ทำหัตถการแล้วขึ้นเครื่องบินได้เมื่อไหร่?
หลังทำหัตถการความงาม จะขึ้นเครื่องบินไปเที่ยวได้เมื่อไหร่ถึงจะสบายใจ บทความนี้รวมเรื่องสภาพในห้องโดยสารที่มีผลต่อผิว พร้อมระยะที่ควรเว้นตามชนิดหัตถการไว้ให้แล้ว


วียองจิน
ผู้อำนวยการ
เคยไหม...จองทริปไว้แล้วอยากทำหัตถการความงามก่อนไปเที่ยว แต่ก็แอบกังวลว่า "ทำเสร็จแล้วขึ้นเครื่องเลยจะโอเคหรือเปล่า" เพราะบนเครื่องบินสภาพแวดล้อมต่างจากปกติ หลายคนเลยเป็นห่วงว่าผิวที่กำลังฟื้นตัวจะได้รับผลกระทบไหม จริง ๆ แล้วความกังวลนี้เป็นเรื่องที่พบได้บ่อยมาก
ความดันอากาศที่ต่ำในห้องโดยสาร อากาศที่แห้ง และการนั่งนาน ๆ ล้วนมีผลต่ออาการบวมและการฟื้นตัวของบริเวณที่ทำหัตถการได้ ถ้ารู้ว่าหัตถการแต่ละแบบควรเว้นระยะก่อนบินนานแค่ไหน ก็จะวางแผนทริปได้สบายใจขึ้นเยอะ บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปดูเกณฑ์เหล่านี้ทีละข้อ พร้อมแนะแนวทางการดูแลตัวเองระหว่างเดินทางไปด้วยกันค่ะ
ทำไมช่วงหลังทำหัตถการถึงต้องระวังเรื่องขึ้นเครื่อง?
อยากดูแลผิวก่อนไปเที่ยวทั้งที แต่ไม่รู้ว่าควรเว้นระยะระหว่างหัตถการกับการบินนานแค่ไหน หลายคนเลยลังเลไปหมด เพราะถ้าจัดตารางชิดกันเกินไป ก็กลัวว่าจะต้องขึ้นเครื่องทั้งที่ผิวยังฟื้นตัวไม่เต็มที่
ห้องโดยสารมีการปรับความดันอากาศก็จริง แต่ยังต่ำกว่าบนพื้นดิน และอากาศก็แห้งมาก สภาพแบบนี้อาจมีผลต่ออาการบวมและความชุ่มชื้นของเนื้อเยื่อที่กำลังฟื้นตัวได้ มีข้อมูลสรุปไว้ว่าการบินระยะไกลทำให้ร่างกายต้องรับภาระหลายด้าน ทั้งจากความดันที่ต่ำ ภาวะขาดน้ำ และการนั่งนาน ๆ (ข้อมูลอ้างอิง) การเว้นระยะสักหน่อยหลังทำหัตถการจึงช่วยเรื่องการฟื้นตัวได้ค่ะ
สภาพในห้องโดยสารส่งผลต่อผิวที่เพิ่งทำหัตถการอย่างไร?
แม้จะปรับความดันแล้ว แต่ในห้องโดยสารก็ยังมีความดันต่ำกว่าบนพื้นดิน เมื่อความดันลดลง อากาศหรือแก๊สในเนื้อเยื่อจะขยายตัวเล็กน้อย ส่วนอากาศที่แห้งก็ดึงความชุ่มชื้นออกจากผิว พูดง่าย ๆ คือ พอนั่งนาน ๆ เลือดจะไหลเวียนช้าลง ทำให้อาการบวมดูชัดขึ้น และในบางกรณีอาจเพิ่มโอกาสเกิดลิ่มเลือดที่ขา*ได้เล็กน้อย
โดยเฉพาะหัตถการอย่างฟิลเลอร์หรือการฉีดที่เพิ่งใส่บางอย่างเข้าไปในเนื้อเยื่อ ช่วงนั้นผิวยังมีอาการบวมอยู่ การเปลี่ยนแปลงของความดันจึงอาจทำให้รู้สึกกังวลได้มากขึ้น ถ้าต้องบินระยะไกล แนะนำให้เปลี่ยนอิริยาบถระหว่างทางและดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยเรื่องการไหลเวียนเลือดและความชุ่มชื้นค่ะ
*ลิ่มเลือดที่ขา : เกิดจากเลือดจับตัวเป็นลิ่มในหลอดเลือดดำที่ขาเมื่อไม่ค่อยได้ขยับตัวนาน ๆ ซึ่งมีโอกาสเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในการบินระยะไกล
แต่ละหัตถการควรเว้นระยะก่อนบินนานแค่ไหน?
หัตถการแต่ละแบบใช้เวลาฟื้นตัวไม่เท่ากัน ระยะที่ควรเว้นก่อนบินจึงต่างกันไปด้วย เราลองจัดกลุ่มตัวอย่างที่พบบ่อยตามชนิดหัตถการไว้ให้ดูกันแบบง่าย ๆ นะคะ
| ชนิดหัตถการ | ระยะที่ควรเว้น | เหตุผล |
|---|---|---|
| โบท็อกซ์ / การฉีดเบา ๆ | ประมาณ 1 วัน | บวมน้อย ภาระต่อผิวไม่มาก |
| ฟิลเลอร์ / เติมวอลุ่ม | 2-3 วัน | ต้องรอให้อาการบวมนิ่งลง |
| เลเซอร์ / ผลัดผิว | 3 วันขึ้นไป | ผิวที่ไวต่อการกระตุ้นต้องการเวลาปรับสภาพ |
| หัตถการเชิงศัลยกรรม | ราว 2 สัปดาห์ | ต้องคำนึงถึงการฟื้นตัวและการขยายตัวของแก๊ส |
ตารางนี้เป็นเพียงเกณฑ์ทั่วไป ระยะที่เว้นจริงอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับความเข้มของหัตถการและความเร็วในการฟื้นตัวของแต่ละคน สิ่งสำคัญคือควรบินหลังจากที่อาการบวมและความไวของผิวเริ่มนิ่งลงแล้ว ถ้าตารางกระชั้นชิด การเลื่อนวันทำหัตถการให้เร็วขึ้นก็ปลอดภัยกว่าค่ะ
อาการบวมและการฟื้นตัวใช้เวลากี่วันถึงจะนิ่ง?
อาการบวมและความไวของผิวหลังทำหัตถการจะค่อย ๆ นิ่งลงเป็นลำดับเมื่อเวลาผ่านไป โดยทั่วไปหัตถการเบา ๆ มักใช้เวลา 1-2 วัน ส่วนหัตถการที่เติมวอลุ่มเข้าไปในเนื้อเยื่อ อาจใช้เวลาหลายวันกว่าจะนิ่ง ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
ระหว่างที่ยังมีอาการบวม การดื่มน้ำให้เพียงพอและลดอาหารรสเค็มจะช่วยเรื่องการฟื้นตัวได้ ระหว่างบินผิวจะแห้งและขาดน้ำง่ายเป็นพิเศษ จึงควรจิบน้ำบ่อย ๆ และดูแลความชุ่มชื้นไว้ ค่อยเป็นค่อยไป เพื่อช่วยดูแลอาการบวมค่ะ
ผลข้างเคียงและข้อควรระวังที่ควรรู้
ถ้าขึ้นเครื่องทั้งที่ผิวยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ อาจมีอาการบวมนานขึ้น หรือรอยช้ำดูชัดขึ้นได้ในบางกรณี ซึ่งส่วนใหญ่มักค่อย ๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่วัน แต่หากมีอาการบวมหรือเจ็บที่รุนแรง หรือเป็นนานผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที การพักผิวไว้ก่อนย่อมสบายใจกว่าการดูแลเองระหว่างเที่ยว
ระยะที่ควรเว้นก่อนบินขึ้นอยู่กับชนิดหัตถการและสภาพผิวของแต่ละคน หากมีทริปที่กำหนดไว้แล้ว แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนทำหัตถการ เพื่อประเมินระยะที่เหมาะกับคุณ ส่วนค่าใช้จ่ายและรายละเอียดของหัตถการนั้นแตกต่างกันไปในแต่ละคลินิก จึงควรสอบถามให้ชัดเจนตอนเข้าปรึกษาค่ะ
สรุป
โดยรวมแล้ว ระยะที่ควรเว้นก่อนขึ้นเครื่องหลังทำหัตถการจะต่างกันไปตามชนิด โบท็อกซ์และการฉีดเบา ๆ ประมาณ 1 วัน ฟิลเลอร์ 2-3 วัน เลเซอร์ 3 วันขึ้นไป ส่วนหัตถการเชิงศัลยกรรมราว 2 สัปดาห์ ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ ไม่ต้องกังวลจนเกินไป แค่วางแผนโดยเผื่อเวลาให้อาการบวมนิ่งลงก่อนก็สบายใจได้แล้วค่ะ
หากคุณกำลังกังวลเรื่องจังหวะระหว่างทริปกับการทำหัตถการ ที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล เรายินดีให้คำปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ









