ถ้าผิวคันและแดงขึ้นมาดื้อๆ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ — นั่นอาจเป็นสัญญาณที่ละอองเกสรกำลังส่งผลต่อผิวของคุณครับ
ผมสรุปเส้นทางที่ละอองเกสรในฤดูใบไม้ผลิส่งผลโดยตรงต่อผิวหนัง ก่อให้เกิดอาการคันและผื่นครับ


วียองจิน
ผู้อำนวยการ
ถ้าผิวคันและแดงขึ้นมาดื้อๆ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ — นั่นอาจเป็นสัญญาณที่ละอองเกสรกำลังส่งผลต่อผิวของคุณครับ
พอฤดูใบไม้ผลิมาถึง หลายคนไม่ได้มีแค่น้ำมูกและจามเท่านั้น แต่ยังมีอาการคันที่ใบหน้าและผื่นเล็กๆ ตามมาด้วยครับ บางคนสงสัยว่า "ไม่ได้กินอะไรใหม่เลย แล้วทำไมถึงเป็นแบบนี้?" เหตุผลก็คือ ละอองเกสรไม่ได้ส่งผลแค่กับทางเดินหายใจเท่านั้น แต่สามารถสัมผัสและกระตุ้นผิวหนังโดยตรงได้เช่นกัน ทำให้เกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ในช่วงเปลี่ยนฤดูกาลนี้ครับ
สรุปสั้นๆ ในประโยคเดียว ละอองเกสรไม่ได้ส่งผลแค่กับระบบทางเดินหายใจ แต่ยังสามารถสัมผัสผิวหน้าโดยตรงและก่อให้เกิดโรคผิวหนังอักเสบจากการสัมผัสที่มีสาเหตุจากภูมิแพ้ ได้ด้วยครับ ถ้าทุกปีในช่วงเดียวกันมีอาการคันซ้ำๆ ในลักษณะเดิม ก็มีเหตุผลที่สมเหตุสมผลที่จะสงสัยว่าเป็นภูมิแพ้ละอองเกสรครับ
สองเส้นทางที่ละอองเกสรส่งผลต่อผิวหนัง
เส้นทางแรก คือ ภูมิแพ้จากการสัมผัสโดยตรง เมื่อละอองเกสรสัมผัสกับผิวหนัง จะเกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ขึ้นที่บริเวณนั้นทันทีครับ โดยจะมีอาการคันที่ใบหน้า ลมพิษเล็กๆ และรอยแดงบวมร่วมด้วย โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตาและแก้ม ซึ่งผิวหนังบางกว่าจุดอื่น จะเห็นอาการได้ชัดเจนกว่าครับ
เส้นทางที่สอง คือ ส่วนหนึ่งของปฏิกิริยาภูมิแพ้ทั่วร่างกาย เมื่อสูดละอองเกสรเข้าไปทางจมูก อาจกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ทั่วร่างกาย ซึ่งส่งผลให้เกิดลมพิษหรือผื่นที่ผิวหนังด้วยครับ ในกรณีนี้ อาการไม่ได้จำกัดแค่ที่ใบหน้า แต่อาจเกิดที่แขนและขาด้วยครับ
แม้จะเป็นภูมิแพ้ฤดูใบไม้ผลิเหมือนกัน แต่บางคนอาการจะหนักที่จมูก บางคนหนักที่ผิวหนัง และบางคนก็มีทั้งสองอย่างพร้อมกันครับ
สัญญาณที่บ่งบอกว่า "คันเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิ"
ถ้าพบสัญญาณต่อไปนี้ตั้งแต่สองข้อขึ้นไปพร้อมกัน ความเป็นไปได้ที่จะเป็นภูมิแพ้ละอองเกสรก็สูงขึ้นมากครับ
- เกิดซ้ำในช่วงเวลาเดิมทุกปี (ส่วนใหญ่คือเดือนมีนาคม–พฤษภาคม) - อาการแย่ลงชัดเจนหลังออกไปข้างนอก และค่อยๆ ทุเลาลงเมื่อกลับเข้ามาในอาคาร - มีอาการทางระบบทางเดินหายใจร่วมด้วย เช่น น้ำมูกและจาม - ตาคันและมีอาการเลือดคั่งเล็กน้อย - อาการเบาลงในวันที่ฝนตก แต่หนักขึ้นในวันที่ท้องฟ้าแจ่มและมีลมแรง
ถ้าอาการหนักขึ้นในวันที่ความเข้มข้นของละอองเกสรสูง รูปแบบนี้ก็ยิ่งบ่งชี้ว่าเป็นภูมิแพ้ละอองเกสรได้ชัดเจนมากขึ้นครับ
ห้าวิธีลดภูมิแพ้ผิวหนังในช่วงฤดูใบไม้ผลิ
ข้อแรก ล้างหน้าทันทีหลังกลับเข้าบ้าน ละอองเกสรที่ติดอยู่บนผิวจะกระตุ้นปฏิกิริยาภูมิแพ้ต่อเนื่องตราบที่ยังคงอยู่ครับ การล้างหน้าเบาๆ ด้วยน้ำอุ่นหลังกลับเข้าบ้านจะช่วยกำจัดละอองเกสรออกจากผิวได้ครับ
ข้อสอง สระผม นี่เป็นตัวแปรสำคัญที่หลายคนมองข้ามครับ เพราะผมดักจับละอองเกสรได้มากที่สุด ถ้าไม่สระผมหลังออกไปข้างนอก ละอองเกสรจะถ่ายโอนไปที่หมอนระหว่างนอนหลับ และทำให้ผิวหน้าถูกกระตุ้นอีกครั้งในวันถัดไปครับ
ข้อสาม สวมหมวกและหน้ากาก การสวมหมวกและหน้ากากอนามัยเวลาออกนอกบ้านจะช่วยลดปริมาณละอองเกสรที่สัมผัสกับผิวหน้าโดยตรงได้อย่างเห็นได้ชัดครับ แม้จะมีความเสี่ยงเล็กน้อยเรื่องการระคายเคืองจากหน้ากาก แต่ก็ยังจัดการได้ง่ายกว่าอาการคันจากภูมิแพ้ครับ
ข้อสี่ ตากผ้าในบ้าน การตากผ้าข้างนอกทำให้ละอองเกสรติดมาด้วยครับ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ แนะนำให้ตากในบ้านหรือใช้เครื่องอบผ้าแทนครับ
ข้อห้า เตรียมยาแอนติฮิสตามีนไว้ล่วงหน้า ถ้าทุกปีในช่วงฤดูใบไม้ผลิมีอาการแบบเดิมซ้ำๆ การขอรับการรักษาจากแพทย์และรับยาไว้ล่วงหน้าถือเป็นแนวทางที่สมเหตุสมผลครับ หากรับประทานยาทันทีที่อาการเริ่ม สามารถช่วยยับยั้งไม่ให้อาการลุกลามได้ครับ
ความขัดแย้งระหว่างภูมิแพ้ละอองเกสรกับการดูแลผิว
ในช่วงที่มีภูมิแพ้ฤดูใบไม้ผลิ หากยังคงใช้ส่วนผสมออกฤทธิ์ที่ใช้ประจำอยู่ เช่น เรตินอล AHA หรือ BHA ต่อไปตามเดิม ความระคายเคืองจะสะสมขึ้นเรื่อยๆ ครับ เนื่องจากผิวอยู่ในภาวะถูกกระตุ้นอยู่แล้ว ผลิตภัณฑ์ที่ปกติใช้ได้ดีก็อาจเริ่มทำให้ผิวแสบได้ครับ
ลดความถี่ของส่วนผสมออกฤทธิ์ลงหนึ่งระดับครับ เช่น จากเรตินอลที่ใช้ทุกวัน ลดเหลือสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง หรือจาก AHA โทนเนอร์ ลดเหลือสัปดาห์ละครั้ง ในช่วงที่มีภูมิแพ้ การเน้นมอยส์เจอร์ไรเซอร์และการปลอบประโลมผิวจะช่วยให้สภาพผิวคืนสู่สภาวะปกติได้เร็วกว่าครับ
เพิ่มผลิตภัณฑ์ปลอบประโลม เช่น ครีมซิก้า การทาครีมซิก้าเบาๆ บนผิวที่ถูกกระตุ้นจะช่วยให้สภาพผิวนุ่มเนียนขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ อย่างไรก็ตาม ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีน้ำหอม เพราะผลิตภัณฑ์ที่มีกลิ่นหอมแรงอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองเพิ่มเติมได้ครับ
ถ้าไม่แน่ใจว่าเป็นภูมิแพ้หรือแค่ผิวแห้ง
ผมเคยเขียนอธิบายในรายละเอียดเกี่ยวกับการแยกประเภทอาการคันในช่วงเปลี่ยนฤดูกาลไว้แล้วครับ สรุปสั้นๆ ได้ว่า ถ้ามีทั้งอาการคันและผื่น แนวโน้มเป็นภูมิแพ้ แต่ถ้ามีแค่อาการคันอย่างเดียว แนวโน้มเป็นผิวแห้งมากกว่าครับ
ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ บ่อยครั้งที่ทั้งสองอย่างมาพร้อมกันครับ เพราะอากาศแห้งของฤดูใบไม้ผลิรวมกับละอองเกสรทำให้อาการคันรุนแรงขึ้นเป็นพิเศษ ในกรณีนี้ การเสริมมอยส์เจอร์ไรเซอร์ควบคู่กับการลดการสัมผัสละอองเกสรจะให้ผลลัพธ์ที่ดีครับ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษาครับ หากมีปฏิกิริยาภูมิแพ้รุนแรง มีอาการหายใจลำบาก หรือลมพิษทั่วร่างกาย กรุณาพบแพทย์ทันทีครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย
Q. สามารถตรวจภูมิแพ้ละอองเกสรได้ที่ไหนครับ?
A. สามารถตรวจได้ที่คลินิกอายุรกรรมโรคภูมิแพ้หรือคลินิกหูคอจมูก ด้วยการทดสอบการสะกิดผิวหนัง (skin prick test) หรือการตรวจเลือดครับ การรู้ว่าตัวเองแพ้ละอองเกสรชนิดใด จะช่วยให้คาดการณ์ช่วงเวลาที่จะมีอาการได้แม่นยำมากขึ้นครับ
Q. รับประทานยาแอนติฮิสตามีนทุกวันปลอดภัยไหมครับ?
A. โดยทั่วไปการรับประทานทุกวันตลอดช่วงที่มีภูมิแพ้ในฤดูใบไม้ผลิถือว่าค่อนข้างปลอดภัยครับ อย่างไรก็ตาม เพื่อตรวจสอบสภาพร่างกายและปฏิกิริยาระหว่างยา แนะนำให้รับยาตามใบสั่งแพทย์จะดีกว่าครับ
Q. ช่วงฤดูใบไม้ผลิเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวใหม่ได้ไหมครับ?
A. ในช่วงที่มีปฏิกิริยาภูมิแพ้ แนะนำให้เลื่อนการเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ออกไปก่อนจะปลอดภัยกว่าครับ เพราะจะยากมากที่จะแยกแยะว่าอาการที่เกิดขึ้นนั้นมาจากภูมิแพ้หรือจากผลิตภัณฑ์ใหม่กันแน่ครับ







