ภาพประกอบ Onda Microwave ช่วยลดคางสองชั้นและกระชับผิว
รูปหน้าและวอลุ่ม

Onda ลดคางสองชั้น กี่ครั้งถึงเห็นผล?

คางสองชั้นเกิดจากทั้งชั้นไขมันและผิวที่เริ่มหย่อนคล้อย ทำให้การดูแลด้วยวิธีทั่วไปได้ผลช้า Onda Microwave เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากจัดการสองปัญหานี้ไปพร้อมกัน

ช่อง YouTube ของ BEAUTYSDOCTORS ที่แพทย์อธิบายเรื่องความงามเกาหลีโดยตรง

วางแผนมาโซล

กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?

แชตผ่าน LINE

เคยส่องกระจกแล้วรู้สึกว่าคางดูไม่คมเท่าเดิม หรือรู้สึกว่าแม้น้ำหนักไม่ได้ขึ้น แต่บริเวณใต้คางยังดูหย่อนและพองอยู่ดี? นี่เป็นเรื่องที่หลายคนกังวลใจ และมักบั่นทอนความมั่นใจได้ไม่น้อย

คางสองชั้นเป็นปัญหาที่ซับซ้อนกว่าที่คิด เพราะส่วนใหญ่เกิดจากทั้งชั้นไขมันใต้คางที่สะสมอยู่ และผิวที่เริ่มหย่อนคล้อยตามอายุหรือน้ำหนักที่เปลี่ยนแปลง การออกกำลังกายหรือควบคุมอาหารอาจช่วยได้บางส่วน แต่ไขมันบริเวณนี้มักเป็นไขมันดื้อที่ลดยากมากด้วยวิธีทั่วไป

บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า Onda Microwave ทำงานกับคางสองชั้นอย่างไร ต้องรอกี่ครั้งถึงจะเห็นความเปลี่ยนแปลง และมีข้อควรระวังอะไรบ้างที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจนะค่ะ

คางสองชั้นเกิดจากอะไร?

จริง ๆ แล้วคางสองชั้นไม่ได้มีสาเหตุเดียว ส่วนใหญ่เกิดจากหลายปัจจัยรวมกัน ได้แก่

  • ไขมันใต้คาง (Submental Fat) ที่สะสมอยู่ระหว่างผิวหนังและกล้ามเนื้อ ซึ่งบางคนมีพันธุกรรมที่สะสมไขมันบริเวณนี้ง่ายกว่าคนอื่น
  • ผิวหย่อนคล้อย เมื่ออายุมากขึ้น คอลลาเจนและอีลาสตินลดลง ผิวบริเวณใต้คางจึงขาดความกระชับ
  • มัดกล้ามเนื้อ Platysma ที่คลายตัว ทำให้โครงหน้าด้านล่างดูไม่คมชัดเท่าเดิม

เพราะมีสองปัญหาซ้อนกัน ทั้งไขมันและผิวหย่อน การรักษาที่ได้ผลจึงต้องจัดการทั้งสองจุดไปพร้อมกัน

ภาพตัดขวางบริเวณใต้คางแสดงชั้นไขมันและการทำงานของคลื่น Microwave

Onda Microwave ทำงานกับไขมันและผิวอย่างไร?

Onda เป็นเทคโนโลยีคลื่นไมโครเวฟ (Microwave) ความถี่ 2.45 GHz ที่ถูกออกแบบมาให้พลังงานส่งถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนังได้โดยตรง โดยไม่ทำให้ผิวชั้นบนร้อนมากเกินไป

ลองนึกภาพแบบนี้ค่ะ: ถ้าพลังงานความร้อนเหมือนน้ำร้อนที่ราดลงมาจากด้านบน Onda ก็เหมือนไมโครเวฟที่ทำให้ความร้อนเกิดขึ้น จากข้างใน ชั้นไขมันโดยตรง โดยผิวชั้นบนยังเย็นอยู่ เซลล์ไขมันที่ถูกความร้อนกระทบจะค่อย ๆ ถูกย่อยสลายและถูกกำจัดออกโดยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายตามธรรมชาติ

ในขณะเดียวกัน ความร้อนที่ส่งถึงชั้นคอลลาเจนจะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ช่วยให้ผิวค่อย ๆ แน่นและกระชับขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นทั้งลดไขมันและกระชับผิวไปพร้อมกัน ซึ่งเหมาะมากกับบริเวณคางสองชั้น

ภาพแสดงสาเหตุคางสองชั้นจากไขมันและผิวหย่อน

กี่ครั้งถึงเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง?

นี่เป็นคำถามที่ถามกันบ่อยมาก และคำตอบขึ้นอยู่กับสองปัจจัยหลักคือ ปริมาณไขมัน และความยืดหยุ่นของผิว

โดยทั่วไปแล้ว ความเปลี่ยนแปลงมักเป็นไปในลักษณะนี้ค่ะ

  • หลังทำ 2-4 สัปดาห์แรก: บริเวณใต้คางอาจรู้สึกแน่นขึ้นเล็กน้อย แต่ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนด้านรูปทรง เพราะร่างกายอยู่ในช่วงกำจัดเซลล์ไขมันที่ถูกทำลาย
  • ประมาณเดือนที่ 1-2 หลังทำครั้งแรก: เริ่มสังเกตเห็นว่าบริเวณคางดูกระชับขึ้น โครงหน้าด้านล่างเริ่มคมขึ้น
  • หลังทำครั้งที่ 2-3: ผลลัพธ์มักชัดเจนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งในเรื่องของไขมันที่ลดลงและผิวที่แน่นขึ้น

ทั้งนี้ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ปริมาณไขมัน และการดูแลตัวเองหลังทำ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินและออกแบบจำนวนครั้งที่เหมาะสมให้เป็นรายบุคคลนะค่ะ

เหมาะกับใคร และใครควรงดทำ?

Onda เหมาะสำหรับ

  • คนที่มีไขมันใต้คางในระดับกลาง ไม่ได้มากจนต้องผ่าตัด
  • คนที่ผิวบริเวณคางเริ่มหย่อนคล้อยและต้องการกระชับไปพร้อมกับลดไขมัน
  • คนที่น้ำหนักใกล้เคียงกับเป้าหมายแล้ว แต่ไขมันบริเวณคางยังคงอยู่
  • คนที่ต้องการดูแลโดยไม่ต้องหยุดงานหรือหยุดทำกิจกรรมประจำวันนาน

กลุ่มที่ควรปรึกษาแพทย์ก่อน หรืออาจไม่เหมาะกับ Onda

  • กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • มีโลหะฝังในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) หรือโลหะในบริเวณที่รักษา
  • มีประวัติโรคผิวหนังเรื้อรังหรืออักเสบในบริเวณที่ต้องการรักษา
  • มีไขมันมากในระดับที่ควรพิจารณาวิธีอื่นก่อน

ผลข้างเคียงและความปลอดภัยที่ควรรู้

Onda เป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องใช้เข็ม แต่ก็อาจมีผลข้างเคียงเล็กน้อยหลังทำ เช่น รู้สึกแดง อุ่น หรือบวมเล็กน้อยบริเวณที่ทำ ซึ่งมักหายได้เองภายในไม่กี่วัน

ในบางกรณีอาจรู้สึกชาหรือตึงบริเวณที่ทำในช่วงแรก ซึ่งเป็นเรื่องปกติและมักดีขึ้นเองค่ะ

สิ่งสำคัญคือ หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดมากกว่าที่คาดไว้ หรือมีการอักเสบที่ไม่ดีขึ้นใน 1-2 สัปดาห์ ควรรีบกลับไปปรึกษาแพทย์ทันที เพื่อความปลอดภัยที่ดีที่สุดควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในคลินิกที่ได้มาตรฐานนะค่ะ

ภาพแสดงผลข้างเคียงและการดูแลหลังทำ Onda

ดูแลอย่างไรหลังทำ Onda บริเวณคาง?

การดูแลหลังทำส่งผลโดยตรงต่อความเร็วของผลลัพธ์ที่เห็น แนะนำให้ปฏิบัติดังนี้ค่ะ

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอในช่วงหลังทำ เพื่อช่วยให้ร่างกายกำจัดเซลล์ไขมันที่ถูกทำลายได้เร็วขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการนวดหรือกดแรงบริเวณที่ทำในช่วง 3-5 วันแรก
  • ควบคุมอาหารให้สม่ำเสมอ เพราะ Onda ลดไขมันที่มีอยู่แล้ว แต่ไม่ได้ป้องกันการสะสมไขมันใหม่
  • หากมีคำแนะนำเฉพาะจากแพทย์ ควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดูแลหลัง Onda ได้ที่ ข้อควรรู้หลังทำ Onda เรื่องซาวน่าและออกกำลังกาย และสอบถามค่าบริการได้ที่ หน้าราคา BeautyStone Clinic

สรุป: Onda กับคางสองชั้น รอได้แค่ไหน?

Onda Microwave เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากจัดการทั้งไขมันและผิวหย่อนบริเวณคางในคราวเดียว โดยไม่ต้องผ่าตัด ส่วนใหญ่เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดขึ้นหลังทำ 2-3 ครั้ง และผลลัพธ์จะค่อย ๆ พัฒนาขึ้นในช่วง 1-3 เดือนหลังการรักษาแต่ละครั้ง

ทั้งนี้ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ เนื่องจากแพทย์จะออกแบบจำนวนครั้งและตำแหน่งที่ทำให้เหมาะสมกับสภาพผิวและปริมาณไขมันของคุณโดยเฉพาะ

BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล มีบริการ Onda พร้อมปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย หากคุณกำลังกังวลเรื่องคางสองชั้นและอยากรู้ว่าตัวเองเหมาะกับโปรแกรมนี้ไหม แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะค่ะ

บทความแนะนำ

ภาพปกเรื่องขมับยุบควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptraรูปหน้าและวอลุ่ม

ขมับยุบ ควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptra ดี

ทั้งสองอย่างไม่ได้แข่งกัน แต่เป็นทางเลือกที่นิสัยต่างกัน พอรู้ว่าขมับของเรายุบแบบไหนและรอไหวแค่ไหน คำตอบก็จะชัดขึ้นเองค่ะ

เปรียบเทียบ Juvelook Volume และฟิลเลอร์ HA สำหรับแก้คางสั้นรูปหน้าและวอลุ่ม

Juvelook Volume กับฟิลเลอร์ ต่างกันยังไง ถ้าอยากแก้คางสั้น?

Juvelook Volume กระตุ้นคอลลาเจนให้ค่อย ๆ เติมเต็มจากข้างใน ส่วนฟิลเลอร์ HA ปั้นรูปคางได้ทันที ทั้งสองเส้นทางมีข้อดีและข้อจำกัดต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและเป้าหมายของแต่ละคนค่ะ

คำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องประวัติการใช้ครีมสเตียรอยด์ก่อนทำฟิลเลอร์หรือลิฟติ้งรูปหน้าและวอลุ่ม

ใช้ครีมสเตียรอยด์บนผิวแล้ว จะทำฟิลเลอร์หรือลิฟติ้งได้ไหม?

ครีมสเตียรอยด์ที่ทาติดต่อกันนานๆ อาจทำให้ผิวบริเวณนั้นบางและเปราะกว่าปกติ บทความนี้จะช่วยให้คุณรู้ว่าควรบอกอะไรกับแพทย์ก่อนทำฟิลเลอร์หรือลิฟติ้ง เพื่อความปลอดภัยของผิวคุณ

บทความล่าสุด

ภาพปกเรื่องขมับยุบควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptraรูปหน้าและวอลุ่ม

ขมับยุบ ควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptra ดี

ทั้งสองอย่างไม่ได้แข่งกัน แต่เป็นทางเลือกที่นิสัยต่างกัน พอรู้ว่าขมับของเรายุบแบบไหนและรอไหวแค่ไหน คำตอบก็จะชัดขึ้นเองค่ะ

ภาพหน้าปกเรื่องร่องแก้มลึกขึ้นเพราะผิวหย่อนหรือวอลลุ่มที่ลดลงลิฟติ้ง

ร่องแก้มลึกขึ้นเพราะหย่อนหรือวอลลุ่มหาย ดูอย่างไรก่อนเลือก Sofwave

เงาที่กลางใบหน้ามักเกิดจากผิวหย่อนและวอลลุ่มที่ลดลงซ้อนกัน ลองแยกสองอย่างนี้ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่า Sofwave ตอบโจทย์ของเราหรือไม่

ขนที่ขึ้นมาใหม่หลังหยุดทำเลเซอร์กำจัดขน — ต้องเริ่มต้นใหม่จริงไหมกำจัดขน

หยุดกำจัดขนแล้วขนขึ้นมาใหม่ ครั้งที่ทำไปแล้วหายไปเลยไหม?

หยุดทำเลเซอร์กำจัดขนไปหลายเดือนแล้วเห็นขนขึ้นมาอีก ใจหนึ่งก็กังวลว่าทุกอย่างที่ทำไปหายเปล่า จริง ๆ แล้วขนที่ถูกทำลายรากไปแล้วไม่ได้กลับมา แต่รอบขนที่เคยอยู่ในระยะพักตัวอาจโผล่ขึ้นมาใหม่ได้

ภาพตัดขวางผิวหน้าแสดงเส้นทางไวรัสเริม HSV-1 จากผิวหน้าลงสู่ปมประสาทผิวหนัง

มีประวัติเป็นเริมที่ปาก ทำหัตถการบนใบหน้าได้ไหม?

เริมที่ปาก (Herpes Simplex Virus Type 1 หรือ HSV-1) ไม่ได้ห้ามทำหัตถการบนใบหน้าตลอดชีวิต แต่มีบางช่วงเวลาและบางประเภทหัตถการที่ความเสี่ยงสูงกว่าปกติ ถ้ารู้หลักการประเมิน ก็สามารถตัดสินใจได้อย่างปลอดภัยค่ะ

เปรียบเทียบ Juvelook Volume และฟิลเลอร์ HA สำหรับแก้คางสั้นรูปหน้าและวอลุ่ม

Juvelook Volume กับฟิลเลอร์ ต่างกันยังไง ถ้าอยากแก้คางสั้น?

Juvelook Volume กระตุ้นคอลลาเจนให้ค่อย ๆ เติมเต็มจากข้างใน ส่วนฟิลเลอร์ HA ปั้นรูปคางได้ทันที ทั้งสองเส้นทางมีข้อดีและข้อจำกัดต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและเป้าหมายของแต่ละคนค่ะ

Secret RF รอบดวงตา ความปลอดภัยและขอบเขตการทำผิวหนัง

Secret RF รอบดวงตา ทำได้แค่ไหน? ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ

ผิวรอบดวงตาบางกว่าบริเวณอื่นบนใบหน้า และมีโครงสร้างกระดูกเบ้าตาอยู่ใกล้มาก Secret RF จึงไม่ใช่ว่าใช้ไม่ได้เลย แต่ต้องกำหนดความลึกของเข็มและขอบเขตการทำใหม่ทั้งหมด

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors