การกินโปรตีนให้พอในช่วงหลังทำหัตถการคอลลาเจนและผลลัพธ์ที่ตามมา
ผิวหนัง

ทำหัตถการคอลลาเจนแล้วผลไม่ขึ้น ต้องกินโปรตีนวันละเท่าไหร่?

หัตถการอย่างคอลลาเจนบูสเตอร์หรือลิฟติ้งทำหน้าที่ส่งสัญญาณให้ผิวสร้างคอลลาเจน แต่วัตถุดิบจริงมาจากโปรตีนในมื้ออาหาร ถ้ากินไม่พอ การฟื้นตัวและผลที่เห็นก็มักช้ากว่าที่ควร บทความนี้รวมเส้นขั้นต่ำต่อวัน วิธีแบ่งมื้อ และข้อควรระวังไว้ให้ค่ะ

ช่อง YouTube ของ BEAUTYSDOCTORS ที่แพทย์อธิบายเรื่องความงามเกาหลีโดยตรง

วางแผนมาโซล

กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?

แชตผ่าน LINE

เคยไหมคะ หลังทำคอลลาเจนบูสเตอร์ (Collagen Booster) หรือลิฟติ้ง คุณหมอสั่งให้กันแดด นอนให้พอ งดแอลกอฮอล์ ฟังแล้วก็พอทำตามได้ แต่พอมาถึงประโยคที่ว่า "ช่วงนี้กินให้ดี ๆ นะ" กลับงงว่าต้องกินอะไร มากแค่ไหน

จริง ๆ แล้วคอลลาเจนคือโปรตีนที่ร่างกายสร้างขึ้นใหม่เอง โดยใช้กรดอะมิโน (Amino Acid) จากอาหารเป็นวัตถุดิบ หัตถการทำหน้าที่แค่ส่งสัญญาณให้เซลล์เริ่มลงมือ ถ้าวัตถุดิบหน้างานไม่พอ งานก็เดินช้ากว่าที่ควร

บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปดูว่าโปรตีนอยู่ตรงไหนของการสร้างคอลลาเจน วันหนึ่งควรได้เท่าไหร่ ควรแบ่งมื้ออย่างไร และควรมองคอลลาเจนแบบชงดื่มยังไงค่ะ

คอลลาเจนสร้างมาจากอะไร ทำไมโปรตีนถึงเป็นวัตถุดิบหลัก?

คอลลาเจนเป็นโปรตีนเส้นใยที่เซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ในชั้นหนังแท้เป็นคนสร้าง โดยนำกรดอะมิโนมาต่อกันเป็นสายแล้วบิดเกลียวจนแข็งแรง กรดอะมิโนที่ว่ามาจากโปรตีนในมื้ออาหารที่ถูกย่อยแล้ว ไม่ได้เกิดขึ้นเองจากที่ไหน

พูดง่าย ๆ คือหัตถการเหมือนใบสั่งงานที่บอกให้ช่างเริ่มลงมือ ส่วนมื้ออาหารคือรถส่งวัสดุ ต่อให้ใบสั่งงานเร่งแค่ไหน ถ้าอิฐกับปูนมาไม่ทัน กำแพงก็ขึ้นได้เท่าที่ของมีจริง

ภาพตัดขวางชั้นผิว แสดงเซลล์ไฟโบรบลาสต์ที่รับกรดอะมิโนไปสร้างเส้นใยคอลลาเจน

หัตถการแต่ละแบบต่างกันแค่วิธีส่งสัญญาณ คลื่นความถี่วิทยุ (RF) และ HIFU ใช้ความร้อน ส่วนคอลลาเจนบูสเตอร์อาศัยการตอบสนองต่อสารที่ฉีดเข้าไป แต่ปลายทางเหมือนกันคือให้ไฟโบรบลาสต์ทำงานมากกว่าปกติ ช่วงนั้นความต้องการวัตถุดิบจึงสูงกว่าวันธรรมดา และผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

คอลลาเจนสร้างจากกรดอะมิโนในอาหาร โดยมีเซลล์ไฟโบรบลาสต์เป็นผู้สร้าง

กินโปรตีนไม่พอ แล้วผลของหัตถการช้าลงจริงไหม?

มีโอกาสช้าลงจริง เพราะรอยบาดเจ็บเล็ก ๆ จากเข็มหรือความร้อนใช้กระบวนการซ่อมแซมชุดเดียวกับการหายของแผลทั่วไป ซึ่งต้องการวัตถุดิบเป็นตัวตั้ง มีบทความทบทวนใน PubMed ที่สรุปว่าความพร้อมของสารอาหาร โดยเฉพาะกรดอะมิโน เป็นปัจจัยชี้ขาดของการหายของแผล

ในทางกลับกัน บทความใน PMC ระบุไว้ชัดว่าภาวะขาดโปรตีนทำให้แผลทั้งแบบเฉียบพลันและแบบเรื้อรังหายช้าลง ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับที่ใช้อธิบายผิวหลังทำหัตถการ

ที่ยากคือภาวะกินไม่พอแบบอ่อน ๆ มักไม่แสดงตัวให้เห็น น้ำหนักอาจเท่าเดิมด้วยซ้ำ แต่วัตถุดิบที่เข้ามาต่อวันลดลงเงียบ ๆ โดยเฉพาะช่วงที่กังวลเรื่องบวม หรือกำลังลดน้ำหนักไปพร้อมกัน

สถานการณ์ที่เจอบ่อยสิ่งที่มักเลือกทำผลต่อการฟื้นตัว
กลัวหน้าบวมหลังทำลดอาหารทั้งมื้อวัตถุดิบลดตามไปด้วย
ลดน้ำหนักไปพร้อมกันตัดทั้งแป้งและโปรตีนมีสัญญาณ แต่ของไม่พอ
งานยุ่ง กินไม่ตรงเวลาข้ามเช้า ไปหนักมื้อเย็นรวมพอ แต่กระจุกมื้อเดียว
กินโปรตีนไม่พอทำให้การฟื้นตัวหลังทำหัตถการช้าลง

วันหนึ่งควรได้โปรตีนเท่าไหร่ แล้วแบ่งมื้ออย่างไรดี?

เริ่มจากเส้นพื้นฐานก่อน มีเอกสารทบทวนใน PMC ที่ระบุว่าปริมาณโปรตีนที่แนะนำต่อวันในปัจจุบันอยู่ที่ 0.8 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม โดยคิดจากโปรตีนคุณภาพดี เอาน้ำหนักตัวคูณเข้าไปก็ได้เส้นขั้นต่ำของตัวเอง

น้ำหนักตัวเส้นขั้นต่ำต่อวัน (0.8 กรัมต่อกิโลกรัม)
50 กิโลกรัมประมาณ 40 กรัม
60 กิโลกรัมประมาณ 48 กรัม
70 กิโลกรัมประมาณ 56 กรัม

แต่ต้องอ่านตัวเลขนี้ให้ถูก มันคือเส้นขั้นต่ำเพื่อไม่ให้ขาด ไม่ใช่เป้าหมายของช่วงที่ร่างกายกำลังซ่อมแซมตัวเอง เอกสารฉบับเดียวกันยังตั้งข้อสังเกตว่า คำแนะนำในปัจจุบันอาจไม่เพียงพอต่อการรักษาสมรรถภาพร่างกายและสุขภาพที่ดีของผู้สูงอายุ ตัวเลขที่เหมาะกับแต่ละคนจึงควรให้แพทย์ประเมินเป็นรายบุคคล

อีกครึ่งของเรื่องนี้คือการแบ่งมื้อ ถ้าเทไปที่มื้อเย็นมื้อเดียว ต่อให้รวมทั้งวันได้ตามเส้น ร่างกายก็มีจังหวะหยิบไปใช้แค่ครั้งเดียว

  • ทุกมื้อควรมีโปรตีนชัดเจนอย่างน้อยหนึ่งอย่าง เช่น ไข่ เต้าหู้ ปลา หรือผลิตภัณฑ์นม
  • ถ้ามื้อเช้าเป็นกาแฟแก้วเดียวประจำ ลองเติมไข่ต้มหรือนมถั่วเหลือง
  • วันที่ย่อยไม่ค่อยไหว เลือกของเคี้ยวง่ายแต่ยังมีโปรตีน เช่น ไข่ตุ๋นหรือปลานึ่ง

คอลลาเจนที่สร้างใหม่ค่อยเป็นค่อยไปเป็นเดือน ๆ ช่วงที่มื้ออาหารมีผลจึงยาวกว่าที่คิด

เส้นขั้นต่ำของโปรตีนต่อวันคิดจากน้ำหนักตัวและการแบ่งมื้อ

คอลลาเจนแบบชงดื่มกับอาหารจริง ควรเริ่มจากอะไรก่อน?

คำตอบคือเริ่มจากมื้ออาหารก่อน แล้วค่อยคิดเรื่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทีหลัง ไม่ใช่เพราะแบบชงดื่มเป็นของไม่ดี แต่ถ้าปริมาณรวมทั้งวันยังไม่ถึงเส้นพื้นฐาน การเติมผงหนึ่งช้อนก็ยังไม่ได้อุดช่องว่างตรงนั้น

น้ำหนักของหลักฐานก็ควรรู้ไว้ มีการทบทวนที่ชี้ว่า ระยะเวลาศึกษาที่สั้น รูปแบบการศึกษาที่ต่างกันมาก สูตรที่ผสมหลายส่วนประกอบ และการสนับสนุนทุนจากภาคอุตสาหกรรม ทำให้ความเชื่อมั่นต่อขนาดของผลลดลง ไม่ได้แปลว่ากินไม่ได้ แต่แปลว่ายังไม่ควรวางไว้แทนที่มื้ออาหาร

ลำดับที่ทำตามได้จริงมีสามขั้น เติมปริมาณรวมทั้งวันให้ถึง กระจายให้ครบทุกมื้อ แล้วถ้ายังกินได้ไม่พอจริง ๆ ค่อยใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นตัวช่วย คนที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มผลิตภัณฑ์ใด ๆ เสมอ

ข้อควรระวังและผลข้างเคียงเมื่อปรับอาหารช่วงทำหัตถการ

การเพิ่มโปรตีนจากอาหารในคนที่แข็งแรงดีถือว่ามีโอกาสเกิดผลข้างเคียงน้อย แต่ไม่ได้แปลว่าทุกคนควรเพิ่มเท่ากัน บางกลุ่มควรคุยกับแพทย์ก่อนปรับปริมาณ

  • มีโรคไตหรือการทำงานของไตผิดปกติ ควรให้แพทย์กำหนดปริมาณต่อวัน
  • มีโรคตับหรือโรคประจำตัวที่ต้องคุมอาหารอยู่แล้ว
  • กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โดยเฉพาะเมื่อคิดใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
  • มีประวัติแพ้ปลาหรืออาหารทะเล ซึ่งเป็นส่วนประกอบในหลายสูตร

ส่วนตัวหัตถการเอง หลังทำอาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยช่วงแรก ซึ่งมักดีขึ้นได้เองในไม่กี่วัน หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ บวมไม่ยุบ มีไข้ หรือผิวเปลี่ยนสี ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

อีกข้อที่อยากย้ำคือโปรตีนไม่ได้มาแทนที่การดูแลอย่างอื่น การกันแดด การนอน การเลี่ยงบุหรี่ ยังอยู่ในชุดเดียวกัน และการอัดหนักเฉพาะไม่กี่วันก่อนทำก็ไม่ได้ทำให้ผลมาเร็วขึ้น

ข้อควรระวังและผลข้างเคียงเมื่อปรับปริมาณโปรตีนช่วงทำหัตถการ

สรุป โปรตีนคือวัตถุดิบที่ทำให้ผลของหัตถการเดินหน้า

สรุปสั้น ๆ คอลลาเจนคือโปรตีนที่ร่างกายสร้างใหม่จากกรดอะมิโนในอาหาร หัตถการทำได้แค่ส่งสัญญาณให้เริ่มสร้าง ถ้ามื้ออาหารพร่อง ผลที่ออกมาก็มักช้ากว่าที่ตั้งใจ จุดที่ทำได้เองคือดูเส้นขั้นต่ำต่อวันจากน้ำหนักตัว กระจายให้ครบทุกมื้อ แล้วค่อยพิจารณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นลำดับสุดท้าย

ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจนะคะ

ส่วนค่าใช้จ่ายต่างกันไปตามชนิดของสาร จำนวนครั้ง และพื้นที่ที่ทำ จึงบอกเป็นตัวเลขเดียวไม่ได้ ดูแนวทางได้ที่ หน้ารวมราคา ราคาที่คลินิกในกรุงโซลอาจเปลี่ยนแปลงได้ สอบถามก่อนจะชัดเจนกว่า

หากยังสงสัยว่าประโยค "ช่วงนี้กินให้ดี ๆ นะ" หมายถึงอะไรกันแน่ ทักมาปรึกษาคุณหมอที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แอด LINE มาคุยกันก่อนได้ค่ะ

ข้อมูลอ้างอิง :

บทความแนะนำ

Sculptra ต้องใช้กี่ไวอัล ดูจากพื้นที่และอายุ ไม่ใช่ยิ่งเยอะยิ่งดีผิวหนัง

Sculptra ต้องใช้กี่ไวอัล? ดูจากพื้นที่และอายุ ไม่ใช่ยิ่งเยอะยิ่งดี

ตัวเลขไวอัลของ Sculptra ไม่ได้บอกขนาดของผลลัพธ์ แต่เป็นผลของการคำนวณพื้นที่ที่ต้องกระจายให้ทั่ว ร่วมกับความเร็วในการสร้างคอลลาเจนที่เปลี่ยนไปตามอายุ แล้วแบ่งออกเป็นหลายครั้ง

เปรียบเทียบการฉีดสกินบูสเตอร์ด้วยมือกับหัวฉีดอัตโนมัติผิวหนัง

ฉีดสกินบูสเตอร์ด้วยมือกับใช้หัวฉีด ต่างกันตรงไหน เจ็บกว่ากันไหม?

ยาตัวเดียวกัน จุดเดียวกัน แต่ฉีดด้วยมือกับใช้หัวฉีดให้ประสบการณ์ไม่เหมือนกัน บทความนี้เทียบให้เห็นว่าความเจ็บ รอยช้ำ และความสม่ำเสมอของความลึกต่างกันตรงไหน

สภาพผิวในห้องแอร์ที่ความมันยังออกแต่น้ำในผิวชั้นนอกลดลงผิวหนัง

อยู่ห้องแอร์แล้วหน้ามันแต่ผิวตึง เกิดจากอะไร

หน้ามันแต่ก็ยังรู้สึกตึง อาการนี้เกิดขึ้นได้บ่อยในห้องแอร์ เพราะปริมาณความมันกับน้ำในผิวชั้นนอกเคลื่อนไหวคนละทาง บทความนี้รวมสาเหตุ ระยะเวลาที่ผิวเริ่มแห้ง และเงื่อนไขในห้องที่ปรับได้

บทความล่าสุด

ใบหน้าที่ดูซูบลงหลังน้ำหนักลดเร็วรูปหน้าและวอลุ่ม

น้ำหนักลดแล้วหน้าซูบ ควรเติมวอลลุ่มตอนไหนดี

น้ำหนักลดลงแล้วเสื้อผ้าหลวมขึ้น แต่ใบหน้ากลับดูซูบและเหนื่อยกว่าเดิม เพราะไขมันที่หนุนใบหน้าอยู่ด้านในลดลงไปพร้อมกัน บทความนี้รวมสาเหตุ ความเสี่ยงของการรีบเติมวอลลุ่มตอนน้ำหนักยังไม่นิ่ง และจังหวะที่เหมาะกับการเริ่มออกแบบ

Sculptra ต้องใช้กี่ไวอัล ดูจากพื้นที่และอายุ ไม่ใช่ยิ่งเยอะยิ่งดีผิวหนัง

Sculptra ต้องใช้กี่ไวอัล? ดูจากพื้นที่และอายุ ไม่ใช่ยิ่งเยอะยิ่งดี

ตัวเลขไวอัลของ Sculptra ไม่ได้บอกขนาดของผลลัพธ์ แต่เป็นผลของการคำนวณพื้นที่ที่ต้องกระจายให้ทั่ว ร่วมกับความเร็วในการสร้างคอลลาเจนที่เปลี่ยนไปตามอายุ แล้วแบ่งออกเป็นหลายครั้ง

แพทย์อธิบายแผนการกระจายจำนวนช็อตบนใบหน้าก่อนเริ่มทำ Sofwaveลิฟติ้ง

จำนวนช็อต Sofwave ต้องเท่าไหร่ถึงพอดีกับแต่ละบริเวณ?

จำนวนช็อตของ Sofwave ไม่ใช่ตัวเลขมาตรฐานที่ใช้ได้กับทุกใบหน้า แต่เป็นค่าที่ออกแบบขึ้นตามขนาดพื้นที่ ระดับความหย่อนคล้อย และเป้าหมายของแต่ละคน การเทียบยอดรวมระหว่างคลินิกจึงบอกอะไรได้น้อยกว่าที่คิด

เปรียบเทียบการฉีดสกินบูสเตอร์ด้วยมือกับหัวฉีดอัตโนมัติผิวหนัง

ฉีดสกินบูสเตอร์ด้วยมือกับใช้หัวฉีด ต่างกันตรงไหน เจ็บกว่ากันไหม?

ยาตัวเดียวกัน จุดเดียวกัน แต่ฉีดด้วยมือกับใช้หัวฉีดให้ประสบการณ์ไม่เหมือนกัน บทความนี้เทียบให้เห็นว่าความเจ็บ รอยช้ำ และความสม่ำเสมอของความลึกต่างกันตรงไหน

สภาพผิวในห้องแอร์ที่ความมันยังออกแต่น้ำในผิวชั้นนอกลดลงผิวหนัง

อยู่ห้องแอร์แล้วหน้ามันแต่ผิวตึง เกิดจากอะไร

หน้ามันแต่ก็ยังรู้สึกตึง อาการนี้เกิดขึ้นได้บ่อยในห้องแอร์ เพราะปริมาณความมันกับน้ำในผิวชั้นนอกเคลื่อนไหวคนละทาง บทความนี้รวมสาเหตุ ระยะเวลาที่ผิวเริ่มแห้ง และเงื่อนไขในห้องที่ปรับได้

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors