ภาพประกอบการทำหัตถการ Oligio X
ลิฟติ้ง

Oligio X ยกกระชับผิวได้อย่างไร? รู้จักกลไก Monopolar RF ก่อนตัดสินใจ

หลายคนสงสัยว่า Oligio X เหมือนกับ Thermage ไหม บทความนี้พาไปทำความเข้าใจกลไกของ Monopolar RF และจุดที่ Oligio X ต่างจากรุ่นแรกค่ะ

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน · 23 กันยายน 2026
6นาที
ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับตัวเองไหมดูจากรูปหรือบทความอย่างเดียวบอกได้ยาก ปรึกษาเป็นภาษาไทยได้ แผนการรักษาจะสรุปหลังพบแพทย์ที่คลินิก* มีเจ้าหน้าที่ภาษาไทย · ถามได้โดยตรงทาง LINEถามคุณหมอ

เคยได้ยินคำถามในห้องปรึกษาว่า "ทำ Oligio X แล้วเหมือนทำ Thermage ไหม?" ใช่ไหมคะ ที่จริงแล้วทั้งสองเทคโนโลยีจัดอยู่ในกลุ่ม Monopolar RF เหมือนกัน แต่ไม่ได้เป็นหัตถการเดียวกันเป๊ะ ๆ ถ้าเข้าใจกลไกการทำงานก่อน ก็จะเห็นภาพชัดขึ้นว่าเหมาะกับปัญหาผิวของตัวเองแค่ไหน บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณไปทำความเข้าใจตั้งแต่หลักการพื้นฐานของ Monopolar RF ไปจนถึงจุดที่ Oligio X ต่างจากรุ่นแรก พร้อมแนะนำว่าเหมาะกับใครบ้างค่ะ

Oligio X คืออะไร?

Oligio X เป็นหัตถการยกกระชับผิวด้วยเทคโนโลยี Monopolar RF (Radiofrequency) ซึ่งเป็นการปล่อยคลื่นความถี่วิทยุผ่านผิวหนังเพื่อกระตุ้นให้ชั้นผิวสร้างคอลลาเจนใหม่ จุดเด่นของ Monopolar RF คือกระแสไฟฟ้าจะวิ่งจากขั้วหนึ่งบนผิวไปยังแผ่นรับสัญญาณที่อยู่ห่างออกไป ทำให้ความลึกที่คลื่นเดินทางถึงค่อนข้างลึก สามารถส่งความร้อนไปถึงชั้นหนังแท้และชั้น SMAS ได้ในครั้งเดียวค่ะ

ภาพแสดงกลไกการทำงานของ Monopolar RF ที่ส่งความร้อนถึงชั้นหนังแท้และ SMAS

กลไกการทำงานของ Monopolar RF

คอลลาเจนที่ทำหน้าที่พยุงผิวให้กระชับอยู่บริเวณชั้นหนังแท้ไปจนถึงชั้น SMAS ที่อยู่ลึกลงไป เมื่อความร้อนในระดับที่ปลอดภัยถูกส่งไปถึงชั้นนี้ เส้นใยคอลลาเจนจะหดตัวทันทีทำให้รู้สึกกระชับขึ้นเล็กน้อย จากนั้นร่างกายจะค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาทดแทนในช่วงหลายสัปดาห์ถัดไป

งานวิจัยเกี่ยวกับผลของ Monopolar RF ต่อการกระชับผิวมีการสะสมข้อมูลทางคลินิกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ Monopolar RF เป็นเทคโนโลยีที่มีข้อมูลรองรับมากพอสมควร ผลลัพธ์หลังทำครั้งแรกมักเห็นได้ค่อนข้างชัดเจน จึงไม่จำเป็นต้องทำถี่ ๆ แต่เน้นเว้นระยะแล้วประเมินผลแทนค่ะ

Oligio X ต่างจาก Monopolar RF รุ่นแรกอย่างไร

Oligio X จัดอยู่ในกลุ่มเครื่อง Monopolar RF รุ่นที่ค่อนข้างใหม่ เมื่อเทียบกับรุ่นแรก ๆ จะมีความต่างอยู่ 2 จุดหลัก ๆ ค่ะ

  • ระบบทำความเย็น การควบคุมอุณหภูมิผิวชั้นบนขณะส่งความร้อนลงไปชั้นลึกทำได้ละเอียดขึ้น ช่วยให้อุณหภูมิผิวหน้าอยู่ในระดับที่ปลอดภัย ขณะเดียวกันก็ยังส่งความร้อนไปถึงชั้นหนังแท้และ SMAS ได้เพียงพอ
  • รูปแบบการปล่อยพลังงาน แทนที่จะปล่อยความร้อนแรง ๆ ในจุดเดียว ระบบจะแบ่งปล่อยพลังงานเป็นหลายรอบ ทำให้ความรู้สึกเจ็บอยู่ในระดับที่พอทนได้มากขึ้นในหลายกรณี

งานวิจัยเปรียบเทียบความลึกของการกระจายพลังงานในเครื่อง Monopolar RF ก็มีสะสมอยู่ใน PubMed เช่นกัน ประเด็นสำคัญคือ Monopolar RF ไม่ได้เป็นหัตถการเดียวที่เหมือนกันหมด แต่เป็นกลุ่มเทคโนโลยีที่มีความแตกต่างกันไปตามรุ่น เครื่อง และโปรโตคอลการใช้งานค่ะ

ภาพเปรียบเทียบระบบทำความเย็นและการปล่อยพลังงานของ Oligio X กับรุ่นแรก

ระยะเวลากว่าจะเห็นผลชัดเจน

ผลลัพธ์มักไม่ได้ชัดเจนทันทีหลังทำ แต่จะค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วงที่คอลลาเจนใหม่กำลังถูกสร้าง โดยทั่วไปแนะนำให้ประเมินผลที่ช่วง 1-3 เดือนหลังทำ ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองหลังทำ ดาวน์ไทม์ค่อนข้างน้อย หลายคนกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตั้งแต่วันถัดไป แต่ถ้ามีนัดสำคัญในวันรุ่งขึ้น ควรแจ้งแพทย์ล่วงหน้าเพื่อประเมินความเสี่ยงก่อนค่ะ

เหมาะกับใครบ้าง

Oligio X มักถูกแนะนำให้กับกลุ่มคนต่อไปนี้ค่ะ

  • คนที่เริ่มรู้สึกว่าผิวบางลงและมีอาการหย่อนคล้อย เพราะเป็นหัตถการที่เน้นกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ เหมาะกับคนที่อยากให้เนื้อเยื่อกระชับขึ้นมากกว่าแค่เติมปริมาตร
  • คนที่ไม่สะดวกมีดาวน์ไทม์ยาว เพราะแทบไม่มีรอยตกสะเก็ดหรือรอยชัดบนผิวเหมือนหัตถการที่ใช้เข็มขนาดเล็กบางประเภท ส่วนใหญ่กลับไปใช้ชีวิตปกติได้เร็ว
  • คนที่มีนัดสำคัญ เช่น งานแต่งงาน ในอีก 1-3 เดือนข้างหน้า เพราะคอลลาเจนใหม่จะค่อย ๆ ชัดขึ้นหลังทำ ไม่ใช่ทันทีหลังทำเสร็จ

ในทางกลับกัน กรณีต่อไปนี้อาจเหมาะกับหัตถการอื่นมากกว่าค่ะ

  • กังวลเรื่องรูขุมขนกว้างหรือหลุมสิวเป็นหลัก จุดแข็งของ Monopolar RF อยู่ที่คอลลาเจนชั้นลึก ส่วนพื้นผิวควรพิจารณาร่วมกับหัตถการอื่น เช่น RF ไมโครนีดเดิล
  • อยากเติมปริมาตรทันที คอลลาเจนบูสเตอร์หรือฟิลเลอร์ HA จะตอบโจทย์มากกว่าค่ะ
ภาพแสดงกลุ่มคนที่เหมาะกับการทำ Oligio X

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังก่อนตัดสินใจทำ

อย่างที่บอกไปตอนต้นว่า Oligio X แม้จะเป็น Monopolar RF เหมือนกัน แต่มีรายละเอียดต่างจากรุ่นแรก ก่อนปรึกษาแพทย์ ลองเช็กประเด็นต่อไปนี้ดูนะคะ

  • เปรียบเทียบผลลัพธ์ที่ช่วง 1-3 เดือน ไม่ใช่ทันทีหลังทำ เพราะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการประเมินจริง
  • เว้นระยะห่างระหว่างครั้งประมาณ 6-12 เดือน เพื่อให้ผิวมีเวลาฟื้นตัวเพียงพอก่อนกระตุ้นคอลลาเจนซ้ำในบริเวณเดิม
  • การทำร่วมกับหัตถการอื่นในวันเดียวกัน ไม่แนะนำให้ทำหัตถการ RF ชนิดอื่นซ้อนในวันเดียวกัน เพราะความลึกที่ใกล้เคียงกันอาจเพิ่มภาระให้ผิวฟื้นตัว
  • กำลังตั้งครรภ์ มีเครื่องกระตุ้นหัวใจ หรือมีโลหะฝังในร่างกาย กรณีเหล่านี้อาจไม่สามารถทำ Monopolar RF ได้ หรือต้องได้รับการประเมินเป็นรายบุคคลก่อน ควรแจ้งประวัติสุขภาพให้แพทย์ทราบตั้งแต่ตอนปรึกษา

อาจมีรอยแดงหรือรู้สึกอุ่น ๆ บนผิวหลังทำ ซึ่งมักหายได้เองภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงหนึ่งวัน หากมีอาการผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที เนื้อหาในบทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสภาพผิวจริงก่อนตัดสินใจทำ

สรุป

Oligio X เป็น Monopolar RF เหมือนกับหัตถการรุ่นก่อน ๆ แต่ระบบทำความเย็นและวิธีปล่อยพลังงานถูกพัฒนาให้ต่างออกไป ผลลัพธ์มักชัดขึ้นในช่วง 1-3 เดือนหลังทำ และควรเว้นระยะห่างระหว่างครั้งประมาณ 6-12 เดือน ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ หากคุณกำลังกังวลเรื่องผิวเริ่มหย่อนคล้อยและอยากรู้ว่า Oligio X เหมาะกับตัวเองไหม ทักมาปรึกษาทีม Beautystone Clinic ที่ย่านฮับจอง กรุงโซล ทาง LINE ได้เลยนะคะ

คำถามที่พบบ่อย

Q1. ทำ Oligio X กี่ครั้งถึงจะเห็นผล?

บางคนรู้สึกกระชับขึ้นตั้งแต่ครั้งแรก แต่คอลลาเจนใหม่จะค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วง 1-3 เดือนหลังทำ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ส่วนการทำซ้ำมักแนะนำให้เว้นระยะ 6-12 เดือนแล้วดูสภาพผิวก่อนตัดสินใจอีกครั้งค่ะ

Q2. ทำ Oligio X เจ็บไหม?

Monopolar RF เป็นหัตถการที่ส่งความร้อนลงลึก จึงอาจรู้สึกร้อนวูบและเจ็บแปลบเล็กน้อยระหว่างทำ Oligio X ใช้วิธีปล่อยพลังงานแบบแบ่งรอบ ทำให้หลายคนรู้สึกว่าพอทนได้มากกว่ารุ่นแรก แต่ความรู้สึกเจ็บขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล สามารถปรึกษาเรื่องยาชาได้ตอนปรึกษาแพทย์ค่ะ

Q3. หลังทำ Oligio X มีดาวน์ไทม์ไหม ต้องพักฟื้นกี่วัน?

ส่วนใหญ่แทบไม่มีรอยชัดบนผิว กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตั้งแต่วันถัดไป แต่ความรู้สึกของผิวหลังทำอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล หากมีนัดสำคัญในวันรุ่งขึ้น ควรแจ้งแพทย์ล่วงหน้าเพื่อประเมินก่อนค่ะ

Q4. Oligio X ต่างจาก Thermage อย่างไร?

ทั้งสองจัดอยู่ในกลุ่ม Monopolar RF เหมือนกัน แต่ระบบทำความเย็นและวิธีปล่อยพลังงานต่างกันไปตามรุ่นและเครื่อง แทนที่จะเทียบว่าตัวไหนดีกว่ากัน แนะนำให้ทำความเข้าใจกลไกของแต่ละแบบแล้วปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะกับสภาพผิวตัวเองค่ะ

บทความแนะนำ

ร้อยไหมหน้าราคาต่างกันทำไม? ใบเสนอราคาต้องดูอะไรนอกจากจำนวนเส้นลิฟติ้ง

ร้อยไหมหน้าราคาต่างกันทำไม? ใบเสนอราคาต้องดูอะไรนอกจากจำนวนเส้น

ราคาร้อยไหมหน้าที่ต่างกันระหว่างคลินิกมักมาจากชนิดไหม บริเวณที่ทำ การวางแนวไหม และสิ่งที่รวมในราคา มากกว่าจำนวนเส้น แต่ก่อนเทียบราคา ควรแยกให้ได้ก่อนว่าปัญหาคือหน้าหย่อนหรือหน้าตอบ

ร้อยไหมหน้าผากอันตรายไหม รู้ความเสี่ยงและสัญญาณที่บอกว่าควรเลือกวิธีอื่นลิฟติ้ง

ร้อยไหมหน้าผากอันตรายไหม? รู้ความเสี่ยงและสัญญาณควรเลือกวิธีอื่น

ก่อนตัดสินใจร้อยไหมหน้าผาก ควรรู้ก่อนว่ามีความเสี่ยงอะไรบ้าง และหน้าผากแบบไหนที่ร้อยไหมช่วยได้จริง บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณเข้าใจสัญญาณเตือนและทางเลือกที่เหมาะกับสภาพหน้าผากของคุณค่ะ

ภาพการ์ดคู่มือเตรียมตัวก่อนนัด Thermage และการปรึกษาคุณหมอเรื่อง Level พลังงานลิฟติ้ง

ลด Level Thermage เพราะกลัวเจ็บ ผลจะหายไปไหม? เตรียมปรึกษาคุณหมอ

กังวลเรื่องความรู้สึกแสบร้อนจาก Thermage? บทความนี้ช่วยให้คุณเตรียมตัวก่อนนัด รู้จักตัวเลือกยาชา และถามคุณหมอให้ได้แผน Level ที่เหมาะสมจริง

บทความล่าสุด

ฉีดฟิลเลอร์ถุงยิ้มใต้ตาแล้วจะดูบวมไหม? ตำแหน่งและปริมาณคือคำตอบรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดฟิลเลอร์ถุงยิ้มใต้ตาแล้วจะดูบวมไหม? ตำแหน่งและปริมาณคือคำตอบ

ถุงยิ้มใต้ตาคือแนวกล้ามเนื้อ ฟิลเลอร์ควรวางเป็นชั้นบาง ๆ ตามแนวนั้น มาดูตำแหน่ง ปริมาณ และกรณีที่ควรตรวจไขมันใต้ตาก่อนค่ะ

ฉีดโบท็อกซ์แก้นอนกัดฟัน กัดฟันจะหยุดไหม? สิ่งที่ลดคือแรงกัดรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดโบท็อกซ์แก้นอนกัดฟัน กัดฟันจะหยุดไหม? สิ่งที่ลดคือแรงกัด

งานวิจัยที่ตรวจการนอนหลับตลอดคืนพบว่าโบท็อกซ์ที่ขากรรไกรลดแรงกัดฟันได้ราว 12 สัปดาห์ แต่ไม่ได้ลดจำนวนครั้งอย่างชัดเจน มาดูว่าอาการตึงตอนเช้าและภาระที่ฟันจะเปลี่ยนไปอย่างไรค่ะ

ฟิลเลอร์แก้มข้าง ฉีดแล้วหน้าจะดูกว้างขึ้นไหม? ดูที่แก้มตอบหรือหย่อนรูปหน้าและวอลุ่ม

ฟิลเลอร์แก้มข้าง ฉีดแล้วหน้าจะดูกว้างขึ้นไหม? ดูที่แก้มตอบหรือหย่อน

แก้มข้างที่ตอบเพราะไขมันลดลง ถ้าเติมทีละน้อยจะช่วยให้เส้นใต้โหนกแก้มดูเรียบขึ้น แต่ถ้าเติมเงาที่เกิดจากผิวหย่อน หรือฉีดทีเดียวปริมาณมาก หน้าจะดูหนักและกว้างขึ้นได้ค่ะ

Onda ต้นขาด้านใน หยิบได้หนาแค่ไหนถึงจะเหมาะ?บอดี้

Onda ต้นขาด้านใน หยิบได้หนาแค่ไหนถึงจะเหมาะ?

ต้นขาด้านในที่หยิบได้หนาตั้งแต่ราว 2 ซม. และมีไขมันใต้ผิวอย่างน้อย 1 ซม. เหมาะกับ Onda มากที่สุด ส่วนผิวบางที่ย่นยังทำได้ แต่การเปลี่ยนแปลงจะน้อยกว่าค่ะ

เลเซอร์หนวดหลายครั้งแล้วไม่ลดลง ควรเปลี่ยนเป็น 1064nm ไหม?ผู้ชาย

เลเซอร์หนวดหลายครั้งแล้วไม่ลดลง ควรเปลี่ยนเป็น 1064nm ไหม?

หนวดหนาสีเข้มที่ไม่ลดอีกหลังเลเซอร์หลายครั้ง ควรเช็กก่อนเพิ่มครั้งว่าคลินิกเปลี่ยนเป็น 1064nm และตั้งพลังงานใหม่ได้ไหม บทความนี้อธิบายความต่างของสองคลื่น ข้อจำกัดของงานวิจัย และอาการหลังทำที่ควรติดต่อคลินิก

คางเป็นก้อนขรุขระตอนหุบปาก ฉีดโบท็อกซ์นิดเดียวพอไหม?รูปหน้าและวอลุ่ม

คางเป็นก้อนขรุขระตอนหุบปาก ฉีดโบท็อกซ์นิดเดียวพอไหม?

คางที่เป็นก้อนขรุขระเฉพาะตอนหุบปาก มักเกิดจากกล้ามเนื้อคางทำงานมากเกินไป และมักตอบสนองกับโบท็อกซ์ปริมาณน้อย ส่วนริ้วรอยที่ค้างอยู่หรือคางสั้นอาจต้องดูเรื่องผิวและวอลลุ่มร่วมด้วย

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors