจะค่อยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วน Thermage FLX มักให้ผลเต็มที่ประมาณ 3–6 เดือนหลังทำ

ทั้งสองเครื่องผลอาจอยู่ได้ประมาณ 1–2 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพผิว การดูแลตัวเอง และอายุของแต่ละบุคคลค่ะ

ในส่วนของราคา Sofwave และ Thermage FLX จัดอยู่ในหมวดลิฟติ้งระดับพรีเมียม ราคาเริ่มต้นขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตและบริเวณที่ทำ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินและออกแบบการรักษาเป็นรายบุคคล สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ LINE ค่ะ

*ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรสอบถามเพิ่มเติมที่คลินิกค่ะ

คาดหวังอะไรได้บ้างจาก Sofwave และ Thermage FLX ผลเวลาและราคา

สรุป — Sofwave หรือ Thermage FLX เลือกอะไรดีกว่ากัน?

Sofwave ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ส่งความร้อนแบบโฟกัสที่ชั้นหนังแท้ส่วนกลาง เหมาะกับการยกกระชับแบบประณีตและผิวบาง ส่วน Thermage FLX ใช้คลื่น RF แบบ Monopolar ที่ครอบคลุมลึกกว่า เหมาะสำหรับปัญหาหย่อนคล้อยชัดเจนและการกระชับโครงสร้างเนื้อเยื่อลึก นี่คือความแตกต่างหลักที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจค่ะ

ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจค่ะ

หากคุณสนใจอยากทราบว่าตัวเองเหมาะกับ Sofwave หรือ Thermage FLX หรือทั้งสองร่วมกัน ที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล มีบริการปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ

หากคุณกำลังกังวลเรื่องกรอบหน้าไม่คม ผิวดูหย่อนลง ทักมาได้เลยนะคะ

ข้อมูลอ้างอิง :

บทความแนะนำ

แพทย์ปรึกษาผู้เข้ารับบริการเรื่องการทำ Oligio X หลังฉีดฟิลเลอร์ลิฟติ้ง

เพิ่งฉีดฟิลเลอร์ ทำ Oligio X ได้ไหม? ควรเว้นระยะเท่าไหร่

เพิ่งฉีดฟิลเลอร์มาไม่นาน แล้วอยากทำ Oligio X ต่อ ความร้อนจากคลื่นวิทยุมีผลกับฟิลเลอร์ HA แค่ไหน บทความนี้รวมข้อมูลจากงานวิจัยที่มีอยู่ พร้อมแนวทางจัดลำดับและเว้นระยะห่างระหว่างสองหัตถการ

ผู้หญิงปรึกษาแพทย์เรื่องหัตถการคลื่นวิทยุบริเวณรอบดวงตาลิฟติ้ง

ทำ InMode FX ที่รอบดวงตาและใต้ตาได้ไหม? ขอบเขตที่ควรรู้

InMode FX ออกแบบมาโดยคิดถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนัง แต่ผิวรอบดวงตาบางและมีไขมันรองรับน้อย เงื่อนไขจึงเปลี่ยนไป มาดูกันว่าขอบเขตที่พอพิจารณาได้อยู่ตรงไหน และต้องระวังอะไรบ้างนะคะ

การ์ดตั้งคำถามว่าทำไมผลของ Sofwave ถึงรู้สึกไม่ชัดในช่วงแรกลิฟติ้ง

ทำ Sofwave แล้วยังไม่เห็นผล? 4 ตัวแปรที่ควรเช็ก

ความรู้สึกหลังทำ Sofwave ต่างกันได้มาก แม้จะใช้เครื่องเดียวกัน บทความนี้ไล่ให้ดูทีละข้อว่าความหนาผิว ชนิดของความหย่อนคล้อย บริเวณที่ทำ และช่วงเวลาที่ประเมิน ส่งผลต่อสิ่งที่คุณมองเห็นอย่างไร

บทความล่าสุด

ผู้หญิงจดรายการยาที่กินประจำก่อนเข้าปรึกษาที่คลินิกผิวหนัง

กินยาลดความดันหรือยาละลายลิ่มเลือดอยู่ ต้องบอกคลินิกก่อนทำไหม?

ยาลดความดันและยาละลายลิ่มเลือดที่กินประจำมีผลกับรอยช้ำและการห้ามเลือดในวันทำหัตถการ บทความนี้รวมเหตุผลที่ควรแจ้งคลินิกล่วงหน้า และเหตุผลที่ไม่ควรหยุดยาเอง

เป็นหวัดหรือมีไข้ต่ำ ๆ ควรเลื่อนหัตถการที่จองไว้หรือไม่ เกณฑ์ที่ช่วยตัดสินใจผิวหนัง

เป็นหวัดหรือมีไข้ต่ำ ๆ ควรเลื่อนหัตถการที่จองไว้ไหม?

ไข้และการติดเชื้อเฉียบพลันส่งผลต่อการบวม การฟื้นตัว และความรู้สึกเจ็บระหว่างทำหัตถการ จึงควรมีเกณฑ์ที่จับต้องได้ว่าอาการแบบไหนควรเลื่อนคิวที่จองไว้ แบบไหนยังคุยกับแพทย์ก่อนได้ บทความนี้ BeautyStone Clinic รวมแนวทางไว้ให้ค่ะ

รูปร่างผอมกับการฉีดฟิลเลอร์สะโพก ทำไมวอลลุ่มดูน้อยกว่าและควรออกแบบอย่างไรบอดี้

รูปร่างผอมฉีดฟิลเลอร์สะโพกแล้ววอลลุ่มดูน้อย ต้องออกแบบยังไง?

คนที่มีชั้นไขมันใต้ผิวหนังบาง เมื่อฉีดฟิลเลอร์สะโพกในปริมาณเท่ากับคนอื่นมักได้วอลลุ่มที่ดูน้อยกว่า และมีโอกาสเห็นขอบของสารได้ง่ายกว่า ทางออกจึงอยู่ที่การเลือกชั้นที่ฉีดและการแบ่งจำนวนครั้งให้ต่างออกไปค่ะ

Juvelook Volume ในวัย 50 ความต่างของการออกแบบและความคาดหวังเมื่อเทียบกับวัย 30รูปหน้าและวอลุ่ม

ทำ Juvelook Volume ตอนอายุ 50 ต่างจากตอนอายุ 30 ยังไง?

แก้มที่ตอบลงตอนวัย 50 กับวัย 30 ไม่ได้มาจากชั้นเดียวกัน เมื่อสาเหตุต่างกัน การออกแบบปริมาณ จุดฉีด จำนวนครั้ง และช่วงเวลาที่ผลลัพธ์จะปรากฏก็ควรตั้งไว้คนละแบบ บทความนี้ BeautyStone Clinic รวบรวมความต่างเหล่านี้ไว้ให้ค่ะ

แพทย์ปรึกษาผู้เข้ารับบริการเรื่องการทำ Oligio X หลังฉีดฟิลเลอร์ลิฟติ้ง

เพิ่งฉีดฟิลเลอร์ ทำ Oligio X ได้ไหม? ควรเว้นระยะเท่าไหร่

เพิ่งฉีดฟิลเลอร์มาไม่นาน แล้วอยากทำ Oligio X ต่อ ความร้อนจากคลื่นวิทยุมีผลกับฟิลเลอร์ HA แค่ไหน บทความนี้รวมข้อมูลจากงานวิจัยที่มีอยู่ พร้อมแนวทางจัดลำดับและเว้นระยะห่างระหว่างสองหัตถการ

ภาพปกบทความเรื่องการใช้เครื่องความงามที่บ้านร่วมกับหัตถการที่คลินิกผิวหนัง

เครื่องความงามที่บ้าน ต้องพักตอนไหนก่อนและหลังทำหัตถการ?

จำนวนวันที่ต้องพักเครื่องความงามหลังทำหัตถการไม่ได้มาจากผลการทดลอง แต่มาจากธรรมเนียมของแต่ละคลินิก บทความนี้จัดระเบียบวิธีคิดจากสภาพผิว 4 อย่าง แยกตามชนิดของเครื่อง

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors