Secret RF ไม่ได้เหมาะกับทุกคน
Secret RF: คำตอบที่ชัดเจนที่สุดสำหรับ 3 ปัญหานี้ — รูขุมขน, รอยแผลเป็น, และความยืดหยุ่นที่ลดลง


วียองจิน
ผู้อำนวยการ
Secret RF ไม่ได้เหมาะกับทุกคน
ขอสรุปตรงๆ เลยนะครับ
Secret RF ไม่ใช่หัตถการที่ "ดีสำหรับทุกปัญหาผิว"
แต่เป็นหัตถการที่มีข้อบ่งชี้ค่อนข้างแคบ และให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนในกรณีที่เหมาะสมเท่านั้นครับ
บทความนี้จะอธิบายให้ฟังว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้นครับ
แล้วมันต่างจากอะไรกันตรงไหน?
Secret RF คือเครื่องที่ใช้เข็มขนาดเล็กเจาะลงไปในชั้นหนังแท้
แล้วปล่อยพลังงานคลื่นวิทยุ (RF) ออกจากปลายเข็มโดยตรงครับ
ต่างจากเลเซอร์อย่างแฟรกเซลที่หลายคนมักนำมาเปรียบเทียบ
Secret RF แทบไม่รบกวนชั้นผิวหนังด้านนอก
แต่ส่งพลังงานเป็น "จุด" ลงไปที่ชั้นหนังแท้โดยตรงครับ
ทำให้ความเสี่ยงต่อการเกิดรอยดำหลังทำต่ำกว่า
และค่อนข้างปลอดภัยสำหรับผิวคนเอเชียครับ
ทำไมบางคนถึงเห็นผลน้อยกว่าที่คิด?
ประเด็นหลักของบทความนี้
รูขุมขน, รอยแผลเป็น, และความยืดหยุ่นที่ลดลง — 3 ประเภทผิวที่ Secret RF ให้ผลดีจริงๆ ครับ
ประเภทผิวที่ Secret RF ให้ผลดีจริงๆ นั้น
จริงๆ แล้วแคบอยู่แค่ 3 กลุ่มนี้เท่านั้นครับ
พูดตรงๆ เลยนะครับ
ในบรรดาคนไข้ที่เข้ามาปรึกษาเรื่อง Secret RF
มีไม่น้อยที่มาด้วยปัญหาฝ้า, จุดด่างดำ, หรือหน้าแดงครับ
แต่ตรงนี้ต้องบอกตามตรงว่า
โรคเกี่ยวกับสีผิวไม่ใช่ข้อบ่งชี้หลักของ Secret RF ครับ
เดือนที่แล้วมีคนไข้ผู้หญิงอายุปลาย 30 มาหาผม
เธอบอกว่าทำ Secret RF มาแล้ว 4 ครั้งที่คลินิกอื่น
แต่ฝ้าไม่ยุบเลย มีแต่รูขุมขนที่ดูเล็กลงนิดหน่อยครับ
พอดูผิวเธอแล้วก็เห็นชัดว่า กรณีของเธอตั้งแต่แรก
ควรรักษาฝ้าด้วยเลเซอร์โทนนิ่งชนิดอื่นมากกว่าครับ
แต่มีสิ่งสำคัญอีกอย่างที่ต้องพูดถึงครับ
เข็มของ Secret RF ปรับความลึกได้ตั้งแต่ 0.5 มม. ถึง 3.5 มม.
และการปรับความลึกนี้คือหัวใจสำคัญเลยครับ
สำหรับรูขุมขนจะทำที่ชั้นตื้น 0.5–1.0 มม.
สำหรับรอยแผลเป็นจากสิวจะทำที่ชั้นกลาง 1.5–2.5 มม.
ส่วนความยืดหยุ่นที่ลดลงจะทำที่ชั้นลึก 2.5–3.5 มม.
โดยใช้พลังงานต่างกันในแต่ละระดับครับ
ดังนั้นแม้จะเป็นเครื่องเดียวกัน ผลลัพธ์จะต่างกันมาก
ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนตั้งค่าครับ
เนื่องจาก Secret RF มีลักษณะเฉพาะคือ "เจาะรูในชั้นหนังแท้แล้วให้ความร้อน"
ข้อบ่งชี้จึงชัดเจนมากครับ
รูขุมขน, รอยแผลเป็น, และความยืดหยุ่นที่เริ่มลดลง
หากปัญหาหลักคือรอยดำหรือหน้าแดง ควรพิจารณาหัตถการอื่นก่อนครับ
ผมแบ่งเคสในห้องตรวจแบบนี้ครับ
แม้จะแตกต่างกันในแต่ละเคส
แต่เวลาปรึกษา ผมมักแบ่งแบบนี้ครับ
มีอีกเรื่องที่ต้องบอกตามตรงนะครับ
Secret RF ก็มีข้อเสียที่ชัดเจนเหมือนกันครับ
วันที่ทำหน้าจะแดงอยู่ค่อนข้างนานพอสมควร
และมีรอยสะเก็ดเล็กๆ ติดอยู่ประมาณ 2–3 วันครับ
นับว่าไม่ใช่หัตถการที่แทบไม่มีช่วงพักฟื้นเลยครับ
แต่สำหรับปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างรูขุมขนและรอยแผลเป็น
ยังไม่ค่อยมีเครื่องไหนที่ให้ผลดีได้เท่านี้
ดังนั้นหากข้อบ่งชี้ตรง ผมยังคงแนะนำเป็นอันดับแรกอยู่เสมอครับ
คำถามที่ถูกถามบ่อยที่สุดในห้องตรวจ 3 ข้อ
Q1. ทำที่คลินิกอื่นมาแล้ว 5 ครั้ง แต่รอยแผลเป็นไม่เปลี่ยนแปลงเลย ต้องทำเพิ่มอีกไหมครับ?
A. ก่อนจะเพิ่มจำนวนครั้ง
ควรตรวจสอบการตั้งค่าก่อนครับ
การรักษารอยแผลเป็นต้องใช้ความลึกอย่างน้อย 2.0 มม.
และพลังงานที่เพียงพอเป็นสิ่งจำเป็นครับ
หากทำตื้นและอ่อนเกินไปเพราะกลัวความเจ็บปวด
แม้จะทำ 10 ครั้งก็แทบไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงครับ
จากประสบการณ์ของผม คนไข้ที่ไม่เห็นผลจากที่อื่น
หลังจากปรับตั้งค่าใหม่ มักเริ่มรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงภายใน 2–3 ครั้งครับ
Q2. ต้องทำกี่ครั้ง และผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหนครับ?
A. รูขุมขนโดยทั่วไปทำ 3–4 ครั้ง
รอยแผลเป็นทำ 4–6 ครั้ง
โดยเว้นระยะห่าง 1 เดือนต่อครั้งครับ
ผลลัพธ์โดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 1–2 ปี
ความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอย่างรอยแผลเป็นนั้นแทบถาวร
ส่วนความยืดหยุ่นที่ดีขึ้นจะค่อยๆ ลดลงตามกระบวนการแก่ตามธรรมชาติครับ
Q3. มีโอกาสเกิดรอยช้ำหรือรอยแผลเป็นไหมครับ?
A. เนื่องจากเป็นหัตถการที่ใช้เข็ม จุดเลือดออกเล็กๆ เกิดขึ้นได้กับแทบทุกคน
และบางครั้งอาจมีรอยช้ำเล็กน้อยด้วยครับ
อย่างไรก็ตาม กรณีที่เกิดรอยแผลเป็นถาวรนั้นพบได้น้อยมาก
และหากทากันแดดอย่างสม่ำเสมอตลอดหนึ่งสัปดาห์หลังทำ
ความเสี่ยงต่อการเกิดรอยดำก็จะต่ำมากครับ
ก่อนเข้ามาที่คลินิก สามารถปรึกษาผ่านแชทได้เลยนะครับ








