ก่อนทำหัตถการ ควรหยุดอาหารเสริมกี่วันช้ำถึงจะน้อยลง
ก่อนทำหัตถการ หลายคนกังวลว่าจะช้ำง่าย มาดูกันว่าอาหารเสริมและยาแบบไหนที่ควรระวัง ควรหยุดก่อนกี่วัน และดูแลตัวเองยังไงให้ช้ำน้อยลงค่ะ


วียองจิน
ผู้อำนวยการ
ก่อนไปทำหัตถการอย่างฟิลเลอร์ ฉีดโบท็อกซ์ หรือร้อยไหม หลายคนคงเคยกังวลว่า “ทำแล้วจะช้ำเยอะไหมนะ” โดยเฉพาะคนที่รู้ตัวว่าเป็นคนช้ำง่ายอยู่แล้วค่ะ จริง ๆ แล้วรอยช้ำหลังทำนั้นส่วนหนึ่งมาจากเข็มไปโดนเส้นเลือดฝอยเล็ก ๆ ใต้ผิว ซึ่งเป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไป
แต่สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ อาหารเสริมและยาบางอย่างที่กินอยู่เป็นประจำ เช่น แอสไพริน น้ำมันปลา (โอเมก้า 3) หรือวิตามินอี อาจมีผลต่อการแข็งตัวของเลือดและการทำงานของเกล็ดเลือด ทำให้เลือดออกใต้ผิวง่ายขึ้นและช้ำเป็นวงกว้างกว่าเดิม การดูแลล่วงหน้าเรื่องนี้จึงช่วยลดโอกาสช้ำได้พอสมควร
บทความนี้ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่าอาหารเสริมและยาแบบไหนที่ควรระวัง ควรหยุดก่อนทำประมาณกี่วัน และมีวิธีดูแลตัวเองแบบไหนที่ช่วยให้ช้ำน้อยลง เรียบเรียงให้เข้าใจง่าย ๆ ค่ะ
ทำไมบางคนถึงช้ำง่ายกว่าคนอื่น
รอยช้ำเกิดจากการที่เส้นเลือดฝอยเล็ก ๆ ใต้ผิวมีเลือดออกแล้วคั่งอยู่ในเนื้อเยื่อค่ะ พูดง่าย ๆ คือเวลาเข็มเข้าไปในผิว หากบังเอิญไปโดนเส้นเลือดฝอย เลือดก็จะซึมออกมาเล็กน้อยและกลายเป็นจ้ำเขียวหรือม่วง โดยทั่วไปร่างกายจะค่อย ๆ ดูดซับกลับไปเองภายในไม่กี่วันถึงราวหนึ่งถึงสองสัปดาห์
ความช้ำง่ายหรือยากนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยในแต่ละบุคคล ทั้งความบางของผิว ความเปราะของเส้นเลือด อายุที่มากขึ้น รวมถึงยาและอาหารเสริมที่กินอยู่ด้วย คนที่ผิวบางหรือมีเส้นเลือดฝอยชัดบริเวณรอบตา มักสังเกตเห็นรอยช้ำได้ง่ายกว่าค่ะ นี่ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่เป็นลักษณะเฉพาะตัวที่ดูแลล่วงหน้าได้
อาหารเสริมและยาแบบไหนที่ทำให้ช้ำง่ายขึ้น
กลุ่มที่มักถูกพูดถึงว่าอาจเพิ่มโอกาสเลือดออกและช้ำ ได้แก่ ยาแอสไพรินและยาต้านการอักเสบกลุ่ม NSAIDs, น้ำมันปลาหรือโอเมก้า 3, วิตามินอีขนาดสูง, แปะก๊วย (Ginkgo), กระเทียมเสริมขนาดสูง และโสม อาหารเสริมเหล่านี้อาจไปรบกวนการทำงานของเกล็ดเลือดหรือการแข็งตัวของเลือดในระดับหนึ่ง ทำให้เลือดออกใต้ผิวง่ายขึ้นเวลาทำหัตถการ
ที่ต้องเน้นเป็นพิเศษคือ ยาบางชนิดเป็นยาที่แพทย์สั่งให้กินเพื่อรักษาโรคประจำตัว เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือดในผู้ที่มีปัญหาหัวใจหรือหลอดเลือด กลุ่มนี้ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาดค่ะ ควรปรึกษาแพทย์ที่ดูแลโรคประจำตัวก่อนเสมอ ว่าจะปรับหรือหยุดได้หรือไม่ ไม่ควรตัดสินใจเองเพียงเพราะกลัวช้ำ
ควรหยุดก่อนทำหัตถการประมาณกี่วัน
โดยทั่วไป อาหารเสริมกลุ่มที่อาจทำให้เลือดออกง่าย เช่น น้ำมันปลา วิตามินอี แปะก๊วย มักมีคำแนะนำให้พิจารณางดล่วงหน้าประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนทำ ส่วนแอสไพรินและยากลุ่ม NSAIDs ระยะเวลาที่แนะนำอาจแตกต่างกันไปตามชนิดของยาและเหตุผลที่ใช้ ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงแนวทางคร่าว ๆ นะคะ เพราะแต่ละคนมีเงื่อนไขไม่เหมือนกัน
สิ่งที่ปลอดภัยที่สุดคือ แจ้งรายการยาและอาหารเสริมทั้งหมดที่กินอยู่ให้แพทย์ทราบก่อนทำ แล้วให้แพทย์เป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคลว่าอันไหนควรงด งดกี่วัน หรืออันไหนกินต่อได้ตามปกติ การดูแลไว้ก่อนแบบนี้ช่วยให้วางแผนวันทำหัตถการได้สบายใจขึ้น และลดความเสี่ยงที่จะช้ำเป็นวงกว้างโดยไม่จำเป็น
ข้อควรระวังและวิธีดูแลตัวเองให้ช้ำน้อยลง
นอกจากเรื่องยาและอาหารเสริมแล้ว การดูแลตัวเองรอบ ๆ วันทำก็ช่วยได้ค่ะ ก่อนทำหนึ่งถึงสองวัน ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่กระตุ้นการไหลเวียนเลือด และหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักในวันเดียวกับที่ทำ หลังทำ การประคบเย็นเบา ๆ บริเวณที่ทำในช่วงแรก อาจช่วยให้เส้นเลือดหดตัวและลดโอกาสช้ำลงได้บ้าง ควรทำอย่างอ่อนโยนโดยไม่กดหรือถูแรง
ทั้งนี้แม้จะดูแลอย่างดีแล้ว ก็ยังมีโอกาสเกิดรอยช้ำได้บ้าง ซึ่งส่วนใหญ่มักค่อย ๆ จางหายไปเองภายในไม่กี่วันถึงราวสองสัปดาห์ค่ะ แต่หากมีรอยช้ำที่บวมมาก เจ็บผิดปกติ ขยายวงขึ้นเรื่อย ๆ หรือไม่จางลงเลยแม้เวลาผ่านไปนาน ควรรีบปรึกษาแพทย์ที่ทำหัตถการ อย่ารักษาด้วยตัวเองหรือปล่อยทิ้งไว้นะคะ
สรุป
รอยช้ำหลังทำหัตถการส่วนหนึ่งมาจากเข็มไปโดนเส้นเลือดฝอยใต้ผิว ซึ่งเป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไป แต่อาหารเสริมและยาบางอย่าง เช่น แอสไพริน น้ำมันปลา วิตามินอี แปะก๊วย อาจเพิ่มโอกาสช้ำได้ค่ะ การพิจารณางดล่วงหน้าประมาณหนึ่งสัปดาห์ตามคำแนะนำของแพทย์ จึงช่วยลดโอกาสช้ำเป็นวงกว้างได้
อย่างไรก็ตาม ยาบางชนิดที่แพทย์สั่งเพื่อรักษาโรคประจำตัวห้ามหยุดเอง ควรแจ้งรายการยาและอาหารเสริมทั้งหมดให้แพทย์ทราบ แล้วให้แพทย์เป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคลก่อนตัดสินใจ หากคุณกำลังกังวลว่าจะช้ำง่ายก่อนทำหัตถการ ทักมาปรึกษาคุณหมอที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ผ่าน LINE ได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ










