ชรึงก์กับอัลเทอร่า — ไฮฟูเหมือนกัน แต่ผลลัพธ์ต่างกันตรงไหน?
เปรียบเทียบความลึกในการออกฤทธิ์ ความคงทนของผล และระดับความเจ็บปวดของอุปกรณ์ไฮฟูทั้งสองชนิด พร้อมหลักฐานทางคลินิกอย่างละเอียด


วียองจิน
ผู้อำนวยการ
เมื่อเข้ารับคำปรึกษาเรื่องการยกกระชับ ชื่อ Shurink และ อัลเทอร่า มักจะถูกหยิบยกขึ้นมาคู่กันแทบทุกครั้ง ราคาก็อยู่ในระดับใกล้เคียงกัน และมักมีคำอธิบายสั้นๆ ว่า "ทั้งคู่คือไฮฟู" ทำให้หลายคนตัดสินใจได้ยากว่าแบบไหนเหมาะกับสภาพผิวของตัวเองมากกว่ากันครับ
สรุปในหนึ่งบรรทัด ทั้งคู่อยู่ในกลุ่มไฮฟูเหมือนกัน แต่มีความแตกต่างเล็กน้อยในด้านรูปแบบการส่งพลังงาน การมีระบบแสดงภาพหรือไม่ และระดับความเจ็บปวดต่อครั้ง รวมถึงประเภทผู้ที่เหมาะสมก็ต่างกันเล็กน้อย การบอกว่าอันไหนดีกว่าอย่างเด็ดขาดนั้นไม่ถูกต้องในทางการแพทย์ครับ
> บทความนี้รวบรวมข้อมูลหัตถการจากคลินิกบิวตี้สโตน
ทั้งคู่คือไฮฟูที่กระตุ้นชั้น SMAS แต่รูปแบบการส่งพลังงานต่างกัน
ไฮฟู (HIFU) คือหัตถการที่รวมพลังงานอัลตราซาวด์แบบโฟกัสลึกเข้าไปในผิว แล้วสร้างความร้อนที่จุดเดียว เพื่อกระตุ้นการหดตัวและการฟื้นฟูของคอลลาเจนในชั้น SMAS: พังผืดที่คลุมอยู่เหนือกล้ามเนื้อแสดงสีหน้า เป็นชั้นที่เป็นจุดเริ่มต้นของการหย่อนคล้อยของใบหน้าครับ
อัลเทอร่า (Ultherapy) เป็นอุปกรณ์ของ Merz Aesthetics ที่แสดงภาพตัดขวางของผิวหนังบนหน้าจอระหว่างทำหัตถการ ทำให้แพทย์สามารถมองเห็นความลึกของชั้น SMAS และยืนยันตำแหน่งก่อนยิงแต่ละจุดได้ (MFU-V, Micro-Focused Ultrasound with Visualization) ส่วน Shurink เป็นอุปกรณ์ไฮฟูที่นิยมใช้ในเกาหลี โดยไม่มีระบบแสดงภาพ แต่เปลี่ยนหัวคาร์ทริดจ์ตามความลึกที่ต้องการแทน ทั้งสองรูปแบบมีหลักการเดียวกันคือรักษาชั้นผิวหนังกำพร้าไว้ และรวมความร้อนลงลึกถึงชั้นหนังแท้และชั้น SMASครับ
ระยะเวลาที่เห็นผลและรูปแบบการสร้างคอลลาเจนใหม่คล้ายกัน
จากการทบทวนทางคลินิกของ MFU (กลุ่มอัลเทอร่า) พบว่าที่ 90 วันหลังทำหัตถการ ผู้ป่วยประมาณ 92% มีความยืดหยุ่นของผิวและริ้วรอยดีขึ้น และผลยังคงอยู่ถึง 12 เดือนครับ Shurink ก็ใช้หลักการไฮฟูเช่นเดียวกัน ดังนั้นกระบวนการพื้นฐานคือ การหดตัวของคอลลาเจน → การสร้างใหม่ → การคงอยู่ จึงมีรูปแบบที่คล้ายกัน
ตัวแปรที่ส่งผลต่อผลลัพธ์ไม่ใช่ชื่อของอุปกรณ์ แต่คือการเลือกคาร์ทริดจ์ (ความลึก) จำนวนช็อต และประสบการณ์ของผู้ทำหัตถการครับ แม้แต่อัลเทอร่าเครื่องเดียวกัน ผลลัพธ์ก็ต่างกันตามแพทย์แต่ละคน และ Shurink เองก็เช่นกัน ขึ้นอยู่กับว่าจะยิงความลึกไหนและกี่ช็อต
ความเจ็บปวดและช่วงพักฟื้นมีความแตกต่างเล็กน้อย
| รายการ | อัลเทอร่า | Shurink | |---|---|---| | ระบบแสดงภาพ (ดูตัดขวางผิว) | มี | ไม่มี | | ความลึกที่ออกฤทธิ์ | 1.5 / 3.0 / 4.5 มม. | 1.5 / 3.0 / 4.5 มม. | | จำนวนครั้งที่แนะนำ | 1 ครั้ง (ทุก 12 เดือน) | 1–2 ครั้ง (ทุก 6–12 เดือน) | | ระดับความเจ็บปวด | ปานกลาง–มาก (แนะนำใช้ยาชา) | น้อย–ปานกลาง | | ช่วงพักฟื้น | ทันที–1 วัน | ทันที | | ความคงทนของผล | ประมาณ 12 เดือน | 6–12 เดือน |
การทบทวนทางคลินิกของไฮฟูกลุ่มเดียวกันรายงานว่าระดับความเจ็บปวดโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 3.8 จากคะแนน 0–10 และบริเวณรอบดวงตาและใต้คางมีความเจ็บปวดสูงกว่าครับ การใช้ครีมชาหรือยาแก้ปวดร่วมด้วยถือเป็นเรื่องปกติ และผื่นแดงและอาการบวมชั่วคราวเกิดขึ้นในเกือบทุกกรณีครับ
มีสัญญาณที่บอกได้ว่าแบบไหนเหมาะกับคุณมากกว่า
ผู้ที่เหมาะกับอัลเทอร่ามากกว่า:
- ผู้ที่มีความหนาของผิวและตำแหน่งชั้น SMAS แตกต่างกันมาก (ต้องการกำหนดความลึกที่แม่นยำด้วยระบบแสดงภาพ)
- ผู้ที่ต้องการผลที่เข้มข้นในครั้งเดียวและต้องการให้ผลอยู่ได้ประมาณ 1 ปี
- ผู้ที่พร้อมใช้ยาชาและรับได้กับความเจ็บปวด
ผู้ที่เหมาะกับ Shurink มากกว่า:
- ผู้ที่เพิ่งเริ่มทำไฮฟูเป็นครั้งแรก (ต้องการเริ่มด้วยความเข้มข้นต่ำและความเจ็บปวดน้อยกว่า)
- ผู้ที่ต้องการบำรุงผิวเบาๆ ทุก 6–12 เดือน
- ผู้ที่ต้องการลดภาระจากการใช้ยาชาและกลับสู่ชีวิตประจำวันได้เร็ว
ดังที่กล่าวไปแล้ว เนื่องจากทั้งคู่อยู่ในกลุ่มไฮฟูเหมือนกัน ทิศทางโดยรวมจึงคล้ายกัน แต่หากคุณมีลำดับความสำคัญที่ต่างกันในเรื่องการมีระบบแสดงภาพ ระดับความเจ็บปวด หรือระยะห่างระหว่างครั้ง คำตอบก็จะต่างกันไปครับ
ในกรณีเหล่านี้ กรุณาพิจารณาตัวเลือกอื่นด้วย
- ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- มีการอักเสบ สิว หรือเริมในบริเวณที่จะทำหัตถการ
- มีแนวโน้มเกิดคีลอยด์ (เคยมีรอยแผลเป็นนูนขึ้นมาก่อน)
- เพิ่งรับหัตถการเลเซอร์หรือฟิลเลอร์ภายใน 1 สัปดาห์
- ผู้ที่มีค่า BMI 30 ขึ้นไปซึ่งมีความหนาของผิวและชั้นไขมันมาก
รายการสุดท้ายเกี่ยวข้องกับข้อจำกัดด้านความลึกในการออกฤทธิ์ของไฮฟูครับ การทบทวนทางคลินิกรายงานด้วยว่าผู้ที่มีค่า BMI สูงมากหรือมีการหย่อนคล้อยขั้นรุนแรงอาจได้รับผลจากไฮฟูแบบเดี่ยวๆ อย่างจำกัด ในกรณีเช่นนี้ การพิจารณาทางเลือกอื่นร่วมด้วย เช่น การยกกระชับด้วยคลื่นวิทยุ (RF) หรือการยกกระชับด้วยไหม ถือเป็นแนวทางที่สมเหตุสมผลมากกว่าครับ
คำถามที่พบบ่อย
Q. ทำครั้งเดียวอยู่ได้ตลอดชีพไหม?
A. ไม่มีหัตถการใดที่อยู่ได้ตลอดชีพครับ คอลลาเจนที่สร้างขึ้นจากไฮฟูจะค่อยๆ ถูกดูดซึมกลับตามกระบวนการแก่ตามธรรมชาติภายในประมาณ 12 เดือน โดยทั่วไปหลายคนทำซ้ำทุกประมาณ 12 เดือน และระยะห่างอาจยาวหรือสั้นกว่านั้นขึ้นอยู่กับอายุและสภาพผิวของแต่ละคนครับ
Q. ทำทั้งสองแบบพร้อมกันได้ไหม?
A. ไม่แนะนำให้ทำไฮฟูแบบเดิมสองครั้งในช่วงเวลาเดียวกันครับ มีบางคนที่ทำด้วยอุปกรณ์หนึ่งไป 12 เดือน แล้วลองเปลี่ยนไปใช้อุปกรณ์อีกชนิดในรอบถัดไป หรืออีกแนวทางหนึ่งที่นิยมคือการผสมผสานไฮฟูกับหัตถการที่ใช้หลักการต่างกัน เช่น คลื่นวิทยุ (RF) ครับ
Q. อาการบวมหลังทำจะยุบภายในกี่วัน?
A. ผื่นแดงและอาการบวมเล็กน้อยเกิดขึ้นในเกือบทุกราย และมักยุบลงภายใน 1–2 วันครับ อย่างไรก็ตาม บริเวณใต้คางและรอบดวงตาอาจบวมนานกว่านั้นในบางราย ดังนั้นหากมีนัดสำคัญ ควรเผื่อเวลา 3–5 วันไว้ก่อนจะดีกว่าครับ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
บทความแนะนำ
ลิฟติ้งหน้าผาก-คิ้วหย่อนคล้อย Sofwave ช่วยได้ไหม? เจาะลึกข้อควรรู้
รวมข้อควรรู้เรื่องหน้าผากและคิ้วหย่อนคล้อย ว่า Sofwave ยกกระชับด้วยคลื่นอัลตราซาวด์เข้ามาช่วยดูแลได้อย่างไร และควรพิจารณาจุดไหนก่อนตัดสินใจ
ลิฟติ้งหลังทำ InMode FX ล้างหน้าแต่งหน้าได้เมื่อไหร่
หลังทำ InMode FX จะกลับมาล้างหน้าและแต่งหน้าได้เมื่อไหร่ พร้อมวิธีดูแลผิวช่วงที่ยังมีรอยแดง มาดูไทม์ไลน์กันค่ะ
ลิฟติ้งผิวรอบดวงตาบางบอบบาง ทำ Sofwave ได้ไหม
ผิวรอบดวงตาบางและบอบบาง มาดูกันว่าการยกกระชับด้วยคลื่นอัลตราซาวด์อย่าง Sofwave เกี่ยวข้องกับบริเวณนี้อย่างไร ต่างจาก Shurink ตรงไหน พร้อมข้อควรระวังค่ะ
บทความล่าสุด
ลิฟติ้งหลังทำ Onda มีอาการร้อนและแดง ดูแลอย่างไร
หลังทำ Onda ลิฟติงแล้วมีอาการร้อนวูบและผิวแดง มาดูกันว่าควรดูแลอย่างไร และเมื่อไรควรติดต่อคลินิก พร้อมข้อควรระวังแบบเข้าใจง่ายค่ะ
ผิวหนังทำหัตถการแล้วขึ้นเครื่องบินได้เมื่อไหร่?
หลังทำหัตถการความงาม จะขึ้นเครื่องบินไปเที่ยวได้เมื่อไหร่ถึงจะสบายใจ บทความนี้รวมเรื่องสภาพในห้องโดยสารที่มีผลต่อผิว พร้อมระยะที่ควรเว้นตามชนิดหัตถการไว้ให้แล้ว
กำจัดขนกำจัดขน เลือก GentleMax Pro Plus หรือ Alexandrite
ลังเลว่าจะกำจัดขนด้วยเลเซอร์ตัวไหน มาดูความต่างระหว่าง GentleMax Pro Plus กับ Alexandrite จากเรื่องความยาวคลื่นและความเข้ากับผิวแบบเข้าใจง่ายค่ะ
ลิฟติ้งผิวรอบดวงตาบางบอบบาง ทำ Sofwave ได้ไหม
ผิวรอบดวงตาบางและบอบบาง มาดูกันว่าการยกกระชับด้วยคลื่นอัลตราซาวด์อย่าง Sofwave เกี่ยวข้องกับบริเวณนี้อย่างไร ต่างจาก Shurink ตรงไหน พร้อมข้อควรระวังค่ะ
รูปหน้าและวอลุ่มหน้าผากยุบ มีริ้วรอยเล็ก ๆ Juvelook ช่วยได้ไหม
หน้าผากยุบและมีริ้วรอยเล็ก ๆ มาดูกันว่าคอลลาเจนบูสเตอร์อย่าง Juvelook เกี่ยวข้องอย่างไร ต่างจากฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิกตรงไหน พร้อมข้อควรระวังค่ะ
ผิวหนังหลังทำหัตถการ กลับไปเวทเทรนนิงได้เมื่อไร
หลังทำหัตถการผิว การเวทเทรนนิงที่มีเหงื่อควรกลับไปทำได้เมื่อไร มาดูเกณฑ์คร่าว ๆ ตามชนิดหัตถการ พร้อมเหตุผลและข้อควรระวังแบบเข้าใจง่ายค่ะ

