ภาพปกบทความ ทำ Shurink ก่อนงานสำคัญควรทำล่วงหน้ากี่วัน
ลิฟติ้ง

ทำ Shurink ก่อนงานสำคัญ ควรทำล่วงหน้ากี่วันดี?

ก่อนวันสำคัญอยากหน้าเรียวกระชับด้วย Shurink (HIFU) แต่ไม่รู้ว่าควรทำล่วงหน้ากี่วัน บทความนี้จะพาไปดูตารางนับถอยหลังและข้อควรระวังแบบเข้าใจง่าย

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน
6นาที
ช่อง YouTube ของ BEAUTYSDOCTORS ที่แพทย์อธิบายเรื่องความงามเกาหลีโดยตรง

วางแผนมาโซล

กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?

แชตผ่าน LINE

ใกล้ถึงงานแต่ง งานเลี้ยงรุ่น หรือวันถ่ายรูปสำคัญทีไร หลายคนก็เริ่มอยากดูแลหน้าให้ดูเรียวกระชับขึ้นใช่ไหมคะ เคยไหม เวลาส่องกระจกแล้วรู้สึกว่ากรอบหน้าไม่คมเท่าเดิม ผิวดูไม่แน่นเหมือนก่อน โดยเฉพาะเวลาที่รู้ว่าจะต้องไปเจอคนเยอะ ๆ ในวันสำคัญ

พอครีมหรือการดูแลที่บ้านเริ่มเอาไม่อยู่ หลายคนก็มองหาตัวช่วยอย่าง Shurink (HIFU) ซึ่งเป็นการยกกระชับแบบไม่ต้องผ่าตัด แต่จริง ๆ แล้วสิ่งที่สำคัญไม่แพ้ตัวเครื่อง คือ "จังหวะเวลา" ที่เราไปทำ เพราะถ้าทำผิดจังหวะ ผลลัพธ์อาจยังมาไม่ทันวันงานได้

บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่า ก่อนงานสำคัญควรทำ Shurink ล่วงหน้ากี่วันถึงจะพอดี พร้อมตารางนับถอยหลังและข้อควรระวัง เพื่อให้หน้าอยู่ในสภาพที่ดีที่สุดในวันจริง ไปดูกันเลย

Shurink (HIFU) คืออะไร? ทำงานยังไง

Shurink คือการยกกระชับผิวแบบไม่ต้องผ่าตัด โดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูงแบบโฟกัส (HIFU: High Intensity Focused Ultrasound) ส่งพลังงานความร้อนลงไปที่ผิวชั้นลึก

พูดง่าย ๆ คือ ความร้อนจะลงไปถึงชั้นหนังแท้ และลึกลงไปอีกถึงชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่หมอใช้ดึงตอนทำศัลยกรรมยกกระชับ เมื่อชั้นนี้ได้รับความร้อนเป็นจุด ๆ ร่างกายจะค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ ทำให้ผิวดูแน่นและกระชับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป

จุดนี้แหละที่สำคัญมากสำหรับเรื่องเวลา เพราะ Shurink ไม่ได้เห็นผลเต็มที่ทันทีในวันที่ทำ แต่จะค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์หลังจากนั้น ดังนั้นถ้าอยากให้หน้าสวยพอดีในวันงาน ก็ต้องเผื่อเวลาให้คอลลาเจนได้ทำงานด้วย

ก่อนงานควรทำ Shurink ล่วงหน้ากี่วัน?

โดยทั่วไป แนะนำให้ทำ Shurink ล่วงหน้าประมาณ 2-4 สัปดาห์ก่อนวันงาน เหตุผลหลักมี 2 อย่างค่ะ

อย่างแรก คือเผื่อเวลาให้รอยแดงหรืออาการบวมเล็กน้อยหลังทำได้ยุบลง ซึ่งมักหายได้เองภายในไม่กี่วันถึง 1 สัปดาห์ อย่างที่สอง คือเผื่อเวลาให้คอลลาเจนที่ถูกกระตุ้นเริ่มทำงาน เพื่อให้ผิวดูกระชับขึ้นพอดีในวันจริง

ลองดูตารางนับถอยหลังคร่าว ๆ ได้ตามนี้

  • 4 สัปดาห์ก่อนงาน : เหมาะสำหรับคนที่ทำครั้งแรก หรืออยากเผื่อเวลาให้ผิวปรับตัวเต็มที่
  • 2 สัปดาห์ก่อนงาน : ช่วงที่รอยแดงยุบดีแล้ว และเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง
  • ภายใน 3 วันก่อนงาน : ช่วงที่ควรหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะคนที่บวมหรือช้ำง่าย

ทั้งนี้ ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงแนวทางเท่านั้น ระยะเวลาที่เหมาะสมของแต่ละคนอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง แพทย์จะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคล

ภาพแสดงตารางนับถอยหลังก่อนวันงานสำหรับการทำ Shurink

ทำก่อนงานกระชั้นชิดได้ไหม?

หลายคนที่รู้ตัวช้าอาจอยากทำแบบวันสองวันก่อนงานเลย แต่จริง ๆ แล้วไม่ค่อยแนะนำให้ทำกระชั้นชิดขนาดนั้นค่ะ เพราะหลังทำ Shurink ผิวอาจมีรอยแดง อาการร้อนวูบวาบ หรือบางครั้งมีรอยช้ำเล็ก ๆ เกิดขึ้นได้

อาการเหล่านี้มักหายได้เองภายในไม่กี่วันถึง 1 สัปดาห์ แต่ถ้าไปตรงกับวันงานพอดี ก็อาจทำให้รู้สึกไม่มั่นใจได้ นอกจากนี้ ความกระชับจริง ๆ ของ Shurink ต้องใช้เวลาค่อย ๆ เห็นผล การทำกระชั้นชิดจึงอาจยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดในวันงานอยู่ดี

แทนที่จะรีบอัดคิวช่วงใกล้งาน การวางแผนเผื่อเวลาไว้ก่อนจะสบายใจกว่า อย่างน้อยควรทำให้เสร็จก่อนวันงานสัก 1 สัปดาห์ เพื่อให้ผิวได้พักและอาการต่าง ๆ ยุบลง หากวันงานใกล้มากจริง ๆ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อน อย่าเพิ่งตัดสินใจทำเอง เพื่อประเมินว่าเหมาะจะทำในช่วงนี้หรือไม่

ภาพอธิบายเหตุผลที่ไม่ควรทำ Shurink กระชั้นชิดก่อนวันงาน

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังที่ควรรู้

แม้ Shurink จะเป็นหัตถการแบบไม่ต้องผ่าตัด แต่ก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีความเสี่ยงเลย ระหว่างทำอาจรู้สึกร้อนหรือเจ็บแปลบเล็กน้อยเป็นจุด ๆ และหลังทำอาจมีรอยแดง ร้อนวูบวาบ บวมเล็กน้อย หรือรอยช้ำในบางกรณี

โดยทั่วไปอาการเหล่านี้มักหายได้เองภายในไม่กี่วันถึง 1 สัปดาห์ และส่วนใหญ่สามารถแต่งหน้าหรือล้างหน้าได้ตามปกติในวันเดียวกัน แต่หากมีอาการผิดปกติ เช่น บวมมาก เจ็บมาก หรืออาการไม่ยุบสักที ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

นอกจากนี้ยังมีบางกลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อน ได้แก่

  • กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • มีเครื่องกระตุ้นหัวใจหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในร่างกาย
  • มีแผลอักเสบ ติดเชื้อ หรือปัญหาผิวบริเวณที่จะทำ
  • เป็นแผลคีลอยด์ง่าย

เพื่อความปลอดภัย ควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในคลินิกที่ได้มาตรฐาน และควรเข้ารับการปรึกษาประเมินสภาพผิวก่อนทำทุกครั้ง

ภาพแสดงผลข้างเคียงและข้อควรระวังของการทำ Shurink

สรุป : เผื่อเวลาไว้ก่อน อุ่นใจกว่า

สรุปง่าย ๆ คือ ถ้าอยากทำ Shurink ก่อนงานสำคัญ ควรทำล่วงหน้าประมาณ 2-4 สัปดาห์ เพื่อให้รอยแดงยุบและความกระชับเริ่มเห็นผลพอดีในวันจริง ควรหลีกเลี่ยงการทำแบบกระชั้นชิด และเผื่อเวลาให้ผิวได้พักอย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนวันงาน

ทั้งนี้ ผลลัพธ์และระยะเวลาที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจนะคะ

หากคุณกำลังกังวลว่าจะเตรียมหน้าให้พร้อมทันวันสำคัญหรือเปล่า ที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล เรามีบริการปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอเพื่อวางแผนตารางที่เหมาะกับวันงานของคุณได้เลยนะคะ

คำถามที่พบบ่อย

Q1. ก่อนงานสำคัญควรทำ Shurink ล่วงหน้ากี่วันดีคะ

โดยทั่วไปแนะนำให้ทำล่วงหน้าประมาณ 2-4 สัปดาห์ก่อนวันงานค่ะ เพื่อเผื่อเวลาให้รอยแดงหรืออาการบวมเล็กน้อยยุบลง และให้คอลลาเจนที่ถูกกระตุ้นเริ่มทำงานจนผิวดูกระชับขึ้นพอดีในวันจริง ทั้งนี้ระยะเวลาที่เหมาะสมแตกต่างกันไปตามสภาพผิวของแต่ละคนค่ะ

Q2. ทำ Shurink ก่อนงานแบบกระชั้นชิดได้ไหมคะ

ไม่แนะนำค่ะ เพราะ Shurink ไม่ได้เห็นผลเต็มที่ทันทีในวันที่ทำ แต่จะค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์หลังจากนั้น หากทำใกล้วันงานเกินไป อาจยังมีรอยแดงหรืออาการบวมเหลืออยู่ และผลลัพธ์อาจยังมาไม่ทันค่ะ

Q3. หลังทำ Shurink จะมีอาการบวมแดงนานแค่ไหนคะ

อาการบวมหรือรอยแดงเล็กน้อยหลังทำมักหายได้เองภายในไม่กี่วันถึง 1 สัปดาห์ค่ะ อย่างไรก็ตามความเร็วในการฟื้นตัวแตกต่างกันไปตามสภาพผิวและการดูแลตัวเองของแต่ละคน ควรให้แพทย์ประเมินเป็นรายบุคคลค่ะ

Q4. Shurink ทำงานยังไง ทำไมต้องรอผลลัพธ์นานคะ

Shurink ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงแบบโฟกัส (HIFU) ส่งความร้อนลงไปถึงชั้น SMAS เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ กระบวนการนี้ใช้เวลาเป็นสัปดาห์ ผิวจึงจะดูแน่นกระชับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่เห็นผลทันทีหลังทำค่ะ

บทความแนะนำ

แพทย์ปรึกษาผู้เข้ารับบริการเรื่องการทำ Oligio X หลังฉีดฟิลเลอร์ลิฟติ้ง

เพิ่งฉีดฟิลเลอร์ ทำ Oligio X ได้ไหม? ควรเว้นระยะเท่าไหร่

เพิ่งฉีดฟิลเลอร์มาไม่นาน แล้วอยากทำ Oligio X ต่อ ความร้อนจากคลื่นวิทยุมีผลกับฟิลเลอร์ HA แค่ไหน บทความนี้รวมข้อมูลจากงานวิจัยที่มีอยู่ พร้อมแนวทางจัดลำดับและเว้นระยะห่างระหว่างสองหัตถการ

ผู้หญิงปรึกษาแพทย์เรื่องหัตถการคลื่นวิทยุบริเวณรอบดวงตาลิฟติ้ง

ทำ InMode FX ที่รอบดวงตาและใต้ตาได้ไหม? ขอบเขตที่ควรรู้

InMode FX ออกแบบมาโดยคิดถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนัง แต่ผิวรอบดวงตาบางและมีไขมันรองรับน้อย เงื่อนไขจึงเปลี่ยนไป มาดูกันว่าขอบเขตที่พอพิจารณาได้อยู่ตรงไหน และต้องระวังอะไรบ้างนะคะ

การ์ดตั้งคำถามว่าทำไมผลของ Sofwave ถึงรู้สึกไม่ชัดในช่วงแรกลิฟติ้ง

ทำ Sofwave แล้วยังไม่เห็นผล? 4 ตัวแปรที่ควรเช็ก

ความรู้สึกหลังทำ Sofwave ต่างกันได้มาก แม้จะใช้เครื่องเดียวกัน บทความนี้ไล่ให้ดูทีละข้อว่าความหนาผิว ชนิดของความหย่อนคล้อย บริเวณที่ทำ และช่วงเวลาที่ประเมิน ส่งผลต่อสิ่งที่คุณมองเห็นอย่างไร

บทความล่าสุด

ผู้หญิงจดรายการยาที่กินประจำก่อนเข้าปรึกษาที่คลินิกผิวหนัง

กินยาลดความดันหรือยาละลายลิ่มเลือดอยู่ ต้องบอกคลินิกก่อนทำไหม?

ยาลดความดันและยาละลายลิ่มเลือดที่กินประจำมีผลกับรอยช้ำและการห้ามเลือดในวันทำหัตถการ บทความนี้รวมเหตุผลที่ควรแจ้งคลินิกล่วงหน้า และเหตุผลที่ไม่ควรหยุดยาเอง

เป็นหวัดหรือมีไข้ต่ำ ๆ ควรเลื่อนหัตถการที่จองไว้หรือไม่ เกณฑ์ที่ช่วยตัดสินใจผิวหนัง

เป็นหวัดหรือมีไข้ต่ำ ๆ ควรเลื่อนหัตถการที่จองไว้ไหม?

ไข้และการติดเชื้อเฉียบพลันส่งผลต่อการบวม การฟื้นตัว และความรู้สึกเจ็บระหว่างทำหัตถการ จึงควรมีเกณฑ์ที่จับต้องได้ว่าอาการแบบไหนควรเลื่อนคิวที่จองไว้ แบบไหนยังคุยกับแพทย์ก่อนได้ บทความนี้ BeautyStone Clinic รวมแนวทางไว้ให้ค่ะ

รูปร่างผอมกับการฉีดฟิลเลอร์สะโพก ทำไมวอลลุ่มดูน้อยกว่าและควรออกแบบอย่างไรบอดี้

รูปร่างผอมฉีดฟิลเลอร์สะโพกแล้ววอลลุ่มดูน้อย ต้องออกแบบยังไง?

คนที่มีชั้นไขมันใต้ผิวหนังบาง เมื่อฉีดฟิลเลอร์สะโพกในปริมาณเท่ากับคนอื่นมักได้วอลลุ่มที่ดูน้อยกว่า และมีโอกาสเห็นขอบของสารได้ง่ายกว่า ทางออกจึงอยู่ที่การเลือกชั้นที่ฉีดและการแบ่งจำนวนครั้งให้ต่างออกไปค่ะ

Juvelook Volume ในวัย 50 ความต่างของการออกแบบและความคาดหวังเมื่อเทียบกับวัย 30รูปหน้าและวอลุ่ม

ทำ Juvelook Volume ตอนอายุ 50 ต่างจากตอนอายุ 30 ยังไง?

แก้มที่ตอบลงตอนวัย 50 กับวัย 30 ไม่ได้มาจากชั้นเดียวกัน เมื่อสาเหตุต่างกัน การออกแบบปริมาณ จุดฉีด จำนวนครั้ง และช่วงเวลาที่ผลลัพธ์จะปรากฏก็ควรตั้งไว้คนละแบบ บทความนี้ BeautyStone Clinic รวบรวมความต่างเหล่านี้ไว้ให้ค่ะ

แพทย์ปรึกษาผู้เข้ารับบริการเรื่องการทำ Oligio X หลังฉีดฟิลเลอร์ลิฟติ้ง

เพิ่งฉีดฟิลเลอร์ ทำ Oligio X ได้ไหม? ควรเว้นระยะเท่าไหร่

เพิ่งฉีดฟิลเลอร์มาไม่นาน แล้วอยากทำ Oligio X ต่อ ความร้อนจากคลื่นวิทยุมีผลกับฟิลเลอร์ HA แค่ไหน บทความนี้รวมข้อมูลจากงานวิจัยที่มีอยู่ พร้อมแนวทางจัดลำดับและเว้นระยะห่างระหว่างสองหัตถการ

ภาพปกบทความเรื่องการใช้เครื่องความงามที่บ้านร่วมกับหัตถการที่คลินิกผิวหนัง

เครื่องความงามที่บ้าน ต้องพักตอนไหนก่อนและหลังทำหัตถการ?

จำนวนวันที่ต้องพักเครื่องความงามหลังทำหัตถการไม่ได้มาจากผลการทดลอง แต่มาจากธรรมเนียมของแต่ละคลินิก บทความนี้จัดระเบียบวิธีคิดจากสภาพผิว 4 อย่าง แยกตามชนิดของเครื่อง

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors