Sofwave vs Thermage FLX เปรียบเทียบอัลตราซาวด์กับ RF lifting
ลิฟติ้ง

Sofwave หรือ Thermage FLX เลือกไม่ถูก? ดูจากสภาพผิวตัวเองก่อนตัดสินใจ

การเลือกเครื่องยกกระชับไม่ได้เริ่มจากว่าเครื่องไหนดีกว่า แต่เริ่มจากสภาพผิวและความต้องการของตัวเราเอง มาไล่ดูทีละสถานการณ์ว่าแบบไหนน่าจะเข้ากับใครมากกว่ากันค่ะ

ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับตัวเองไหมดูจากรูปหรือบทความอย่างเดียวบอกได้ยาก ปรึกษาเป็นภาษาไทยได้ แผนการรักษาจะสรุปหลังพบแพทย์ที่คลินิก* มีเจ้าหน้าที่ภาษาไทย · ถามได้โดยตรงทาง LINEถามคุณหมอ

หลายคนที่เริ่มมองหาการยกกระชับหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัด มักมาหยุดอยู่ตรงคำถามเดียวกัน คือระหว่าง Sofwave กับ Thermage FLX ควรเลือกตัวไหนดี พออ่านรีวิวไปเรื่อย ๆ ก็ยิ่งงง เพราะแต่ละที่พูดไม่เหมือนกัน บางคนอ่านจนเริ่มท้อแล้วเลื่อนการตัดสินใจออกไปเรื่อย ๆ ทั้งที่ความหย่อนก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นทุกปี

จริง ๆ แล้วการเลือกไม่ได้เริ่มจากว่าเครื่องไหน "ดีกว่า" แต่เริ่มจากตัวเราเองก่อน ทั้งสภาพผิว ระดับความหย่อน ช่วงอายุ และเวลาที่พอมีให้พักฟื้น บทความนี้ Beautystone Clinic เลยอยากชวนคุณมองย้อนกลับมาที่ตัวเอง แล้วค่อย ๆ ไล่ดูทีละสถานการณ์ว่าแบบไหนน่าจะเข้ากับใครมากกว่ากัน เพื่อให้พอเห็นทางก่อนไปคุยกับแพทย์ค่ะ

เข้าใจผิดบ่อย ๆ ก่อนเลือกเครื่องลิฟติ้ง

ก่อนจะลงลึกเรื่องเลือก อยากชวนเคลียร์ความเข้าใจผิดที่เจอบ่อยที่สุดก่อน เพราะหลายคนตัดสินใจจากข้อมูลที่คลาดเคลื่อนตั้งแต่ต้น พูดง่าย ๆ คือทั้ง Sofwave และ Thermage FLX ทำงานบนหลักการเดียวกัน คือใช้ความร้อนไปกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจน (Collagen) และอีลาสติน (Elastin) ขึ้นใหม่ ต่างกันแค่ชนิดพลังงานและความลึกที่ส่งความร้อนลงไป ไม่ใช่ว่าตัวหนึ่งดีกว่าอีกตัวแบบเหมารวม

  • เข้าใจผิดว่า "ลึกกว่า = ดีกว่าเสมอ" — ความลึกที่มากกว่าเหมาะกับปัญหาที่ลึกกว่า ไม่ได้แปลว่าเหมาะกับทุกคน ผิวบางที่มีแค่ริ้วรอยเล็ก ๆ อาจไม่ได้ต้องการพลังงานที่ลงลึกขนาดนั้น
  • เข้าใจผิดว่า "แพงกว่า = คุ้มกว่า" — ราคาสะท้อนเทคโนโลยีและบริเวณที่ทำ ไม่ใช่ตัวชี้วัดว่าเข้ากับผิวเราไหม
  • เข้าใจผิดว่า "ทำแล้วเห็นผลเลยในวันเดียว" — ทั้งสองตัวอาศัยการสร้างคอลลาเจนใหม่ ซึ่งค่อย ๆ เห็นผลตามเวลา ไม่ใช่เปลี่ยนทันทีหลังลุกจากเตียง
  • เข้าใจผิดว่า "ทำครั้งเดียวแล้วอยู่ไปตลอด" — ผิวยังเดินหน้าเสื่อมตามวัย ผลจึงมีช่วงเวลาของมัน ไม่ได้คงอยู่แบบไม่มีวันเปลี่ยน

พอมองข้ามความเชื่อเหล่านี้ไปได้ การเลือกจะง่ายขึ้นเยอะ เพราะเราจะเลิกถามว่า "ตัวไหนเทพกว่า" แล้วหันมาถามว่า "ผิวเราต้องการแบบไหน" ซึ่งเป็นคำถามที่พาไปสู่คำตอบที่ตรงกับตัวเองมากกว่าค่ะ

ถามตัวเองก่อน: ผิวเราหย่อนแบบไหน อยากแก้ตรงไหน

ขั้นตอนที่คนมักข้ามไป คือการประเมินตัวเองก่อนดูสเปกเครื่อง ลองส่องกระจกแล้วสังเกตว่าปัญหาหลักของเราอยู่ตรงไหน กรอบหน้าเริ่มดูเบลอลง ผิวไม่แน่นเท่าเดิม หรือหย่อนลงมาเป็นก้อนชัดที่แก้มกับใต้คาง แต่ละแบบชี้ไปคนละทาง พูดในเชิงกลไก Sofwave อาศัยคลื่นอัลตราซาวด์ (Ultrasound) เล็งความร้อนแบบเจาะจงไปยังหนังแท้ชั้นกลางที่ระดับราว 1.5 มิลลิเมตร เลยถนัดงานเก็บรายละเอียดและเป็นมิตรกับผิวบาง ขณะที่ Thermage FLX เดินด้วยคลื่นวิทยุ RF แบบ Monopolar ที่แผ่ความร้อนได้กว้างและหยั่งลึกกว่า อยู่ในช่วง 2–4.5 มิลลิเมตร ไปถึงชั้นไขมันใต้ผิว จึงถนัดจัดการโครงสร้างที่หย่อนแบบเห็นได้ชัด

เพื่อให้เห็นภาพว่าสถานการณ์ของเราน่าจะไปทางไหน ลองเทียบกับตารางนี้เป็นจุดตั้งต้นก่อนคุยกับแพทย์ค่ะ

สถานการณ์ของคุณแนวทางที่มักเหมาะ
ผิวบาง บอบบาง หรือกังวลเรื่องความเจ็บSofwave อาจตอบโจทย์กว่า เพราะโฟกัสตื้นและแม่นยำ
ริ้วรอยเล็ก ๆ รอบดวงตาหรือหน้าผากSofwave เก็บงานละเอียดได้ค่อนข้างดี
หย่อนคล้อยชัดที่แก้ม คาง หรือลำคอThermage FLX ครอบคลุมกว้างและลงลึกกว่า
ผิวค่อนข้างหนา โครงหน้าเริ่มดูตกThermage FLX เน้นกระชับเชิงโครงสร้าง
แทบไม่มีเวลาพักฟื้นเลยทั้งสองตัวมี downtime น้อย แต่ควรให้แพทย์ช่วยวางช่วงเวลา

ตารางนี้เป็นแค่เข็มทิศคร่าว ๆ นะคะ เพราะหลายคนมีปัญหาหลายอย่างปนกัน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้ประเมินสภาพผิวจริงและออกแบบแนวทางเป็นรายบุคคลอีกที

ผิวบาง กลัวเจ็บ ไม่มีเวลาพักฟื้น เริ่มที่ตัวไหนดี

สำหรับคนที่ผิวบางหรือค่อนข้างไว มีริ้วรอยเล็ก ๆ เป็นปัญหาหลักมากกว่าความหย่อนเป็นก้อน แถมอยากทำเสร็จแล้วรีบกลับไปใช้ชีวิตต่อ Sofwave มักเป็นจุดเริ่มที่หลายคนเลือก เพราะคลื่นอัลตราซาวด์จะพุ่งไปรวมที่จุดโฟกัสในหนังแท้ชั้นกลาง ตรงจุดนั้นความร้อนอาจแตะราว 60–70 องศาเซลเซียส เป็นระดับที่ทำให้คอลลาเจนเดิมหดตัวและถูกปลุกให้สร้างขึ้นใหม่ ในเวลาเดียวกันหัวเครื่องก็มีระบบทำความเย็นคอยประคองผิวด้านนอกให้ไม่ร้อนเกินไประหว่างทำ

ในแง่ความรู้สึกระหว่างทำ Sofwave จัดอยู่ในระดับน้อยถึงปานกลาง บางคนรู้สึกอุ่น ๆ หรือชาเล็กน้อยเป็นช่วง ๆ ซึ่งมักหายไปเองหลังทำเสร็จ และเพราะไม่ได้ทำลายผิวชั้นบน จึงแทบไม่ต้องพักฟื้น หลายคนแต่งหน้ากลับได้ในวันเดียวกัน จุดนี้ตอบโจทย์คนที่ตารางชีวิตแน่นและไม่อยากให้ใครสังเกตว่าเพิ่งทำอะไรมา

อีกกลุ่มที่ Sofwave เข้าทางคือคนอายุยังไม่มาก ที่อยากดูแลไว้ก่อนตั้งแต่ความหย่อนยังไม่ชัด เป็นการดูแลล่วงหน้าแบบค่อยเป็นค่อยไป มากกว่าการรอให้ผิวตกลงมาเยอะแล้วค่อยแก้ ทั้งนี้ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองด้วยค่ะ

เปรียบเทียบ Sofwave กับ Thermage FLX จุดต่างที่ควรรู้

หย่อนคล้อยชัด อยากกระชับลึกทั้งกรอบหน้า ทางเลือกคือ

ถ้าปัญหาหลักคือความหย่อนที่มองเห็นได้แล้ว ผิวเริ่มไหลลง กรอบหน้าเบลอ โดยเฉพาะพื้นที่ใหญ่อย่างแก้ม คาง และลำคอ Thermage FLX คือตัวที่แพทย์มักหยิบมาชั่งใจ เพราะคลื่น RF แบบ Monopolar จะปล่อยพลังงานจากขั้วเดียวแล้วไล่ทะลุผิวลงไปทีละชั้น ความร้อนเลยแผ่ตัวได้กว้างและหยั่งลึกกว่า ทำให้จับได้ทั้งเนื้อผิวและโครงเนื้อเยื่อข้างใน อีกทั้งยังมีระบบ ThermaCool คอยพ่นความเย็นที่ผิวหน้าไปด้วยกัน กันไม่ให้ผิวด้านบนสะสมความร้อนมากเกินไป

ลองเทียบภาพให้เห็นง่าย ๆ Sofwave คล้ายไฟฉายลำแคบที่ยิงตรงเข้าเป้า ขณะที่ Thermage FLX คล้ายโคมไฟที่สาดความอบอุ่นกระจายออกไปทั่วบริเวณ สองตัวให้ความร้อนเพื่อปลุกคอลลาเจนเหมือนกัน แต่ลักษณะการแผ่และระดับความลึกไม่เท่ากัน ปัญหาที่ทั้งลึกและกว้างจึงมักเข้ากันได้ดีกับพลังงานแบบครอบคลุม

กลุ่มที่ Thermage FLX มักเหมาะ ได้แก่คนที่ผิวค่อนข้างหนา อยู่ในช่วงวัยที่ผิวเริ่มหย่อนปานกลางถึงมาก และต้องการผลกระชับเชิงโครงสร้างมากกว่าการเก็บริ้วรอยผิว ๆ อย่างไรก็ตาม การจะได้ผลแค่ไหนขึ้นอยู่กับสภาพผิวและระดับพลังงานที่แพทย์เลือกใช้ในแต่ละคน ไม่ใช่ตัวเลขตายตัวเหมือนกันหมดทุกคนค่ะ

ใครเหมาะกับ Sofwave และใครเหมาะกับ Thermage FLX

ทำสองเครื่องร่วมกันได้ไหม แล้วเมื่อไหร่ถึงจะคุ้ม

คำถามที่เจอบ่อยไม่แพ้กันคือ "เลือกไม่ได้ ทำทั้งคู่เลยได้ไหม" คำตอบคือในบางกรณีแพทย์อาจแนะนำให้ทำร่วมกัน เพราะทั้งสองตัวทำงานคนละความลึก Sofwave ดูแลชั้นกลางแบบโฟกัส ส่วน Thermage FLX ลงลึกและกว้าง เมื่อรวมกันจึงอาจเสริมกันได้ในคนที่มีทั้งริ้วรอยผิวและความหย่อนเชิงโครงสร้างพร้อมกัน แต่นี่ไม่ใช่สูตรที่เหมาะกับทุกคน และขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์เป็นรายบุคคล

เรื่อง "คุ้มไหม" ก็ไม่ได้วัดจากการทำเยอะ ๆ ไว้ก่อน แต่วัดจากการทำให้ตรงปัญหา ถ้าปัญหาหลักคือริ้วรอยเล็ก ๆ การทุ่มไปที่พลังงานลงลึกอาจเกินความจำเป็น ในทางกลับกัน ถ้าหย่อนชัดแล้วแต่เลือกเฉพาะตัวที่โฟกัสตื้น ก็อาจรู้สึกว่ายังไม่พอ การปรึกษาเพื่อจับคู่ปัญหากับแนวทางให้พอดี จึงมักคุ้มกว่าการเลือกจากราคาหรือกระแสอย่างเดียว

  • มีทั้งริ้วรอยผิวและหย่อนเชิงโครงสร้าง — เป็นกรณีที่แพทย์อาจพิจารณาวางแผนร่วมกัน
  • ปัญหาเด่นชัดอย่างเดียว — มักเริ่มจากตัวที่ตรงปัญหานั้นก่อน แล้วประเมินซ้ำภายหลัง
  • งบมีจำกัด — จัดลำดับความสำคัญของปัญหา แล้วเลือกทำสิ่งที่ให้ผลตรงจุดที่สุดก่อน

สุดท้ายการจะทำเดี่ยวหรือทำร่วม ควรให้แพทย์ประเมินหน้างานจริง เพราะแผนที่ดีคือแผนที่ออกแบบจากผิวของเรา ไม่ใช่จากที่คนอื่นทำแล้วดีค่ะ

ก่อนจอง: ผลข้างเคียง เวลาเห็นผล และค่าใช้จ่ายที่ควรเผื่อ

ทั้ง Sofwave และ Thermage FLX นับว่าค่อนข้างปลอดภัยเมื่ออยู่ในมือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและคลินิกที่ได้มาตรฐาน แต่ก็ยังมีโอกาสเจอผลข้างเคียงเบา ๆ ที่ควรเผื่อใจ ส่วนใหญ่จะเป็นแค่ผิวแดงหรือบวมนิด ๆ ตรงจุดที่ลง แล้วมักยุบลงเองในช่วง 1–3 วัน บางคนอาจรู้สึกอุ่น แสบ หรือชาวูบ ๆ ตอนทำ ซึ่งแปรตามระดับพลังงานและตำแหน่งที่รักษา ถ้าเจออาการที่ผิดไปจากนี้แล้วไม่ยอมดีขึ้น อย่ารอ ให้กลับไปหาแพทย์ทันทีค่ะ

และมีบางกลุ่มที่ควรพักไว้ก่อนหรือเลื่อนออกไป โดยควรบอกแพทย์ให้ชัดตั้งแต่ต้นเสมอ ได้แก่

  • อยู่ระหว่างตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมลูก
  • ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) หรือมีโลหะฝังอยู่ในร่างกาย
  • ตรงบริเวณที่จะทำมีแผลสดหรือกำลังอักเสบ
  • เคยแพ้ยาชาเฉพาะที่ ในเคสที่จำเป็นต้องใช้ยาชา
  • ทานยาละลายลิ่มเลือด หรืออาหารเสริมที่ไปรบกวนการแข็งตัวของเลือดอยู่

เรื่องจังหวะเห็นผล ทั้งคู่ไม่ได้พลิกโฉมในวันเดียว เพราะต้องรอให้ผิวทยอยสร้างคอลลาเจนขึ้นมา ฝั่ง Sofwave คนส่วนมากจะเริ่มรู้สึกถึงความต่างในช่วงเดือนที่ 2–3 แล้วค่อย ๆ ไต่ขึ้น ส่วน Thermage FLX มักออกผลเต็มที่ราวเดือนที่ 3–6 ผลที่ได้ทั้งสองตัวมักประคองไว้ได้ประมาณ 1–2 ปี แล้วแต่พื้นผิว วิธีดูแลหลังทำ และวัยของแต่ละคน จึงควรมองว่านี่คือการดูแลระยะยาว ไม่ใช่จบในครั้งเดียว

ด้านงบประมาณ ทั้ง Sofwave และ Thermage FLX อยู่ในกลุ่มลิฟติ้งระดับพรีเมียม ตัวเลขเริ่มต้นจะขยับตามจำนวนช็อตและพื้นที่ที่ลง โดยแพทย์เป็นคนช่วยวางแผนและจัดคอร์สให้พอดีกับแต่ละคน สอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ทาง LINE ค่ะ *เรตราคาที่คลินิกย่านฮับจอง กรุงโซล อาจปรับเปลี่ยนได้ แนะนำให้เช็กยืนยันอีกครั้งก่อนเข้ารับบริการ

คาดหวังอะไรได้บ้างจาก Sofwave และ Thermage FLX ผลเวลาและราคา

สรุป เลือกจากตัวเราเอง ไม่ใช่จากชื่อเครื่อง

ปิดท้ายแบบรวบรัด Sofwave เด่นเรื่องยิงความร้อนอัลตราซาวด์แบบเจาะจงลงหนังแท้ชั้นกลาง จึงเข้ามือกับผิวบางและงานเก็บรายละเอียดที่ไม่อยากมีดาวน์ไทม์ ขณะที่ Thermage FLX ชูพลังงาน RF แบบ Monopolar ที่แผ่กว้างและหยั่งลึก เลยรับกับความหย่อนที่เห็นชัดและการดึงโครงเนื้อเยื่อให้กระชับ คำตอบที่ใช่จึงไม่ได้ผูกกับชื่อเครื่อง แต่อยู่ที่ว่าปัญหาของเราตรงกับแนวทางไหนมากกว่ากัน

ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสภาพผิวจริงก่อนตัดสินใจ หากคุณยังลังเลว่าตัวเองเหมาะกับ Sofwave หรือ Thermage FLX หรือควรทำร่วมกัน ที่ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล มีบริการปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ

ถ้ากำลังกังวลเรื่องกรอบหน้าไม่คมหรือผิวดูหย่อนลง ลองแอด LINE เข้ามาเล่าอาการให้คุณหมอช่วยประเมินก่อนได้เลยนะคะ จะได้เลือกแนวทางที่พอดีกับผิวและไลฟ์สไตล์ของคุณจริง ๆ

คำถามที่พบบ่อย

Sofwave กับ Thermage FLX ทำพร้อมกันในคราวเดียวได้ไหม?

ในบางกรณีแพทย์อาจแนะนำให้ทำร่วมกัน เพราะสองตัวทำงานคนละความลึก แต่ไม่ได้เหมาะกับทุกคน ควรให้แพทย์ประเมินสภาพผิวและวางแผนเป็นรายบุคคลก่อนค่ะ

อายุยังไม่มาก ความหย่อนยังไม่ชัด ควรเริ่มที่ตัวไหน?

หลายคนในกลุ่มนี้เริ่มจาก Sofwave เพราะโฟกัสงานละเอียดและดูแลไว้ก่อนได้ แต่แนวทางที่ตรงที่สุดขึ้นอยู่กับสภาพผิวจริง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจค่ะ

ทำแล้วกี่เดือนถึงจะเห็นผลชัด?

ส่วนใหญ่ฝั่ง Sofwave จะเริ่มรู้สึกถึงความต่างช่วงเดือนที่ 2–3 ส่วน Thermage FLX มักชัดเต็มที่ราวเดือนที่ 3–6 แต่ละคนช้าเร็วไม่เท่ากันนะคะ ขึ้นกับผิวและการดูแล

ราคาสองตัวนี้ประมาณเท่าไหร่?

ทั้งคู่อยู่ในหมวดลิฟติ้งระดับพรีเมียม ราคาขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตและบริเวณที่ทำ แพทย์จะประเมินเป็นรายบุคคล สอบถามเพิ่มเติมได้ทาง LINE ค่ะ

บทความแนะนำ

Ulthera กี่ช็อต ถามอะไรต่อดี? ก่อนจองที่ฮงแด เช็กความลึกรายจุดลิฟติ้ง

Ulthera กี่ช็อต ถามอะไรต่อดี? ก่อนจองที่ฮงแด เช็กความลึกรายจุด

ตัวเลขช็อตรวมยังไม่บอกว่าแผน Ulthera เข้ากับหน้าคุณไหม รวมคำถามตอนปรึกษา ตั้งแต่ความลึก 3.0 กับ 4.5 มม. การแบ่งเส้นรายจุด เรื่องแก้มตอบ ถึงวันบินกลับไทย

Ulthera ทั่วหน้ากี่ช็อต? ใบเสนอราคา 300 กับ 600 ช็อต ต้องดูช่องไหนลิฟติ้ง

Ulthera ทั่วหน้ากี่ช็อต? ใบเสนอราคา 300 กับ 600 ช็อต ต้องดูช่องไหน

ใบเสนอราคา Ulthera ที่เขียนแค่ 300 หรือ 600 ช็อตยังบอกไม่ครบ ดูวิธีเช็กว่า 1 ช็อตนับเป็นเส้นไหม แต่ละจุดได้กี่เส้น ใช้ความลึกไหน และช็อตที่เพิ่มมาไปลงตรงไหน

บทความล่าสุด

Skinvive กับ Belotero Revive ต่างกันยังไง ผิวหยาบหรือแห้งเลือกตัวไหน?ผิวหนัง

Skinvive กับ Belotero Revive ต่างกันยังไง ผิวหยาบหรือแห้งเลือกตัวไหน?

Skinvive และ Belotero Revive ฉีด HA เป็นหยดเล็ก ๆ ในชั้นหนังแท้เหมือนกัน แต่ส่วนผสมเสริม ปริมาณ HA และจำนวนครั้งต่างกัน ลองดูว่าผิวหยาบหรือผิวแห้งของคุณใกล้กับงานวิจัยไหน

Ulthera กี่ช็อต ถามอะไรต่อดี? ก่อนจองที่ฮงแด เช็กความลึกรายจุดลิฟติ้ง

Ulthera กี่ช็อต ถามอะไรต่อดี? ก่อนจองที่ฮงแด เช็กความลึกรายจุด

ตัวเลขช็อตรวมยังไม่บอกว่าแผน Ulthera เข้ากับหน้าคุณไหม รวมคำถามตอนปรึกษา ตั้งแต่ความลึก 3.0 กับ 4.5 มม. การแบ่งเส้นรายจุด เรื่องแก้มตอบ ถึงวันบินกลับไทย

Potenza วันรุ่งขึ้นแต่งหน้าได้ไหม? กันแดด คุชชั่น เริ่มใช้ตอนไหนดีผิวหนัง

Potenza วันรุ่งขึ้นแต่งหน้าได้ไหม? กันแดด คุชชั่น เริ่มใช้ตอนไหนดี

หลังทำ Potenza ควรกลับมาใช้กันแดด คุชชั่น และเมคอัพสีตามลำดับไหน ผิวคล้ำต้องระวังอะไรเพิ่ม ล้างเครื่องสำอางยังไง และถ้าทำระหว่างทริปเกาหลีจะบินกลับได้ไหม

ฉีด Rejuran แล้วเป็นก้อน ผ่านไป 1 เดือนยังไม่ยุบ ต้องเช็กอะไรบ้าง?ผิวหนัง

ฉีด Rejuran แล้วเป็นก้อน ผ่านไป 1 เดือนยังไม่ยุบ ต้องเช็กอะไรบ้าง?

ก้อนหลังฉีด Rejuran ที่ค้างเกิน 1 เดือน ควรรอต่อหรือไปตรวจ ดูวิธีแยกก้อนที่ไม่ปวดกับก้อนที่แดงและปวด สิ่งที่คุณหมอเช็กตอนตรวจ และอาการที่ต้องรีบไปหาหมอ

Ulthera ทั่วหน้ากี่ช็อต? ใบเสนอราคา 300 กับ 600 ช็อต ต้องดูช่องไหนลิฟติ้ง

Ulthera ทั่วหน้ากี่ช็อต? ใบเสนอราคา 300 กับ 600 ช็อต ต้องดูช่องไหน

ใบเสนอราคา Ulthera ที่เขียนแค่ 300 หรือ 600 ช็อตยังบอกไม่ครบ ดูวิธีเช็กว่า 1 ช็อตนับเป็นเส้นไหม แต่ละจุดได้กี่เส้น ใช้ความลึกไหน และช็อตที่เพิ่มมาไปลงตรงไหน

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors