ดูรีวิว Shurink แล้วไปทำ แต่เส้นขากรรไกรยังเหมือนเดิม — นี่คือสาเหตุที่แท้จริง
ทำไมรีวิว Shurink เส้นกรอบหน้าถึงได้ผลต่างกัน — ต้องดูที่การจัดเรียงหัวทิป


วียองจิน
ผู้อำนวยการ
"ดูรีวิว Shurink แล้วไปทำ แต่เส้นขากรรไกรยังเหมือนเดิมครับ" — คำถามที่ได้รับเมื่อวานนี้
กรุณาอ่านก่อนเริ่มต้น
Q. ดูรีวิวดีแล้วไปทำ แต่ทำไม V-Line ถึงยังไม่เปลี่ยนเลยครับ?
A. เพราะยิงแต่หัวทิป 1.5mm เป็นหลักครับ กรอบหน้าถูกกำหนดด้วย 4.5 และ 3.0
Q. แล้วตอนดูรีวิวควรสังเกตอะไรครับ?
A. สิ่งสำคัญไม่ใช่จำนวนช็อต แต่เป็นสัดส่วนของ 4.5+3.0 ที่ใช้ในการทำครับ

สรุปในหนึ่งประโยค การยกกระชับกรอบหน้าด้วย Shurink ต้องใช้หัวทิป 4.5mm ร่วมกับ 3.0mm เพื่อล็อกชั้น SMAS จึงจะได้ V-Line ครับ
เกณฑ์ที่ทำให้ผลต่างกัน หากสัดส่วนของ 1.5mm มากเกินไป จะได้แค่ผิวหน้าเรียบขึ้น แต่เส้นกรอบหน้าไม่เปลี่ยนครับ
สิ่งที่จะพูดถึงวันนี้ สาเหตุที่แท้จริงว่าทำไมบางคนพอใจและบางคนผิดหวังกับรีวิว Shurink
ขอสรุปสามประเด็นที่จะพูดถึงในบทความนี้ก่อนนะครับ
ความแตกต่างของหัวทิปที่ทำให้รีวิวกรอบหน้าพอใจหรือผิดหวัง
แหล่งความร้อนของ Shurink ต่างจากเทอร์มาจและอัลเทอร่าอย่างไร
ความเจ็บปวดและการระงับความรู้สึก — คำตอบตรงๆ ว่าทนได้จริงไหม
รีวิว Shurink กรอบหน้า ทำไมบางคนพอใจและบางคนผิดหวัง
Shurink คือการยกกระชับด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มสูงแบบรวมจุด (HIFU) ที่ส่งพลังงานถึงชั้น SMAS เพื่อสร้างจุดความร้อนสะสมครับ
ถ้าเทอร์มาจคือคลื่นวิทยุ (RF) ที่ให้ความร้อนทั่วชั้นหนังแท้,
อัลเทอร่าคือ HIFU ที่รวมพลังงานลงจุดเดียวอย่างเข้มข้น,
Shurink ก็คือ HIFU เช่นกัน แต่จุดที่สร้างเล็กกว่าและยิงได้เร็วกว่าครับ
แม้จะเป็น HIFU เหมือนกัน อัลเทอร่าจะให้ความรู้สึกเหมือนยิงทีละเส้น,
ส่วน Shurink จะรู้สึกเหมือนจุดเล็กๆ ถูกวางเรียงเป็นเส้นอย่างรวดเร็วครับ
แต่มีจุดหนึ่งที่ทำให้ความพึงพอใจในรีวิวแตกต่างกัน
นั่นคือ ใช้หัวทิปความลึกเท่าไหร่ ในสัดส่วนเท่าใด
สิ่งนี้แหละที่กำหนดว่า V-Line จะเกิดขึ้นหรือไม่ครับ
Shurink 4.5mm กับ 1.5mm ลึกต่างกันอย่างไร?
การทำ Shurink เพื่อกรอบหน้าต้องใช้เฉพาะ 4.5mm และ 3.0mm เท่านั้นครับ
ลองนึกภาพแบบนี้นะครับ
ถ้าที่นอนยุบลง,
การรีดผ้าปูที่นอนให้เรียบ
กับการขันสปริงด้านในให้แน่นใหม่ ผลลัพธ์ย่อมต่างกันครับ
1.5mm คือชั้นหนังแท้ — เปรียบได้กับผ้าปูที่นอน
สภาพผิวด้านบนดูเรียบขึ้น แต่ไม่ได้แก้การหย่อนคล้อยจริงๆ ครับ
3.0mm คือชั้นไขมันใต้ผิวหนัง,
4.5mm คือชั้น SMAS — เปรียบได้กับสปริงครับ
เมื่อชั้น SMAS แข็งแรงขึ้น ไขมันที่วางอยู่ด้านบนจะยึดติดกับกล้ามเนื้อ
ทำให้เส้นขากรรไกรชัดเจนขึ้นตามกลไกนี้ครับ
จุดสำคัญของบทความนี้
เมื่อใช้ Shurink เพื่อกรอบหน้า การจัดเรียงหัวทิป 4.5+3.0mm คือหัวใจหลัก — การยิงแต่ 1.5mm เป็นหลักจะทำให้ผิวเรียบขึ้นเท่านั้น
แต่ V-Line จะไม่เกิดครับ
กรุณาตรวจสอบการจัดเรียงหัวทิปก่อนทำเสมอนะครับ
เรื่องนี้อาจทำให้หลายคนประหลาดใจนะครับ
สัปดาห์ที่แล้วมีคนไข้อายุ 44 ปีมาที่คลินิกครับ
ทำ Shurink กรอบหน้าที่คลินิกอื่นมาแล้ว
แต่บอกว่า "ผิวเรียบขึ้นแต่เส้นขากรรไกรยังเหมือนเดิม" รู้สึกผิดหวังมากครับ
พอดูชาร์ตที่นำมาด้วย พบว่า 1.5mm อยู่ที่ 60%, 3.0mm 30%, ส่วน 4.5mm มีแค่ 10%
แบบนี้แทบไม่มีผลต่อกรอบหน้าเลยครับ
เป็นสัดส่วนที่ปรับแค่โทนผิวด้านบนเท่านั้นครับ

สัดส่วนยังต้องปรับตาม BMI ด้วยนะครับ
คนที่มีไขมันหนาจะใช้ 4.5 มากขึ้น,
คนที่ผอมบางจะใช้ 3.0 มากขึ้น
โดยเริ่มจากสัดส่วนกึ่งกลางแล้วปรับตามแต่ละเคส,
1.5mm แทบไม่ถูกใช้ในบริเวณแนวกรอบหน้าครับ
ใช้เฉพาะบางส่วนเพื่อให้เกิดเอฟเฟกต์ดึงกระชับด้านนอกใบหน้าเท่านั้นครับ

มีสิ่งหนึ่งที่ต้องบอกไว้ด้วยนะครับ
หากยิง 4.5mm ตรงๆ บนแนวกระดูกขากรรไกร จะโดนกระดูกทำให้เจ็บมาก
บริเวณใกล้กระดูกขากรรไกรต้องลดลงมาใช้ 3.0mm ครับ
นอกจากนี้ ด้านในของร่องแก้ม (Marionette line) มีเส้นประสาท marginal mandibular nerve วิ่งตื้นมาก
ดังนั้นบริเวณแนวนี้จึงห้ามทำโดยตรงครับ
นี่เป็นจุดที่ผู้ทำการรักษาที่ยังไม่มีประสบการณ์มักพลาดกันบ่อยครับ
สรุปสำคัญจากหมอวียองจิน
เวลาดูรีวิว Shurink กรอบหน้า อย่าดูแค่จำนวนช็อตครับ
สัดส่วนของ 4.5 และ 3.0 ที่ใช้คือตัวกำหนด 80% ของผล V-Line
ชาร์ตที่มีสัดส่วน 1.5mm สูงคือสูตรสำหรับปรับสภาพผิว ไม่ใช่สำหรับกรอบหน้าครับ
Shurink เจ็บแค่ไหน? ถ้าทำยาชาแล้วทนได้ไหม?
ประมาณครึ่งหนึ่งของคนไข้ทำได้โดยใช้แค่ยาชาครีม ส่วนถ้าเพิ่มการบล็อกเส้นประสาทก็แทบทุกคนทำได้อย่างสบายครับ
ความเจ็บปวดจาก Shurink ขึ้นอยู่กับความลึกของหัวทิปครับ
4.5mm เจ็บที่สุด — เพราะเข้าใกล้กระดูกมากที่สุดครับ
3.0mm ปานกลาง ส่วน 1.5mm แค่รู้สึกเสียวเล็กน้อยครับ
เปรียบเทียบกับเทอร์มาจและอัลเทอร่า
อัลเทอร่าเจ็บที่สุดเพราะรวมพลังงานลงจุดเดียวอย่างแรง,
Shurink รู้สึกกระจายมากกว่า,
ส่วนเทอร์มาจจะเป็นความร้อนเป็นหลักครับ
มีเคสคนไข้อายุ 51 ปีครับ
เคยทำที่คลินิกอื่นโดยไม่มียาชาแล้วต้องหยุดกลางคัน
ครั้งนี้จึงขอให้บล็อกเส้นประสาทด้วยครับ
ผลคือทำจนครบโดยไม่มีปัญหา
และบอกว่า "รู้แบบนี้ทำยาชาตั้งแต่แรกเลยดีกว่า" ครับ
การทำยาสลบก็ทำได้เช่นกัน แต่เนื่องจากต้องปรับความเข้มข้นตามการมองเห็นสภาพกล้ามเนื้อใบหน้าระหว่างทำ
ผมจึงมองว่าการบล็อกเส้นประสาทเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดครับ
รีวิว Shurink กรอบหน้า ครั้งแรกกับการทำซ้ำต่างกันอย่างไร?
แล้วคุณอยู่ในกลุ่มไหนครับ?
คนที่ทำครั้งแรกกับคนที่ทำซ้ำจะมีสัดส่วนหัวทิปและระยะห่างที่ต่างกันครับ
Shurink ต่างจากอัลเทอร่าตรงที่ควรทำในระยะห่างที่สั้นกว่าครับ
มาตรฐานคือ 3 ครั้ง ห่างกัน 3 สัปดาห์ครับ
ผลสะสมของคอลลาเจนเกิดจากกลไกที่ชั้น SMAS ยึดแน่นขึ้น
ทำให้ไขมันที่หย่อนคล้อยเข้าใกล้กล้ามเนื้อมากขึ้น,
นี่คือเหตุผลที่รีวิวหลายคนบอกว่า "ครั้งที่ 2-3 ถึงเห็นผลชัดจริงๆ" ครับ


รีวิว Shurink กรอบหน้า คำถามที่ได้รับบ่อย 3 ข้อ
Q1. ในรีวิวมีคนบอกว่า "ครั้งเดียวเห็นผล" จริงไหมครับ?
A. คำถามนี้ผมได้รับสัปดาห์ละสองสามครั้งเลยครับ
สถิติแล้ว ประมาณสามในสิบคนพอใจหลังทำครั้งเดียว,
อีกเจ็ดในสิบต้องทำสะสม 2-3 ครั้งจึงเห็นกรอบหน้าชัดครับ
คนที่พอใจหลังครั้งเดียวมักมี BMI อยู่ในเกณฑ์เฉลี่ยและมีการหย่อนคล้อยในระยะเริ่มต้นครับ
ถ้าดูรีวิวแค่หนึ่งสองรายแล้วคาดว่าตัวเองจะได้ผลครั้งเดียว โอกาสผิดหวังสูงมากครับ
มีคำถามที่คล้ายกันอีกข้อหนึ่งครับ
Q2. ค่าใช้จ่าย Shurink กรอบหน้าโดยทั่วไปเท่าไหร่ และควรทำกี่ครั้งครับ?
A. ขอตอบจากเคสที่เพิ่งถามมาเลยครับ
เป็นคนไข้อายุ 51 ปี ตอนแรกดูแค่ราคาครั้งเดียวแล้วบอกว่า "ครั้งเดียวราคานี้แพงไป" ครับ
แต่พอเลือกแพ็กเกจ 3 ครั้ง ห่าง 3 สัปดาห์ ราคาต่อครั้งลดลงเกือบครึ่ง,
และเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของเส้นขากรรไกรตั้งแต่ครั้งที่สองครับ
หากเป้าหมายคือกรอบหน้า การเลือกแพ็กเกจ 3 ครั้งแทนการทำครั้งเดียวคุ้มค่าทั้งในแง่ค่าใช้จ่ายและผลลัพธ์ครับ
และคำถามสุดท้ายที่ได้รับบ่อยที่สุดคือข้อนี้ครับ
Q3. มีกรณีที่เกิดผลข้างเคียงหลังทำ Shurink ไหมครับ?
A. ขึ้นอยู่กับแต่ละเคสนะครับ
รอยช้ำและอาการบวมแทบไม่มีเลย,
สิ่งที่ต้องระวังจริงๆ คือการกระตุ้นเส้นประสาทครับ
ถ้ายิง 4.5mm ตรงๆ ในบริเวณด้านในของร่องแก้ม (Marionette line) อาจทำให้มุมปากเกิดความไม่สมดุลชั่วคราวได้,
แต่เป็นกรณีที่ได้ยินปีละหนึ่งสองครั้งเท่านั้น ไม่ได้พบบ่อยครับ
การตรวจสอบในชาร์ตก่อนทำว่าบริเวณไหนจะใช้ความลึกเท่าไหร่ สามารถป้องกันได้เกือบทั้งหมดครับ
ถ้าวันนี้จะจำสิ่งเดียวกลับไป — ว่า V-Line จาก Shurink จะเกิดขึ้นหรือไม่นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนช็อต แต่ขึ้นอยู่กับสัดส่วนของ 4.5 และ 3.0 ครับ
บทความหน้าผมจะมาเล่าถึง "เกณฑ์การเลือกระหว่าง Shurink กับอัลเทอร่า เมื่อมีเป้าหมายกรอบหน้าเหมือนกัน" ครับ แม้จะเป็นการหย่อนคล้อยแบบเดียวกัน แต่ทั้งสองทำในชั้นที่ต่างกัน ทำให้ผลลัพธ์แตกต่างกัน ผมจะนำเคสตัวอย่างมาให้ดูกันครับ นี่คือหมอวียองจินครับ







