Shurink กับ Ulthera ต่างกันยังไง เลือกแบบไหนดีสำหรับหน้าเรา
เวลาปรึกษาเรื่องยกกระชับหน้า มักได้ยินชื่อ Shurink กับ Ulthera คู่กันเสมอ ทั้งสองเป็น HIFU เหมือนกัน แต่มีจุดต่างที่ทำให้ผลลัพธ์ไม่เหมือนกันเป๊ะ ๆ

เวลาไปปรึกษาเรื่องยกกระชับหน้าที่คลินิก มักได้ยินชื่อ Shurink กับ Ulthera คู่กันเกือบทุกครั้ง ราคาก็อยู่ในระดับใกล้เคียงกัน แถมทั้งคู่ยังถูกจัดอยู่ในกลุ่ม HIFU เหมือนกัน เลยทำให้หลายคนตัดสินใจไม่ถูกว่าแบบไหนจะเหมาะกับผิวของตัวเองมากกว่ากัน
การดูแลผิวด้วยตัวเองอย่างเดียวมักไม่พอสำหรับความหย่อนคล้อยที่เริ่มเห็นชัด บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาไปดูความแตกต่างของ Shurink กับ Ulthera ตั้งแต่กลไกการทำงาน ความเจ็บ ไปจนถึงวิธีเลือกให้เหมาะกับตัวเองค่ะ
Shurink กับ Ulthera คืออะไร ทำไมถึงถูกเทียบกันบ่อย
HIFU (High Intensity Focused Ultrasound) คือการยิงคลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัสลงไปในชั้นผิวลึก ทำให้เกิดความร้อนที่จุดเดียวและกระตุ้นให้ชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) หดตัวและสร้างคอลลาเจนใหม่ ชั้น SMAS นี้เป็นชั้นเดียวกับที่ใช้ในการผ่าตัดร้อยไหมยกกระชับ และถือเป็นจุดเริ่มต้นของความหย่อนคล้อยบนใบหน้า
Ulthera (Ultherapy) เป็นเครื่องมือของ Merz Aesthetics ที่มีระบบ MFU-V (Micro-Focused Ultrasound with Visualization) ทำให้แพทย์เห็นภาพตัดขวางของชั้นผิวขณะยิงจริง จึงกำหนดความลึกได้แม่นยำ ส่วน Shurink (Ultraformer) เป็นเครื่อง HIFU ที่นิยมใช้ในเกาหลี ทำงานโดยไม่มีภาพนำทาง แต่เปลี่ยนหัวคาร์ทริดจ์ตามความลึกที่ต้องการแทน ทั้งสองแบบยังคงหลักการเดียวกันคือปกป้องผิวชั้นนอกและส่งความร้อนไปที่ชั้นหนังแท้และชั้น SMAS

กลไกการทำงานต่างกันตรงไหน
ลองนึกภาพเหมือนแว่นขยายที่รวมแสงแดดให้ตกที่จุดเดียวจนเกิดความร้อน HIFU ก็ทำงานคล้ายกัน คือรวมพลังงานอัลตราซาวด์ให้ตกที่จุดลึกจุดเดียวโดยไม่ทำร้ายผิวชั้นบน ความต่างของ Ulthera กับ Shurink อยู่ที่วิธีเล็งจุดนั้น เครื่องที่มีภาพนำทางจะช่วยให้แพทย์มั่นใจได้มากขึ้นว่ายิงถูกความลึกจริง โดยเฉพาะในคนที่ชั้นไขมันหรือความหนาของผิวไม่เท่ากันทั้งหน้า
ปัจจัยที่มีผลต่อผลลัพธ์มากที่สุดไม่ใช่ชื่อเครื่อง แต่เป็นความลึกที่เลือก จำนวนช็อตที่ยิง และประสบการณ์ของแพทย์ผู้ทำหัตถการ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแต่ละคนอาจให้ผลลัพธ์ต่างกันแม้ใช้เครื่องเดียวกัน
ผลลัพธ์ ระยะเวลาที่เห็นผล และดาวน์ไทม์
งานวิจัยทางคลินิกเกี่ยวกับ HIFU กลุ่ม MFU พบว่าประมาณ 90 วันหลังทำ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีผิวกระชับขึ้นและริ้วรอยดูดีขึ้น และผลลัพธ์นี้มักอยู่ได้นานถึง 12 เดือน Shurink ใช้หลักการ HIFU เดียวกัน ทิศทางของผลลัพธ์จึงคล้ายกัน คือคอลลาเจนหดตัวก่อน แล้วค่อย ๆ สร้างใหม่ และคงอยู่ไปตามเวลา
ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองหลังทำ อาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยหลังทำ ซึ่งมักหายได้เองภายใน 1-3 วัน หากมีอาการผิดปกติหรือบวมนานเกินไป ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

ความเจ็บและผลข้างเคียงที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
| หัวข้อ | Ulthera | Shurink |
|---|---|---|
| การดูภาพขณะทำ | มี (มองเห็นชั้นผิวระหว่างทำ) | ไม่มี |
| ความลึกที่ทำได้ | 1.5 / 3.0 / 4.5 มม. | 1.5 / 3.0 / 4.5 มม. |
| จำนวนครั้งที่แนะนำ | 1 ครั้ง (ห่างกันประมาณ 12 เดือน) | 1-2 ครั้ง (ห่างกันประมาณ 6-12 เดือน) |
| ระดับความเจ็บ | ปานกลางถึงค่อนข้างเจ็บ | เบาถึงปานกลาง |
| ดาวน์ไทม์ | แทบไม่มีถึง 1 วัน | แทบไม่มี |
| ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน | ประมาณ 12 เดือน | ประมาณ 6-12 เดือน |
งานวิจัยทางคลินิกเกี่ยวกับ HIFU กลุ่ม MFU รายงานว่าระดับความเจ็บเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3.8 จากคะแนนเต็ม 10 โดยบริเวณรอบดวงตาและใต้คางมักเจ็บมากกว่าจุดอื่น คลินิกส่วนใหญ่จะทายาชาก่อนทำและอาจให้ยาแก้ปวดร่วมด้วย ส่วนรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยพบได้เกือบทุกคน
Ulthera ใช้พลังงานค่อนข้างสูงร่วมกับการดูภาพนำทาง ความเจ็บจึงมักอยู่ในระดับปานกลางถึงค่อนข้างเจ็บ แนะนำให้ทายาชาก่อนทำเสมอ ส่วน Shurink ที่แบ่งความลึกด้วยหัวคาร์ทริดจ์ มักให้ความรู้สึกเบากว่าถึงปานกลาง เหมาะกับคนที่กังวลเรื่องความเจ็บมากเป็นพิเศษ

เหมาะกับใคร ไม่เหมาะกับใคร
มาดูกันว่าแต่ละแบบเหมาะกับใครบ้างค่ะ
Ulthera เหมาะกับ
- คนที่ความหนาของผิวหรือตำแหน่งชั้น SMAS ไม่เท่ากันทั้งหน้า อยากให้แพทย์เห็นภาพและเล็งความลึกแม่นยำ
- คนที่อยากได้ผลลัพธ์ชัดเจนในครั้งเดียวและอยู่ได้นานเป็นปี
- คนที่รับความเจ็บได้ในระดับหนึ่งและพร้อมทายาชา
Shurink เหมาะกับ
- คนที่เพิ่งเริ่มทำ HIFU ครั้งแรก อยากเริ่มจากความเจ็บที่เบากว่า
- คนที่อยากทำถี่ขึ้นทุก 6-12 เดือนแบบค่อยเป็นค่อยไป
- คนที่อยากลดความรู้สึกไม่สบายตัวและกลับไปใช้ชีวิตปกติได้เร็ว
คนที่มีข้อห้ามต่อไปนี้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจทำ: กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร มีการอักเสบหรือสิวรุนแรงบริเวณที่จะทำ มีแนวโน้มเป็นแผลเป็นคีลอยด์ หรือเพิ่งทำเลเซอร์และฟิลเลอร์มาภายใน 1 สัปดาห์
ราคาแตกต่างกันแค่ไหน
ราคาของทั้งสองแบบเริ่มต้นประมาณ 300,000 วอน (ตามจำนวนช็อตและบริเวณที่ทำ) ยิ่งเลือกช็อตมากราคาต่อช็อตยิ่งคุ้มขึ้น แต่ราคาที่คลินิกในกรุงโซลอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามโปรโมชั่นและช่วงเวลา แนะนำให้ดูราคาและโปรโมชั่นล่าสุดที่ /th/price และ /th/promotion ก่อนตัดสินใจนัดหมายค่ะ
สรุป เลือกแบบไหนดีสำหรับเรา
Shurink กับ Ulthera เป็น HIFU กลุ่มเดียวกัน กระตุ้นชั้น SMAS เหมือนกัน แต่ต่างกันที่การดูภาพนำทาง ระดับความเจ็บ และความถี่ในการทำ
ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสภาพผิวก่อนตัดสินใจ
หากคุณกำลังกังวลว่าจะเลือก Shurink หรือ Ulthera ดี ทักมาปรึกษาคุณหมอที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ผ่าน LINE ได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
คำถามที่พบบ่อย
Q1. ทำ Shurink กับ Ulthera พร้อมกันได้ไหม
ปกติไม่แนะนำให้ทำ HIFU สองแบบในช่วงเวลาใกล้กันค่ะ ส่วนใหญ่จะเลือกทำแบบใดแบบหนึ่งต่อเนื่องไปก่อนประมาณ 1 ปี แล้วค่อยลองอีกแบบในรอบถัดไป หรือใช้ร่วมกับหัตถการที่หลักการต่างกัน เช่น RF
Q2. ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน
โดยทั่วไปผลลัพธ์จาก HIFU มักอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล หลังจากนั้นคอลลาเจนที่สร้างขึ้นจะค่อย ๆ กลับสู่ความเป็นธรรมชาติตามอายุ หลายคนนัดทำซ้ำทุกปีเพื่อรักษาผลลัพธ์
Q3. หลังทำจะบวมนานแค่ไหน
ส่วนใหญ่จะมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยหลังทำ ซึ่งมักหายได้เองภายใน 1-2 วัน แต่บริเวณใต้คางและรอบดวงตาอาจบวมนานกว่าจุดอื่นเล็กน้อย ถ้ามีนัดสำคัญแนะนำให้เผื่อเวลาไว้ประมาณ 3-5 วัน
Q4. ถ้ากลัวเจ็บควรทำยังไงดี
สามารถปรึกษาแพทย์เรื่องการทายาชาหรือปรับระดับพลังงานให้เหมาะกับตัวเองได้ค่ะ หากกังวลเรื่องความเจ็บเป็นพิเศษ แนะนำให้บอกแพทย์ตั้งแต่ตอนปรึกษา เพื่อวางแผนการทำที่สบายใจที่สุด









