อย่าเชื่อที่ว่ารอยแผลเป็นจากสิวแค่ยิงเลเซอร์ครั้งเดียวก็หาย
ผิวหนัง

อย่าเชื่อที่ว่ารอยแผลเป็นจากสิวแค่ยิงเลเซอร์ครั้งเดียวก็หาย

การรักษารอยแผลเป็นจากสิวต้องใช้วิธีผสมผสาน เช่น จูเวลูค คิวเจ็ท และ Subcision ขึ้นอยู่กับรูปร่างของรอยแผลเป็นที่เป็นหลุม แพทย์จะอธิบายด้วยตัวเองว่าทำไมเลเซอร์เพียงอย่างเดียวถึงไม่เพียงพอ

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน · 24 กันยายน 2026
7นาที
ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับตัวเองไหมดูจากรูปหรือบทความอย่างเดียวบอกได้ยาก ปรึกษาเป็นภาษาไทยได้ แผนการรักษาจะสรุปหลังพบแพทย์ที่คลินิก* มีเจ้าหน้าที่ภาษาไทย · ถามได้โดยตรงทาง LINEถามคุณหมอ
ทำไมถึงไม่ควรพึ่งแค่เลเซอร์สำหรับรอยแผลเป็นจากสิว (ft. บิวตี้ส ด็อกเตอร์ส)

💡 อ่านก่อน ตรวจสอบสิ่งนี้ก่อนนะคะ

Q. รอยแผลเป็นจากสิวแค่ยิงเลเซอร์สักไม่กี่ครั้ง

ก็หายได้เองใช่ไหมคะ?

A. ขึ้นอยู่กับรูปร่างของรอยแผลเป็นที่เป็นหลุมค่ะ

การรักษาที่เหมาะสมจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

เลเซอร์เพียงอย่างเดียวไม่สามารถยกก้นหลุม

ที่ถูกดึงรั้งโดยโครงสร้างเนื้อเยื่อด้านล่างได้ค่ะ

Q. แล้วควรรักษาด้วยวิธีไหนดีคะ?

A. ต้องจำแนกประเภทของรอยแผลเป็นก่อน

จากนั้นจึงผสมผสาน จูเวลูค คิวเจ็ท และ Subcision

เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ผิวหนังฟื้นตัวขึ้นมาจริงๆ ค่ะ

📌 ประเด็นสำคัญของบทความนี้

ขึ้นอยู่กับรูปร่างของรอยแผลเป็นที่เป็นหลุม

อาจต้องเติมด้วยจูเวลูค หรือใช้ คิวเจ็ท ร่วมกับจูเวลูค

หรือทำ Subcision ฯลฯ

การรักษาแบบผสมผสานจึงจะให้ผลดีที่สุดในการฟื้นฟูผิวค่ะ

[บิวตี้ส ด็อกเตอร์ส วี ยองจิน] เปิดสูตรการรักษาเฉพาะบุคคลตามรูปร่างของรอยแผลเป็น

รอยแผลเป็นเป็นหลุมเหมือนกัน

แต่ไม่ได้หมายความว่าเหมือนกันทุกอย่าง

หลายคนมักเข้าใจผิดกันบ่อยมากค่ะ

เมื่อพูดถึง "การรักษารอยแผลเป็นจากสิว"

ส่วนใหญ่มักนึกถึงเลเซอร์เพียงอย่างเดียว

ไม่ว่าจะเป็นแฟรกเซล หรือเลเซอร์ CO2

ก็คิดว่าแค่กระตุ้นผิวด้วยเครื่องมือ

แล้วให้ผิวการฟื้นฟูขึ้นมาเองก็พอใช่ไหมคะ?

แต่มีสิ่งสำคัญหนึ่งอย่างที่ต้องทำความเข้าใจค่ะ

รอยแผลเป็นที่เป็นหลุมนั้น มีรูปร่างที่แตกต่างกัน

แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลักๆ ค่ะ

รอยแผลเป็นแบบ Icepick

เป็นหลุมลึกและแคบ คล้ายถูกเข็มแทง

รอยแผลเป็นแบบ Boxcar

ก้นหลุมแบนราบ

และผนังด้านข้างตั้งตรงเกือบ 90 องศา

รอยแผลเป็นแบบ Rolling

เนื้อเยื่อพังผืดใต้ผิวหนังดึงรั้ง

ทำให้ผิวบุ๋มลงเป็นคลื่น

ตามความเป็นจริงแล้ว

ส่วนใหญ่มักมีรอยแผลเป็นทั้ง 3 แบบ

ปรากฏอยู่บนใบหน้าพร้อมกันค่ะ

แต่วิธีการรักษาสำหรับแต่ละประเภทนั้นแตกต่างกันค่ะ

รอยแผลเป็นแบบ Icepick ที่แคบและลึก

ไม่ว่าจะยิงเลเซอร์จากด้านบนมากแค่ไหน

การกระตุ้นก็ไม่สามารถส่งถึงส่วนลึกได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ

รอยแผลเป็นแบบ Boxcar มีการตอบสนองต่อเลเซอร์บ้าง

แต่หากขาดปริมาตรที่ก้นหลุม

ก็ยังมีขีดจำกัดในการฟื้นตัวของผิวอยู่ดีค่ะ

ส่วนรอยแผลเป็นแบบ Rolling มีโครงสร้างที่แตกต่างออกไปอีกค่ะ

เนื้อเยื่อพังผืดใต้ผิวหนัง

กำลังดึงรั้งก้นหลุมของรอยแผลเป็นลงด้านล่าง

หากไม่ตัดเนื้อเยื่อเหล่านี้ออกก่อน

ไม่ว่าจะยิงเลเซอร์จากด้านบนมากแค่ไหน

รอยแผลเป็นก็จะไม่ยกตัวขึ้นมาค่ะ

สิ่งที่น่าสังเกตคือ

ผู้ที่รู้สึกว่า "ไม่เห็นผล" หลังจากรักษาด้วยเลเซอร์

ส่วนใหญ่แล้วไม่ใช่เพราะเลเซอร์ไม่ดี

แต่เป็นเพราะได้รับการรักษาที่ไม่ตรงกับประเภทของรอยแผลเป็นค่ะ

👨‍⚕️ สรุปจากแพทย์ วี ยองจิน:

รอยแผลเป็นจากสิวที่เป็นหลุมแต่ละประเภท

มีโครงสร้างที่เสียหายแตกต่างกันค่ะ

กรณีที่เนื้อเยื่อพังผืดใต้ผิวหนังดึงรั้ง

เช่น รอยแผลเป็นแบบ Rolling

ต้องทำ Subcision เพื่อตัดเนื้อเยื่อที่ดึงรั้งนั้นออกก่อน

ส่วนรอยแผลเป็นที่ขาดปริมาตร ต้องเติมด้วยจูเวลูค

เพื่อให้ผิวฟื้นตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ

เลเซอร์เพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาโครงสร้างนี้ได้ค่ะ

Icepick, Boxcar, Rolling — วิธีรักษาที่เหมาะกับใบหน้าของคุณมีอยู่โดยเฉพาะ

การผสมผสานวิธีรักษา

แตกต่างกันตามรูปร่างของรอยแผลเป็น

แต่ละเคสจะแตกต่างกันออกไปค่ะ

แต่โดยทั่วไปแพทย์มักจะวางแผนการรักษาดังนี้

① กรณีที่มีรอยแผลเป็นแบบ Rolling ปนอยู่

→ เริ่มด้วย Subcision ก่อน

Subcision คือการใช้เข็มสอดเข้าใต้ผิวหนัง

เพื่อตัดเนื้อเยื่อพังผืดที่ดึงรั้งก้นหลุมของรอยแผลเป็นออกทางกายภาพค่ะ

หากไม่มีขั้นตอนนี้ ไม่ว่าจะทำอะไรต่อไปก็ตาม

รอยแผลเป็นก็จะไม่มีพื้นที่ให้ยกตัวขึ้นมาได้ค่ะ

② รอยแผลเป็นที่ขาดปริมาตร

→ ฉีดจูเวลูค (PDLLA)

จูเวลูคไม่ใช่แค่ฟิลเลอร์ธรรมดาที่เติมเพื่อเพิ่มปริมาตรค่ะ

ส่วนประกอบ PDLLA (กรดโพลี-ดี,แอล-แลคติก) จะค่อยๆ สลายตัวในร่างกาย

และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนค่ะ

นั่นหมายความว่าผลลัพธ์จะเห็นชัดเจนขึ้น

ประมาณ 2-3 เดือนหลังการฉีด มากกว่าทันทีหลังทำค่ะ

นี่คือที่มาของความรู้สึกที่ว่า

"ผิวค่อยๆ ฟื้นตัวและเต็มขึ้นมา"

③ รอยแผลเป็นที่แคบและลึก ต้องการการส่งผ่านยาเข้าสู่ผิวหนัง

→ ใช้คิวเจ็ท ร่วมด้วย

คิวเจ็ทเป็นอุปกรณ์ที่ส่งยาเข้าสู่ชั้นลึกของผิวหนัง

ด้วยวิธีการพ่นแรงดันสูงค่ะ

สามารถส่งส่วนประกอบที่มีประสิทธิภาพเข้าสู่ส่วนลึกของรอยแผลเป็น

โดยไม่ต้องใช้เข็ม

เมื่อใช้ร่วมกับจูเวลูค

จะช่วยเพิ่มอัตราการดูดซึมและประสิทธิภาพการสร้างคอลลาเจนค่ะ

อย่างไรก็ตาม การรักษาแบบผสมผสานนี้

ย่อมมีช่วงพักฟื้นที่มากกว่าการทำครั้งเดียว

และมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นตามไปด้วยค่ะ

หลังทำ Subcision มักเกิดรอยช้ำ

ประมาณ 1 สัปดาห์ค่ะ

ดังนั้นหากมีงานสำคัญ

ควรวางแผนจัดตารางเวลาล่วงหน้านะคะ

อย่างไรก็ตาม มีกรณีที่ผู้รับบริการที่ยิงเลเซอร์มาแล้ว 10 ครั้ง

แต่ไม่เห็นผล เมื่อเปลี่ยนมาใช้การรักษาแบบผสมผสานนี้

เพียง 2-3 ครั้ง ก็เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน

ซึ่งแพทย์เองก็เคยเห็นกรณีแบบนี้บ่อยมากค่ะ

กุญแจสำคัญคือการดูก่อนว่าทำไมรอยแผลเป็นถึงเป็นหลุม

และโครงสร้างของรอยแผลเสียหายอย่างไร

จากนั้นจึงกำหนดลำดับการรักษาค่ะ

ใครบ้างที่จำเป็นต้องได้รับ

การรักษาแบบผสมผสาน?

ไม่ใช่ทุกคนที่จำเป็นต้องทำ Subcision + จูเวลูค + คิวเจ็ท ค่ะ

หากรอยแผลเป็นตื้นและกระจายในวงกว้าง

การรักษาด้วยเลเซอร์เพียงอย่างเดียว

อาจให้ผลลัพธ์ที่เพียงพอในบางกรณีค่ะ

กรณีที่ควรพิจารณาการรักษาแบบผสมผสานอย่างจริงจัง มีดังนี้ค่ะ

— ผู้ที่ผ่านการยิงเลเซอร์มาหลายครั้งแต่แทบไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง

— ผู้ที่มีรอยแผลเป็นที่ไม่มีความยืดหยุ่น กดแล้วปล่อยก็บุ๋มกลับเหมือนเดิม

— ผู้ที่มีรอยแผลเป็นแบบ Rolling ที่เห็นเงาตกกระทบตามมุมของแสง

— ผู้ที่เมื่อดึงผิวด้วยมือแล้วรอยแผลเป็นยกตัวขึ้นชั่วคราว

เคสสุดท้ายนี้สำคัญมากค่ะ

การที่ผิวยกขึ้นเมื่อถูกดึงนั้น

เป็นสัญญาณว่าเนื้อเยื่อพังผืดใต้ผิวหนังกำลังดึงรั้งอยู่ค่ะ

ในกรณีนั้น หากไม่ทำ Subcision

เลเซอร์จะไม่สามารถแก้ปัญหาได้ค่ะ

คำถามที่พบบ่อย

Q1. หากรอยแผลเป็นมีมานาน

ยังรักษาได้ผลอยู่ไหมคะ?

A. ได้ผลค่ะ

รอยแผลเป็นเก่าอาจมีเนื้อเยื่อพังผืดที่แข็งตัวแล้ว

ทำให้การตอบสนองต่อการรักษาช้ากว่าปกติหน่อยค่ะ

แต่หากทำ Subcision เพื่อตัดเนื้อเยื่อที่แข็งตัวออก

และใช้จูเวลูคกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

รอยแผลเป็นเก่าก็สามารถดีขึ้นได้อย่างเพียงพอค่ะ

เพียงแต่อาจต้องทำหลายเซสชั่นมากขึ้น

ที่คลินิกเองก็เคยเห็นความเปลี่ยนแปลงของรอยแผลเป็นที่มีมานานกว่า 10 ปีมาหลายครั้งแล้วค่ะ

Q2. หากใช้จูเวลูคกับรอยแผลเป็น

จะรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมเหมือนฟิลเลอร์ไหมคะ?

A. จูเวลูคแตกต่างจาก

ฟิลเลอร์ HA (Hyaluronic Acid) ค่ะ

เนื่องจากส่วนประกอบ PDLLA สลายตัวตามธรรมชาติในร่างกาย

และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

จึงไม่ใช่โครงสร้างที่จะทิ้งความรู้สึกเป็นสิ่งแปลกปลอมในระยะยาวค่ะ

ตรงกันข้าม เมื่อเวลาผ่านไป

จะรู้สึกเป็นธรรมชาติราวกับเป็นเนื้อของตัวเอง

และนั่นคือกลไกหลักในการปรับปรุงรอยแผลเป็นค่ะ

เพียงแต่ทันทีหลังการฉีด

อาจมีอาการบวมหรือรอยช้ำชั่วคราวได้ค่ะ

Q3. ยังมีสิวอักเสบอยู่

เริ่มรักษารอยแผลเป็นตอนนี้ได้เลยไหมคะ?

A. พูดตามตรงเลยนะคะ หากมีสิวอักเสบอยู่

แล้วเริ่มรักษารอยแผลเป็นในช่วงนั้น

รอยแผลเป็นใหม่จะเกิดขึ้นต่อเนื่อง

ทำให้ประสิทธิภาพการรักษาลดลงได้ค่ะ

โดยหลักการแล้ว ควรควบคุมสิวให้สงบลงก่อน

แล้วจึงเน้นการรักษารอยแผลเป็น

แต่ในบางกรณีก็สามารถทำควบคู่กันไปได้ค่ะ

ควรให้แพทย์ประเมินสภาพปัจจุบันในการตรวจ

แล้วกำหนดลำดับการรักษาที่เหมาะสมที่สุดค่ะ

หากมีข้อสงสัยใดๆ

สามารถติดต่อสอบถามได้อย่างสบายใจทางแชทหรือโทรศัพท์นะคะ

นี่คือ วี ยองจิน จาก บิวตี้ส ด็อกเตอร์ส ค่ะ

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

▶[รายงานจาก Beautystone] น่องกล้ามเนื้อ vs น่องไขมัน — โบท็อกซ์จะได้ผลกับขาของคุณไหม?

▶ผลข้างเคียงของโบท็อกซ์ — บอกชัดๆ ว่าอาการไหน "ปกติ" และอาการไหนที่ต้อง "ไปพบแพทย์"

▶หลังจากสั่งจ่าย Saxenda ครบ 6 เดือน — นี่คือความจริงที่บอกได้อย่างตรงไปตรงมา

▶ฉีดโบท็อกซ์กราม 10 ครั้งแล้วไม่ได้ผล — แต่พอฉีดที่ต่อมน้ำลายข้างหูแล้วเปลี่ยนไปเลย

▶ฟิลเลอร์หน้าผากแถวฮงแด — ที่ไหนทำได้ดีที่สุด?

บทความแนะนำ

สิวอุดตันหัวปิดบีบไม่ออก ยาทาต้องใช้กี่สัปดาห์ถึงจะเห็นผล?ผิวหนัง

สิวอุดตันหัวปิดบีบไม่ออก ยาทาต้องใช้กี่สัปดาห์ถึงจะเห็นผล?

ตุ่มสีผิวบนหน้าผากมักเป็นสิวอุดตันหัวปิด และการบีบมักทำให้อักเสบ ดูว่ายาทาต้องใช้นานแค่ไหน และกรณีไหนควรกดสิวที่คลินิก

เปรียบเทียบใบเสนอราคา Fraxel ยังไงให้ถูกต้อง?ผิวหนัง

ขอใบเสนอราคา Fraxel จากหลายคลินิก เปรียบเทียบยังไงให้ไม่ถูกหลอก?

เมื่อขอใบเสนอราคา Fraxel จากหลายคลินิก ตัวเลขที่ต่างกันนั้นไม่ได้บอกว่าคลินิกไหนถูกหรือแพงกว่า แต่บอกว่าแต่ละที่เสนออะไรให้คุณบ้าง การอ่านใบเสนอราคาให้เป็นคือกุญแจสำคัญก่อนตัดสินใจค่ะ

ผู้หญิงกำลังค้นหาข้อมูลคลินิกรักษาสิวบนสมาร์ทโฟนก่อนนัดหมายผิวหนัง

จะรู้ได้ยังไงว่าคลินิกรักษาสิวนี้ใช่? เกณฑ์จริงที่ควรเช็กก่อนนัด

การเลือกคลินิกรักษาสิวต้องการมากกว่าการดูรีวิวออนไลน์ บทความนี้ให้เกณฑ์ที่ใช้งานได้จริงสำหรับประเมินคลินิกและแพทย์ ตั้งแต่ก่อนนัดจนถึงระหว่างห้องตรวจค่ะ

บทความล่าสุด

Titanium Lifting เจ็บไหม? ทาครีมชาอย่างเดียวพอหรือเปล่าลิฟติ้ง

Titanium Lifting เจ็บไหม? ทาครีมชาอย่างเดียวพอหรือเปล่า

Titanium Lifting กระจายความร้อนผ่านหลายรอบด้วยพลังงานต่ำ จึงรู้สึกร้อนมากกว่าเจ็บแปลบ อ่านว่างานวิจัยบอกอะไรเรื่องครีมชา น้ำแข็ง และการปรับพลังงาน

สิวอุดตันหัวปิดบีบไม่ออก ยาทาต้องใช้กี่สัปดาห์ถึงจะเห็นผล?ผิวหนัง

สิวอุดตันหัวปิดบีบไม่ออก ยาทาต้องใช้กี่สัปดาห์ถึงจะเห็นผล?

ตุ่มสีผิวบนหน้าผากมักเป็นสิวอุดตันหัวปิด และการบีบมักทำให้อักเสบ ดูว่ายาทาต้องใช้นานแค่ไหน และกรณีไหนควรกดสิวที่คลินิก

ปีกจมูกบานเวลายิ้ม ฉีดโบท็อกซ์แล้วจะบานน้อยลงไหม?รูปหน้าและวอลุ่ม

ปีกจมูกบานเวลายิ้ม ฉีดโบท็อกซ์แล้วจะบานน้อยลงไหม?

ปีกจมูกที่ดูกว้างมีสาเหตุได้ 2 แบบ คือการขยับของกล้ามเนื้อ และความกว้างเดิมของกระดูกอ่อนและผิวหนัง โบท็อกซ์ช่วยได้เฉพาะแบบแรก บทความนี้สรุปช่วงที่เห็นผลชัดและระยะเวลาที่ผลอยู่

ยิ้มเห็นเหงือก ฉีดโบท็อกซ์แล้วเหงือกจะโผล่น้อยลงแค่ไหน?รูปหน้าและวอลุ่ม

ยิ้มเห็นเหงือก ฉีดโบท็อกซ์แล้วเหงือกจะโผล่น้อยลงแค่ไหน?

เหงือกที่โผล่เวลายิ้มมีสาเหตุได้ 3 แบบ คือกล้ามเนื้อ เหงือก และกระดูกขากรรไกรบน โบท็อกซ์ช่วยได้เฉพาะแบบแรก บทความนี้สรุปช่วงที่เห็นผลชัดที่สุดและระยะเวลาที่ผลอยู่

ฉีดฟิลเลอร์ถุงยิ้มใต้ตาแล้วจะดูบวมไหม? ตำแหน่งและปริมาณคือคำตอบรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดฟิลเลอร์ถุงยิ้มใต้ตาแล้วจะดูบวมไหม? ตำแหน่งและปริมาณคือคำตอบ

ถุงยิ้มใต้ตาคือแนวกล้ามเนื้อ ฟิลเลอร์ควรวางเป็นชั้นบาง ๆ ตามแนวนั้น มาดูตำแหน่ง ปริมาณ และกรณีที่ควรตรวจไขมันใต้ตาก่อนค่ะ

ฉีดโบท็อกซ์แก้นอนกัดฟัน กัดฟันจะหยุดไหม? สิ่งที่ลดคือแรงกัดรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดโบท็อกซ์แก้นอนกัดฟัน กัดฟันจะหยุดไหม? สิ่งที่ลดคือแรงกัด

งานวิจัยที่ตรวจการนอนหลับตลอดคืนพบว่าโบท็อกซ์ที่ขากรรไกรลดแรงกัดฟันได้ราว 12 สัปดาห์ แต่ไม่ได้ลดจำนวนครั้งอย่างชัดเจน มาดูว่าอาการตึงตอนเช้าและภาระที่ฟันจะเปลี่ยนไปอย่างไรค่ะ

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors