Shrink vs อัลเทอร่า — ทำไมความลึกถึงเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์?
ลิฟติ้ง

Shrink vs อัลเทอร่า — ทำไมความลึกถึงเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์?

ความแตกต่างด้านความลึกของ Shrink กับอัลเทอร่า: จุดที่ทิป 4.5mm แบบเดียวกับการเปลี่ยนทิปให้ผลต่างกัน

ติดตาม Hongdae Beautys Doctors YouTube
วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน
7นาที

Shrink vs อัลเทอร่า — ทำไมความลึกถึงเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์?

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา มีคนไข้อายุ 49 ปีเดินเข้ามาที่ห้องตรวจ

แล้วถามผมว่า "อัลเทอร่าแพงกว่า แปลว่าดีกว่าใช่ไหมคะ?"

เคสนี้ไม่ได้หย่อนคล้อยทั้งใบหน้า

แต่เป็นเรื่องของเส้นขากรรไกรเพียงแนวเดียวที่รบกวนใจ

ในกรณีแบบนี้ คำตอบจริงๆ มันต่างออกไปครับ

เปรียบเทียบความลึกในการเจาะทะลุของ Shrink และอัลเทอร่า

สรุปสั้นๆ Shrink กับอัลเทอร่าเป็น HIFU เหมือนกัน แต่วิธีการกำหนดความลึกต่างกัน

เกณฑ์ที่แตกต่าง ขึ้นอยู่ว่าต้องการทิปเดียว 4.5mm หรือต้องการเปลี่ยนทิป 1.5/3.0/4.5

สิ่งที่จะได้เรียนรู้วันนี้ เกณฑ์ในการตัดสินใจว่าแบบไหนเหมาะกับบริเวณของคุณมากกว่า

  • การออกแบบความลึกของ Shrink และอัลเทอร่าต่างกันอย่างไร

  • ทำไมการเปลี่ยนทิปจึงได้เปรียบที่เส้นขากรรไกรและบริเวณบาง

  • เมื่อเทียบคุ้มค่า แต่ละแบบเหมาะหรือไม่เหมาะกับใคร





Shrink vs อัลเทอร่า ความแตกต่างด้านความลึกคืออะไร?

Shrink คือ HIFU ที่เปลี่ยนทิป 1.5·3.0·4.5mm ตามบริเวณ ส่วนอัลเทอร่าคือ HIFU ที่เน้นใช้ความลึกหลัก 3.0·4.5mm เป็นแกนหลักครับ

ทั้งสองเครื่องมีหลักการเดียวกัน คือรวมคลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มสูงไว้ที่จุดเดียว

เพื่อสร้างจุดความร้อนสะสมและกระตุ้นการหดตัวของเนื้อเยื่อ

ความแตกต่างอยู่ที่ว่า "สามารถจัดการได้ละเอียดแค่ไหนในแต่ละชั้น"

จุดแข็งของอัลเทอร่าอยู่ที่ 4.5mm ชั้น SMAS — เก่งในการดึงกระชับความหย่อนคล้อยลึก

Shrink มีทิปพิเศษที่ลงไปถึงชั้นหนังแท้ที่ 1.5mm

จึงสามารถครอบคลุมถึงเส้นขากรรไกรบางและสภาพผิวรอบมุมปากได้ด้วย

สำหรับทิป 1.5mm ของ Shrink ความลึกในการเจาะทะลุจริงๆ อยู่ที่ประมาณ 1.5mm ครับ

เมื่อดูด้วยอัลตราซาวด์ ไขมันใต้ผิวหนังมีแนวโน้มบางลงเมื่อกดแรง

แต่ชั้นหนังแท้แทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงแบบนั้น

พลังงานจึงตกที่ตำแหน่ง 1.5mm ได้อย่างแม่นยำครับ





ทำไมการเปลี่ยนทิปของ Shrink จึงส่งผลต่างกันในแต่ละบริเวณ?

พูดสั้นๆ การเลือกทิปในบริเวณใกล้กระดูกขากรรไกรคือตัวตัดสินผลลัพธ์

ข้อมูลเชิงลึกจากคุณหมอวียองจิน

ทั้ง Shrink และอัลเทอร่าเป็น HIFU เหมือนกัน

แต่อัลเทอร่าเก่งเรื่อง 4.5mm แบบเดียว ส่วน Shrink มีความยืดหยุ่นในการเปลี่ยนทิป 1.5/3.0/4.5 จึงปรับแต่งตามบริเวณได้ดีกว่า

ถ้าต้องการดูแลเส้นขากรรไกรบางด้วย Shrink มีความได้เปรียบในการบริหารทิปมากกว่าครับ

หลายคนเข้าใจผิดในเรื่องนี้ครับ

"อัลเทอร่าแพงกว่า น่าจะดีกว่า" นั้นถูกบ้างผิดบ้าง ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ

ขอยกตัวอย่างการทำบริเวณเส้นขากรรไกรครับ

ถ้าใส่ความลึก 4.5mm ตรงๆ ในบริเวณใกล้กระดูกขากรรไกร

พลังงานอาจกระทบกระดูกได้

บริเวณนี้มีเส้นประสาท marginal mandibular nerve หรือเส้นประสาทขอบขากรรไกรล่าง

ที่วิ่งอยู่ค่อนข้างตื้น

จึงถูกแสดงเป็นบริเวณห้ามทำในหน้าจอเครื่องอัลเทอร่าด้วยครับ

ดังนั้นบริเวณนี้ต้องใช้ 3.0mm เพื่อจับชั้น SMAS อย่างแม่นยำ

และสภาพผิวรอบมุมปากหรือความหย่อนคล้อยในชั้นหนังแท้บางต้องใช้ 1.5mm แยกต่างหาก

Shrink ทำได้โดยการเปลี่ยนทิป

ส่วนอัลเทอร่ามีจุดแข็งชัดเจนที่ความลึก 4.5mm

แต่ไม่ครอบคลุมความลึกตื้นอย่าง 1.5mm ครับ

เปรียบเทียบชั้นเป้าหมายตามความลึกของ Shrink และอัลเทอร่า

อ่านแค่นี้อาจยังนึกภาพไม่ออก แต่พอเห็นเคสจริงจะชัดเจนมากขึ้นครับ

คนไข้อายุ 49 ปีที่กล่าวถึงข้างต้น

ใบหน้าแทบไม่หย่อนคล้อยทั้งหมด

แต่มีปัญหาเฉพาะเส้นขากรรไกรและสภาพผิวรอบมุมปากเท่านั้น

เมื่อดูความหนาด้วยอัลตราซาวด์ ไขมันใต้ผิวหนังใกล้กระดูกขากรรไกรบางมาก

จึงแทบไม่มีที่ให้ใช้ 4.5mm โดยตรง

จึงเน้น Shrink 3.0mm จับชั้น SMAS และเสริมด้วย 1.5mm สำหรับสภาพผิวรอบมุมปาก

สองสัปดาห์ต่อมาคนไข้กลับมา บอกว่า

"ไม่ได้คาดหวังมาก แต่เส้นขากรรไกรชัดขึ้นเร็วกว่าที่คิดเลยค่ะ"

การเจาะทะลุของ Shrink ที่ชั้นหนังแท้ 1.5mm และ SMAS 3.0mm

ในทางกลับกัน คนไข้อายุ 44 ปีอีกราย

มีปริมาตรใบหน้าหนักโดยรวมและชั้น SMAS หย่อนคล้อยในวงกว้าง

สำหรับเคสแบบนี้ การใช้อัลเทอร่าที่ 4.5mm เพื่อจับชั้น SMAS อย่างลึกและสม่ำเสมอ

ให้ผลที่สะอาดกว่าครับ

ถ้า BMI สูงและไขมันใต้ผิวหนังหนา

แม้ใช้ Shrink ก็ต้องเพิ่มสัดส่วนของ 4.5mm มากขึ้นเช่นกัน

สรุปจากคุณหมอวียองจิน

อัลเทอร่าเก่งที่สุดสำหรับความหย่อนคล้อยลึก 4.5mm

Shrink มีความได้เปรียบในการปรับแต่งตามบริเวณด้วยการเปลี่ยนทิป 1.5/3.0/4.5

ถ้าต้องดูแลเส้นขากรรไกรบางถึงรอบมุมปาก การบริหารทิปของ Shrink ได้เปรียบกว่า

แต่ถ้าความหย่อนคล้อยลึกทั้งใบหน้า อัลเทอร่าให้ผลที่สะอาดกว่าครับ





Shrink vs อัลเทอร่า เหมาะหรือไม่เหมาะกับใคร?

ขอพูดตรงๆ เกี่ยวกับจุดที่คุ้มค่าต่างกันครับ

ดูแบบนี้แล้วจะเห็นความแตกต่างชัดขึ้น

และขอพูดถึงเคสที่ไม่แนะนำด้วยครับ

สำหรับคนที่กระดูกขากรรไกรบางและไขมันใต้ผิวหนังน้อย

การจัดการเส้นขากรรไกรทั้งหมดด้วยทิป 4.5mm เพียงอย่างเดียวไม่แนะนำครับ

มีความเสี่ยงต่อการกระตุ้นเส้นประสาท

และถ้าพลังงานไปถึงแค่กล้ามเนื้อ

ผลลัพธ์ก็จะไม่ดี แถมมีแต่ความเจ็บปวดระหว่างและหลังทำด้วย

ในทางตรงกันข้าม สำหรับคนที่ BMI สูงและมีความหย่อนคล้อยของชั้น SMAS ในวงกว้าง

การเน้นแค่ 1.5mm เป็นหลัก

เป็นรูปแบบความล้มเหลวด้านความคุ้มค่าที่พบบ่อยที่สุดที่ว่า

"ทำแล้วแต่แทบไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง"

แต่นี่ไม่ใช่ว่าฝั่งใดฝั่งหนึ่งดีกว่าเสมอไปครับ

ถ้าไม่ดูความหนาด้วยอัลตราซาวด์

แล้วตัดสินใจแบบเหมาในทำนอง "ใช้ทิป Shrink ครบทุกอัน" หรือ "อัลเทอร่าดีที่สุด"

ทั้งสองแบบก็ไม่ได้คำตอบที่ดีครับ

แต่ถ้ารู้ว่าสภาพของตัวเองใกล้เคียงกับแบบไหน

การเลือกก็ง่ายขึ้นมากครับ

การบริหารความลึกของ Shrink และอัลเทอร่าตาม BMIคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเปรียบเทียบความลึกของ Shrink และอัลเทอร่า





คำถามยอดฮิต 3 ข้อที่ได้ยินในห้องตรวจบ่อยที่สุด

Q1. อัลเทอร่าแพงกว่าแปลว่าได้ผลดีกว่าไหมครับ?

A. พูดสั้นๆ ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำครับ

ถ้าความหย่อนคล้อยลึกทั้งใบหน้า อัลเทอร่าให้ผลกระทบครั้งเดียวที่ชัดเจนกว่า

แต่ถ้าต้องดูแลชั้นบางอย่างเส้นขากรรไกรหรือรอบมุมปาก การบริหารทิปของ Shrink สะอาดกว่า

ราคาไม่ได้กำหนดผลลัพธ์ แต่ความลึกของความหย่อนคล้อยของคุณต่างหากที่กำหนดครับ

และนี่เป็นอีกคำถามที่ถามกันบ่อยมากครับ

Q2. Shrink ควรทำกี่ครั้ง และห่างกันนานแค่ไหน?

A. นี่เป็นส่วนที่คนไข้สับสนมากที่สุดครับ

Shrink ควรทำในระยะห่างที่สั้นกว่าอัลเทอร่า

โดยทั่วไปคือประมาณ 3 ครั้ง ห่างกัน 3 สัปดาห์ต่อครั้งเป็นพื้นฐาน

มีคนไข้ 2-3 รายต่อเดือนที่ถามว่า "แค่ครั้งเดียวทุก 6 เดือนพอไหม?"

แต่ Shrink ถูกออกแบบมาให้สะสมผล การทำถี่ขึ้นเพื่อตรึงชั้น SMAS ให้แน่นคือหัวใจสำคัญครับ

และนี่คือสิ่งที่ต้องสรุปก่อนจบครับ

Q3. ความเจ็บปวดหรือผลข้างเคียงจากการทำบริเวณเส้นขากรรไกรเป็นอย่างไร?

A. ขึ้นอยู่กับแต่ละเคสครับ

โดยทั่วไปครีมชาก็รับได้แล้ว แต่ความเจ็บปวดจะแปรผันตามพลังงานในแต่ละความลึก

ถ้ากังวลเรื่องการกระตุ้นเส้นประสาท สามารถเพิ่มการฉีดยาชาเฉพาะจุดได้เพื่อความสบายยิ่งขึ้น

ถ้าใส่ 4.5mm ตรงๆ ในบริเวณใกล้กระดูกขากรรไกร อาจเกิดความไม่สมมาตรของมุมปากชั่วคราวได้

ไม่ได้พบบ่อย แต่โอกาสก็ไม่ใช่ศูนย์ครับ

การปรับความลึกของทิปโดยดูความหนาด้วยอัลตราซาวด์คือวิธีที่ปลอดภัยที่สุดครับ

สิ่งเดียวที่อยากให้จำไปวันนี้คือ — เลือก Shrink หรืออัลเทอร่าจากความลึกของความหย่อนคล้อย ไม่ใช่ราคาครับ


บทความหน้าจะพูดถึง 'Shrink 3 ครั้งห่าง 3 สัปดาห์ กับครั้งเดียว 6 เดือน ถ้าเป็นคนเดียวกันผลลัพธ์ต่างกันอย่างไร' พร้อมแสดงให้เห็นว่าการสะสมคอลลาเจนนำไปสู่การตรึงชั้น SMAS ได้อย่างไรผ่านเคสจริงครับ นี่คือหมอวียองจินครับ

อ่านเพิ่มเติม

บทความแนะนำ

ไทม์ไลน์ผลลัพธ์ Alltite RF ตั้งแต่ทำทันทีถึง 12 สัปดาห์ลิฟติ้ง

Alltite RF เห็นผลเมื่อไหร่? ไทม์ไลน์ผลลัพธ์และระยะเวลาที่อยู่ได้

บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปดูไทม์ไลน์ผลลัพธ์ของ Alltite RF ตั้งแต่ปฏิกิริยาแรกทันทีหลังทำ ไปจนถึงช่วงที่คอลลาเจนสร้างเต็มที่ในสัปดาห์ที่ 4-12 พร้อมแนะนำแนวทางดูแลเพื่อให้ผลอยู่ได้นานขึ้นนะคะ

Shurink Universe ทำแล้วหน้าผอมไหม? วิธีป้องกันแก้มยุบลิฟติ้ง

Shurink Universe ทำแล้วหน้าผอมลงไหม? วิธีป้องกันแก้มยุบที่ควรรู้

หลายคนกังวลว่าหลังทำ Shurink Universe แล้วหน้าจะยิ่งผอมจนดูโทรม บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าทำไมถึงเกิดขึ้น และมีวิธีรับมืออย่างไรบ้าง

คนที่มีโรคต่อมไทรอยด์กังวลเรื่องการทำ HIFU ลิฟติ้งลิฟติ้ง

มีปัญหาต่อมไทรอยด์ ทำ HIFU Shurink Universe ได้ไหม?

ถ้าคุณมีภาวะต่อมไทรอยด์หรืออยู่ระหว่างกินยา อาจสงสัยว่าทำ HIFU ลิฟติ้งได้ไหม บทความนี้จะพาไปดูว่าแพทย์ดูอะไร หลีกเลี่ยงบริเวณไหน และควรรอจังหวะไหนถึงจะทำได้ค่ะ

บทความล่าสุด

ผิวแพ้ง่ายที่เข้าเกณฑ์ทำ Laser Toning ได้และไม่ได้ผิวหนัง

ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ก่อนตัดสินใจ

ผิวแพ้ง่ายไม่ได้แปลว่าทำ Laser Toning ไม่ได้เสมอไปค่ะ บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าตัวเองเข้าเกณฑ์ไหน และควรเตรียมผิวอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด

สัญญาณที่บอกว่ากรามเริ่มกลับมาหลังโบท็อกซ์รูปหน้าและวอลุ่ม

โบท็อกซ์กรามกลับมาเหลี่ยมอีกแล้ว ทำซ้ำได้เลยไหม หรือต้องรอ?

โบท็อกซ์กรามช่วยให้กล้ามเนื้อ masseter เล็กลงได้จริง แต่ผลจะค่อย ๆ หายไปเมื่อกล้ามเนื้อฟื้นตัว บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณรู้จักสัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาทำซ้ำ และวิธีประเมินจังหวะที่ดีที่สุดสำหรับคุณค่ะ

กลไกการทำงานของ Rejuran HB PN และ HA ในผิวรอบดวงตาผิวหนัง

Rejuran HB ทำรอบดวงตาตัวเดียวพอไหม หรือต้องจับคู่กับอะไรเพิ่ม?

บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่ารอยย่นรอบดวงตาแบบไหนที่ Rejuran HB จัดการได้คนเดียว และแบบไหนที่ควรใช้ร่วมกับ Botox หรือตัวอื่น พร้อมแนะนำแนวทางการตัดสินใจที่ตรงกับสภาพผิวของคุณนะคะ

เปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สำหรับแก้มตอบรูปหน้าและวอลุ่ม

Juvelook Volume กับ Ellanse เลือกอันไหนดีสำหรับแก้มตอบ?

เมื่อแก้มเริ่มตอบลึกขึ้นทุกปี การดูแลด้วยครีมอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณเปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สองตัวเลือกที่ช่วยเรื่องวอลลุ่มหน้าและกระตุ้นคอลลาเจน พร้อมแนวทางเลือกที่เหมาะกับแต่ละคน นะคะ

ไทม์ไลน์ผลลัพธ์ Alltite RF ตั้งแต่ทำทันทีถึง 12 สัปดาห์ลิฟติ้ง

Alltite RF เห็นผลเมื่อไหร่? ไทม์ไลน์ผลลัพธ์และระยะเวลาที่อยู่ได้

บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปดูไทม์ไลน์ผลลัพธ์ของ Alltite RF ตั้งแต่ปฏิกิริยาแรกทันทีหลังทำ ไปจนถึงช่วงที่คอลลาเจนสร้างเต็มที่ในสัปดาห์ที่ 4-12 พร้อมแนะนำแนวทางดูแลเพื่อให้ผลอยู่ได้นานขึ้นนะคะ

Shurink Universe ทำแล้วหน้าผอมไหม? วิธีป้องกันแก้มยุบลิฟติ้ง

Shurink Universe ทำแล้วหน้าผอมลงไหม? วิธีป้องกันแก้มยุบที่ควรรู้

หลายคนกังวลว่าหลังทำ Shurink Universe แล้วหน้าจะยิ่งผอมจนดูโทรม บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าทำไมถึงเกิดขึ้น และมีวิธีรับมืออย่างไรบ้าง

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors