Oligio X กับ Oligio ต่างกันอย่างไร? เจาะลึกก่อนตัดสินใจ
Oligio X กับ Oligio รุ่นเดิมเป็นเครื่อง Monopolar RF สายเดียวกันที่ต่างกันที่รุ่น บทความนี้เปรียบเทียบความแตกต่างและแนวทางเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวของคุณ


วียองจิน
ผู้อำนวยการ
เคยไหมคะ เวลาปรึกษาเรื่อง Oligio แล้วได้ยินชื่อ "Oligio X" เพิ่มขึ้นมาอีกชื่อหนึ่ง จนรู้สึกสับสนว่าตกลงมันคือเครื่องเดียวกันหรือคนละเครื่อง ในเมื่อชื่อก็เหมือนกันแค่ต่อท้ายด้วยตัว X จึงไม่แปลกที่หลายคนจะไม่แน่ใจว่าต่างกันแค่ราคาหรือเป็นคนละเครื่อง
พูดสั้น ๆ ก่อนว่า ทั้งสองเป็นเครื่องยกกระชับด้วยพลังงานคลื่นวิทยุแบบ Monopolar RF สายเดียวกัน แต่ Oligio X คือรุ่นที่พัฒนาต่อจาก Oligio รุ่นเดิม จึงต่างกันที่หัวทริป ความเร็วในการทำหัตถการ และวิธีการส่งพลังงาน ไม่ใช่ว่ารุ่นไหนดีกว่ากันเสมอไป แต่ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและแนวทางการฟื้นตัวที่คุณต้องการมากกว่า
บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่าเครื่องทั้งสองรุ่นต่างกันตรงไหน และการยกกระชับด้วยคลื่นวิทยุทำงานในชั้นผิวอย่างไร พร้อมแนะนำแนวทางการเลือกให้เหมาะกับผิวของคุณค่ะ
Oligio และ Oligio X คืออะไร ทำไมชื่อถึงคล้ายกัน
Oligio (Monopolar RF) คือเครื่องยกกระชับที่ส่งพลังงานคลื่นวิทยุลงไปสร้างความร้อนในชั้นผิว โดยไม่ทำให้เกิดแผลบนผิวหนังชั้นบน เมื่อความร้อนนี้ไปถึงชั้นหนังแท้ (Dermis) ซึ่งเป็นชั้นที่มีคอลลาเจนและอีลาสตินอยู่ ร่างกายจะเริ่มสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่ ทำให้ผิวค่อย ๆ ดูกระชับขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป
จุดที่ทำให้หลายคนสับสนคือ Oligio กับ Oligio X ไม่ได้เป็นเครื่องคนละตัวกันโดยสิ้นเชิง Oligio X เป็นรุ่นที่พัฒนาต่อยอดจาก Oligio รุ่นเดิม หลักการทำงานพื้นฐานจึงยังเป็น Monopolar RF เหมือนกัน หากมองว่าเป็นความต่างของ "รุ่น" ก็จะเข้าใจได้ง่ายขึ้น
มีงานวิจัยที่ชี้ว่า คลื่นวิทยุแบบ Monopolar ช่วยควบคุมอุณหภูมิในชั้นหนังแท้และกระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจนโดยลดความเสียหายจากความร้อน ในแบบจำลองสัตว์ทดลอง ซึ่งช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้นว่ากลไกนี้ทำงานในชั้นผิวอย่างไร

Oligio X กับ Oligio รุ่นเดิม ต่างกันตรงไหน?
ความต่างหลักของเครื่องทั้งสองอยู่ที่การปรับให้ทำหัตถการได้เร็วและสม่ำเสมอมากขึ้น หาก Oligio รุ่นเดิมเป็นการยิงทีละช็อตอย่างค่อยเป็นค่อยไป Oligio X ก็ได้รับการปรับปรุงเรื่องการส่งพลังงานและหัวทริป ทำให้เมื่อทำบริเวณเดียวกันใช้เวลาน้อยลงและกระจายความร้อนสม่ำเสมอขึ้น ตารางด้านล่างสรุปความต่างไว้ให้เห็นภาพ
| หัวข้อ | Oligio รุ่นเดิม | Oligio X |
|---|---|---|
| หลักการทำงาน | Monopolar RF | Monopolar RF (สายเดียวกัน) |
| หัวทริป | เน้นหัวมาตรฐาน | มีหัวหลากหลายตามบริเวณ |
| ความเร็ว | ยิงทีละช็อต ค่อนข้างช้า | ส่งพลังงานดีขึ้น จึงเร็วกว่า |
| ความเจ็บ | แต่ละคนต่างกัน แต่มีความรู้สึกจี๊ด | กระจายพลังงาน จึงรู้สึกเบาลง |
| เหมาะกับกรณี | อยากดูแลความกระชับพื้นฐาน | อยากทำบริเวณกว้างให้เร็ว |
ความเจ็บหรือความเร็วที่ระบุในตารางเป็นเพียงแนวโน้มทั่วไป ความรู้สึกจริงจะขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ ความหนาของผิว และการตั้งค่าพลังงานของแต่ละบุคคล ดังนั้นแทนที่จะบอกว่า "รุ่น X เจ็บน้อยกว่าเสมอ" ควรมองว่าแม้เป็นบริเวณเดียวกัน ความรู้สึกก็เปลี่ยนตามการตั้งค่า สุดท้ายสิ่งที่มีผลต่อผลลัพธ์คือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญปรับพลังงานและหัวทริปให้เหมาะกับผิวของคุณอย่างไร

การยกกระชับด้วยคลื่นวิทยุทำงานในชั้นผิวอย่างไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้การยกกระชับด้วยคลื่นวิทยุเห็นผล คือการส่งความร้อนที่เหมาะสมลงไปยังชั้นหนังแท้ คอลลาเจนในชั้นผิวเมื่อได้รับความร้อนถึงระดับหนึ่งจะหดตัวลงชั่วขณะ และร่างกายจะซ่อมแซมด้วยการสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่ กระบวนการนี้ดำเนินไปในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ทำให้ผิวดูกระชับขึ้น
สิ่งที่สำคัญในขั้นตอนนี้คือความสมดุลระหว่างการปกป้องผิวชั้นบน ในขณะที่มุ่งความร้อนไปที่ชั้นหนังแท้ เหตุผลที่เครื่องในสาย Oligio ใช้ระบบระบายความเย็นที่ผิวและการปรับพลังงานควบคู่กันก็อยู่ตรงนี้ เพราะหากผิวชั้นบนร้อนเกินไปการระคายเคืองจะมากขึ้น แต่หากอุณหภูมิในชั้นหนังแท้ไม่พอ ปฏิกิริยาของคอลลาเจนก็จะอ่อนลง
มีงานวิจัยที่พบว่า หลังการทำหัตถการด้วยคลื่นวิทยุแบบ Monopolar ผิวมีความยืดหยุ่นดีขึ้นและคอลลาเจนมีการเรียงตัวใหม่ โดยการเปลี่ยนแปลงจะค่อย ๆ สะสมในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ปฏิกิริยาของคอลลาเจนจึงไม่ได้จบในทันที แต่ค่อย ๆ ปรากฏเมื่อเวลาผ่านไป
ด้วยเหตุนี้ ผลลัพธ์จะค่อย ๆ เข้าที่ในช่วง 1-3 เดือนมากกว่าจะเห็นทันที มีบทความปริทัศน์ที่ระบุว่า การกระชับผิวด้วยพลังงานช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินผ่านการตอบสนองของชั้นหนังแท้ส่วนบน ทั้งนี้ระยะเวลาการอยู่ของผลลัพธ์และช่วงเวลาที่ควรทำซ้ำอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ควรดูจากการตอบสนองของผิวและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญร่วมกัน

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังที่ควรรู้
เครื่องทั้งสองรุ่นเป็นวิธีที่ไม่ทำให้เกิดแผลบนผิวชั้นบน จึงมักกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีหลังทำ อาจมีรอยแดงหรือความรู้สึกร้อนวูบเล็กน้อย ซึ่งมักจะค่อย ๆ จางหายได้เองภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงหนึ่งวัน หากมีอาการผิดปกติหรืออาการยืดเยื้อ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
ในวันที่ทำหัตถการ ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายร้อนขึ้น เช่น ซาวน่าหรือออกกำลังกายหนัก และควรดูแลความชุ่มชื้นพร้อมทาครีมกันแดดในช่วงหลังทำ นอกจากนี้ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้ที่มีเครื่องกระตุ้นหัวใจฝังในร่างกาย ผู้ที่มีประวัติแพ้ หรือมีแผลติดเชื้อบริเวณที่จะทำ ควรแจ้งให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทราบก่อนเข้ารับการรักษา เพื่อให้แพทย์ประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล
เลือกรุ่นไหนดี แนวทางการตัดสินใจ
การจะเลือกรุ่นไหน หากจัดระเบียบจากสิ่งที่คุณให้ความสำคัญ มากกว่าดูจากสเปกของเครื่องอย่างเดียว จะเข้าใจได้ง่ายขึ้น หากคุณอยากทำบริเวณกว้างในเวลาสั้น ๆ หรืออยากลดความไม่สบายตัวระหว่างทำ การส่งพลังงานที่ปรับปรุงแล้วของ Oligio X อาจตอบโจทย์ได้ดีกว่า แต่หากอยากดูแลความกระชับพื้นฐานอย่างค่อยเป็นค่อยไป Oligio รุ่นเดิมก็มักเพียงพอเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญกว่ารุ่นของเครื่องคือแพทย์จะปรับพลังงานและหัวทริปให้เข้ากับความหนาและสภาพผิวของคุณอย่างไร เมื่อลังเลว่าจะเลือกรุ่นไหน แนะนำให้เข้ารับการประเมินสภาพผิวก่อนทำ แล้วปรึกษาแนวทางที่เหมาะกับเป้าหมายของคุณ ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายแตกต่างกันไปตามแต่ละคลินิกและแนวทางการรักษา ควรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจ
สรุป
Oligio และ Oligio X เป็นเครื่อง Monopolar RF สายเดียวกันที่ต่างกันที่รุ่น หลักการทำงานพื้นฐานจึงเหมือนกัน Oligio X ในฐานะรุ่นที่พัฒนาต่อได้ปรับปรุงเรื่องหัวทริป ความเร็ว และการส่งพลังงาน แต่ไม่ได้แปลว่ารุ่นไหนดีกว่ากันเสมอไป ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการฟื้นตัวที่คุณต้องการ
ทั้งนี้ผลลัพธ์และความรู้สึกอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และการทำหัตถการย่อมมีข้อควรระวัง ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสภาพผิวและเลือกรุ่นที่เหมาะสมก่อนตัดสินใจ
หากคุณกำลังกังวลว่า Oligio กับ Oligio X รุ่นไหนจะเหมาะกับผิวของตัวเอง ที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ยินดีให้คำปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แอด LINE เข้ามาปรึกษาคุณหมอเรื่องการเลือกรุ่นได้เลยนะคะ









