ภาพแสดงสารสกินแคร์ที่ควรเลี่ยงและสารทดแทนที่ใช้ได้ในช่วงตั้งครรภ์และให้นม
ผิวหนัง

สกินแคร์ตอนตั้งครรภ์และให้นม ควรเลี่ยงสารอะไร ใช้อะไรได้บ้าง

พอรู้ว่าตั้งครรภ์ หลายคนเริ่มหยิบครีมและเซรั่มบนโต๊ะเครื่องแป้งมาดูใหม่ทีละชิ้น บทความนี้พาไปดูว่าช่วงตั้งครรภ์และให้นมควรเลี่ยงสารอะไร และมีสารทดแทนอะไรที่ยังใช้ต่อได้

ติดตาม Hongdae Beautys Doctors YouTube
วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน
7นาที

พอรู้ว่าตั้งครรภ์ หลายคนก็เริ่มหยิบครีมและเซรั่มบนโต๊ะเครื่องแป้งมาดูใหม่ทีละชิ้น ครีมรักษาสิวหรือเซรั่มลดจุดด่างดำที่เคยใช้ประจำ จะส่งผลต่อลูกในท้องหรือไม่ ควรหยุดถึงตรงไหน กลายเป็นคำถามที่ค้างคาใจ

ยิ่งข้อมูลที่หาเจอแตกต่างกันไปในแต่ละที่ ความกังวลก็ยิ่งเพิ่มขึ้น แต่หากพูดสั้น ๆ ในช่วงตั้งครรภ์และให้นม สารที่ควรเลี่ยงกับสารที่ยังใช้ต่อได้อย่างค่อนข้างปลอดภัยแบ่งได้ค่อนข้างชัดเจน สิ่งสำคัญไม่ใช่การหยุดทุกอย่าง แต่คือการรู้หลักเกณฑ์ก่อนว่าสารตัวไหนควรระวังด้วยเหตุผลอะไร แล้วจึงกลับมาตรวจดูผลิตภัณฑ์ของตัวเอง

บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่าช่วงตั้งครรภ์และให้นมควรเลี่ยงสารอะไร เพราะเหตุใด และมีสารทดแทนตัวใดที่ยังใช้ดูแลผิวต่อได้ พร้อมแนะนำแนวทางการดูแลตัวเองอย่างสบายใจ โดยไม่ต้องทิ้งทุกอย่างไปโดยไม่จำเป็นค่ะ

ทำไมผิวช่วงตั้งครรภ์ถึงบอบบางและมีสีเข้มขึ้น

เมื่อร่างกายตั้งครรภ์ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนทำให้ผิวหลายจุดตอบสนองต่างไปจากปกติ หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่พบบ่อยคือเซลล์ที่สร้างเมลานิน (Melanin) ทำงานมากขึ้น จนเกิดฝ้า (Melasma) เป็นปื้นสีเข้มบริเวณโหนกแก้มหรือหน้าผาก นอกจากนี้ ความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นในชั้นหนังแท้ก็แปรปรวน ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่เคยเข้ากันดีกลับรู้สึกแสบหรือระคายเคืองขึ้นมาได้

เมลานินคือเม็ดสีที่กำหนดสีผิว เมื่อได้รับการกระตุ้นจากแสงแดดหรือฮอร์โมนก็จะถูกสร้างมากขึ้น และปรากฏออกมาเป็นฝ้าหรือจุดด่างดำ ในช่วงที่ฮอร์โมนแปรปรวน กระบวนการนี้จึงไวต่อการกระตุ้นเป็นพิเศษ

มีการทบทวนวรรณกรรมที่รวบรวมข้อมูลความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ดูแลผิวในช่วงตั้งครรภ์ ซึ่งชี้ว่าช่วงตั้งครรภ์ควรเลือกส่วนผสมอย่างระมัดระวังมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ ในช่วงนี้การให้ความสำคัญกับ สารที่ปลอดภัยต่อผิวและลูกในตอนนี้ มากกว่า สารที่ให้ผลแรง จึงเป็นแนวทางที่เป็นธรรมชาติกว่า

การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มักเป็นเพียงชั่วคราว เมื่อคลอดแล้วฮอร์โมนกลับเข้าสู่สมดุล สีผิวที่เข้มขึ้นก็มีแนวโน้มจางลงได้เองในหลายกรณี จึงยังไม่จำเป็นต้องรีบจัดการในทันที

ภาพแสดงกลไกที่ฮอร์โมนตอนตั้งครรภ์ทำให้ผิวบอบบางและมีสีเข้มขึ้น

สารที่ควรเลี่ยงในช่วงตั้งครรภ์และให้นม

สารที่ควรเลี่ยงชัดเจนที่สุดคือกลุ่มเรตินอยด์ (Retinoid) โดยเฉพาะไอโซเตรทติโนอิน (Isotretinoin) ชนิดรับประทาน ซึ่งจัดเป็นข้อห้ามในช่วงตั้งครรภ์ เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อความผิดปกติของทารกในครรภ์

เรตินอยด์คือสารที่ได้จากวิตามินเอ นิยมใช้เพื่อดูแลริ้วรอยและสิว แต่ในช่วงตั้งครรภ์แนะนำให้เลี่ยงไว้ก่อนด้วยข้อกังวลด้านความปลอดภัย

โดยมีการทบทวนวรรณกรรมเรื่องการรักษาสิวในช่วงตั้งครรภ์และให้นม ที่ระบุว่าไอโซเตรทติโนอินเป็นข้อห้ามในช่วงตั้งครรภ์ และเรตินอยด์ชนิดทาก็ควรเลี่ยงเช่นกัน สอดคล้องกับบทความความปลอดภัยข้างต้นที่มองว่า จนกว่าจะมีข้อมูลเพียงพอ ก็ยังไม่แนะนำให้ใช้เรตินอยด์ชนิดทาระหว่างตั้งครรภ์

นอกจากนี้ การผลัดเซลล์ผิวด้วยกรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid) กลุ่ม BHA ความเข้มข้นสูง และไฮโดรควิโนน (Hydroquinone) ความเข้มข้นสูงที่ใช้เพื่อความกระจ่างใส ก็ควรเข้าหาด้วยความระมัดระวังในช่วงตั้งครรภ์ ทั้งนี้ ระดับเครื่องสำอางกับระดับหัตถการควรมองแยกกัน หากกังวลเรื่องผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่ การถือฉลากส่วนผสมไปสอบถามตอนพบแพทย์คือวิธีที่ชัดเจนที่สุด

ภาพแสดงสารสกินแคร์ที่ควรเลี่ยงในช่วงตั้งครรภ์และให้นม

สารทดแทนที่ยังใช้ต่อได้อย่างค่อนข้างปลอดภัย

ข่าวดีคือในช่วงตั้งครรภ์และให้นมก็ยังมีสารที่ใช้ต่อได้อย่างค่อนข้างปลอดภัย จึงไม่จำเป็นต้องทิ้งทุกอย่าง ลองมองเป็นการแทนที่ตามเป้าหมายการดูแลจะเข้าใจง่ายขึ้นค่ะ

หากกังวลเรื่องสิว กรดอะเซลาอิก (Azelaic Acid) เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide) และคลินดามัยซิน (Clindamycin) ชนิดทา ถือเป็นตัวเลือกแรกที่ค่อนข้างปลอดภัย ส่วนการเติมความชุ่มชื้นหรือดูแลริ้วรอยเล็ก ๆ การวางสารที่อ่อนโยนอย่างไนอะซินาไมด์ (Niacinamide) กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) และเซรั่มวิตามินซี (Vitamin C) ไว้เป็นพื้นฐานก็เป็นแนวทางที่ไม่ยุ่งยาก

กรดอะเซลาอิกคือสารที่ใช้ดูแลทั้งสิวและรอยดำจากการอักเสบ จัดอยู่ในกลุ่มที่ค่อนข้างปลอดภัยในช่วงตั้งครรภ์ จึงมักถูกหยิบยกมาเป็นตัวเลือกทดแทนบ่อยครั้ง

ปัญหาผิวสารที่ควรเลี่ยงสารทดแทนที่ค่อนข้างปลอดภัย
สิวไอโซเตรทติโนอินชนิดกิน เรตินอยด์ชนิดทากรดอะเซลาอิก เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ คลินดามัยซิน
ฝ้า จุดด่างดำไฮโดรควิโนนความเข้มข้นสูงเซรั่มวิตามินซี กรดอะเซลาอิก
ผิวหยาบ ผลัดเซลล์กรดซาลิไซลิก (BHA) ความเข้มข้นสูงกรดแลกติกความเข้มข้นต่ำ ไนอะซินาไมด์

อย่างไรก็ตาม การแบ่งแบบนี้เป็นเพียงหลักเกณฑ์ทั่วไป สารตัวเดียวกันก็อาจให้ผลต่างกันขึ้นอยู่กับความเข้มข้น ปริมาณการใช้ และสภาพผิวของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปการตรวจดูผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่ปลอดภัยกว่าการซื้อของใหม่มาเพิ่ม และสารที่ยังลังเลก็ควรสอบถามแพทย์ที่ดูแลโดยตรง

ภาพแสดงสารทดแทนที่ยังใช้ดูแลผิวต่อได้ในช่วงตั้งครรภ์และให้นม

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังก่อนเริ่มดูแลผิว

การดูแลผิวในช่วงตั้งครรภ์และให้นมควรเริ่มจากการแยกว่าอะไรควรหยุดและอะไรควรใช้ต่อ การตรวจสอบบางเรื่องไว้ล่วงหน้าจะช่วยลดความกังวลที่ไม่จำเป็นลงได้ ลองมาดูข้อควรระวังกันค่ะ

  • ผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่ : ควรตรวจฉลากส่วนผสมว่ามีเรตินอยด์หรือกรดความเข้มข้นสูงอยู่หรือไม่
  • การให้นมบุตร : ในช่วงให้นม สารบางตัวยังต้องพิจารณาเรื่องการดูดซึมและการส่งผ่านอย่างระมัดระวัง
  • ช่วงเวลาทำหัตถการ : หัตถการความงามส่วนใหญ่แนะนำให้เลื่อนไปหลังคลอดและหลังให้นม
  • การเปลี่ยนแปลงของสีผิว : ฝ้าที่เกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์มักจางลงหลังคลอด จึงยังไม่ต้องรีบร้อน
  • โรคประจำตัวและยาที่ใช้ : หากมีปัญหาผิวเดิมหรือยาที่ทานอยู่ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้าตอนปรึกษา

นอกจากนี้ หากใช้ผลิตภัณฑ์แล้วมีรอยแดงหรือระคายเคืองเล็กน้อย อาการมักบรรเทาได้เองในเวลาไม่นาน แต่หากมีอาการผิดปกติหรือเป็นนานผิดปกติ ควรหยุดใช้และรีบปรึกษาแพทย์ทันที การเปลี่ยนแปลงของผิวในช่วงนี้ส่วนใหญ่เป็นเพียงชั่วคราวตามฮอร์โมน สารและการดูแลที่เหมาะกับตัวเองควรตัดสินใจร่วมกับแพทย์ที่ดูแลโดยตรงจึงจะปลอดภัยที่สุด

สรุป

โดยสรุป การดูแลผิวช่วงตั้งครรภ์และให้นมนั้น สารที่ควรเลี่ยงกับสารที่ยังใช้ต่อได้อย่างค่อนข้างปลอดภัยแบ่งได้ค่อนข้างชัดเจน เรตินอยด์ กรดความเข้มข้นสูง และไฮโดรควิโนนความเข้มข้นสูงเป็นกลุ่มที่ควรเข้าหาด้วยความระมัดระวัง ส่วนกรดอะเซลาอิก ไนอะซินาไมด์ และกรดไฮยาลูโรนิกเป็นสารทดแทนที่ใช้ต่อได้ง่ายกว่า

ทั้งนี้ สารตัวเดียวกันก็อาจให้ผลต่างกันตามความเข้มข้นและสภาพผิว และผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แทนที่จะทิ้งทุกอย่าง ควรเริ่มจากการตรวจดูผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่ก่อน และสารที่ยังลังเลก็ไม่ควรตัดสินใจเอง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของผิวในช่วงนี้ส่วนใหญ่เป็นเพียงชั่วคราว จึงไม่จำเป็นต้องกังวลจนเกินไป หากมีข้อสงสัยเรื่องส่วนผสมใด ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินตามสภาพผิวก่อนตัดสินใจนะคะ

คำถามที่พบบ่อย

Q1. ครีมเรตินอลที่ใช้อยู่ตอนตั้งครรภ์ ต้องหยุดทันทีเลยไหม

กลุ่มเรตินอยด์แนะนำให้หยุดใช้เมื่อทราบว่าตั้งครรภ์ และปรึกษาแพทย์ในการตรวจครั้งถัดไปค่ะ หากทาไปแล้วสองสามวันก็ไม่ต้องกังวลจนเกินไป แต่ให้เปลี่ยนมาใช้สารทดแทนที่ปลอดภัยตั้งแต่ตอนนี้ แล้วยืนยันกับแพทย์ในการตรวจครั้งหน้าจะเป็นแนวทางที่เป็นจริงมากกว่า ไม่ควรตัดสินใจเองโดยไม่ปรึกษา

Q2. ช่วงให้นมต้องระวังเหมือนตอนตั้งครรภ์เลยหรือเปล่า

ช่วงให้นมมีบางสารที่ไม่ได้เข้มงวดเท่าตอนตั้งครรภ์ แต่บางตัวก็ยังต้องพิจารณาอย่างระมัดระวังค่ะ การตัดสินขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทา ปริมาณ และโอกาสสัมผัสกับลูก จึงควรเล่ารายละเอียดสถานการณ์ของตัวเองให้แพทย์ฟังตอนตรวจ เพื่อให้ได้คำแนะนำที่เหมาะกับแต่ละบุคคล

Q3. ฝ้าที่เกิดตอนตั้งครรภ์ ควรรีบทำหัตถการให้จางเลยไหม

ฝ้าที่เกิดตอนตั้งครรภ์มักจางลงเมื่อคลอดแล้วฮอร์โมนกลับเข้าสู่สมดุล จึงมักแนะนำให้เลื่อนหัตถการไปหลังคลอดและหลังให้นมค่ะ ระหว่างนี้ให้เน้นการปกป้องผิวจากแสงแดดและดูแลด้วยสารที่อ่อนโยนเพื่อไม่ให้เข้มขึ้น การรอดูอาการก่อนก็เป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผล

Q4. ถ้าเป็นสารที่ว่าปลอดภัย ซื้อใหม่มาทาได้เลยไหม

แม้จะจัดอยู่ในกลุ่มที่ค่อนข้างปลอดภัย แต่ในช่วงตั้งครรภ์การใช้ของเดิมที่คุ้นเคยแบบเรียบง่ายมักดีกว่าการซื้อของใหม่หลายชิ้นมาเพิ่มค่ะ หากอยากลองสารใหม่ ควรเริ่มทีละตัวและยืนยันกับแพทย์ก่อนนำมาใช้ เพราะผิวช่วงนี้ไวต่อการระคายเคืองง่าย การเปลี่ยนแปลงทีละน้อยจึงปลอดภัยกว่า

บทความแนะนำ

ผิวแพ้ง่ายที่เข้าเกณฑ์ทำ Laser Toning ได้และไม่ได้ผิวหนัง

ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ก่อนตัดสินใจ

ผิวแพ้ง่ายไม่ได้แปลว่าทำ Laser Toning ไม่ได้เสมอไปค่ะ บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าตัวเองเข้าเกณฑ์ไหน และควรเตรียมผิวอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด

กลไกการทำงานของ Rejuran HB PN และ HA ในผิวรอบดวงตาผิวหนัง

Rejuran HB ทำรอบดวงตาตัวเดียวพอไหม หรือต้องจับคู่กับอะไรเพิ่ม?

บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่ารอยย่นรอบดวงตาแบบไหนที่ Rejuran HB จัดการได้คนเดียว และแบบไหนที่ควรใช้ร่วมกับ Botox หรือตัวอื่น พร้อมแนะนำแนวทางการตัดสินใจที่ตรงกับสภาพผิวของคุณนะคะ

ผิวแพ้ง่ายกับการทำ Lifting และ Skin Boosterผิวหนัง

ผิวแพ้ง่ายหรือผิวภูมิแพ้ ทำ Lifting หรือ Skin Booster ได้ไหม?

ผิวแพ้ง่ายหรือมีภูมิแพ้ผิวหนัง ไม่ได้แปลว่าทำหัตถการความงามไม่ได้เลย แต่ต้องเลือกให้ถูกประเภทและดูแลให้ถูกวิธีนะคะ

บทความล่าสุด

ผิวแพ้ง่ายที่เข้าเกณฑ์ทำ Laser Toning ได้และไม่ได้ผิวหนัง

ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ก่อนตัดสินใจ

ผิวแพ้ง่ายไม่ได้แปลว่าทำ Laser Toning ไม่ได้เสมอไปค่ะ บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าตัวเองเข้าเกณฑ์ไหน และควรเตรียมผิวอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด

สัญญาณที่บอกว่ากรามเริ่มกลับมาหลังโบท็อกซ์รูปหน้าและวอลุ่ม

โบท็อกซ์กรามกลับมาเหลี่ยมอีกแล้ว ทำซ้ำได้เลยไหม หรือต้องรอ?

โบท็อกซ์กรามช่วยให้กล้ามเนื้อ masseter เล็กลงได้จริง แต่ผลจะค่อย ๆ หายไปเมื่อกล้ามเนื้อฟื้นตัว บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณรู้จักสัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาทำซ้ำ และวิธีประเมินจังหวะที่ดีที่สุดสำหรับคุณค่ะ

กลไกการทำงานของ Rejuran HB PN และ HA ในผิวรอบดวงตาผิวหนัง

Rejuran HB ทำรอบดวงตาตัวเดียวพอไหม หรือต้องจับคู่กับอะไรเพิ่ม?

บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่ารอยย่นรอบดวงตาแบบไหนที่ Rejuran HB จัดการได้คนเดียว และแบบไหนที่ควรใช้ร่วมกับ Botox หรือตัวอื่น พร้อมแนะนำแนวทางการตัดสินใจที่ตรงกับสภาพผิวของคุณนะคะ

เปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สำหรับแก้มตอบรูปหน้าและวอลุ่ม

Juvelook Volume กับ Ellanse เลือกอันไหนดีสำหรับแก้มตอบ?

เมื่อแก้มเริ่มตอบลึกขึ้นทุกปี การดูแลด้วยครีมอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณเปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สองตัวเลือกที่ช่วยเรื่องวอลลุ่มหน้าและกระตุ้นคอลลาเจน พร้อมแนวทางเลือกที่เหมาะกับแต่ละคน นะคะ

ไทม์ไลน์ผลลัพธ์ Alltite RF ตั้งแต่ทำทันทีถึง 12 สัปดาห์ลิฟติ้ง

Alltite RF เห็นผลเมื่อไหร่? ไทม์ไลน์ผลลัพธ์และระยะเวลาที่อยู่ได้

บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปดูไทม์ไลน์ผลลัพธ์ของ Alltite RF ตั้งแต่ปฏิกิริยาแรกทันทีหลังทำ ไปจนถึงช่วงที่คอลลาเจนสร้างเต็มที่ในสัปดาห์ที่ 4-12 พร้อมแนะนำแนวทางดูแลเพื่อให้ผลอยู่ได้นานขึ้นนะคะ

Shurink Universe ทำแล้วหน้าผอมไหม? วิธีป้องกันแก้มยุบลิฟติ้ง

Shurink Universe ทำแล้วหน้าผอมลงไหม? วิธีป้องกันแก้มยุบที่ควรรู้

หลายคนกังวลว่าหลังทำ Shurink Universe แล้วหน้าจะยิ่งผอมจนดูโทรม บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าทำไมถึงเกิดขึ้น และมีวิธีรับมืออย่างไรบ้าง

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors