ภาพประกอบความแตกต่างระหว่าง Shurink กับ Ulthera
ลิฟติ้ง

Shurink กับ Ulthera ต่างกันยังไง เลือกแบบไหนดีสำหรับหน้าเรา

เวลาปรึกษาเรื่องยกกระชับหน้า มักได้ยินชื่อ Shurink กับ Ulthera คู่กันเสมอ ทั้งสองเป็น HIFU เหมือนกัน แต่มีจุดต่างที่ทำให้ผลลัพธ์ไม่เหมือนกันเป๊ะ ๆ

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน · 5 ตุลาคม 2026
6นาที
ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับตัวเองไหมดูจากรูปหรือบทความอย่างเดียวบอกได้ยาก ปรึกษาเป็นภาษาไทยได้ แผนการรักษาจะสรุปหลังพบแพทย์ที่คลินิก* มีเจ้าหน้าที่ภาษาไทย · ถามได้โดยตรงทาง LINEถามคุณหมอ

เวลาไปปรึกษาเรื่องยกกระชับหน้าที่คลินิก มักได้ยินชื่อ Shurink กับ Ulthera คู่กันเกือบทุกครั้ง ราคาก็อยู่ในระดับใกล้เคียงกัน แถมทั้งคู่ยังถูกจัดอยู่ในกลุ่ม HIFU เหมือนกัน เลยทำให้หลายคนตัดสินใจไม่ถูกว่าแบบไหนจะเหมาะกับผิวของตัวเองมากกว่ากัน

การดูแลผิวด้วยตัวเองอย่างเดียวมักไม่พอสำหรับความหย่อนคล้อยที่เริ่มเห็นชัด บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาไปดูความแตกต่างของ Shurink กับ Ulthera ตั้งแต่กลไกการทำงาน ความเจ็บ ไปจนถึงวิธีเลือกให้เหมาะกับตัวเองค่ะ

Shurink กับ Ulthera คืออะไร ทำไมถึงถูกเทียบกันบ่อย

HIFU (High Intensity Focused Ultrasound) คือการยิงคลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัสลงไปในชั้นผิวลึก ทำให้เกิดความร้อนที่จุดเดียวและกระตุ้นให้ชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) หดตัวและสร้างคอลลาเจนใหม่ ชั้น SMAS นี้เป็นชั้นเดียวกับที่ใช้ในการผ่าตัดร้อยไหมยกกระชับ และถือเป็นจุดเริ่มต้นของความหย่อนคล้อยบนใบหน้า

Ulthera (Ultherapy) เป็นเครื่องมือของ Merz Aesthetics ที่มีระบบ MFU-V (Micro-Focused Ultrasound with Visualization) ทำให้แพทย์เห็นภาพตัดขวางของชั้นผิวขณะยิงจริง จึงกำหนดความลึกได้แม่นยำ ส่วน Shurink (Ultraformer) เป็นเครื่อง HIFU ที่นิยมใช้ในเกาหลี ทำงานโดยไม่มีภาพนำทาง แต่เปลี่ยนหัวคาร์ทริดจ์ตามความลึกที่ต้องการแทน ทั้งสองแบบยังคงหลักการเดียวกันคือปกป้องผิวชั้นนอกและส่งความร้อนไปที่ชั้นหนังแท้และชั้น SMAS

ภาพแสดงกลไกการทำงานของ HIFU ในชั้นผิว

กลไกการทำงานต่างกันตรงไหน

ลองนึกภาพเหมือนแว่นขยายที่รวมแสงแดดให้ตกที่จุดเดียวจนเกิดความร้อน HIFU ก็ทำงานคล้ายกัน คือรวมพลังงานอัลตราซาวด์ให้ตกที่จุดลึกจุดเดียวโดยไม่ทำร้ายผิวชั้นบน ความต่างของ Ulthera กับ Shurink อยู่ที่วิธีเล็งจุดนั้น เครื่องที่มีภาพนำทางจะช่วยให้แพทย์มั่นใจได้มากขึ้นว่ายิงถูกความลึกจริง โดยเฉพาะในคนที่ชั้นไขมันหรือความหนาของผิวไม่เท่ากันทั้งหน้า

ปัจจัยที่มีผลต่อผลลัพธ์มากที่สุดไม่ใช่ชื่อเครื่อง แต่เป็นความลึกที่เลือก จำนวนช็อตที่ยิง และประสบการณ์ของแพทย์ผู้ทำหัตถการ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแต่ละคนอาจให้ผลลัพธ์ต่างกันแม้ใช้เครื่องเดียวกัน

ผลลัพธ์ ระยะเวลาที่เห็นผล และดาวน์ไทม์

งานวิจัยทางคลินิกเกี่ยวกับ HIFU กลุ่ม MFU พบว่าประมาณ 90 วันหลังทำ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีผิวกระชับขึ้นและริ้วรอยดูดีขึ้น และผลลัพธ์นี้มักอยู่ได้นานถึง 12 เดือน Shurink ใช้หลักการ HIFU เดียวกัน ทิศทางของผลลัพธ์จึงคล้ายกัน คือคอลลาเจนหดตัวก่อน แล้วค่อย ๆ สร้างใหม่ และคงอยู่ไปตามเวลา

ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองหลังทำ อาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยหลังทำ ซึ่งมักหายได้เองภายใน 1-3 วัน หากมีอาการผิดปกติหรือบวมนานเกินไป ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

ภาพแสดงระยะเวลาที่เห็นผลและดาวน์ไทม์หลังทำ HIFU

ความเจ็บและผลข้างเคียงที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

หัวข้อUltheraShurink
การดูภาพขณะทำมี (มองเห็นชั้นผิวระหว่างทำ)ไม่มี
ความลึกที่ทำได้1.5 / 3.0 / 4.5 มม.1.5 / 3.0 / 4.5 มม.
จำนวนครั้งที่แนะนำ1 ครั้ง (ห่างกันประมาณ 12 เดือน)1-2 ครั้ง (ห่างกันประมาณ 6-12 เดือน)
ระดับความเจ็บปานกลางถึงค่อนข้างเจ็บเบาถึงปานกลาง
ดาวน์ไทม์แทบไม่มีถึง 1 วันแทบไม่มี
ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหนประมาณ 12 เดือนประมาณ 6-12 เดือน

งานวิจัยทางคลินิกเกี่ยวกับ HIFU กลุ่ม MFU รายงานว่าระดับความเจ็บเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3.8 จากคะแนนเต็ม 10 โดยบริเวณรอบดวงตาและใต้คางมักเจ็บมากกว่าจุดอื่น คลินิกส่วนใหญ่จะทายาชาก่อนทำและอาจให้ยาแก้ปวดร่วมด้วย ส่วนรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยพบได้เกือบทุกคน

Ulthera ใช้พลังงานค่อนข้างสูงร่วมกับการดูภาพนำทาง ความเจ็บจึงมักอยู่ในระดับปานกลางถึงค่อนข้างเจ็บ แนะนำให้ทายาชาก่อนทำเสมอ ส่วน Shurink ที่แบ่งความลึกด้วยหัวคาร์ทริดจ์ มักให้ความรู้สึกเบากว่าถึงปานกลาง เหมาะกับคนที่กังวลเรื่องความเจ็บมากเป็นพิเศษ

ภาพแสดงระดับความเจ็บของ Ulthera กับ Shurink

เหมาะกับใคร ไม่เหมาะกับใคร

มาดูกันว่าแต่ละแบบเหมาะกับใครบ้างค่ะ

Ulthera เหมาะกับ

  • คนที่ความหนาของผิวหรือตำแหน่งชั้น SMAS ไม่เท่ากันทั้งหน้า อยากให้แพทย์เห็นภาพและเล็งความลึกแม่นยำ
  • คนที่อยากได้ผลลัพธ์ชัดเจนในครั้งเดียวและอยู่ได้นานเป็นปี
  • คนที่รับความเจ็บได้ในระดับหนึ่งและพร้อมทายาชา

Shurink เหมาะกับ

  • คนที่เพิ่งเริ่มทำ HIFU ครั้งแรก อยากเริ่มจากความเจ็บที่เบากว่า
  • คนที่อยากทำถี่ขึ้นทุก 6-12 เดือนแบบค่อยเป็นค่อยไป
  • คนที่อยากลดความรู้สึกไม่สบายตัวและกลับไปใช้ชีวิตปกติได้เร็ว

คนที่มีข้อห้ามต่อไปนี้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจทำ: กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร มีการอักเสบหรือสิวรุนแรงบริเวณที่จะทำ มีแนวโน้มเป็นแผลเป็นคีลอยด์ หรือเพิ่งทำเลเซอร์และฟิลเลอร์มาภายใน 1 สัปดาห์

ราคาแตกต่างกันแค่ไหน

ราคาของทั้งสองแบบเริ่มต้นประมาณ 300,000 วอน (ตามจำนวนช็อตและบริเวณที่ทำ) ยิ่งเลือกช็อตมากราคาต่อช็อตยิ่งคุ้มขึ้น แต่ราคาที่คลินิกในกรุงโซลอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามโปรโมชั่นและช่วงเวลา แนะนำให้ดูราคาและโปรโมชั่นล่าสุดที่ /th/price และ /th/promotion ก่อนตัดสินใจนัดหมายค่ะ

สรุป เลือกแบบไหนดีสำหรับเรา

Shurink กับ Ulthera เป็น HIFU กลุ่มเดียวกัน กระตุ้นชั้น SMAS เหมือนกัน แต่ต่างกันที่การดูภาพนำทาง ระดับความเจ็บ และความถี่ในการทำ

ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสภาพผิวก่อนตัดสินใจ

หากคุณกำลังกังวลว่าจะเลือก Shurink หรือ Ulthera ดี ทักมาปรึกษาคุณหมอที่ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ผ่าน LINE ได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

คำถามที่พบบ่อย

Q1. ทำ Shurink กับ Ulthera พร้อมกันได้ไหม

ปกติไม่แนะนำให้ทำ HIFU สองแบบในช่วงเวลาใกล้กันค่ะ ส่วนใหญ่จะเลือกทำแบบใดแบบหนึ่งต่อเนื่องไปก่อนประมาณ 1 ปี แล้วค่อยลองอีกแบบในรอบถัดไป หรือใช้ร่วมกับหัตถการที่หลักการต่างกัน เช่น RF

Q2. ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน

โดยทั่วไปผลลัพธ์จาก HIFU มักอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล หลังจากนั้นคอลลาเจนที่สร้างขึ้นจะค่อย ๆ กลับสู่ความเป็นธรรมชาติตามอายุ หลายคนนัดทำซ้ำทุกปีเพื่อรักษาผลลัพธ์

Q3. หลังทำจะบวมนานแค่ไหน

ส่วนใหญ่จะมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยหลังทำ ซึ่งมักหายได้เองภายใน 1-2 วัน แต่บริเวณใต้คางและรอบดวงตาอาจบวมนานกว่าจุดอื่นเล็กน้อย ถ้ามีนัดสำคัญแนะนำให้เผื่อเวลาไว้ประมาณ 3-5 วัน

Q4. ถ้ากลัวเจ็บควรทำยังไงดี

สามารถปรึกษาแพทย์เรื่องการทายาชาหรือปรับระดับพลังงานให้เหมาะกับตัวเองได้ค่ะ หากกังวลเรื่องความเจ็บเป็นพิเศษ แนะนำให้บอกแพทย์ตั้งแต่ตอนปรึกษา เพื่อวางแผนการทำที่สบายใจที่สุด

บทความแนะนำ

ร้อยไหมหน้าราคาต่างกันทำไม? ใบเสนอราคาต้องดูอะไรนอกจากจำนวนเส้นลิฟติ้ง

ร้อยไหมหน้าราคาต่างกันทำไม? ใบเสนอราคาต้องดูอะไรนอกจากจำนวนเส้น

ราคาร้อยไหมหน้าที่ต่างกันระหว่างคลินิกมักมาจากชนิดไหม บริเวณที่ทำ การวางแนวไหม และสิ่งที่รวมในราคา มากกว่าจำนวนเส้น แต่ก่อนเทียบราคา ควรแยกให้ได้ก่อนว่าปัญหาคือหน้าหย่อนหรือหน้าตอบ

ร้อยไหมหน้าผากอันตรายไหม รู้ความเสี่ยงและสัญญาณที่บอกว่าควรเลือกวิธีอื่นลิฟติ้ง

ร้อยไหมหน้าผากอันตรายไหม? รู้ความเสี่ยงและสัญญาณควรเลือกวิธีอื่น

ก่อนตัดสินใจร้อยไหมหน้าผาก ควรรู้ก่อนว่ามีความเสี่ยงอะไรบ้าง และหน้าผากแบบไหนที่ร้อยไหมช่วยได้จริง บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณเข้าใจสัญญาณเตือนและทางเลือกที่เหมาะกับสภาพหน้าผากของคุณค่ะ

ภาพการ์ดคู่มือเตรียมตัวก่อนนัด Thermage และการปรึกษาคุณหมอเรื่อง Level พลังงานลิฟติ้ง

ลด Level Thermage เพราะกลัวเจ็บ ผลจะหายไปไหม? เตรียมปรึกษาคุณหมอ

กังวลเรื่องความรู้สึกแสบร้อนจาก Thermage? บทความนี้ช่วยให้คุณเตรียมตัวก่อนนัด รู้จักตัวเลือกยาชา และถามคุณหมอให้ได้แผน Level ที่เหมาะสมจริง

บทความล่าสุด

ยิ้มเห็นเหงือก ฉีดโบท็อกซ์แล้วเหงือกจะโผล่น้อยลงแค่ไหน?รูปหน้าและวอลุ่ม

ยิ้มเห็นเหงือก ฉีดโบท็อกซ์แล้วเหงือกจะโผล่น้อยลงแค่ไหน?

เหงือกที่โผล่เวลายิ้มมีสาเหตุได้ 3 แบบ คือกล้ามเนื้อ เหงือก และกระดูกขากรรไกรบน โบท็อกซ์ช่วยได้เฉพาะแบบแรก บทความนี้สรุปช่วงที่เห็นผลชัดที่สุดและระยะเวลาที่ผลอยู่

ฉีดฟิลเลอร์ถุงยิ้มใต้ตาแล้วจะดูบวมไหม? ตำแหน่งและปริมาณคือคำตอบรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดฟิลเลอร์ถุงยิ้มใต้ตาแล้วจะดูบวมไหม? ตำแหน่งและปริมาณคือคำตอบ

ถุงยิ้มใต้ตาคือแนวกล้ามเนื้อ ฟิลเลอร์ควรวางเป็นชั้นบาง ๆ ตามแนวนั้น มาดูตำแหน่ง ปริมาณ และกรณีที่ควรตรวจไขมันใต้ตาก่อนค่ะ

ฉีดโบท็อกซ์แก้นอนกัดฟัน กัดฟันจะหยุดไหม? สิ่งที่ลดคือแรงกัดรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดโบท็อกซ์แก้นอนกัดฟัน กัดฟันจะหยุดไหม? สิ่งที่ลดคือแรงกัด

งานวิจัยที่ตรวจการนอนหลับตลอดคืนพบว่าโบท็อกซ์ที่ขากรรไกรลดแรงกัดฟันได้ราว 12 สัปดาห์ แต่ไม่ได้ลดจำนวนครั้งอย่างชัดเจน มาดูว่าอาการตึงตอนเช้าและภาระที่ฟันจะเปลี่ยนไปอย่างไรค่ะ

ฟิลเลอร์แก้มข้าง ฉีดแล้วหน้าจะดูกว้างขึ้นไหม? ดูที่แก้มตอบหรือหย่อนรูปหน้าและวอลุ่ม

ฟิลเลอร์แก้มข้าง ฉีดแล้วหน้าจะดูกว้างขึ้นไหม? ดูที่แก้มตอบหรือหย่อน

แก้มข้างที่ตอบเพราะไขมันลดลง ถ้าเติมทีละน้อยจะช่วยให้เส้นใต้โหนกแก้มดูเรียบขึ้น แต่ถ้าเติมเงาที่เกิดจากผิวหย่อน หรือฉีดทีเดียวปริมาณมาก หน้าจะดูหนักและกว้างขึ้นได้ค่ะ

Onda ต้นขาด้านใน หยิบได้หนาแค่ไหนถึงจะเหมาะ?บอดี้

Onda ต้นขาด้านใน หยิบได้หนาแค่ไหนถึงจะเหมาะ?

ต้นขาด้านในที่หยิบได้หนาตั้งแต่ราว 2 ซม. และมีไขมันใต้ผิวอย่างน้อย 1 ซม. เหมาะกับ Onda มากที่สุด ส่วนผิวบางที่ย่นยังทำได้ แต่การเปลี่ยนแปลงจะน้อยกว่าค่ะ

เลเซอร์หนวดหลายครั้งแล้วไม่ลดลง ควรเปลี่ยนเป็น 1064nm ไหม?ผู้ชาย

เลเซอร์หนวดหลายครั้งแล้วไม่ลดลง ควรเปลี่ยนเป็น 1064nm ไหม?

หนวดหนาสีเข้มที่ไม่ลดอีกหลังเลเซอร์หลายครั้ง ควรเช็กก่อนเพิ่มครั้งว่าคลินิกเปลี่ยนเป็น 1064nm และตั้งพลังงานใหม่ได้ไหม บทความนี้อธิบายความต่างของสองคลื่น ข้อจำกัดของงานวิจัย และอาการหลังทำที่ควรติดต่อคลินิก

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors