ปากเป็ดหลังฉีดฟิลเลอร์ — ต้องละลายทิ้งหมดเลยไหม?
ถ้าดูเหมือนปากเป็ด อย่าเพิ่งละลายทั้งหมด ลองแยกก่อนว่าเป็นอาการบวมหรือทรงจริง แล้วค่อยตัดสินใจเรื่องการละลายบางส่วนครับ


วียองจิน
ผู้อำนวยการ
ปากเป็ดหลังฉีดฟิลเลอร์ —
ต้องละลายทิ้งหมดแล้วเริ่มใหม่เลยไหม?
หลังจากฉีดฟิลเลอร์ริมฝีปากแล้ว
ถ้ามองกระจกแล้วรู้สึกว่าริมฝีปากดูผิดธรรมชาติ
หลายคนก็ตกใจกันครับ
มักได้ยินว่า "ปากเป็ดแบบนี้ต้องละลายทิ้งหมดเลย"
บ่อยมากครับ
แต่สรุปตรงๆ เลยว่า ในหลายกรณี
การละลายเฉพาะจุดที่ไม่เป็นธรรมชาติ
แทนที่จะละลายทั้งหมด มักจะปลอดภัยกว่าครับ
ขอสรุปสิ่งที่ควรรู้ในช่วงพักฟื้นไว้สั้นๆ ครับ
ก่อนอื่น แยกให้ออกก่อนว่าเป็นอาการบวมหรือทรงของฟิลเลอร์
ใน 1–3 วันแรกหลังทำ
อาการบวมและรอยช้ำจะเด่นชัดที่สุดครับ
ความรู้สึก "ปากเป็ด" ในช่วงนี้
มีโอกาสสูงที่ยังไม่ใช่ทรงที่แท้จริงครับ
โดยทั่วไปภายใน 1 สัปดาห์ ฟิลเลอร์จะเริ่มเซ็ตตัว
และเส้นริมฝีปากที่เป็นธรรมชาติจะเริ่มปรากฏให้เห็นครับ
ถ้ารีบไปละลายก่อนที่ฟิลเลอร์จะเซ็ตตัว
อาจทำให้ฟิลเลอร์ส่วนที่ยังไม่นิ่งละลายออกไปด้วย
ซึ่งอาจให้ผลลัพธ์ที่ดูแปลกกว่าเดิมครับ
โดยทั่วไปควรรอให้ผ่านช่วง 2–3 สัปดาห์
เพื่อให้ฟิลเลอร์เซ็ตตัวสมบูรณ์ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจจะปลอดภัยกว่าครับ
การละลายเฉพาะจุด
ให้ผลธรรมชาติกว่าครับ
หากหลังจากที่ฟิลเลอร์เซ็ตตัวแล้วยังมีจุดที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ
สามารถใช้ไฮยาลูโรนิเดส* ละลายเฉพาะจุดนั้นได้ครับ
*ไฮยาลูโรนิเดส: เป็นเอนไซม์ที่ใช้สลาย
ฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิกครับ
แทนที่จะละลายทิ้งทั้งหมดในครั้งเดียว
ควรละลายเฉพาะจุดที่ดูไม่เป็นธรรมชาติก่อน
แล้วรอดูทรงอีก 2–3 สัปดาห์ จึงค่อยตัดสินใจ
ว่าจะละลายเพิ่มหรือไม่ วิธีนี้ปลอดภัยกว่าครับ
ผลของการละลายจะเริ่มเห็นได้ตั้งแต่ไม่กี่ชั่วโมงหลังทำ
และจะชัดเจนขึ้นภายใน 1–3 วันครับ
อย่างไรก็ตาม การละลายเฉพาะจุด
อาจทำให้ผิวบริเวณนั้นดูขรุขระเล็กน้อยได้ครับ
ซึ่งจะค่อยๆ เรียบขึ้นภายในไม่กี่วันถึงไม่กี่สัปดาห์
จึงควรรอดูผลก่อน แล้วค่อยตัดสินใจ
ว่าจะละลายเพิ่มหรือรีทัชอีกครั้งครับ
การฉีดละลายฟิลเลอร์ก็มีผลข้างเคียงเช่นกันครับ
ไฮยาลูโรนิเดสอาจก่อให้เกิดปฏิกิริยาเล็กน้อย
เช่น ผื่นแดง ลมพิษ และอาการบวม
และในบางกรณีที่พบได้น้อย อาจเกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้รุนแรง
เช่น แอนาฟิแล็กซิสได้ครับ
จึงควรทดสอบการแพ้ก่อนทำการรักษาเพื่อความปลอดภัยครับ
หากฉีดฟิลเลอร์ใหม่ลงในตำแหน่งเดิมทันทีหลังละลาย
เอนไซม์ที่ยังค้างอยู่อาจสลายฟิลเลอร์ที่เพิ่งฉีดเข้าไปใหม่ได้ครับ
โดยทั่วไปแนะนำให้รอ 2–4 สัปดาห์
ก่อนฉีดฟิลเลอร์ใหม่จะเหมาะสมกว่าครับ
ตอนปรึกษาแพทย์ ลองถามว่า "หลังละลายแล้วกี่วัน
ถึงจะฉีดฟิลเลอร์ใหม่ได้?"
จะช่วยให้วางแผนค่าใช้จ่ายและตารางเวลาได้ชัดเจนขึ้นครับ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้นครับ
สำหรับแนวทางการดูแลหลังทำที่เหมาะกับสภาพริมฝีปากของคุณโดยเฉพาะ
ควรปรึกษาแพทย์โดยตรงเพื่อความปลอดภัยครับ
คำถามที่พบบ่อย
Q. ถ้าละลายหมดแล้ว ริมฝีปากจะกลับมาเหมือนเดิมไหม?
A. ส่วนใหญ่จะกลับมาใกล้เคียงเดิมครับ
แต่ถ้าทำมาหลายครั้งหรือริมฝีปากถูกยืดออกมากแล้ว
อาจไม่สามารถกลับไปเหมือนเดิม 100% ได้ครับ
อาจรู้สึกว่าร่องปากยาวขึ้น
หรือขอบริมฝีปากดูหย่อนลงเล็กน้อยได้ครับ
Q. ถ้าหลังละลายแล้วริมฝีปาก
ดูหย่อนกว่าเดิม ทำอย่างไรดี?
A. ไม่ค่อยพบบ่อย แต่ก็เป็นไปได้ครับ
ให้รอให้ร่างกายฟื้นตัวอย่างเต็มที่ก่อน
แล้วค่อยเติมฟิลเลอร์ในปริมาณน้อยๆ
เพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติ วิธีนี้จะปลอดภัยกว่าครับ
Q. รอยช้ำที่อยู่นานผิดปกติ ถือว่าปกติไหม?
A. โดยทั่วไปรอยช้ำจะจางหายภายใน 7–10 วัน
แต่บางตำแหน่งอาจอยู่นานถึง 2 สัปดาห์ครับ
ถ้ารอยช้ำอยู่นานผิดปกติหรือความเจ็บปวดเพิ่มขึ้น
ควรแจ้งคลินิกที่ทำให้ทราบทันทีเพื่อความปลอดภัยครับ









