สคัลพทรา vs จูเวลูค — ทำไมถึงไม่ควรเชื่อเรื่องวอลุ่มอยู่ได้ 2 ปี
รูปหน้าและวอลุ่ม

สคัลพทรา vs จูเวลูค — ทำไมถึงไม่ควรเชื่อเรื่องวอลุ่มอยู่ได้ 2 ปี

ความต่างของวอลุ่มระหว่างสคัลพทราและจูเวลูค อยู่ที่ระยะเวลาคงอยู่และการดูแลป้องกันก้อน

ติดตาม Hongdae Beautys Doctors YouTube
วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน
7นาที

สคัลพทรา จูเวลูค — ทำไมถึงไม่ควรเชื่อเรื่องวอลุ่มอยู่ได้ 2 ปี

อ่านก่อนตัดสินใจ

Q. ระหว่างสองตัวนี้ อันไหนเพิ่มวอลุ่มได้มากกว่ากัน?

A. ถ้ามีปัญหาแก้มยุบหรือหย่อนคล้อย สคัลพทราจะได้เปรียบกว่าครับ

Q. ที่บอกว่าอยู่ได้ 2 ปี เชื่อได้เลยไหม?

A. 2 ปีนั้นไม่ใช่ช่วงพีก แต่เป็นช่วงหางที่ยังคงเหลืออยู่ครับ
เกณฑ์การเลือกสคัลพทราหรือจูเวลูคก่อนตัดสินใจ เรื่องระยะเวลาคงอยู่และการดูแล

สรุปสั้นๆ วอลุ่มของสคัลพทราและจูเวลูคต่างกันที่ความลึกของรอยยุบครับ

เกณฑ์ตัดสิน สิ่งสำคัญคือการนวด 5-5-5 และการตีความระยะเวลา 2 ปีให้ถูกต้องครับ

วันนี้จะดูอะไร ช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าหน้าของคุณต้องการวอลุ่มแบบไหนครับ

สิ่งที่จะได้รู้จากบทความนี้
  • ความแตกต่างของวอลุ่มระหว่างสคัลพทราและจูเวลูค
  • การดูแลด้วยการนวด 5-5-5 เพื่อลดความเสี่ยงก้อน และความหมายที่แท้จริงของ 2 ปี
  • ควรเลือกแบบไหน ระหว่างหย่อนคล้อย ยุบ หรือสภาพผิว




สคัลพทรา จูเวลูค อันไหนเพิ่มวอลุ่มได้มากกว่า?

ถ้ามีรอยยุบ สคัลพทราจะได้เปรียบกว่าครับ

ถ้าคุณค้นหาเรื่องวอลุ่มของสคัลพทราและจูเวลูคแล้วเข้ามาอ่านบทความนี้ คงมีคำถามในใจแบบนี้ครับ

ทั้งคู่บอกว่ากระตุ้นคอลลาเจนได้เหมือนกัน

แล้วทำไมบางบทความถึงแนะนำสคัลพทรา ในขณะที่บางบทความแนะนำจูเวลูค?

สคัลพทราเป็นการฉีดที่ใช้อนุภาค PLLA กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง เพื่อเพิ่มวอลุ่มอย่างค่อยเป็นค่อยไปครับ

ส่วนจูเวลูคใช้อนุภาค PDLLA เพื่อเติมรอยยุบตื้นๆ และปรับสภาพผิวให้ดูเป็นธรรมชาติ อยู่ในกลุ่มการฉีดฟื้นฟูผิวครับ

ไม่ได้หมายความว่า B แย่กว่า A เสมอไปนะครับ

สคัลพทราเหมาะกับการแก้ปัญหาหน้าดูยุบและหย่อนคล้อยในพื้นที่กว้าง

ส่วนจูเวลูคเหมาะกับการค่อยๆ เติมเต็มตามสภาพผิวอย่างเงียบๆ ครับ

ตอนปรึกษา ผมจะดูก่อนเลยว่า "ต้องการวอลุ่ม หรือต้องการปรับสภาพผิว" ครับ

ถ้าโหนกแก้มยุบและเงาใต้ร่องแก้มลึก ก็จะนึกถึงสคัลพทร

แต่ถ้าปัญหาคือริ้วรอยเล็กๆ และสภาพผิวรอบรูขุมขน ก็จะเอนไปทางจูเวลูคครับ

พูดตรงๆ เลยนะครับ การเลือกโดยดูแค่ชื่อสองตัวนี้ไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่

แม้จะเป็นกลุ่มกระตุ้นคอลลาเจนเหมือนกัน แต่ถ้าเป้าหมายต่างกัน ผลลัพธ์ที่เห็นก็ต่างกันด้วยครับ





วอลุ่มของสคัลพทรา — ทำไมประสิทธิภาพ 2 ปีถึงไม่แน่นอน

ข้อมูลเชิงลึกจากหมอวียองจิน

สคัลพทราให้วอลุ่มได้มากกว่าครับ

จูเวลูคเหมาะกับการเติมเต็มตามสภาพผิวอย่างเป็นธรรมชาติ

ถ้าต้องการแก้หย่อนคล้อยและรอยยุบ สคัลพทราตอบโจทย์กว่า

นี่คือสิ่งที่เห็นจากเคสสะสมในห้องตรวจครับ

ระยะ 2 ปีของสคัลพทราไม่ได้หมายความว่า "ยิ่งนานยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆ" นะครับ

ในช่วงไม่กี่เดือนแรก การสร้างคอลลาเจนจะค่อยๆ เพิ่มขึ้น

หลังจากนั้น ปัญหาหลักคือโครงสร้างที่สร้างขึ้นมาจะคงอยู่ได้ดีแค่ไหนครับ

แต่มีสิ่งสำคัญหนึ่งอย่างที่ต้องรู้ครับ

สคัลพทราอาจให้วอลุ่มได้มากกว่า

แต่ก็ต้องดูแลไม่ให้อนุภาคจับตัวเป็นก้อนด้วยครับ

ในทางการแพทย์ อนุภาค PLLA จะกระตุ้นการทำงานของไฟโบรบลาสต์ใต้ผิวหนัง

พูดง่ายๆ คือ

ตัวยาไม่ได้พองขึ้นมาเองในทันที แต่เป็นการสร้างโครงสร้างรองรับจากเนื้อเยื่อของเราเองอย่างช้าๆ ครับ

ในกระบวนการนี้ ถ้าอนุภาคกระจุกตัวตื้นเกินไป

หรือมีแรงกดทับจุดใดจุดหนึ่งมากเกินไป

หรือการดูแลหลังทำไม่ดีพอ อาจเกิดก้อนแข็งที่สัมผัสได้ซึ่งคล้ายผังพืดได้ครับ

ไม่ได้เกิดบ่อย แต่ก็ไม่ใช่ 0% เช่นกัน

ขอเล่าเรื่องของคนไข้ท่านหนึ่งก่อนนะครับ

สัปดาห์ที่แล้วมีคุณผู้หญิงอายุ 42 ปีมาปรึกษาเป็นครั้งแรกครับ

เธอมีปัญหาแก้มดูยุบและเงาใต้ร่องแก้มลึก กำลังพิจารณาสคัลพทรา

แต่มีนัดสำคัญในอีก 9 วันข้างหน้าครับ

ผมไม่ได้แนะนำให้ทำทันทีในวันนั้นครับ

เป้าหมายด้านวอลุ่มนั้นสคัลพทราเหมาะกว่า

แต่ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมสำหรับการนวด 5-5-5 อย่างครบถ้วนครับ

สุดท้ายเธอกลับไปโดยยังไม่ตัดสินใจครับ

ความเสี่ยงก้อนจากสคัลพทราและหลักการนวด 5-5-5

กฎ 5-5-5 คือการนวดหลังทำสคัลพทรา 5 นาที วันละ 5 ครั้ง เป็นเวลา 5 วันครับ

ตัวเลขนี้ไม่ใช่เวทมนตร์นะครับ

แต่ละคลินิกอาจมีคำแนะนำที่แตกต่างกันเล็กน้อย

แต่หัวใจหลักคือ "ป้องกันไม่ให้อนุภาคจับตัวกันในช่วงไม่กี่วันแรก" ครับ

แต่ก็ไม่ได้ดีในทุกด้านนะครับ

สคัลพทราไม่เหมือนฟิลเลอร์ที่เห็นรูปทรงชัดเจนทันที

ช่วงแรกอาจดูเหมือนเต็มกว่าผลลัพธ์จริงเพราะอาการบวมและน้ำเจือจาง

แต่สำหรับผู้ที่ต้องการแก้ปัญหารอยยุบและหย่อนคล้อยอย่างเป็นโครงสร้าง ยังคงเป็นตัวเลือกที่ดีครับ

การตีความระยะเวลาคงอยู่ 2 ปีของวอลุ่มสคัลพทราและจูเวลูค

เรื่อง 2 ปีนั้น ขอให้เข้าใจแบบนี้ครับ

ไม่ได้หมายความว่าตึงเหมือนเดือนแรกตลอด 2 ปี

แต่หมายความว่าความรู้สึกรองรับที่เกิดจากคอลลาเจนยังคงเหลืออยู่ในระดับหนึ่งในช่วงเวลานั้นครับ

ผมคิดว่าถ้าพลาดจุดนี้ไป ความผิดหวังจะมากครับ

คำถามที่ว่า "บอกว่าอยู่ได้ 2 ปี แล้วทำไมไม่เหมือนเดิมแล้ว?"

เกิดจากการเข้าใจผิดว่าระยะเวลาคงอยู่เท่ากับช่วงพีคครับ

สรุปหลักจากหมอวียองจิน

สคัลพทราสามารถสร้างวอลุ่มได้มากกว่าครับ

แต่ต้องควบคู่กับการนวด 5-5-5 และการจัดตารางเวลาให้เหมาะสมครับ

จูเวลูคเป็นตัวเลือกที่เน้นการเติมเต็มตามสภาพผิวอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่เน้นขนาดครับ




วอลุ่มแบบไหนที่สคัลพทราเหมาะกว่า?

รอยยุบ — สคัลพทรา, สภาพผิว — จูเวลูคครับ

เรื่องนี้ค่อนข้างซับซ้อนนิดนึง เพราะในคำว่า "วอลุ่ม" มีปัญหาหลายอย่างปะปนอยู่ครับ

บางคนหมายถึงหน้าดูแบน

บางคนหมายถึงผิวบางและดูไม่มีชีวิตชีวาครับ

มีสิ่งหนึ่งที่ต้องบอกไว้ก่อนนะครับ

การที่สคัลพทราสร้างวอลุ่มได้มากกว่า ไม่ได้หมายความว่าดีกว่าสำหรับทุกหน้าครับ

ถ้ามีเนื้อหน้ามากและมีแค่หย่อนคล้อย อาจทำให้ดูหนักมากขึ้นได้ครับ

ลองหาเคสของตัวเองในตารางด้านล่างนะครับ

แต่ละเคสต่างกัน แต่โดยปกติผมทำแบบนี้ครับ

ถ้ามีทั้งหย่อนคล้อยและรอยยุบ จะนึกถึงสคัลพทราก่อน

แต่ต้องตรวจสอบตารางเวลาและความสามารถในการนวดก่อนครับ

ในทางกลับกัน ถ้าปัญหาหลักคือสภาพผิว ไม่จำเป็นต้องสร้างวอลุ่มใหญ่ครับ

ในกรณีนี้ วิธีเติมเต็มตามสภาพผิวอย่างช้าๆ แบบจูเวลูคอาจดูเป็นธรรมชาติกว่าครับ

หลายคนเข้าใจผิดในเรื่องนี้ สคัลพทราและจูเวลูคไม่ใช่การแข่งกันแพ้ชนะครับ

สิ่งสำคัญคือเป้าหมายเป็นรอยยุบลึกหรือสภาพผิวตื้นๆ ต้องตอบก่อนครับ

เกณฑ์การเลือกสคัลพทราหรือจูเวลูคตามประเภทของวอลุ่ม คำถามที่พบบ่อยเรื่องวอลุ่มสคัลพทราจูเวลูค ระยะเวลาคงอยู่ การนวด และข้อควรระวัง



คำถามในห้องตรวจเรื่องวอลุ่มสคัลพทรา จูเวลูค 3 ข้อ

Q1. สคัลพทราให้วอลุ่มมากกว่าจูเวลูคจริงไหม?

A. จริงๆ แล้วนี่เป็นคำถามที่ได้ยินบ่อยที่สุดในห้องตรวจครับ

สัปดาห์หนึ่งมีสองสามคนถามแบบเดียวกัน

ถ้ารอยยุบลึก สคัลพทรามักจะรู้สึกได้ชัดกว่าครับ

แต่ถ้าทุกคนที่กังวลเรื่องสภาพผิวเลือกสคัลพทรา ผลลัพธ์อาจดูหนักเกินไปได้ครับ

ผมจะดูตำแหน่งที่เกิดเงาในกระจกร่วมกันก่อนครับ

พออ่านถึงตรงนี้ คงอยากรู้เรื่องต่อไปนี้ครับ

Q2. ถ้าสคัลพทราอยู่ได้ 2 ปี ไม่ต้องทำซ้ำเลยใช่ไหม?

A. อืม

คำตอบค่อนข้างยาวหน่อยนะครับ

คำว่า "2 ปี" ไม่ได้หมายความว่า "คงสภาพเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงตลอดช่วงนั้น" ครับ

จากประสบการณ์ทางคลินิก ประมาณสามในสิบรายจะรู้สึกว่าเต็มน้อยลงก่อน ราวๆ หนึ่งปีครึ่งครับ

ไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นกระบวนการที่พีคผ่านไปแล้วและเหลือแค่ช่วงหางครับ

เวลาพิจารณาทำซ้ำ ดูจากการเปลี่ยนแปลงในภาพถ่ายจะแม่นกว่าดูจากกระจกครับ

ก่อนสรุป ขอเพิ่มอีกหนึ่งข้อนะครับ

Q3. หลังทำสคัลพทราไม่นวดได้ไหม?

A. อันนี้ตอบตรงๆ เลยว่า "ไม่ได้" ครับ

เกณฑ์ 5 นาที วันละ 5 ครั้ง เป็นเวลา 5 วัน คือมาตรการความปลอดภัยขั้นต่ำเพื่อลดโอกาสเกิดก้อนครับ

แม้จะไม่ค่อยเกิดขึ้น แต่ถ้าอนุภาคกระจุกตัวที่จุดเดียว อาจเกิดเป็นก้อนแข็งที่สัมผัสได้ครับ

ถ้าไม่มีเวลา การเลื่อนนัดทำหัตถการออกไปปลอดภัยกว่าครับ

ถ้าวันนี้จะจำได้แค่อย่างเดียว — วอลุ่มใหญ่เลือกสคัลพทรา ปรับสภาพผิวเลือกจูเวลูคครับ


บทความต่อไปจะพูดถึง "จังหวะการนวดเพื่อป้องกันก้อนจากสคัลพทรา" ครับ จะอธิบายว่าควรนวดแรงหรือเบาในช่วงไหน โดยอิงจากเกณฑ์ในห้องตรวจ ติดตามกันด้วยนะครับ นี่คือหมอวียองจินครับ

บทความแนะนำ

สัญญาณที่บอกว่ากรามเริ่มกลับมาหลังโบท็อกซ์รูปหน้าและวอลุ่ม

โบท็อกซ์กรามกลับมาเหลี่ยมอีกแล้ว ทำซ้ำได้เลยไหม หรือต้องรอ?

โบท็อกซ์กรามช่วยให้กล้ามเนื้อ masseter เล็กลงได้จริง แต่ผลจะค่อย ๆ หายไปเมื่อกล้ามเนื้อฟื้นตัว บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณรู้จักสัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาทำซ้ำ และวิธีประเมินจังหวะที่ดีที่สุดสำหรับคุณค่ะ

เปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สำหรับแก้มตอบรูปหน้าและวอลุ่ม

Juvelook Volume กับ Ellanse เลือกอันไหนดีสำหรับแก้มตอบ?

เมื่อแก้มเริ่มตอบลึกขึ้นทุกปี การดูแลด้วยครีมอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณเปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สองตัวเลือกที่ช่วยเรื่องวอลลุ่มหน้าและกระตุ้นคอลลาเจน พร้อมแนวทางเลือกที่เหมาะกับแต่ละคน นะคะ

Baby Botox เริ่มอายุ 20 ปลาย–30 ต้น จำเป็นจริงไหม?รูปหน้าและวอลุ่ม

Baby Botox เริ่มตอนอายุ 20 ปลาย–30 ต้น จำเป็นจริงไหม?

Baby Botox คือการฉีดโบท็อกซ์ปริมาณน้อยเพื่อลดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อและชะลอการฝังลึกของริ้วรอย อายุ 20 ปลายถึง 30 ต้นเริ่มดูแลไว้ก่อนได้ไหม?

บทความล่าสุด

ผิวแพ้ง่ายที่เข้าเกณฑ์ทำ Laser Toning ได้และไม่ได้ผิวหนัง

ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ก่อนตัดสินใจ

ผิวแพ้ง่ายไม่ได้แปลว่าทำ Laser Toning ไม่ได้เสมอไปค่ะ บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าตัวเองเข้าเกณฑ์ไหน และควรเตรียมผิวอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด

สัญญาณที่บอกว่ากรามเริ่มกลับมาหลังโบท็อกซ์รูปหน้าและวอลุ่ม

โบท็อกซ์กรามกลับมาเหลี่ยมอีกแล้ว ทำซ้ำได้เลยไหม หรือต้องรอ?

โบท็อกซ์กรามช่วยให้กล้ามเนื้อ masseter เล็กลงได้จริง แต่ผลจะค่อย ๆ หายไปเมื่อกล้ามเนื้อฟื้นตัว บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณรู้จักสัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาทำซ้ำ และวิธีประเมินจังหวะที่ดีที่สุดสำหรับคุณค่ะ

กลไกการทำงานของ Rejuran HB PN และ HA ในผิวรอบดวงตาผิวหนัง

Rejuran HB ทำรอบดวงตาตัวเดียวพอไหม หรือต้องจับคู่กับอะไรเพิ่ม?

บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่ารอยย่นรอบดวงตาแบบไหนที่ Rejuran HB จัดการได้คนเดียว และแบบไหนที่ควรใช้ร่วมกับ Botox หรือตัวอื่น พร้อมแนะนำแนวทางการตัดสินใจที่ตรงกับสภาพผิวของคุณนะคะ

เปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สำหรับแก้มตอบรูปหน้าและวอลุ่ม

Juvelook Volume กับ Ellanse เลือกอันไหนดีสำหรับแก้มตอบ?

เมื่อแก้มเริ่มตอบลึกขึ้นทุกปี การดูแลด้วยครีมอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณเปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สองตัวเลือกที่ช่วยเรื่องวอลลุ่มหน้าและกระตุ้นคอลลาเจน พร้อมแนวทางเลือกที่เหมาะกับแต่ละคน นะคะ

ไทม์ไลน์ผลลัพธ์ Alltite RF ตั้งแต่ทำทันทีถึง 12 สัปดาห์ลิฟติ้ง

Alltite RF เห็นผลเมื่อไหร่? ไทม์ไลน์ผลลัพธ์และระยะเวลาที่อยู่ได้

บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปดูไทม์ไลน์ผลลัพธ์ของ Alltite RF ตั้งแต่ปฏิกิริยาแรกทันทีหลังทำ ไปจนถึงช่วงที่คอลลาเจนสร้างเต็มที่ในสัปดาห์ที่ 4-12 พร้อมแนะนำแนวทางดูแลเพื่อให้ผลอยู่ได้นานขึ้นนะคะ

Shurink Universe ทำแล้วหน้าผอมไหม? วิธีป้องกันแก้มยุบลิฟติ้ง

Shurink Universe ทำแล้วหน้าผอมลงไหม? วิธีป้องกันแก้มยุบที่ควรรู้

หลายคนกังวลว่าหลังทำ Shurink Universe แล้วหน้าจะยิ่งผอมจนดูโทรม บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าทำไมถึงเกิดขึ้น และมีวิธีรับมืออย่างไรบ้าง

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors