Shrink กี่ครั้ง และทำไมถึงควรแบ่งทำทุกเดือน
คำตอบจริงๆ ว่าทำไมต้องทำ 3 ครั้ง ห่างกัน 3 สัปดาห์


วียองจิน
ผู้อำนวยการ
Shrink ทำทุก 3 สัปดาห์ได้เลยครับ
ลองดูสัก 3 ครั้ง แล้วสังเกตผลที่เปลี่ยนไปครับ
บทความนี้จะอธิบายเหตุผลทั้งหมดให้ครับ

สรุปในหนึ่งประโยค การทำ Shrink 3 ครั้ง ห่างกัน 3 สัปดาห์ ให้ผลสะสมของคอลลาเจนดีที่สุดครับ
จุดสำคัญที่ต่างกัน ไม่ใช่จำนวนครั้ง แต่คือการให้เวลาชั้น SMAS ฟื้นตัวเพียงพอหรือไม่
สิ่งที่จะได้จากบทความนี้ เกณฑ์ในการตัดสินว่าตัวเองทำครั้งเดียวพอ หรือต้องสะสม 3 ครั้ง
ทำ Shrink กี่ครั้งถึงจะเห็นผล?
Shrink แม้ทำครั้งเดียวก็รู้สึกได้ทันที แต่ผลสะสมจริงๆ จะเกิดขึ้นเมื่อทำ 3 ครั้ง ห่างกัน 3 สัปดาห์ครับ
ทำครั้งแรก วันนั้นเลยจะรู้สึกว่าผิวกระชับขึ้นเล็กน้อยครับ
แต่นั่นยังไม่ใช่ผลจริงๆ
เป็นแค่การหดตัวชั่วคราวจากความร้อนเท่านั้นครับ
ผลที่แท้จริงคือกระบวนการที่จุดความร้อนสะสม (TCP — Thermal Coagulation Point) ที่เกิดขึ้นในชั้น SMAS
ฟื้นตัวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ครับ
กระบวนการนี้ปกติใช้เวลาประมาณ 6–8 สัปดาห์กว่าจะเห็นผลครับ
ทำไมระยะห่าง 3 สัปดาห์จึงเหมาะสมที่สุดสำหรับ Shrink?
ประเด็นสำคัญของบทความนี้
Shrink ทำครั้งเดียวก็เห็นผลได้
แต่ต้องสะสม 2–3 ครั้ง ห่างกัน 6 เดือน ถึงจะเห็นผลสะสมของคอลลาเจนอย่างชัดเจนครับ
ทำทุกเดือนถือว่าสิ้นเปลือง — เพราะจุดความร้อนสะสม (TCP) ต้องการเวลาฟื้นตัวครับ
ขอเล่าเรื่องของคนไข้คนหนึ่งให้ฟังก่อนนะครับ
สัปดาห์ที่แล้วมีคุณผู้หญิงอายุ 45 ปีมาที่คลินิก
บอกว่า "ไม่ต้องทุกสัปดาห์ก็ได้ แต่อยากทำทุกเดือนเลยค่ะ"
เพราะอยากให้เส้นกรอบหน้าชัดขึ้นโดยเร็วครับ
แต่วันนั้นผมไม่ได้ทำให้ครับ
พูดตรงๆ คือบอกว่าในจังหวะที่ต้องการแบบนี้ ยังทำไม่ได้ครับ
และนัดให้กลับมาอีก 3 สัปดาห์ถัดไปแทนครับ
มีเหตุผลครับ
ผลสะสมของ Shrink นั้น
เมื่อจุดความร้อนสะสมเกิดขึ้นในชั้น SMAS แล้ว
บริเวณนั้นจะค่อยๆ แข็งแรงขึ้น
และดึงไขมันที่หย่อนคล้อยกลับเข้าหากล้ามเนื้อครับ
แต่ถ้าก่อนที่กระบวนการนี้จะตั้งตัว
มีการส่งพลังงานเข้าไปที่จุดเดิมอีกครั้ง
คอลลาเจนใหม่จะไม่เกิด
มีแค่การสะสมการกระตุ้นซ้ำๆ โดยไม่ได้ประโยชน์เพิ่มครับ
จ่ายเงินสองเท่า แต่ได้ผลเท่าทำครั้งเดียวครับ

ดังนั้น สั้นกว่าอัลเทอร่า
และนานกว่าฟิลเลอร์ — 3 สัปดาห์คือช่วงที่เหมาะที่สุดครับ
อัลเทอร่าส่งพลังงานลึกและแรงกว่าในครั้งเดียว
จึงต้องเว้นระยะ 6 เดือน
แต่ Shrink กระจายพลังงานได้มากกว่า
ดังนั้นการเว้นระยะสั้นกว่าจึงเหมาะสมกว่าครับ

สรุปสำคัญจากหมอวียองจิน
Shrink ไม่ใช่หัตถการที่ "ทำให้มากที่สุด" แต่คือหัตถการที่ "ทำในเวลาที่เหมาะสม" ครับ
ทำครั้งเดียวเพื่อรู้สึกผลทันที
ทำ 3 ครั้ง ห่าง 3 สัปดาห์ เพื่อผลสะสม — แยกสองสิ่งนี้ออกจากกันให้ชัด
แล้วคำถามเรื่องจำนวนครั้งจะตอบได้ง่ายขึ้นมากครับ
จำนวนครั้งของ Shrink — ครั้งแรกกับการทำซ้ำต่างกัน
ผู้ที่ทำเป็นครั้งแรก
กับผู้ที่เคยทำมาแล้วเมื่อ 1 ปีก่อน
ต้องการจำนวนครั้งที่แตกต่างกันครับ
แล้วตัวเองอยู่ในกลุ่มไหน?
มีสิ่งหนึ่งที่อยากบอกอย่างชัดเจนครับ
การทำ 3 ครั้งไม่ได้แปลว่าจะไม่หย่อนคล้อยไปตลอดชีวิตนะครับ
คอลลาเจนเองก็สลายตัวไปตามเวลา
ดังนั้นปกติหลังจาก 1 ปี จะต้องทำหัตถการบำรุงอีก 1 ครั้งครับ
แต่คนที่สะสม 3 ครั้งแรกอย่างถูกต้อง
แค่ทำบำรุง 1 ครั้ง ผลก็ยืนยาวกว่ามากครับ
คนที่ยังไม่ได้สร้างฐานนี้
ทุกครั้งจะเหมือนเริ่มต้นใหม่ตั้งแต่ศูนย์
ทำให้ใช้ทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายมากกว่าครับ


คำถามที่ถามมากที่สุด 3 ข้อในห้องตรวจเกี่ยวกับ Shrink
Q1. ทำแค่ครั้งเดียวได้ผลไหมครับ?
A. แต่จากที่พบในห้องตรวจ มีผู้ที่พอใจกับการทำครั้งเดียวอยู่เหมือนกันครับ
ถ้าเพิ่งเริ่มมีอาการหย่อนคล้อยเล็กน้อยในช่วงต้นอายุ 30 ทำครั้งเดียวก็ทำให้เส้นกรอบหน้าดูชัดขึ้นได้ครับ
แต่ถ้าอายุเกิน 40 การทำครั้งเดียวมักไม่เห็นความแตกต่างในรูปถ่ายอย่างชัดเจนครับ
ควรตัดสินใจตามช่วงอายุและระดับการหย่อนคล้อยของตัวเองครับ
และอีกข้อที่ถามกันบ่อยมากครับ
Q2. อยากเห็นผลเร็ว ทำทุกสัปดาห์ได้ไหมครับ?
A. ข้อนี้ตอบตรงๆ ได้เลยว่า "ไม่ได้ครับ"
ถ้าส่งพลังงานเข้าไปซ้ำก่อนที่จุดความร้อนสะสมในชั้น SMAS จะกลายเป็นคอลลาเจนสำเร็จ
คอลลาเจนใหม่จะไม่เกิด มีแต่การสะสมการกระตุ้นซ้ำๆ เท่านั้นครับ
จ่ายเงินสองเท่า แต่ได้ผลเท่าทำครั้งเดียวครับ
ต้องเว้นระยะอย่างน้อย 3 สัปดาห์ครับ
และมีอีกหนึ่งข้อที่อยากฝากไว้ครับ
Q3. หลังทำ Shrink มีรอยช้ำหรือความเจ็บปวดนานแค่ไหนครับ?
A. สัปดาห์นี้มีคนถามเรื่องนี้สามคนแล้วครับ
ในกรณีของคนไข้อายุ 50 ปี วันที่ทำรู้สึกชาเล็กน้อย และไปทำงานได้ปกติวันถัดไปครับ
รอยช้ำแทบไม่เกิดขึ้นกับหัตถการนี้ แต่บริเวณใกล้กระดูกอาจปวดตุบๆ ได้สองสามวันครับ
โดยทั่วไปอาการต่างๆ จะหายภายในหนึ่งสัปดาห์ครับ
ถ้าจะจำอะไรจากวันนี้ไปหนึ่งอย่าง — อย่า욕심ในเรื่องจำนวนครั้ง และให้รอ 3 สัปดาห์เพื่อให้ชั้น SMAS ฟื้นตัวนะครับ
บทความถัดไปจะพูดถึง "การใช้ทิป Shrink 4.5 มม. และ 3.0 มม. แบ่งตามบริเวณอย่างไร" ครับ จะแสดงให้เห็นว่าการเลือกความลึกของ Shrink เดียวกันส่งผลต่างกันอย่างไร นี่คือหมอวียองจินครับ







