บริเวณที่แนะนำสำหรับ Radiesse — ทำไมโหนกแก้มและปลายคางต้องมาก่อน
รูปหน้าและวอลุ่ม

บริเวณที่แนะนำสำหรับ Radiesse — ทำไมโหนกแก้มและปลายคางต้องมาก่อน

บริเวณที่แนะนำสำหรับ Radiesse คือโหนกแก้ม ปลายคาง และร่องแก้มที่ต้องการแรงรองรับก่อน

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน · 1 พฤษภาคม 2026
8นาที
ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับตัวเองไหมดูจากรูปหรือบทความอย่างเดียวบอกได้ยาก ปรึกษาเป็นภาษาไทยได้ แผนการรักษาจะสรุปหลังพบแพทย์ที่คลินิก* มีเจ้าหน้าที่ภาษาไทย · ถามได้โดยตรงทาง LINEถามคุณหมอ

บริเวณที่แนะนำสำหรับ Radiesse — ทำไมโหนกแก้มและปลายคางต้องมาก่อน

ขอสรุปให้ฟังก่อนเลยนะครับ

ถ้ากำลังมองหาบริเวณที่เหมาะกับ Radiesse

ต้องวางความคิดที่ว่า "เติมปริมาตรตรงไหนก็ได้" ลงก่อนครับ

บทความนี้จะอธิบายให้เข้าใจว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้นครับ

แนวคิดการพิจารณาบริเวณที่แนะนำสำหรับ Radiesse ได้แก่ โหนกแก้ม ปลายคาง และร่องแก้มที่ต้องการแรงรองรับ

สรุปสั้นๆ


ข้อสรุป. Radiesse มีจุดแข็งมากที่สุดในบริเวณที่ต้องการ 'แรงรองรับ' เช่น โหนกแก้ม ปลายคาง และร่องแก้มครับ

เกณฑ์การแยก. ขึ้นอยู่กับว่าเป็นบริเวณที่ผิวบางและเคลื่อนไหวมาก หรือเป็นบริเวณที่ต้องการฐานรองรับที่แข็งแรงครับ

สิ่งที่จะได้รับวันนี้. คุณจะสามารถแยกแยะได้ว่าบริเวณใดบนใบหน้าของคุณเหมาะกับ Radiesse

และบริเวณใดที่ควรเลือกวิธีอื่นแทนครับ

สิ่งที่จะได้จากบทความนี้

  • เหตุผลเชิงโครงสร้างที่ทำให้เกิด 'บริเวณที่แนะนำ' (ความแตกต่างของความหนาผิวและการเคลื่อนไหวในแต่ละบริเวณ)

  • ช่วงเวลาที่การกระตุ้นคอลลาเจนของ Radiesse ให้ผลในแบบ "เติมเต็ม + ฟื้นฟู"

  • สถานการณ์ที่ต้องเลือกระหว่าง Radiesse กับสคัลพทรา (PLLA) และกรณีที่ไม่แนะนำ





บริเวณที่แนะนำสำหรับ Radiesse — ดูอะไรนอกจาก "ปริมาตร"?

Radiesse มีพื้นฐานจาก CaHA (Calcium Hydroxyapatite)

เป็นการฉีดที่คาดหวังทั้งการปรับรูปทรงทันทีหลังทำ และการตอบสนองของคอลลาเจนที่จะปรากฏขึ้นตามเวลาครับ

แม้จะอยู่ใน 'กลุ่มฟื้นฟู' เหมือนกัน แต่สคัลพทรา (PLLA) มักให้ผลการเปลี่ยนแปลงที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นช้าๆ

ในขณะที่ Radiesse เป็นตัวเลือกสำหรับบริเวณที่ต้องการ "ความรู้สึกได้รับการรองรับ" ก่อนครับ

ดังนั้น หัวใจสำคัญของการหาบริเวณที่แนะนำสำหรับ Radiesse ไม่ใช่ "ที่ที่อยากให้พองสวย"

แต่เป็นการหา "บริเวณที่ต้องการการรองรับเชิงโครงสร้าง" ก่อนครับ

ส่วนใหญ่ที่เข้ามาอ่านบทความนี้น่าจะเป็นหนึ่งในสองกรณีนี้ครับ

อยากให้ร่องแก้มหรือเส้นขากรรไกรที่เลือนรางกลับมาชัดเจนขึ้นอีกครั้ง

หรือหน้าดูแอ่งลงแต่ไม่ต้องการเติมให้นุ่มเกินไปครับ





ทำไม Radiesse เหมือนกัน แต่บางคนพอใจและบางคนรู้สึกกำกวม: แรงรองรับและการกระตุ้นคอลลาเจน

"Radiesse มีคุณสมบัติอนุภาคที่แข็งแรง จึงมีจุดแข็งในบริเวณที่ต้องการแรงรองรับ เช่น โหนกแก้ม ปลายคาง และร่องแก้ม — สำหรับบริเวณที่ผิวบางและเคลื่อนไหวมาก เช่น ริมฝีปากหรือใต้ตา จูเวลูคหรือฟิลเลอร์ HA จะเหมาะกว่าครับ

"

— คุณหมอวียองจิน (คลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด)

เหตุผลที่ Radiesse มีคำว่า "บริเวณที่แนะนำ" นั้น

เป็นเพราะเมื่อคุณสมบัติของวัสดุสอดคล้องกับโครงสร้างของบริเวณนั้น ผลลัพธ์จะออกมาดีครับ

บริเวณที่ต้องการฐานรองรับที่แข็งแรง (โหนกแก้ม

ปลายคาง

เส้นร่องแก้ม) จะได้ประโยชน์มากขึ้น

ส่วนบริเวณที่ผิวบางและเคลื่อนไหวมาก (ริมฝีปาก

ใต้ตา) อาจกลายเป็นภาระแทนครับ

แต่มีสิ่งสำคัญหนึ่งอย่างที่ต้องเข้าใจครับ

ถ้ามองว่า Radiesse เป็นแค่ "การฉีดเพื่อเติมเต็ม" จะทำให้ตัดสินผิดบ่อยมากครับ

ในช่วงแรก เจลตัวพาจะช่วยจัดรูปทรง

จากนั้น fibroblast จะตอบสนองและเกิดการ remodeling ของคอลลาเจน (ส่วนใหญ่เป็น type I collagen) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญครับ

เมื่อดูตามช่วงเวลา จะเข้าใจได้ชัดขึ้นครับ

ผมมักอธิบายให้ฟังแบบนี้ครับ

"รูปทรงของวันถัดไป" และ "ผิวสัมผัสหลัง 6-8 สัปดาห์" นั้นมาคนละระยะกันครับ

เมื่อเปรียบกับสคัลพทรา (PLLA) ความแตกต่างนี้จะยิ่งชัดขึ้นครับ

PLLA จะให้ 'รูปทรงทันที' น้อยกว่า

แต่มีจุดแข็งที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นในช่วง 8-12 สัปดาห์ ทำให้โทนโดยรวมเปลี่ยนแปลงครับ

ในทางกลับกัน Radiesse จะจัดรูปทรงได้ก่อนในบริเวณที่ต้องการ

แล้วการตอบสนองของคอลลาเจนจะเสริมผิวสัมผัสตามมาทีหลัง ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้รับบริการมักรู้สึกได้ครับ

อ่านแค่ตัวอักษรอาจยังนึกภาพไม่ออก แต่พอดูจากเคสจริงจะชัดเจนขึ้นมากครับ

สัปดาห์ที่แล้ว ผู้รับบริการอายุ 36 ปีมาถามว่า "อยากเติมทั้งร่องแก้มและข้างปากพร้อมกัน

แต่บริเวณที่แนะนำสำหรับ Radiesse คืออะไรกันแน่" แล้วก็ขอแค่ปรึกษาวันนั้นก่อนครับ

สิ่งที่ผมตรวจสอบระหว่างการปรึกษามี 2 ข้อครับ

ข้อแรก ปัญหาคือ 'เส้น' ร่องแก้ม หรือเป็นเพราะแรงรองรับบริเวณ mid-face เหนือร่องแก้มลดลงแล้วพับลงมา

ข้อสอง บริเวณข้างปากเป็นแบบที่ผิวบางและเคลื่อนไหวมากหรือเปล่า

สุดท้ายคุณผู้รับบริการท่านนั้นขอเลื่อนการตัดสินใจออกไปก่อนครับ

ผมมองว่านั่นเป็นการตัดสินใจที่ดีครับ

ถ้าใช้ "วัสดุที่รองรับแน่น" กับบริเวณผิวบางข้างปากโดยฝืนทำ

อาจขัดกับ 'สีหน้าที่ดูนุ่มนวล' ที่ต้องการได้ครับ

หลักการของบริเวณที่แนะนำสำหรับ Radiesse: โหนกแก้ม ปลายคางที่ต้องการแรงรองรับ เทียบกับบริเวณที่ผิวบาง

ขอเขียน '5 เกณฑ์การเลือก' ที่ผมใช้จริงในการปรึกษาไว้ให้ดูครับ

1) ความหนาของผิว: ถ้าบางจะมีความเสี่ยงสูงขึ้นครับ

2) การเคลื่อนไหว: บริเวณที่พับมากตอนพูดต้องระวังเป็นพิเศษครับ

3) วัตถุประสงค์: เพียงเพื่อเพิ่มปริมาตร หรือเพื่อรองรับโครงสร้าง (เส้นที่ชัดเจน) ครับ

4) ความชอบด้านผิวสัมผัส: ต้องการความรู้สึกนุ่ม หรือต้องการฐานที่แน่นครับ

5) แผนเวลา: ต้องการรูปทรงทันที หรือรอ 2-3 เดือนเพื่อให้ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงครับ

กลไกของบริเวณที่แนะนำสำหรับ Radiesse: รูปทรงทันทีและช่วงเวลาการ remodeling คอลลาเจน 6-8 สัปดาห์

สรุปสำคัญจากคุณหมอวียองจิน

Radiesse ให้ผลลัพธ์ที่สะอาดชัดเจนกว่า ในบริเวณที่ 'ต้องการรองรับรูปทรง' มากกว่าบริเวณที่ 'ต้องการให้พองนุ่ม'

และความพึงพอใจมักขึ้นอยู่กับว่าผิวสัมผัสจะรองรับดีหลัง 6-8 สัปดาห์หรือไม่ มากกว่าภาพถ่ายทันทีหลังทำครับ





บริเวณที่แนะนำสำหรับ Radiesse ครอบคลุมแค่ไหน: แยกตามประเภท

ตามความเห็นของผม ไม่ใช่ว่า "Radiesse ดีหรือไม่ดี"

แต่ต้องหา "บริเวณที่ Radiesse มีความน่าเชื่อถือบนใบหน้าของคุณ" ก่อนครับ

โดยทั่วไปมีหนึ่งในสองประเภท และบางครั้งก็มีประเภทที่สามเพิ่มมาครับ

(1) ประเภทที่แรงรองรับโหนกแก้ม/mid-face ลดลง ทำให้ร่องแก้มพับลึกขึ้น

(2) ประเภทที่ปลายคางอ่อนแรงทำให้เส้นขากรรไกรดูเลือนราง

(3) ประเภทที่ปริมาตรโดยรวมยังดีแต่ผิวบางและเคลื่อนไหวมาก

เกณฑ์แยกประเภทบริเวณที่แนะนำสำหรับ Radiesse: ประเภทรองรับโหนกแก้ม ประเภทรองรับปลายคาง และประเภทผิวบาง

แล้วคุณอยู่ในประเภทไหนล่ะครับ?

ขอพูดถึงกรณีที่ไม่แนะนำด้วยครับ

แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าดีทุกอย่างนะครับ

ถ้าพยายามแก้ปัญหาบริเวณผิวบางที่เคลื่อนไหวมากด้วย "วัสดุที่รองรับแน่น"

อาจได้ผิวสัมผัสที่ขัดกับที่ต้องการได้ครับ

อย่างไรก็ตาม หากวัตถุประสงค์คือการสร้างโครงสร้างเช่นโหนกแก้มและปลายคาง ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าเชื่อถือครับ

เมื่อวานนี้ ผู้รับบริการอายุ 51 ปีมาด้วยเรื่อง "อยากให้ร่องแก้มหายไปให้ได้" แต่พอคุยกันไปเรื่อยๆ สิ่งสำคัญที่แท้จริงคือแรงรองรับ mid-face และสมดุลของปลายคางครับ

ท่านนั้นก็ปรึกษาเฉพาะวันแรก และขอเลื่อนการตัดสินใจออกไปก่อนเพราะติดธุระครับ

ผมมองว่าเคสแบบนี้พบได้บ่อยครับ

มักเริ่มมองที่บริเวณเดียว

แต่จริงๆ แล้วการหา 'บริเวณที่ต้องการรองรับ' เป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลกว่าในหลายกรณีครับ

FAQ บริเวณที่แนะนำสำหรับ Radiesse: คำถามเรื่องการเลือกบริเวณ ค่าใช้จ่ายต่อหน่วย และรูปแบบผลข้างเคียง





ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้ น่าจะสงสัยเรื่องนี้เกี่ยวกับบริเวณที่แนะนำสำหรับ Radiesse

Q1. ฉีด Radiesse ที่ร่องแก้มแล้วจะดูแข็งเกินไปหรือเห็นชัดเกินไปไหมครับ?

ตอบ: ตรงนี้ค่อนข้างละเอียดอ่อนนะครับ

ขึ้นอยู่กับว่าฉีดตรงที่ "เส้น" ร่องแก้มโดยตรง

หรือเสริมที่ 'สาเหตุที่ทำให้เกิดร่องแก้ม (การสูญเสียแรงรองรับ)' ความรู้สึกจะแตกต่างกันครับ

จากประสบการณ์ ถ้าร่องแก้มเองผิวบางและพับลึกมากแล้วยังอยากฉีดตรงเส้น

ตัวเองอาจรู้สึกแข็งได้ครับ

เคสปรึกษาอายุ 36 ปีสัปดาห์ที่แล้วก็เลยต้องเลื่อนออกไปก่อนด้วยเหตุผลนี้ครับ

สำหรับร่องแก้ม "ฉีดตรงไหน" สำคัญกว่าครับ

หลังจากนี้มักมีคำถามที่ตามมาแทบทุกครั้งครับ

Q2. Radiesse ดูแค่ปริมาณ (กี่ cc) พอได้ไหมครับ?

ตอบ: คำตอบนี้ไม่ว่าจะพิจารณาเคสไหนก็เหมือนกันครับ ถ้าตัดสินแค่ปริมาณ โอกาสล้มเหลวจะสูงขึ้นครับ

แม้จะเป็น 1 cc เหมือนกัน แต่ 1 cc ที่ใช้รองรับโหนกแก้ม

กับ 1 cc ที่ใช้กับบริเวณผิวบาง 'ความรู้สึกของผลลัพธ์' จะกลับมาต่างกันครับ

ตอนที่ผมปรึกษา จะกำหนดว่า "การเปลี่ยนแปลงที่ต้องการคือเส้นที่ชัดเจน

หรือโทนโดยรวม" ก่อน แล้วค่อยวางแผนครับ

วัตถุประสงค์สำคัญกว่าตัวเลขครับ

คำถามสุดท้ายที่ถามบ่อยที่สุดคือข้อนี้ครับ

Q3. หลังทำ Radiesse แล้วรู้สึกเป็นก้อนหรือไม่เรียบนั้นพบบ่อยแค่ไหนครับ?

ตอบ: จากคลินิกจะเห็นรูปแบบที่ชัดเจนครับ

ยิ่งบริเวณที่ผิวบางและเคลื่อนไหวมาก คำถามเรื่อง "รู้สึกเป็นก้อน" จะยิ่งถามมากขึ้นครับ

ผมรู้สึกว่าประมาณหนึ่งถึงสองในสิบราย ต่อเดือน จะได้รับ feedback ว่า "ลองใช้มือคลำแล้วรู้สึกมีบางอย่าง"

และส่วนใหญ่จะรู้สึกน้อยลงเมื่อเวลาผ่านไปครับ

อย่างไรก็ตาม ถ้าเป็นคนที่รู้สึกไม่สบายกับความรู้สึกนั้น ควรเลือกบริเวณอย่างระมัดระวังตั้งแต่ต้นครับ

ถ้ากังวล บอกแพทย์ก่อนทำได้เลยครับ

ถ้าจะนำสิ่งเดียวกลับไปจากวันนี้ — ให้มองว่า Radiesse ไม่ใช่ "การฉีดเพื่อเติมเต็ม" แต่เป็นการเลือก 'บริเวณที่ต้องการรองรับ' ครับ


บทความต่อไปจะพูดถึง 'Radiesse vs สคัลพทรา สถานการณ์พิเศษที่การเลือกแตกต่างกันแม้ในบริเวณเดียวกัน' ครับ จะอธิบายว่าบนใบหน้าแบบไหนที่การฟื้นฟูอาจให้ความรู้สึกมากเกินไป โดยใช้ตัวอย่างจากการปรึกษาจริงครับ นี่คือหมอวียองจินครับ

อ่านเพิ่มเติม

บทความแนะนำ

ฉีดสลายฟิลเลอร์แล้วผิวจะหย่อนคล้อยจริงไหมรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดสลายฟิลเลอร์แล้ว ผิวจะหย่อนคล้อยจริงไหม?

หลายคนอยากแก้ฟิลเลอร์ที่ไม่พอใจ แต่กลัวว่าสลายแล้วผิวจะยืดหย่อนกว่าเดิม บทความนี้แยกให้ชัดว่าอะไรคือเรื่องจริง และอะไรเป็นแค่ช่วงชั่วคราวไม่กี่วัน

ฉีดโบท็อกซ์ลดกรามแล้วจะเคี้ยวข้าวลำบากไหมรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดโบท็อกซ์ลดกราม แล้วจะเคี้ยวข้าวลำบากไหม?

หลายคนอยากปรับกรอบหน้าให้เรียวขึ้น แต่กลัวว่าฉีดโบท็อกซ์ลดกรามแล้วแรงเคี้ยวจะหายไปจนกินข้าวไม่ได้ บทความนี้รวมตัวเลขจากงานวิจัยว่าแรงกัดลดลงเท่าไร ช่วงไหนรู้สึกมากที่สุด และกลับมาเมื่อไหร่ค่ะ

ภาพปกเรื่องขมับยุบควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptraรูปหน้าและวอลุ่ม

ขมับยุบ ควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptra ดี

ทั้งสองอย่างไม่ได้แข่งกัน แต่เป็นทางเลือกที่นิสัยต่างกัน พอรู้ว่าขมับของเรายุบแบบไหนและรอไหวแค่ไหน คำตอบก็จะชัดขึ้นเองค่ะ

บทความล่าสุด

การซื้อแพ็กเกจลบรอยสักหลายครั้งผิวหนัง

ซื้อแพ็กเกจลบรอยสักหลายครั้ง ต้องถามอะไรก่อนจ่ายเงิน?

ซื้อแพ็กเกจลบรอยสัก 10 ครั้ง แล้วรอยหายตั้งแต่ครั้งที่ 7 ครั้งที่เหลือจะเป็นยังไง? บทความนี้ช่วยให้คุณรู้เงื่อนไขที่ต้องถามก่อนจ่ายเงิน เพื่อไม่ต้องเสียใจภายหลังค่ะ

การถามราคาลบรอยสักจากหลายคลินิกผิวหนัง

ราคาลบรอยสัก ทำไมแต่ละที่บอกต่างกัน? อ่านใบเสนอราคาให้เป็น

ถามราคาลบรอยสักไปสามที่ได้ตัวเลขสามชุดที่ต่างกันมาก? ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะแต่ละคลินิกมีวิธีคิดราคาที่ต่างกัน บทความนี้ช่วยให้คุณอ่านใบเสนอราคาเป็นและรู้ว่าต้องเตรียมอะไรไปถามค่ะ

รอยสักนิ้วมือ ข้อมือ ข้อเท้า การลบด้วยเลเซอร์ผิวหนัง

วางแผนลบรอยสักนิ้ว ข้อมือ ข้อเท้า ต้องรู้อะไรก่อนเริ่ม?

รอยสักนิ้ว ข้อมือ ข้อเท้าอาจดูเล็ก แต่ต้องวางแผนต่างออกไปจากบริเวณอื่น บทความนี้จะช่วยให้คุณตั้งเป้าหมายที่เป็นจริง เตรียมตัวได้ถูกต้อง และดูแลตัวเองระหว่างรักษาอย่างมีประสิทธิภาพค่ะ

วิธีประเมินงบและวางแผนค่าใช้จ่ายสกินบูสเตอร์ทั้งโปรแกรมผิวหนัง

สกินบูสเตอร์คุ้มไหม? วิธีประเมินงบและวางแผนค่าใช้จ่ายทั้งโปรแกรม

หลายคนเห็นราคาสกินบูสเตอร์ต่อครั้งแล้วคิดว่าพอรับได้ แต่พอนับโปรแกรมทั้งหมดแล้วตัวเลขสูงกว่าที่คาด บทความนี้ Beautystone Clinic จะช่วยให้คุณคำนวณงบรวม อ่านใบเสนอราคาให้ออก และประเมินว่าสกินบูสเตอร์คุ้มกับสภาพผิวของคุณจริง ๆ ไหมค่ะ

ร้อยไหมหน้าผากอันตรายไหม รู้ความเสี่ยงและสัญญาณที่บอกว่าควรเลือกวิธีอื่นลิฟติ้ง

ร้อยไหมหน้าผากอันตรายไหม? รู้ความเสี่ยงและสัญญาณควรเลือกวิธีอื่น

ก่อนตัดสินใจร้อยไหมหน้าผาก ควรรู้ก่อนว่ามีความเสี่ยงอะไรบ้าง และหน้าผากแบบไหนที่ร้อยไหมช่วยได้จริง บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณเข้าใจสัญญาณเตือนและทางเลือกที่เหมาะกับสภาพหน้าผากของคุณค่ะ

Titanium Lifting ถึงเวลานัดครั้งถัดไปหรือยัง อ่านสัญญาณผิวก่อนคอลลาเจนเสื่อมผิวหนัง

Titanium Lifting ถึงเวลานัดครั้งถัดไปหรือยัง? อ่านสัญญาณผิว

คอลลาเจนจาก Titanium Lifting ไม่ได้เสื่อมพร้อมกัน แต่ผิวจะส่งสัญญาณก่อนล่วงหน้าเสมอ บทความนี้สอนวิธีอ่านสัญญาณเหล่านั้น เพื่อให้คุณนัดครั้งถัดไปได้ในเวลาที่เหมาะสมที่สุดค่ะ

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors