ภาพแสดงความแตกต่างระหว่าง Oligio X กับ Oligio รุ่นเดิม
ผิวหนัง

Oligio X กับ Oligio ต่างกันอย่างไร? เจาะลึกก่อนตัดสินใจ

Oligio X กับ Oligio รุ่นเดิมเป็นเครื่อง Monopolar RF สายเดียวกันที่ต่างกันที่รุ่น บทความนี้เปรียบเทียบความแตกต่างและแนวทางเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวของคุณ

ติดตาม Hongdae Beautys Doctors YouTube
วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน
2นาที

เคยไหมคะ เวลาปรึกษาเรื่อง Oligio แล้วได้ยินชื่อ "Oligio X" เพิ่มขึ้นมาอีกชื่อหนึ่ง จนรู้สึกสับสนว่าตกลงมันคือเครื่องเดียวกันหรือคนละเครื่อง ในเมื่อชื่อก็เหมือนกันแค่ต่อท้ายด้วยตัว X จึงไม่แปลกที่หลายคนจะไม่แน่ใจว่าต่างกันแค่ราคาหรือเป็นคนละเครื่อง

พูดสั้น ๆ ก่อนว่า ทั้งสองเป็นเครื่องยกกระชับด้วยพลังงานคลื่นวิทยุแบบ Monopolar RF สายเดียวกัน แต่ Oligio X คือรุ่นที่พัฒนาต่อจาก Oligio รุ่นเดิม จึงต่างกันที่หัวทริป ความเร็วในการทำหัตถการ และวิธีการส่งพลังงาน ไม่ใช่ว่ารุ่นไหนดีกว่ากันเสมอไป แต่ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและแนวทางการฟื้นตัวที่คุณต้องการมากกว่า

บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่าเครื่องทั้งสองรุ่นต่างกันตรงไหน และการยกกระชับด้วยคลื่นวิทยุทำงานในชั้นผิวอย่างไร พร้อมแนะนำแนวทางการเลือกให้เหมาะกับผิวของคุณค่ะ

Oligio และ Oligio X คืออะไร ทำไมชื่อถึงคล้ายกัน

Oligio (Monopolar RF) คือเครื่องยกกระชับที่ส่งพลังงานคลื่นวิทยุลงไปสร้างความร้อนในชั้นผิว โดยไม่ทำให้เกิดแผลบนผิวหนังชั้นบน เมื่อความร้อนนี้ไปถึงชั้นหนังแท้ (Dermis) ซึ่งเป็นชั้นที่มีคอลลาเจนและอีลาสตินอยู่ ร่างกายจะเริ่มสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่ ทำให้ผิวค่อย ๆ ดูกระชับขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

จุดที่ทำให้หลายคนสับสนคือ Oligio กับ Oligio X ไม่ได้เป็นเครื่องคนละตัวกันโดยสิ้นเชิง Oligio X เป็นรุ่นที่พัฒนาต่อยอดจาก Oligio รุ่นเดิม หลักการทำงานพื้นฐานจึงยังเป็น Monopolar RF เหมือนกัน หากมองว่าเป็นความต่างของ "รุ่น" ก็จะเข้าใจได้ง่ายขึ้น

มีงานวิจัยที่ชี้ว่า คลื่นวิทยุแบบ Monopolar ช่วยควบคุมอุณหภูมิในชั้นหนังแท้และกระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจนโดยลดความเสียหายจากความร้อน ในแบบจำลองสัตว์ทดลอง ซึ่งช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้นว่ากลไกนี้ทำงานในชั้นผิวอย่างไร

ภาพแสดงว่า Oligio และ Oligio X เป็นเครื่องสายเดียวกันที่ต่างกันที่รุ่น

Oligio X กับ Oligio รุ่นเดิม ต่างกันตรงไหน?

ความต่างหลักของเครื่องทั้งสองอยู่ที่การปรับให้ทำหัตถการได้เร็วและสม่ำเสมอมากขึ้น หาก Oligio รุ่นเดิมเป็นการยิงทีละช็อตอย่างค่อยเป็นค่อยไป Oligio X ก็ได้รับการปรับปรุงเรื่องการส่งพลังงานและหัวทริป ทำให้เมื่อทำบริเวณเดียวกันใช้เวลาน้อยลงและกระจายความร้อนสม่ำเสมอขึ้น ตารางด้านล่างสรุปความต่างไว้ให้เห็นภาพ

หัวข้อOligio รุ่นเดิมOligio X
หลักการทำงานMonopolar RFMonopolar RF (สายเดียวกัน)
หัวทริปเน้นหัวมาตรฐานมีหัวหลากหลายตามบริเวณ
ความเร็วยิงทีละช็อต ค่อนข้างช้าส่งพลังงานดีขึ้น จึงเร็วกว่า
ความเจ็บแต่ละคนต่างกัน แต่มีความรู้สึกจี๊ดกระจายพลังงาน จึงรู้สึกเบาลง
เหมาะกับกรณีอยากดูแลความกระชับพื้นฐานอยากทำบริเวณกว้างให้เร็ว

ความเจ็บหรือความเร็วที่ระบุในตารางเป็นเพียงแนวโน้มทั่วไป ความรู้สึกจริงจะขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ ความหนาของผิว และการตั้งค่าพลังงานของแต่ละบุคคล ดังนั้นแทนที่จะบอกว่า "รุ่น X เจ็บน้อยกว่าเสมอ" ควรมองว่าแม้เป็นบริเวณเดียวกัน ความรู้สึกก็เปลี่ยนตามการตั้งค่า สุดท้ายสิ่งที่มีผลต่อผลลัพธ์คือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญปรับพลังงานและหัวทริปให้เหมาะกับผิวของคุณอย่างไร

ภาพแสดงการเปรียบเทียบหัวทริป ความเร็ว และความเจ็บของ Oligio X กับ Oligio

การยกกระชับด้วยคลื่นวิทยุทำงานในชั้นผิวอย่างไร

หัวใจสำคัญที่ทำให้การยกกระชับด้วยคลื่นวิทยุเห็นผล คือการส่งความร้อนที่เหมาะสมลงไปยังชั้นหนังแท้ คอลลาเจนในชั้นผิวเมื่อได้รับความร้อนถึงระดับหนึ่งจะหดตัวลงชั่วขณะ และร่างกายจะซ่อมแซมด้วยการสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่ กระบวนการนี้ดำเนินไปในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ทำให้ผิวดูกระชับขึ้น

สิ่งที่สำคัญในขั้นตอนนี้คือความสมดุลระหว่างการปกป้องผิวชั้นบน ในขณะที่มุ่งความร้อนไปที่ชั้นหนังแท้ เหตุผลที่เครื่องในสาย Oligio ใช้ระบบระบายความเย็นที่ผิวและการปรับพลังงานควบคู่กันก็อยู่ตรงนี้ เพราะหากผิวชั้นบนร้อนเกินไปการระคายเคืองจะมากขึ้น แต่หากอุณหภูมิในชั้นหนังแท้ไม่พอ ปฏิกิริยาของคอลลาเจนก็จะอ่อนลง

มีงานวิจัยที่พบว่า หลังการทำหัตถการด้วยคลื่นวิทยุแบบ Monopolar ผิวมีความยืดหยุ่นดีขึ้นและคอลลาเจนมีการเรียงตัวใหม่ โดยการเปลี่ยนแปลงจะค่อย ๆ สะสมในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ปฏิกิริยาของคอลลาเจนจึงไม่ได้จบในทันที แต่ค่อย ๆ ปรากฏเมื่อเวลาผ่านไป

ด้วยเหตุนี้ ผลลัพธ์จะค่อย ๆ เข้าที่ในช่วง 1-3 เดือนมากกว่าจะเห็นทันที มีบทความปริทัศน์ที่ระบุว่า การกระชับผิวด้วยพลังงานช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินผ่านการตอบสนองของชั้นหนังแท้ส่วนบน ทั้งนี้ระยะเวลาการอยู่ของผลลัพธ์และช่วงเวลาที่ควรทำซ้ำอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ควรดูจากการตอบสนองของผิวและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญร่วมกัน

ภาพแสดงความร้อนคลื่นวิทยุที่ส่งถึงชั้นหนังแท้และกระตุ้นคอลลาเจน

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังที่ควรรู้

เครื่องทั้งสองรุ่นเป็นวิธีที่ไม่ทำให้เกิดแผลบนผิวชั้นบน จึงมักกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีหลังทำ อาจมีรอยแดงหรือความรู้สึกร้อนวูบเล็กน้อย ซึ่งมักจะค่อย ๆ จางหายได้เองภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงหนึ่งวัน หากมีอาการผิดปกติหรืออาการยืดเยื้อ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

ในวันที่ทำหัตถการ ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายร้อนขึ้น เช่น ซาวน่าหรือออกกำลังกายหนัก และควรดูแลความชุ่มชื้นพร้อมทาครีมกันแดดในช่วงหลังทำ นอกจากนี้ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้ที่มีเครื่องกระตุ้นหัวใจฝังในร่างกาย ผู้ที่มีประวัติแพ้ หรือมีแผลติดเชื้อบริเวณที่จะทำ ควรแจ้งให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทราบก่อนเข้ารับการรักษา เพื่อให้แพทย์ประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล

เลือกรุ่นไหนดี แนวทางการตัดสินใจ

การจะเลือกรุ่นไหน หากจัดระเบียบจากสิ่งที่คุณให้ความสำคัญ มากกว่าดูจากสเปกของเครื่องอย่างเดียว จะเข้าใจได้ง่ายขึ้น หากคุณอยากทำบริเวณกว้างในเวลาสั้น ๆ หรืออยากลดความไม่สบายตัวระหว่างทำ การส่งพลังงานที่ปรับปรุงแล้วของ Oligio X อาจตอบโจทย์ได้ดีกว่า แต่หากอยากดูแลความกระชับพื้นฐานอย่างค่อยเป็นค่อยไป Oligio รุ่นเดิมก็มักเพียงพอเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญกว่ารุ่นของเครื่องคือแพทย์จะปรับพลังงานและหัวทริปให้เข้ากับความหนาและสภาพผิวของคุณอย่างไร เมื่อลังเลว่าจะเลือกรุ่นไหน แนะนำให้เข้ารับการประเมินสภาพผิวก่อนทำ แล้วปรึกษาแนวทางที่เหมาะกับเป้าหมายของคุณ ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายแตกต่างกันไปตามแต่ละคลินิกและแนวทางการรักษา ควรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจ

สรุป

Oligio และ Oligio X เป็นเครื่อง Monopolar RF สายเดียวกันที่ต่างกันที่รุ่น หลักการทำงานพื้นฐานจึงเหมือนกัน Oligio X ในฐานะรุ่นที่พัฒนาต่อได้ปรับปรุงเรื่องหัวทริป ความเร็ว และการส่งพลังงาน แต่ไม่ได้แปลว่ารุ่นไหนดีกว่ากันเสมอไป ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการฟื้นตัวที่คุณต้องการ

ทั้งนี้ผลลัพธ์และความรู้สึกอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และการทำหัตถการย่อมมีข้อควรระวัง ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสภาพผิวและเลือกรุ่นที่เหมาะสมก่อนตัดสินใจ

หากคุณกำลังกังวลว่า Oligio กับ Oligio X รุ่นไหนจะเหมาะกับผิวของตัวเอง ที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ยินดีให้คำปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แอด LINE เข้ามาปรึกษาคุณหมอเรื่องการเลือกรุ่นได้เลยนะคะ

คำถามที่พบบ่อย

Q1. Oligio X ดีกว่า Oligio รุ่นเดิมเสมอไปไหม?

เนื่องจากเป็นรุ่นที่พัฒนาต่อ ส่วนของความเร็วและการกระจายความร้อนจึงได้รับการปรับปรุง แต่จะบอกว่า "ดีกว่าเสมอไป" ก็ยังยากค่ะ เพราะทั้งสองเป็นเครื่อง Monopolar RF สายเดียวกัน หลักการพื้นฐานเหมือนกัน ควรดูจากสภาพผิวและปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ

Q2. ทำหัตถการใช้เวลานานแค่ไหน?

ขึ้นอยู่กับบริเวณและการตั้งค่าพลังงาน แต่โดยทั่วไปหากทำทั้งใบหน้ามักใช้เวลาราว 20-40 นาที Oligio X มีการส่งพลังงานที่ดีขึ้น จึงมักใช้เวลาน้อยลงเล็กน้อยเมื่อทำบริเวณเดียวกัน เวลาที่แน่นอนควรสอบถามจากการประเมินบริเวณที่ทำค่ะ

Q3. หลังทำกลับไปใช้ชีวิตปกติได้เลยไหม?

เครื่องทั้งสองรุ่นเป็นวิธีที่ไม่ทำให้เกิดแผลบนผิวชั้นบน จึงมักกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที อาจมีรอยแดงหรือความร้อนวูบเล็กน้อยที่มักจางหายภายในไม่กี่ชั่วโมง เพียงแต่ในวันที่ทำควรงดกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายร้อน เช่น ซาวน่าหรือออกกำลังกายหนักไปก่อนค่ะ

Q4. ผลลัพธ์เริ่มเห็นได้เมื่อไหร่?

เพราะเป็นกระบวนการที่คอลลาเจนถูกสร้างขึ้นใหม่ ผลลัพธ์จึงค่อย ๆ ปรากฏในช่วง 1-3 เดือนมากกว่าจะเห็นทันทีหลังทำ บางคนอาจมีการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องไปถึงราว 6 เดือน จึงควรดูการตอบสนองของผิวและปรึกษาแพทย์เรื่องช่วงเวลาทำซ้ำ แทนการทำเพียงครั้งเดียวค่ะ

บทความแนะนำ

ภาพหน้าปกเรื่องอาการบวมหลังทำหัตถการกับการดูแลด้วยอาหารผิวหนัง

อาการบวมหลังทำหัตถการ ลดได้ด้วยอาหารและโซเดียมไหม

อาการบวมที่เกิดขึ้นหลังทำหัตถการความงามอาจบรรเทาลงหรือยืดเยื้อได้ตามอาหารที่เรากิน บทความนี้ชวนดูเรื่องโซเดียม น้ำ และอาหารที่ช่วย จากมุมมองการดูแลตัวเองอย่างใจเย็น

ผู้หญิงกังวลว่าทำเลเซอร์โทนนิงแล้วผิวดูเข้มขึ้นหรือเป็นด่างผิวหนัง

เลเซอร์โทนนิงแล้วทำไมสีผิวถึงเข้มขึ้นหรือเป็นด่างชั่วคราว?

หลายคนทำเลเซอร์โทนนิงเพื่อให้ฝ้าหรือจุดด่างจางลง แต่กลับเห็นผิวเข้มขึ้นหรือเป็นด่างในช่วงแรก บทความนี้จะพาไปดูว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้

ผู้หญิงกังวลเรื่องการเลือกหัวทิป Potenza ให้เหมาะกับผิวผิวหนัง

Potenza มีหัวทิปหลายแบบ แต่ละหัวต่างกันยังไง แล้วผิวเราเหมาะกับหัวไหน?

Potenza เป็นเครื่อง RF ไมโครนีดเดิลที่หัวทิปแต่ละแบบทำหน้าที่ต่างกัน บทความนี้จะพาไปดูว่าหัวแบบไหนเหมาะกับปัญหาผิวแบบไหน เพื่อให้เข้าใจก่อนตัดสินใจ

บทความล่าสุด

ภาพหน้าปกเรื่องอาการบวมหลังทำหัตถการกับการดูแลด้วยอาหารผิวหนัง

อาการบวมหลังทำหัตถการ ลดได้ด้วยอาหารและโซเดียมไหม

อาการบวมที่เกิดขึ้นหลังทำหัตถการความงามอาจบรรเทาลงหรือยืดเยื้อได้ตามอาหารที่เรากิน บทความนี้ชวนดูเรื่องโซเดียม น้ำ และอาหารที่ช่วย จากมุมมองการดูแลตัวเองอย่างใจเย็น

ภาพหน้าปกเรื่องดาวน์ไทม์ Potenza และการฟื้นตัววันต่อวันลิฟติ้ง

ดาวน์ไทม์ Potenza นานแค่ไหน ฟื้นตัววันต่อวันอย่างไร

หลังทำ Potenza รอยแดง สะเก็ดเล็ก ๆ และบวมจะค่อย ๆ ยุบลงตามวันอย่างไร บทความนี้เรียบเรียงไทม์ไลน์การฟื้นตัวและจุดดูแลในแต่ละช่วงให้เข้าใจแบบสบายใจ

ภาพหน้าปกเรื่องการทำ InMode FX ในหน้าร้อนและการดูแลผิวจากแดดลิฟติ้ง

InMode FX หน้าร้อนทำได้ไหม ดูแลผิวจากแดดหลังทำอย่างไร

หน้าร้อนทำ InMode FX ได้ไหม และหลังทำควรจัดการกับแดด เหงื่อ และการออกไปข้างนอกอย่างไรเพื่อเลี่ยงรอยคล้ำ บทความนี้ค่อย ๆ เรียบเรียงให้เข้าใจแบบสบายใจ

ภาพหน้าปกอธิบายว่าผลของ Oligio X อยู่ได้นานแค่ไหนและควรทำซ้ำเมื่อไหร่ลิฟติ้ง

Oligio X ผลอยู่ได้นานแค่ไหน ควรทำซ้ำเมื่อไหร่

หลังทำ Oligio X หลายคนสงสัยว่าความกระชับจะอยู่ได้นานแค่ไหน และควรกลับมาทำซ้ำเมื่อไหร่ดี บทความนี้จะช่วยแยกให้เห็นชัดจากมุมของการสร้างคอลลาเจนใหม่ค่ะ

ภาพหน้าปกอธิบายความต่างของความลึกที่ความร้อนจาก Onda และ Shurink ลงถึงลิฟติ้ง

Onda กับ Shurink ต่างกันอย่างไร ความร้อนลงลึกแค่ไหน

Onda และ Shurink เป็นทรีตเมนต์กระชับผิวเหมือนกัน แต่วิธีส่งผ่านความร้อนและความลึกที่ลงถึงต่างกันมาก บทความนี้จะช่วยแยกให้เห็นชัดว่าแต่ละเครื่องเหมาะกับใครค่ะ

ผู้หญิงกังวลว่าทำเลเซอร์โทนนิงแล้วผิวดูเข้มขึ้นหรือเป็นด่างผิวหนัง

เลเซอร์โทนนิงแล้วทำไมสีผิวถึงเข้มขึ้นหรือเป็นด่างชั่วคราว?

หลายคนทำเลเซอร์โทนนิงเพื่อให้ฝ้าหรือจุดด่างจางลง แต่กลับเห็นผิวเข้มขึ้นหรือเป็นด่างในช่วงแรก บทความนี้จะพาไปดูว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors