ฉีดรีจูแรนแล้วช้ำวันที่ 3 — ใน 47 คน มีกี่คนที่เป็นแบบนี้?
รอยช้ำ อาการบวม และตุ่มหลังฉีดรีจูแรน — หมอเผยตัวเลขจริงและวิธีรับมือแบบตรงไปตรงมา


วียองจิน
ผู้อำนวยการ
ฉีดรีจูแรนแล้วช้ำวันที่ 3 — ใน 47 คน มีกี่คนที่เป็นแบบนี้?
ขอบอกสรุปก่อนเลยนะครับ
ผลข้างเคียงของรีจูแรนส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจาก "สภาพร่างกายแต่ละคน"
แต่เกิดจาก "วิธีการฉีด" มากกว่าครับ
บทความนี้จะอธิบายให้ฟังแบบละเอียดครับ
ผลข้างเคียงของรีจูแรน แบบไหนถือว่าปกติ?
รีจูแรนคือการนำสาร PDRN (Polynucleotide)
ที่สกัดจาก DNA ของปลาแซลมอน
ฉีดเข้าสู่ชั้นหนังแท้โดยตรงครับ
ต่างจากโบท็อกซ์และฟิลเลอร์ตรงที่รีจูแรน
ไม่ได้ทำงานในแบบ "เติมเต็มแล้วดึงรั้ง"
แต่เน้นไปที่ "การฟื้นฟูเนื้อเยื่อ" มากกว่าครับ
ดังนั้นปฏิกิริยาหลังฉีดจึงต่างออกไปด้วย
ไม่ได้เห็นผลทันทีเหมือนฟิลเลอร์
แต่จะมีรอยเข็ม รอยช้ำ และอาการบวมหลงเหลืออยู่สองสามวันครับ
สาเหตุที่แท้จริงของรอยช้ำและตุ่มหลังฉีดรีจูแรน
ประเด็นสำคัญของบทความนี้
หลังฉีดรีจูแรนแล้วจะเกิดรอยช้ำ บวม และตุ่มบ่อยแค่ไหน? คำตอบตรงๆ จากหัวหน้าแพทย์คลินิกผิวหนัง
เดือนที่แล้วผมให้คำปรึกษาผู้ป่วยไป 47 คน
และติดตามผลหลังทำด้วยครับ
พบว่ามีรอยช้ำที่เห็นได้ชัด 7 คน
และมีตุ่ม (รู้สึกเป็นเม็ดขรุขระเมื่อสัมผัส)
ที่อยู่นานกว่าหนึ่งสัปดาห์ประมาณ 3 คนครับ
พูดตรงๆ เลยนะครับ สัดส่วนนี้
แตกต่างกันค่อนข้างมากในแต่ละผู้ทำหัตถการ
เหตุผลก็คือครับ
รีจูแรนต้องฉีดเข้าชั้นกลางของหนังแท้
นั่นคือความลึกประมาณ 1.5–2 มม.
จากผิวหนังครับ
ตรงนี้มีจุดสำคัญอยู่หนึ่งอย่างครับ
ถ้าตื้นเกินไปจะเกิดตุ่มค้างอยู่
ถ้าลึกเกินไปจะไปโดนหลอดเลือดและเกิดรอยช้ำครับ
สัปดาห์ที่แล้วมีคนไข้อายุปลาย 30 มาครับ
เธอทำมาแล้ว 3 ครั้งที่คลินิกอื่น
แล้วบอกว่า "ตุ่มที่แก้มยังไม่หายเลยเป็นเดือนแล้ว"
รู้สึกเสียใจมากครับ
พอลองคลำดูก็เจอเม็ดเล็กๆ เรียงเป็นแถวตามเส้นที่ฉีดครับ
ถ้าฉีดตื้นแล้วจิ้มหลายจุดก็จะเป็นแบบนี้ครับ
สาร PDRN ไม่ได้ลงไปถึงชั้นหนังแท้
แต่ไปสะสมอยู่ที่ชั้นบนแทนครับ
โดยปกติผมจะเลือกทำสองแบบครับ
สำหรับใบหน้าทั้งหมดจะใช้เข็มเบอร์ 30G
คงความลึกให้สม่ำเสมอ
ส่วนบริเวณที่ผิวบางอย่างรอบตาและรอบปาก
จะเปลี่ยนมาใช้แคนนูล่าแทนครับ
บางกรณีถ้ามีประวัติเป็นตุ่ม
จะแบ่งปริมาณครึ่งหนึ่งแล้วฉีด 2 ครั้ง
ห่างกัน 2 สัปดาห์ครับ
รอยช้ำและตุ่มจากรีจูแรนไม่ได้เกิดจากสภาพร่างกาย แต่เป็นเรื่องของความลึกและความเร็วในการฉีดครับ
ใครที่มีแนวโน้มเกิดตุ่มบริเวณรอบตา ให้ขอใช้แคนนูล่าแทนเข็ม และถ้าช้ำง่ายให้ขอให้ฉีดช้าลงด้วยนะครับ
ใครควรระวังเป็นพิเศษเรื่องผลข้างเคียงของรีจูแรน?
แต่ละเคสแตกต่างกัน
แต่โดยทั่วไปผมจะแบ่งแบบนี้ครับ
แต่นี่ไม่ได้แย่เสมอไปนะครับ
รอยช้ำหรืออาการบวมเล็กน้อยส่วนใหญ่
จะหายภายใน 3–5 วัน
และตุ่มก็มักจะยุบลงภายใน 2–3 สัปดาห์
ด้วยการประคบอุ่นและนวดเบาๆ ครับ
แต่ถ้าตุ่มไม่ยุบเกินหนึ่งเดือน
ไม่ใช่ใช้ไฮยาลูโรนิเดสละลายนะครับ
ต้องใช้การฉีดน้ำเกลือเจือจาง
หรือสเตียรอยด์ฉีดจุดเล็กๆ แทน
ดังนั้นกรุณากลับไปหาคลินิกที่ทำให้อีกครั้งนะครับ
3 สิ่งที่ควรเช็กก่อนทำ
Q1. ฉีดรีจูแรนแล้วไปทำงานวันรุ่งขึ้นได้ไหม?
A. รอยเข็มจะยังพอเห็นอยู่ประมาณ 1–2 วันครับ
ปกติแต่งหน้าปิดได้
แต่ถ้าช้ำมากอาจอยู่ถึงหนึ่งสัปดาห์ได้ครับ
ถ้ามีนัดสำคัญแนะนำให้ทำก่อนอย่างน้อย 5 วัน
เพื่อความปลอดภัยครับ
Q2. ต้องทำกี่ครั้งถึงเห็นผล?
A. โดยทั่วไปแนะนำ 3 ครั้ง
ห่างกัน 3–4 สัปดาห์ต่อครั้งครับ
มีหลายคนที่ทำที่อื่นมาแล้ว 1–2 ครั้ง
แล้วบอกว่า "ไม่เห็นผล" มาหาผม
แต่พอทำเพิ่มอีก 2–3 ครั้งที่นี่
บอกว่าสภาพผิวเปลี่ยนไปชัดเจนครับ
รีจูแรนเป็นหัตถการที่ต้องอาศัยการสะสมหลายครั้ง
จึงจะเกิดการ Remodeling ของชั้นหนังแท้ได้
จึงไม่ควรตัดสินจากครั้งเดียวครับ
Q3. มีตุ่มขึ้นแล้วปล่อยทิ้งไว้ได้ไหม?
A. รอดูได้ถึงประมาณ 2–3 สัปดาห์ครับ
ลองใช้ผ้าอุ่นประคบวันละ 2 ครั้ง
ครั้งละ 5 นาที แล้วนวดเบาๆ ดูครับ
แต่ถ้าเกินหนึ่งเดือนแล้วยังไม่ยุบ
หรือมีรอยแดงหรือเจ็บปวด
ต้องมาพบแพทย์นะครับ
ถ้าปล่อยทิ้งไว้อาจแข็งกลายเป็นพังผืดได้ครับ
ถ้าไม่แน่ใจเรื่องการเลือกความเข้มข้น ส่งรูปผิวมาทาง KakaoTalk ได้เลยนะครับ ขอบคุณครับ นี่คือหมอวียองจินครับ






