เลเซอร์ CO2 กำจัดฝ้าแดด — ทำไมต้องลึกถึงชั้นหนังแท้ส่วนบน?
เลเซอร์ CO2 กำจัดฝ้าแดด: ยิงอ่อนเกินกลับมาใหม่ ยิงแรงเกินเกิดรอยบุ๋ม — คุณหมอเผยเหตุผลว่าทำไม "ค่าจุดวิกฤต" ถึงเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์


วียองจิน
ผู้อำนวยการ
เลเซอร์ CO2 กำจัดฝ้าแดด,
ทำไมต้องลึกถึงชั้นหนังแท้ส่วนบน
อ่านก่อน ตรวจสอบก่อนนะครับ
Q. ฝ้าแดด ถ้าใช้ CO2 ลอกแค่ชั้นหนังกำพร้าเบาๆ
จะหลุดออกไปได้เลยไหมครับ?
A. ไม่ครับ ต้องลึกถึงชั้นหนังแท้ส่วนบน
เมลานินถึงจะหลุดออกมาได้
Q. แล้วทำไมเลเซอร์โทนนิ่งถึงไม่ได้ผลล่ะครับ?
A. เพราะเม็ดสีฝังอยู่ที่ก้นของรอยต่อ
ระหว่างหนังกำพร้าและหนังแท้ครับ
สรุปในประโยคเดียว
เลเซอร์ CO2 กำจัดฝ้าแดด คือการขูดที่รอยต่อหนังกำพร้า-หนังแท้
เพื่อให้เม็ดสีหลุดออกมาครับ
ปัจจัยที่แยกผลลัพธ์
ความลึกในการขูด — อ่อนเกินกลับมาใหม่,
แรงเกินเกิดรอยบุ๋มครับ
วันนี้เราจะมาดูเรื่องอะไร
ต่างจากเลเซอร์โทนนิ่งอย่างไร
และทำไมค่าจุดวิกฤตถึงสำคัญมากครับ
ทำไมเลเซอร์โทนนิ่ง
ถึงกำจัดฝ้าแดดไม่ได้ผลครับ?
เพราะเม็ดสีฝังลึกเกินไปครับ
ในคลินิก แต่ละสัปดาห์ผมจะพบคนไข้ประมาณ 5-6 คน
ที่มาพร้อมกับคำพูดว่า "ทำเลเซอร์โทนนิ่งไปกว่า 10 ครั้งแล้ว
จางลงนิดหน่อยแล้วก็หยุดอยู่แค่นั้นเลยค่ะ"
ฝ้าแดด (lentigo) คือรอยสีที่มีเมลานินฝังอยู่ที่ก้น
ของรอยต่อระหว่างหนังกำพร้าและหนังแท้ครับ
ถ้าเป็นเม็ดสีแบบกระที่ลอยอยู่บนชั้นหนังกำพร้าส่วนบน
เลเซอร์โทนนิ่ง 1064nm พลังงานต่ำก็สามารถสลายออกได้
แต่ฝ้าแดดอยู่ที่ชั้นฐาน แม้แสงจะถึงก็เปิดทางออกได้ยากครับ
เพราะฉะนั้นพอทำไปสัก 5-10 ครั้ง สีจะจางลงนิดหน่อย
แล้วก็ไม่ดีขึ้นอีกแล้วครับ
ไม่ใช่เพราะเลเซอร์โทนนิ่งอ่อนเกินไป
แต่เพราะชั้นที่มีเม็ดสีอยู่นั้นแตกต่างกันนั่นเองครับ
เลเซอร์ CO2 กำจัดฝ้าแดด,
ความลึกคือตัวกำหนดผลลัพธ์ครับ
ประเด็นหลักของบทความนี้
การใช้เลเซอร์ CO2 ขูดฝ้าแดด —
ต้องลึกถึงชั้นหนังแท้ส่วนบน
นั่นคือพื้นฐานที่ต้องยอมรับครับ
ต้องเปิดฝาออกก่อน เมลานินที่อยู่ก้นถึงจะหลุดออกมาได้
การแตะแค่หนังกำพร้าเบาๆ ไม่เพียงพอครับ
จากคนไข้ที่มาปรึกษาเรื่องเลเซอร์ CO2 กำจัดฝ้าแดด
ประมาณ 7 ใน 10 คน จะถามก่อนเลยว่า "ทำครั้งเดียวหลุดเลยไหมครับ/ค่ะ"
แต่จริงๆ แล้วคำถามนี้พลาดประเด็นสำคัญไปนะครับ
สิ่งที่สำคัญไม่ใช่จำนวนครั้ง แต่คือ ความลึกในการขูดต่างหากครับ
เลเซอร์ CO2 คือเครื่องมือที่ใช้คลื่นความยาวคลื่น 10,600nm
ระเหยน้ำในเนื้อเยื่อให้กลายเป็นไอในทันทีครับ
เมื่อใช้กับฝ้าแดด จะขูดเข้าไปทีละชั้นบางๆ เหมือนลอกหนังกำพร้า
โดยต้องลึกถึงรอยต่อหนังกำพร้า-หนังแท้ที่มีเมลานินอยู่
เม็ดสีถึงจะหลุดออกมาพร้อมกันครับ
ถ้าแตะแค่หนังกำพร้าเบาๆ
พอสะเก็ดหลุดออกใน 2-3 สัปดาห์
เม็ดสียังคงอยู่ที่เดิมครับ
ต้องเปิดฝาก่อน เมลานินที่อยู่ก้นถึงจะหลุดออกได้
ขูดแค่หนังกำพร้าก็เหมือนเปิดฝาไม่ได้นั่นเองครับ
แต่ถ้าขูดลึกเกินไป
ก็จะทำลายชั้นกลางของหนังแท้
และทิ้งรอยแผลเป็นแบบบุ๋มไว้ครับ
เดือนที่แล้วคนไข้หญิงอายุ 45 ปีมาพบผมเป็นครั้งที่สอง
เธอเป็นคนไข้ที่ตอนทำครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว
ผมตั้งความลึกไว้แบบระมัดระวังครับ
จุดหนึ่งหายไปอย่างสะอาดหมดจด
แต่อีกจุดหนึ่งมีเม็ดสีเหลืออยู่ตรงกลางครับ
เป็นจุดที่ขูดลึกน้อยกว่านิดหน่อยนั่นเองครับ
ครั้งนี้ผมปรับเฉพาะจุดนั้นให้ลึกถึงชั้นหนังแท้ส่วนบน
หลังจาก 2 สัปดาห์ผลออกมาสะอาดมากครับ
ไม่ใช่การ욕심내ลงลึกตั้งแต่ครั้งแรก
แต่ขูดอย่างปลอดภัยแล้วค่อยปรับแก้ คือคำตอบที่ดีที่สุดครับ
สรุปจากคุณหมอวียองจิน
ฝ้าแดดคือรอยสีที่เมลานินฝังอยู่ที่ก้นของหนังกำพร้า
ขูดแค่หนังกำพร้าเม็ดสีจะไม่หลุด
และจะกลับมาใหม่ครับ
ลึกถึงชั้นหนังแท้ส่วนบน —
ความต่างเพียงเล็กน้อยนั้นคือตัวกำหนดผลลัพธ์ครับ
เลเซอร์ CO2 กำจัดฝ้าแดด,
ครั้งแรกกับการทำซ้ำต่างกันอย่างไรครับ?
ครั้งแรกตั้งความลึกแบบระมัดระวัง
การทำซ้ำเจาะจงเฉพาะเม็ดสีที่เหลืออย่างแม่นยำครับ
รายการ | เลเซอร์โทนนิ่ง | CO2 กำจัดฝ้าแดด | เออร์เบียม YAG |
ความลึกเป้าหมาย | หนังกำพร้าทั่วไป | รอยต่อหนังกำพร้า-หนังแท้ | ชั้นตื้นของหนังกำพร้า |
ความเหมาะสมกับฝ้าแดด | จำกัด | เหมาะสม | ปานกลาง |
ช่วงพักฟื้น | ไม่มี | 2-3 สัปดาห์ (มีสะเก็ด) | 1-2 สัปดาห์ |
ความเสี่ยงรอยบุ๋ม | แทบไม่มี | มีขึ้นอยู่กับความลึก | ต่ำ |
เนื่องจากความลึกของเม็ดสีแตกต่างกันในแต่ละคน
การทำครั้งแรกจึงปลอดภัยกว่าถ้าลึกน้อยกว่าหนึ่งระดับครับ
จากนั้นดูบริเวณที่สะเก็ดหลุดออก
แล้วปรับแต่งเฉพาะจุดที่มีสีเหลืออยู่อย่างแม่นยำครับ
วิธีนี้ช่วยลดความเสี่ยงรอยบุ๋ม
ในขณะที่ได้ผลลัพธ์ที่สะอาดกว่า
ซึ่งเป็นแนวทางที่สมเหตุสมผลที่สุดครับ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเลเซอร์ CO2 กำจัดฝ้าแดด 3 ข้อ
Q1. หลังทำแล้วสะเก็ดจะหลุดกี่วันครับ?
A. โดยทั่วไปประมาณ 7-10 วันจะหลุดเองตามธรรมชาติครับ
หลังจากนั้นอีก 2-3 สัปดาห์ผิวจะยังมีสีชมพูอยู่
ช่วงนี้แค่ป้องกันแสงแดดให้ดีก็พอครับ
Q2. เลเซอร์ CO2 กำจัดฝ้าแดด ทำครั้งเดียวหายเลยไหมครับ?
A. จากประสบการณ์ทางคลินิก ประมาณ 6 ใน 10 คน
จบได้ใน 1 ครั้ง ส่วนอีก 3-4 คน
ต้องปรับเม็ดสีที่เหลืออีกครั้งหนึ่งครับ
ถ้าลงลึกเต็มที่ตั้งแต่ครั้งแรกความเสี่ยงรอยบุ๋มจะสูงขึ้น
ดังนั้นการตั้งความลึกแบบระมัดระวังแล้วค่อยปรับแก้
จะให้ผลลัพธ์ที่สะอาดกว่าครับ
Q3. หลังทำแล้วอาจเข้มขึ้นอีกได้ไหมครับ?
A. ถ้าไม่ดูแลป้องกันแสงแดดจะกลับมาใหม่ครับ
ช่วงพักฟื้นถ้าผิวใหม่โดนแสงแดด
จะเกิด PIH (Post-Inflammatory Hyperpigmentation หรือรอยดำหลังอักเสบ)
ซึ่งดูคล้ายกับฝ้าแดดเดิมมากครับ
4 สัปดาห์หลังทำการใช้กันแดดและร่มกันแดด
เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งครับ
สุดท้ายแล้ว ฝ้าแดดไม่ใช่เรื่องของความแรงในการขูด
แต่คือขูดลึกถึงจุดไหนต่างหากครับ
บทความหน้าจะมาเล่าถึงการดูแลช่วง 4 สัปดาห์ที่ผิวมีสีชมพู
ว่าต้องทำอย่างไรไม่ให้เม็ดสีกลับขึ้นมาอีกครับ
นี่คือคุณหมอวียองจินครับ










