ภาพประกอบการทำหัตถการ Oligio X
ลิฟติ้ง

Oligio X ยกกระชับผิวได้อย่างไร? รู้จักกลไก Monopolar RF ก่อนตัดสินใจ

หลายคนสงสัยว่า Oligio X เหมือนกับ Thermage ไหม บทความนี้พาไปทำความเข้าใจกลไกของ Monopolar RF และจุดที่ Oligio X ต่างจากรุ่นแรกค่ะ

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน · 21 พฤษภาคม 2026
6นาที
ช่อง YouTube ของ BEAUTYSDOCTORS ที่แพทย์อธิบายเรื่องความงามเกาหลีโดยตรง

วางแผนมาโซล

กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?

แชตผ่าน LINE

เคยได้ยินคำถามในห้องปรึกษาว่า "ทำ Oligio X แล้วเหมือนทำ Thermage ไหม?" ใช่ไหมคะ ที่จริงแล้วทั้งสองเทคโนโลยีจัดอยู่ในกลุ่ม Monopolar RF เหมือนกัน แต่ไม่ได้เป็นหัตถการเดียวกันเป๊ะ ๆ ถ้าเข้าใจกลไกการทำงานก่อน ก็จะเห็นภาพชัดขึ้นว่าเหมาะกับปัญหาผิวของตัวเองแค่ไหน บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปทำความเข้าใจตั้งแต่หลักการพื้นฐานของ Monopolar RF ไปจนถึงจุดที่ Oligio X ต่างจากรุ่นแรก พร้อมแนะนำว่าเหมาะกับใครบ้างค่ะ

Oligio X คืออะไร?

Oligio X เป็นหัตถการยกกระชับผิวด้วยเทคโนโลยี Monopolar RF (Radiofrequency) ซึ่งเป็นการปล่อยคลื่นความถี่วิทยุผ่านผิวหนังเพื่อกระตุ้นให้ชั้นผิวสร้างคอลลาเจนใหม่ จุดเด่นของ Monopolar RF คือกระแสไฟฟ้าจะวิ่งจากขั้วหนึ่งบนผิวไปยังแผ่นรับสัญญาณที่อยู่ห่างออกไป ทำให้ความลึกที่คลื่นเดินทางถึงค่อนข้างลึก สามารถส่งความร้อนไปถึงชั้นหนังแท้และชั้น SMAS ได้ในครั้งเดียวค่ะ

ภาพแสดงกลไกการทำงานของ Monopolar RF ที่ส่งความร้อนถึงชั้นหนังแท้และ SMAS

กลไกการทำงานของ Monopolar RF

คอลลาเจนที่ทำหน้าที่พยุงผิวให้กระชับอยู่บริเวณชั้นหนังแท้ไปจนถึงชั้น SMAS ที่อยู่ลึกลงไป เมื่อความร้อนในระดับที่ปลอดภัยถูกส่งไปถึงชั้นนี้ เส้นใยคอลลาเจนจะหดตัวทันทีทำให้รู้สึกกระชับขึ้นเล็กน้อย จากนั้นร่างกายจะค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาทดแทนในช่วงหลายสัปดาห์ถัดไป

งานวิจัยเกี่ยวกับผลของ Monopolar RF ต่อการกระชับผิวมีการสะสมข้อมูลทางคลินิกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ Monopolar RF เป็นเทคโนโลยีที่มีข้อมูลรองรับมากพอสมควร ผลลัพธ์หลังทำครั้งแรกมักเห็นได้ค่อนข้างชัดเจน จึงไม่จำเป็นต้องทำถี่ ๆ แต่เน้นเว้นระยะแล้วประเมินผลแทนค่ะ

Oligio X ต่างจาก Monopolar RF รุ่นแรกอย่างไร

Oligio X จัดอยู่ในกลุ่มเครื่อง Monopolar RF รุ่นที่ค่อนข้างใหม่ เมื่อเทียบกับรุ่นแรก ๆ จะมีความต่างอยู่ 2 จุดหลัก ๆ ค่ะ

  • ระบบทำความเย็น การควบคุมอุณหภูมิผิวชั้นบนขณะส่งความร้อนลงไปชั้นลึกทำได้ละเอียดขึ้น ช่วยให้อุณหภูมิผิวหน้าอยู่ในระดับที่ปลอดภัย ขณะเดียวกันก็ยังส่งความร้อนไปถึงชั้นหนังแท้และ SMAS ได้เพียงพอ
  • รูปแบบการปล่อยพลังงาน แทนที่จะปล่อยความร้อนแรง ๆ ในจุดเดียว ระบบจะแบ่งปล่อยพลังงานเป็นหลายรอบ ทำให้ความรู้สึกเจ็บอยู่ในระดับที่พอทนได้มากขึ้นในหลายกรณี

งานวิจัยเปรียบเทียบความลึกของการกระจายพลังงานในเครื่อง Monopolar RF ก็มีสะสมอยู่ใน PubMed เช่นกัน ประเด็นสำคัญคือ Monopolar RF ไม่ได้เป็นหัตถการเดียวที่เหมือนกันหมด แต่เป็นกลุ่มเทคโนโลยีที่มีความแตกต่างกันไปตามรุ่น เครื่อง และโปรโตคอลการใช้งานค่ะ

ภาพเปรียบเทียบระบบทำความเย็นและการปล่อยพลังงานของ Oligio X กับรุ่นแรก

ระยะเวลากว่าจะเห็นผลชัดเจน

ผลลัพธ์มักไม่ได้ชัดเจนทันทีหลังทำ แต่จะค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วงที่คอลลาเจนใหม่กำลังถูกสร้าง โดยทั่วไปแนะนำให้ประเมินผลที่ช่วง 1-3 เดือนหลังทำ ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองหลังทำ ดาวน์ไทม์ค่อนข้างน้อย หลายคนกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตั้งแต่วันถัดไป แต่ถ้ามีนัดสำคัญในวันรุ่งขึ้น ควรแจ้งแพทย์ล่วงหน้าเพื่อประเมินความเสี่ยงก่อนค่ะ

เหมาะกับใครบ้าง

Oligio X มักถูกแนะนำให้กับกลุ่มคนต่อไปนี้ค่ะ

  • คนที่เริ่มรู้สึกว่าผิวบางลงและมีอาการหย่อนคล้อย เพราะเป็นหัตถการที่เน้นกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ เหมาะกับคนที่อยากให้เนื้อเยื่อกระชับขึ้นมากกว่าแค่เติมปริมาตร
  • คนที่ไม่สะดวกมีดาวน์ไทม์ยาว เพราะแทบไม่มีรอยตกสะเก็ดหรือรอยชัดบนผิวเหมือนหัตถการที่ใช้เข็มขนาดเล็กบางประเภท ส่วนใหญ่กลับไปใช้ชีวิตปกติได้เร็ว
  • คนที่มีนัดสำคัญ เช่น งานแต่งงาน ในอีก 1-3 เดือนข้างหน้า เพราะคอลลาเจนใหม่จะค่อย ๆ ชัดขึ้นหลังทำ ไม่ใช่ทันทีหลังทำเสร็จ

ในทางกลับกัน กรณีต่อไปนี้อาจเหมาะกับหัตถการอื่นมากกว่าค่ะ

  • กังวลเรื่องรูขุมขนกว้างหรือหลุมสิวเป็นหลัก จุดแข็งของ Monopolar RF อยู่ที่คอลลาเจนชั้นลึก ส่วนพื้นผิวควรพิจารณาร่วมกับหัตถการอื่น เช่น RF ไมโครนีดเดิล
  • อยากเติมปริมาตรทันที คอลลาเจนบูสเตอร์หรือฟิลเลอร์ HA จะตอบโจทย์มากกว่าค่ะ
ภาพแสดงกลุ่มคนที่เหมาะกับการทำ Oligio X

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังก่อนตัดสินใจทำ

อย่างที่บอกไปตอนต้นว่า Oligio X แม้จะเป็น Monopolar RF เหมือนกัน แต่มีรายละเอียดต่างจากรุ่นแรก ก่อนปรึกษาแพทย์ ลองเช็กประเด็นต่อไปนี้ดูนะคะ

  • เปรียบเทียบผลลัพธ์ที่ช่วง 1-3 เดือน ไม่ใช่ทันทีหลังทำ เพราะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการประเมินจริง
  • เว้นระยะห่างระหว่างครั้งประมาณ 6-12 เดือน เพื่อให้ผิวมีเวลาฟื้นตัวเพียงพอก่อนกระตุ้นคอลลาเจนซ้ำในบริเวณเดิม
  • การทำร่วมกับหัตถการอื่นในวันเดียวกัน ไม่แนะนำให้ทำหัตถการ RF ชนิดอื่นซ้อนในวันเดียวกัน เพราะความลึกที่ใกล้เคียงกันอาจเพิ่มภาระให้ผิวฟื้นตัว
  • กำลังตั้งครรภ์ มีเครื่องกระตุ้นหัวใจ หรือมีโลหะฝังในร่างกาย กรณีเหล่านี้อาจไม่สามารถทำ Monopolar RF ได้ หรือต้องได้รับการประเมินเป็นรายบุคคลก่อน ควรแจ้งประวัติสุขภาพให้แพทย์ทราบตั้งแต่ตอนปรึกษา

อาจมีรอยแดงหรือรู้สึกอุ่น ๆ บนผิวหลังทำ ซึ่งมักหายได้เองภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงหนึ่งวัน หากมีอาการผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที เนื้อหาในบทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสภาพผิวจริงก่อนตัดสินใจทำ

สรุป

Oligio X เป็น Monopolar RF เหมือนกับหัตถการรุ่นก่อน ๆ แต่ระบบทำความเย็นและวิธีปล่อยพลังงานถูกพัฒนาให้ต่างออกไป ผลลัพธ์มักชัดขึ้นในช่วง 1-3 เดือนหลังทำ และควรเว้นระยะห่างระหว่างครั้งประมาณ 6-12 เดือน ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ หากคุณกำลังกังวลเรื่องผิวเริ่มหย่อนคล้อยและอยากรู้ว่า Oligio X เหมาะกับตัวเองไหม ทักมาปรึกษาทีม BeautyStone Clinic ที่ย่านฮับจอง กรุงโซล ทาง LINE ได้เลยนะคะ

คำถามที่พบบ่อย

Q1. ทำ Oligio X กี่ครั้งถึงจะเห็นผล?

บางคนรู้สึกกระชับขึ้นตั้งแต่ครั้งแรก แต่คอลลาเจนใหม่จะค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วง 1-3 เดือนหลังทำ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ส่วนการทำซ้ำมักแนะนำให้เว้นระยะ 6-12 เดือนแล้วดูสภาพผิวก่อนตัดสินใจอีกครั้งค่ะ

Q2. ทำ Oligio X เจ็บไหม?

Monopolar RF เป็นหัตถการที่ส่งความร้อนลงลึก จึงอาจรู้สึกร้อนวูบและเจ็บแปลบเล็กน้อยระหว่างทำ Oligio X ใช้วิธีปล่อยพลังงานแบบแบ่งรอบ ทำให้หลายคนรู้สึกว่าพอทนได้มากกว่ารุ่นแรก แต่ความรู้สึกเจ็บขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล สามารถปรึกษาเรื่องยาชาได้ตอนปรึกษาแพทย์ค่ะ

Q3. หลังทำ Oligio X มีดาวน์ไทม์ไหม ต้องพักฟื้นกี่วัน?

ส่วนใหญ่แทบไม่มีรอยชัดบนผิว กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตั้งแต่วันถัดไป แต่ความรู้สึกของผิวหลังทำอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล หากมีนัดสำคัญในวันรุ่งขึ้น ควรแจ้งแพทย์ล่วงหน้าเพื่อประเมินก่อนค่ะ

Q4. Oligio X ต่างจาก Thermage อย่างไร?

ทั้งสองจัดอยู่ในกลุ่ม Monopolar RF เหมือนกัน แต่ระบบทำความเย็นและวิธีปล่อยพลังงานต่างกันไปตามรุ่นและเครื่อง แทนที่จะเทียบว่าตัวไหนดีกว่ากัน แนะนำให้ทำความเข้าใจกลไกของแต่ละแบบแล้วปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะกับสภาพผิวตัวเองค่ะ

บทความแนะนำ

ผู้หญิงกังวลเรื่องผิวแดงหลังทำ Oligio X ก่อนวันงานสำคัญลิฟติ้ง

ทำ Oligio X ก่อนวันงาน หน้าจะแดงจนถ่ายรูปไม่สวยไหม?

อาการแดงและตึงหลังทำ Oligio X มักอยู่สั้นกว่าที่กังวล บทความนี้สรุปว่าผิวเปลี่ยนไปอย่างไรในแต่ละช่วง และควรเผื่อเวลากี่วันก่อนวันถ่ายรูป

ยังไม่ได้หยุดเรตินอลก่อนทำ Potenza ต้องเลื่อนนัดไหมลิฟติ้ง

ยังไม่ได้หยุดเรตินอลก่อนทำ Potenza ต้องเลื่อนนัดไหม?

ลืมพักเรตินอล การผลัดเซลล์ผิว หรือการแวกซ์ก่อนทำ Potenza ไม่ได้แปลว่าต้องยกเลิกคิวเสมอไป มาดูกันว่าอะไรคือตัวชี้ขาดและคุณหมอจะประเมินอย่างไร

ภาพหน้าปกเรื่องร่องแก้มลึกขึ้นเพราะผิวหย่อนหรือวอลลุ่มที่ลดลงลิฟติ้ง

ร่องแก้มลึกขึ้นเพราะหย่อนหรือวอลลุ่มหาย ดูอย่างไรก่อนเลือก Sofwave

เงาที่กลางใบหน้ามักเกิดจากผิวหย่อนและวอลลุ่มที่ลดลงซ้อนกัน ลองแยกสองอย่างนี้ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่า Sofwave ตอบโจทย์ของเราหรือไม่

บทความล่าสุด

ผู้หญิงกังวลเรื่องผิวแดงหลังทำ Oligio X ก่อนวันงานสำคัญลิฟติ้ง

ทำ Oligio X ก่อนวันงาน หน้าจะแดงจนถ่ายรูปไม่สวยไหม?

อาการแดงและตึงหลังทำ Oligio X มักอยู่สั้นกว่าที่กังวล บทความนี้สรุปว่าผิวเปลี่ยนไปอย่างไรในแต่ละช่วง และควรเผื่อเวลากี่วันก่อนวันถ่ายรูป

ยังไม่ได้หยุดเรตินอลก่อนทำ Potenza ต้องเลื่อนนัดไหมลิฟติ้ง

ยังไม่ได้หยุดเรตินอลก่อนทำ Potenza ต้องเลื่อนนัดไหม?

ลืมพักเรตินอล การผลัดเซลล์ผิว หรือการแวกซ์ก่อนทำ Potenza ไม่ได้แปลว่าต้องยกเลิกคิวเสมอไป มาดูกันว่าอะไรคือตัวชี้ขาดและคุณหมอจะประเมินอย่างไร

ภาพปกเรื่องขมับยุบควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptraรูปหน้าและวอลุ่ม

ขมับยุบ ควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptra ดี

ทั้งสองอย่างไม่ได้แข่งกัน แต่เป็นทางเลือกที่นิสัยต่างกัน พอรู้ว่าขมับของเรายุบแบบไหนและรอไหวแค่ไหน คำตอบก็จะชัดขึ้นเองค่ะ

ภาพหน้าปกเรื่องร่องแก้มลึกขึ้นเพราะผิวหย่อนหรือวอลลุ่มที่ลดลงลิฟติ้ง

ร่องแก้มลึกขึ้นเพราะหย่อนหรือวอลลุ่มหาย ดูอย่างไรก่อนเลือก Sofwave

เงาที่กลางใบหน้ามักเกิดจากผิวหย่อนและวอลลุ่มที่ลดลงซ้อนกัน ลองแยกสองอย่างนี้ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่า Sofwave ตอบโจทย์ของเราหรือไม่

ขนที่ขึ้นมาใหม่หลังหยุดทำเลเซอร์กำจัดขน — ต้องเริ่มต้นใหม่จริงไหมกำจัดขน

หยุดกำจัดขนแล้วขนขึ้นมาใหม่ ครั้งที่ทำไปแล้วหายไปเลยไหม?

หยุดทำเลเซอร์กำจัดขนไปหลายเดือนแล้วเห็นขนขึ้นมาอีก ใจหนึ่งก็กังวลว่าทุกอย่างที่ทำไปหายเปล่า จริง ๆ แล้วขนที่ถูกทำลายรากไปแล้วไม่ได้กลับมา แต่รอบขนที่เคยอยู่ในระยะพักตัวอาจโผล่ขึ้นมาใหม่ได้

ภาพตัดขวางผิวหน้าแสดงเส้นทางไวรัสเริม HSV-1 จากผิวหน้าลงสู่ปมประสาทผิวหนัง

มีประวัติเป็นเริมที่ปาก ทำหัตถการบนใบหน้าได้ไหม?

เริมที่ปาก (Herpes Simplex Virus Type 1 หรือ HSV-1) ไม่ได้ห้ามทำหัตถการบนใบหน้าตลอดชีวิต แต่มีบางช่วงเวลาและบางประเภทหัตถการที่ความเสี่ยงสูงกว่าปกติ ถ้ารู้หลักการประเมิน ก็สามารถตัดสินใจได้อย่างปลอดภัยค่ะ

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors