Ultraformer MPT ควรยิงกี่ช็อต? เจาะลึกเกณฑ์แบ่งตามบริเวณและเป้าหมาย
จำนวนช็อตของ Ultraformer MPT ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับว่าต้องการกระชับใบหน้าทั้งหมดหรือเน้นจุดที่หย่อนคล้อย การเทียบแค่ตัวเลขอาจทำให้พลาดสิ่งที่เหมาะกับตัวเองไป

เคยไหมที่ส่องกระจกแล้วรู้สึกว่าเส้นกรอบหน้าหย่อนคล้อยลงกว่าเดิม จนบั่นทอนความมั่นใจไปทีละนิด?
ความหย่อนคล้อยส่วนหนึ่งเกิดจากคอลลาเจนใต้ผิวที่ลดลงตามวัย ซึ่งการดูแลผิวด้วยตัวเองเพียงอย่างเดียวมักไม่เพียงพอที่จะแก้ไขในระดับโครงสร้างผิว จึงมีหลายคนเริ่มมองหาการยกกระชับด้วยคลื่นอัลตราซาวด์อย่าง Ultraformer MPT (อัลตร้าฟอร์เมอร์ เอ็มพีที) หรือที่คนไทยคุ้นกับชื่อ ชูริ้งค์ ยูนิเวิร์ส
บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่าจำนวนช็อตที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง พร้อมแนะนำแนวทางการแบ่งช็อตตามแต่ละบริเวณค่ะ ไปดูกันเลย!
Ultraformer MPT คืออะไร? ทำความเข้าใจก่อนเลือกจำนวนช็อต
ที่นี่เราจะพาไปทำความรู้จักกับหลักการทำงานของเครื่องก่อน เพื่อให้เข้าใจว่าทำไมจำนวนช็อตถึงสำคัญ
Ultraformer MPT เป็นเทคโนโลยี MMFU (Micro/Macro Focused Ultrasound) ที่ปล่อยพลังงานคลื่นอัลตราซาวด์ลงไปทีละจุดในชั้นผิว เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน แต่ละจุดที่ปล่อยพลังงานเรียกว่า "ช็อต" ดังนั้นจำนวนช็อตจึงหมายถึงพื้นที่ที่ครอบคลุมและความหนาแน่นของพลังงานที่ลงไปในผิว ไม่ใช่แค่ตัวเลขเดียวที่ใช้เทียบกันได้ตรง ๆ
คนที่ใบหน้าเล็กหรือมีความหย่อนคล้อยไม่มาก มักได้รับจำนวนช็อตน้อยกว่าคนที่มีพื้นที่หย่อนคล้อยกว้างกว่า แม้จะเป็นบริเวณเดียวกันก็ตาม

อะไรเป็นตัวกำหนดจำนวนช็อตที่เหมาะสม
จำนวนช็อตไม่ใช่ "ยิ่งเยอะยิ่งดี" แต่เป็นเรื่องของความหนาแน่นที่เหมาะสมกับพื้นที่ที่ต้องการดูแล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะพิจารณาจากขนาดใบหน้า ตำแหน่งที่หย่อนคล้อย ความหนาของผิว และเป้าหมายของแต่ละคนร่วมกัน
โดยทั่วไปการกระชับใบหน้าทั้งหมดมักเริ่มต้นที่ประมาณ 300 ช็อตขึ้นไป แต่ตัวเลขนี้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับขนาดใบหน้าและระดับความหย่อนคล้อย การปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจจึงสำคัญกว่าการยึดตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งเป็นมาตรฐานตายตัว
กระชับใบหน้าทั้งหมด VS เน้นจุดที่หย่อนคล้อย การกระจายช็อตต่างกันอย่างไร
หากเป้าหมายคือกระชับโครงหน้าทั้งหมดให้ดูเรียบเนียนสม่ำเสมอ แพทย์มักกระจายช็อตอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่หน้าผากไปจนถึงแก้มและกรอบหน้า แต่ถ้ามีจุดที่หย่อนคล้อยชัดเจน เช่น กรอบหน้าหรือแนวปาก มักลงช็อตพื้นฐานทั่วใบหน้าก่อน แล้วเพิ่มช็อตเสริมเฉพาะจุดนั้นอีกชั้นหนึ่ง
- ต้องการกระชับใบหน้าทั้งหมด → กระจายช็อตสม่ำเสมอทั่วใบหน้า
- เน้นกรอบหน้าหรือแนวปาก → ช็อตพื้นฐาน + ช็อตเสริมเฉพาะจุด
- ต้องการป้องกันความหย่อนคล้อยระยะเริ่มต้น → ความหนาแน่นต่ำแต่กระจายกว้าง
รูปแบบการกระจายช็อตข้างต้นเป็นเพียงแนวโน้มโดยเฉลี่ยเท่านั้น ในทางปฏิบัติแพทย์จะปรับตามสภาพผิวจริงของแต่ละคน ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

บริเวณที่หย่อนคล้อยง่ายมักได้รับช็อตมากกว่า
บริเวณที่มักหย่อนคล้อยให้เห็นก่อนบริเวณอื่น เช่น กรอบหน้าและใต้แก้ม มักได้รับความหนาแน่นของช็อตมากกว่า เพราะแรงโน้มถ่วงส่งผลให้บริเวณนี้หย่อนคล้อยเร็วกว่าจุดอื่น ในขณะที่บริเวณผิวบาง เช่น รอบดวงตาและขมับ แพทย์จะระมัดระวังเป็นพิเศษในการกระจายช็อต
มีงานวิจัยที่น่าสนใจคือ การศึกษาทางคลินิกเกี่ยวกับการกระชับผิวด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มสูงแบบขนาน พบว่าพลังงานที่ส่งลงไปมีความเข้มข้นอยู่ในชั้นกลางของหนังแท้ และหลังจากผ่านไป 2 เดือน ความหนาแน่นของคอลลาเจนในชั้นนั้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (จาก 0.849 เป็น 1.432) ซึ่งสะท้อนว่าความลึกและความหนาแน่นที่พลังงานไปถึงมีผลต่อผลลัพธ์โดยตรง นี่คือเหตุผลที่การกระจายช็อตตามบริเวณจึงสำคัญมากกว่าตัวเลขรวม

กลไกคอลลาเจนและระยะเวลากว่าจะเห็นผล
Ultraformer MPT ทำงานโดยส่งพลังงานอัลตราซาวด์ลงไปกระตุ้นชั้นหนังแท้และชั้นที่ลึกกว่านั้นให้เกิดความร้อนเฉพาะจุด ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาทดแทน กระบวนการนี้เริ่มต้นตั้งแต่หลังทำหัตถการ แต่คอลลาเจนที่สร้างขึ้นจริงจะค่อย ๆ ปรากฏผลลัพธ์ให้เห็นในเวลาต่อมา
หลังทำอาจรู้สึกกระชับขึ้นเล็กน้อยในทันที แต่ผลลัพธ์จากการสร้างคอลลาเจนโดยทั่วไปมักใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือนกว่าจะเห็นผลชัดเจน ทั้งนี้ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองร่วมด้วย การเลือกจำนวนช็อตจึงควรคำนึงถึงระยะเวลานี้ประกอบกันไปด้วย
ผลข้างเคียงและข้อควรระวัง
หลังทำหัตถการอาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยบริเวณที่ทำ ซึ่งมักหายได้เองภายใน 1-3 วัน หากมีอาการผิดปกติ เช่น บวมมากหรือปวดต่อเนื่องนานกว่าปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
การเพิ่มจำนวนช็อตไม่ได้แปลว่าผลลัพธ์จะดีขึ้นตามสัดส่วนเสมอไป หากความหย่อนคล้อยยังไม่มาก แต่ฝืนเพิ่มช็อตมากเกินความจำเป็น อาจทำให้รู้สึกไม่สบายผิวหรือบวมแดงมากกว่าที่ควร โดยไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นตามไปด้วย
สำหรับผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ ให้นมบุตร มีการอักเสบของผิวเฉียบพลัน หรือมีโรคประจำตัวที่เกี่ยวกับผิวหนัง ควรแจ้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจทำหัตถการทุกครั้ง เพื่อให้แพทย์ประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคลก่อนวางแผนจำนวนช็อตค่ะ
สรุป
จำนวนช็อตของ Ultraformer MPT ขึ้นอยู่กับว่าต้องการกระชับใบหน้าทั้งหมดหรือเน้นจุดที่หย่อนคล้อยเป็นพิเศษ แม้จำนวนช็อตรวมจะเท่ากัน แต่ความหนาแน่นและตำแหน่งที่ลงช็อตต่างกันก็ให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันได้
ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ เพราะการเลือกจำนวนช็อตที่เหมาะสมมีความเสี่ยงและข้อจำกัดที่ต้องพิจารณาร่วมกับสภาพผิวจริงของแต่ละคน
BeautyStone Clinic ตั้งอยู่ที่ย่านฮับจอง กรุงโซล ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย หากคุณกำลังกังวลเรื่องจำนวนช็อตที่เหมาะกับตัวเอง ทักแอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ
คำถามที่พบบ่อย
Q1. Ultraformer MPT เริ่มต้นกี่ช็อตโดยเฉลี่ย?
แล้วแต่เคส แต่การกระชับใบหน้าทั้งหมดมักเริ่มต้นที่ประมาณ 300 ช็อตขึ้นไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดใบหน้าและระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละคน แนะนำให้แพทย์ประเมินบริเวณจริงก่อนตัดสินใจ
Q2. ยิงช็อตเยอะกว่าจะได้ผลดีกว่าเสมอไหม?
ไม่เสมอไป จำนวนช็อตที่เหมาะสมกับพื้นที่และความหนาแน่นที่พอดีสำคัญกว่าตัวเลขรวม หากความหย่อนคล้อยยังไม่มากแต่ฝืนเพิ่มช็อต อาจทำให้รู้สึกไม่สบายผิวมากกว่าที่ควรโดยไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นตามไปด้วย
Q3. กี่วันหรือกี่เดือนถึงจะเห็นผลชัดเจน?
หลังทำอาจรู้สึกกระชับขึ้นเล็กน้อยในทันที แต่ผลลัพธ์จากการสร้างคอลลาเจนโดยทั่วไปมักใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือนกว่าจะเห็นผลชัดเจน มีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
Q4. ทำครั้งเดียวเยอะ ๆ กับแบ่งทำหลายครั้ง แบบไหนดีกว่ากัน?
ขึ้นอยู่กับระดับความหย่อนคล้อยและเป้าหมายของแต่ละคน หากเป็นการป้องกันระยะเริ่มต้นอาจใช้ความหนาแน่นต่ำแต่กระจายกว้าง ส่วนคนที่หย่อนคล้อยชัดเจนอาจเหมาะกับการแบ่งทำหลายครั้งสะสมผลลัพธ์ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ










