ผลหัตถการไม่ขึ้นเท่าที่หวัง ลองเช็กจานอาหารดูหรือยัง?
ถ้าทำหัตถการมาแล้วรู้สึกว่าผลยังไม่เท่าที่หวัง ลองย้อนกลับไปดูจานอาหารในแต่ละวันก่อนตัดสินว่าหัตถการไม่ได้ผล เพราะวัตถุดิบของคอลลาเจนมาจากมื้ออาหารล้วน ๆ

วางแผนมาโซล
กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?
เคยไหมคะ ทำครบตามที่คุยกันไว้ทุกครั้ง แต่พอส่องกระจกก็ยังรู้สึกว่าผิวไม่ได้แน่นขึ้นอย่างที่นึกไว้ คำถามแรกที่ผุดขึ้นมามักเป็น เลือกผิดตัวหรือเปล่า หรือควรเพิ่มจำนวนครั้งดี
ก่อนจะไปถึงตรงนั้น มีอีกด้านที่มักถูกข้ามไปค่ะ นั่นคือจานอาหารของคุณเอง บทความนี้จะพาไล่เช็กทีละข้อว่ามันกำลังถ่วงผลอยู่ไหม ทั้งความเข้าใจผิดที่เจอบ่อย วิธีดูช่องว่างของตัวเอง และช่วงเวลาที่อาหารมีน้ำหนัก เรียบเรียงจากแนวทางที่ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ใช้คุยกับคนไข้จริงนะคะ
ทำมาแล้วผลยังไม่มา ทำไมต้องย้อนดูจานอาหารก่อน?
เพราะสองอย่างนี้ทำคนละงานกันค่ะ จะเลือกเครื่องที่ส่งพลังงานความร้อนลงไปอย่าง HIFU กับคลื่นความถี่วิทยุ (RF) หรือเลือกทางฉีดอย่างคอลลาเจนบูสเตอร์ ปลายทางก็ตรงกันหมด คือไปปลุกเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ที่อยู่ชั้นหนังแท้ให้ทำงานหนักกว่าวันธรรมดา
ทีนี้ เส้นใยที่จะขึ้นใหม่นั้น เซลล์ต้องปั้นเองจากกรดอะมิโนที่ผ่านการย่อยในลำไส้ ไม่มีทางลัดอื่น แปลว่าเงินที่จ่ายไปคือค่าสัญญาณเริ่มงาน ส่วนวัสดุยังต้องเดินเข้ามาทางจานอาหารทุกวันอยู่ดีค่ะ
ลองนึกภาพวันที่ช่างมากันครบพร้อมเครื่องมือ แต่รถขนวัสดุมาไม่ครบ งานก็เดินได้เท่าที่ของมีจริง จุดนี้เองที่อธิบายว่าทำไมสองคนใช้แผนเดียวกันแล้วผลกลับไม่เท่ากัน ก่อนจะสรุปว่าไม่เวิร์ก ลองไล่ดูสี่ข้อถัดไปก่อนนะคะ
4 ความเข้าใจผิดเรื่องการกินที่ทำให้ผลสะดุดโดยไม่รู้ตัว
คนที่เจอปัญหานี้ส่วนใหญ่ไม่ใช่คนที่ปล่อยตัวเองนะคะ กลับกันเลย มักเป็นคนที่ตั้งใจดูแลมาก เพียงแต่ไปเข้มงวดผิดจุดในช่วงที่ร่างกายอยากได้ของมากกว่าเดิม
- ข้อที่ 1 กลัวหน้าบวมเลยหั่นอาหารออกทั้งจาน ทั้งที่สิ่งที่ควรคุมคือรสเค็ม ไม่ใช่ปริมาณโปรตีน
- ข้อที่ 2 ทำคู่ไปกับการลดน้ำหนัก แล้วตัดทั้งข้าวและกับข้าวพร้อมกัน กลายเป็นมีคำสั่งให้สร้าง แต่ไม่มีของให้สร้าง
- ข้อที่ 3 ปล่อยตามใจมาทั้งเดือน แล้วมาเร่งกินหนักไม่กี่วันก่อนถึงคิว การอัดแบบนั้นไม่ได้ทำให้ผลมาไวขึ้น
- ข้อที่ 4 คิดว่าดื่มคอลลาเจนแบบชงวันละซองแล้วครบ เลยไม่เคยนับยอดรวมของทั้งวันสักครั้ง
จุดที่ยากของสี่ข้อนี้คือมันไม่เคยส่งเสียงเตือนเลยค่ะ ตัวเลขบนตาชั่งอาจนิ่งเท่าเดิม หน้าตาก็ดูปกติดี แต่ของที่เข้ามาต่อวันหายไปทีละนิดแบบเงียบ ๆ กว่าจะเอะใจก็ตอนที่รู้สึกว่าผลไม่ค่อยขยับ ซึ่งเวลาผ่านไปหลายสัปดาห์แล้ว
ลองเทียบกับสามวันจริงที่เจอบ่อยในห้องตรวจดูก็ได้ค่ะ เผื่อจะเห็นเงาตัวเองอยู่ในนั้น
- ตื่นสาย คว้ากาแฟแก้วเดียวออกจากบ้าน กลางวันสลัดถ้วยเล็ก แล้วไปหนักที่ข้าวเย็นจานใหญ่ ยอดรวมดูไม่ขาด แต่ของเข้ามากระจุกตอนค่ำ
- กำลังคุมหุ่นก่อนงานสำคัญ เลยหั่นทั้งข้าวและกับข้าวลงครึ่งหนึ่ง เลขบนตาชั่งลงจริง แต่ของที่ใช้ซ่อมผิวก็ลงตามไปด้วย
- ดื่มซองชงทุกเช้าแล้วสบายใจ ไม่เคยนับว่าที่เหลือของวันได้เท่าไหร่ ตัวช่วยเลยมาก่อนของหลัก ลำดับกลับด้านไปเลย
อีกภาพที่เห็นบ่อยคือวันทำงานยาว ๆ ที่ข้ามมื้อเช้าไปเลย แล้วไปทดแทนหมดที่มื้อค่ำ ยอดรวมอาจไม่ได้น้อย แต่กองอยู่ครั้งเดียว ร่างกายจึงหยิบไปใช้ได้แค่ช่วงเดียวของวันค่ะ
จะรู้ได้ยังไงว่าจานของคุณห่างจากเส้นขั้นต่ำแค่ไหน?
ทางที่ตรงไปตรงมาคือคำนวณเส้นของตัวเองออกมาก่อนค่ะ เอกสารทบทวนใน PMC วางค่าอ้างอิงไว้ที่โปรตีนคุณภาพดี 0.8 กรัม ต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัมในหนึ่งวัน หยิบน้ำหนักตัวมาคูณก็ได้ตัวเลขประจำตัวแล้ว
| ถ้าน้ำหนักตัวอยู่ที่ | เส้นขั้นต่ำของหนึ่งวัน |
|---|---|
| 50 กิโลกรัม | 40 กรัมโดยประมาณ |
| 60 กิโลกรัม | 48 กรัมโดยประมาณ |
| 70 กิโลกรัม | 56 กรัมโดยประมาณ |
อ่านเลขนี้ให้ถูกด้วยนะคะ มันคือขีดกันขาด ไม่ใช่เพดานของวันที่ร่างกายกำลังลงมือซ่อมตัวเอง เอกสารฉบับนั้นเองยังทิ้งคำถามไว้ว่า ค่าที่ยึดกันอยู่ทุกวันนี้อาจต่ำไปสำหรับคนวัยเกษียณ ตัวเลขที่พอดีกับคุณจึงควรให้แพทย์เป็นคนชี้
พอได้เส้นแล้ว ลองเอาสามคำถามนี้ไปจับกับหนึ่งวันธรรมดาของตัวเองดู ไม่ต้องจดครบทั้งสัปดาห์ก็พอเห็นช่องว่างแล้วค่ะ
- มื้อเช้ามีของที่นับเป็นโปรตีนได้ชัด ๆ สักอย่างไหม เช่น ปลา ไข่ นมถั่วเหลือง หรือเต้าหู้ ถ้ามีแต่กาแฟแก้วเดียว ช่องว่างตรงนี้อุดได้ง่ายที่สุด
- ของพวกนั้นกระจายอยู่ครบทั้งสามมื้อ หรือไปกองรวมกันที่มื้อค่ำมื้อเดียว
- วันที่เบื่ออาหารหรือย่อยไม่ค่อยไหว มีตัวเลือกที่กลืนง่ายแต่ยังได้ของเตรียมไว้ไหม เช่น ซุปไข่หรือปลานึ่งอ่อน ๆ
หลายคนถามถึงเครื่องดื่มแบบชงด้วยค่ะ มันไม่ใช่ของแย่ เพียงแต่ลำดับต้องถูก ถ้ายอดรวมของวันยังไม่แตะเส้น การเทผงลงแก้วก็ยังไม่ได้ปิดช่องโหว่ตรงนั้น งานรวบรวมหลักฐานหลายฉบับยังตั้งข้อสังเกตว่า วิจัยกลุ่มนี้ตามผลกันในเวลาสั้นและวิธีวัดไม่เหมือนกัน จึงควรวางไว้ท้ายแถว
หลังทำหัตถการ ช่วงไหนที่มื้ออาหารมีน้ำหนักกว่าช่วงอื่น?
หลายคนเข้าใจว่าเรื่องกินสำคัญแค่สองสามวันแรก จริง ๆ แล้วยาวกว่านั้นเยอะค่ะ เพราะเส้นใยใหม่ทยอยขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปนับเป็นเดือน ช่วงที่จานอาหารยังมีผลจึงลากยาวกว่าที่คิดไว้ตอนแรก
- สองสามวันแรก ช่วงที่อาจเจอผิวแดงหรือบวมนิดหน่อย มักเป็นจังหวะที่คนลดอาหารเพราะกลัวบวม ทั้งที่ควรไปคุมรสเค็มแทนการตัดทั้งจาน
- สัปดาห์ถัดมา ร่างกายเข้าโหมดซ่อมเต็มตัว ความสม่ำเสมอของแต่ละมื้อมีน้ำหนักกว่ายอดของวันใดวันหนึ่ง
- หลังจากนั้นอีกหลายเดือน เส้นใยยังถูกจัดเรียงต่อไปเรื่อย ๆ การกลับไปกินแบบเดิมทั้งเดือนจึงทำให้สิ่งที่สะสมมาแผ่วลงได้
เรื่องผลข้างเคียงก็ควรรู้ไว้ค่ะ ช่วงแรกอาจเจอผิวแดงหรือบวมนิดหน่อย ซึ่งมักทุเลาลงเองในไม่กี่วัน แต่ถ้าเจ็บขึ้นทุกวัน บวมค้างไม่ยอมลด มีไข้ หรือสีผิวตรงนั้นเปลี่ยนไป ควรกลับไปพบแพทย์ทันที
ขอย้ำอีกเรื่องคือ จานอาหารเป็นแค่เสาหนึ่งเท่านั้น เสาอื่นอย่างการหลบแดด การนอนให้ครบ และการไม่สูบบุหรี่ ก็ต้องยืนอยู่ด้วยกันเสมอ ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลค่ะ
สรุป ใครควรคุยกับแพทย์ก่อน แล้วเริ่มต้นจากตรงไหนดี?
สำหรับคนที่ร่างกายปกติดี การเติมของจากมื้ออาหารตามปกติมักไม่สร้างปัญหาอะไร แต่ไม่ได้แปลว่าทุกคนควรขยับเลขเท่ากันค่ะ กลุ่มข้างล่างนี้ควรให้แพทย์เป็นคนวางปริมาณให้ก่อนลงมือเอง
- มีโรคไต หรือค่าการทำงานของไตไม่ปกติ
- มีโรคตับ หรือมีข้อจำกัดด้านอาหารจากโรคประจำตัวอยู่เดิม
- อยู่ระหว่างตั้งท้องหรือกำลังให้นมลูก ยิ่งถ้าคิดจะหยิบอาหารเสริมมาใช้
- เคยแพ้อาหารทะเลหรือปลา ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่พบในหลายสูตร
ปิดท้ายสั้น ๆ ค่ะ ถ้ายังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างที่ตั้งใจ อย่าเพิ่งโยนคำตอบไปที่เครื่องมืออย่างเดียว ไล่สี่ความเข้าใจผิด คำนวณเส้นของตัวเอง จัดให้กระจายทั้งวัน แล้วค่อยว่ากันเรื่องอาหารเสริม และควรให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญช่วยประเมินก่อนตัดสินใจนะคะ
เรื่องงบประมาณนั้นแปรตามตัวยาที่เลือก จำนวนรอบ และขอบเขตที่ลง จึงตอบเป็นเลขเดียวไม่ได้ ค่าบริการของคลินิกในกรุงโซลปรับเปลี่ยนได้ตามช่วงเวลา ถามตอนเข้าปรึกษาจะเห็นภาพชัดกว่าค่ะ
ถ้ายังค้างคาใจว่าทำไปแล้วแต่ยังไม่เห็นผล ลองให้เราช่วยดูทั้งแผนและจานอาหารไปพร้อมกันนะคะ ที่ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ทักเข้ามาทาง LINE เพื่อคุยกับคุณหมอได้เลยค่ะ ปรึกษาได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
แหล่งอ้างอิง : PubMed 28978679 · PMC2642618 · PMC3660117 · PubMed 42451143
คำถามที่พบบ่อย
ทำหัตถการไปแล้ว เพิ่งมาปรับอาหารตอนนี้ยังทันไหม?
ยังทันค่ะ เพราะเส้นใยใหม่ทยอยขึ้นนับเป็นเดือน เริ่มจากทำให้ทุกมื้อมีของที่นับเป็นโปรตีนได้ชัด ๆ ก่อนเลย
กินหนัก ๆ ก่อนวันทำหัตถการจะช่วยให้ผลมาไวขึ้นไหม?
การอัดเฉพาะไม่กี่วันก่อนถึงคิวไม่ได้ทำให้ผลมาไวขึ้นค่ะ สิ่งที่มีน้ำหนักกว่าคือความสม่ำเสมอระยะยาว
กลัวหน้าบวมหลังทำ ควรลดอาหารลงก่อนไหม?
สิ่งที่ควรคุมคือรสเค็ม ไม่ใช่การหั่นอาหารออกทั้งจานค่ะ เพราะการตัดทั้งมื้อทำให้ของที่ร่างกายต้องใช้ซ่อมแซมหายไปด้วย
ถ้ากินอาหารได้น้อยจริง ๆ ควรพึ่งผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเลยไหม?
ใช้เป็นตัวช่วยท้ายแถวได้ค่ะ แต่ควรจัดยอดรวมของวันและกระจายมื้อให้ครบเสียก่อน ใครที่รักษาโรคประจำตัวอยู่ ควรถามหมอก่อนเริ่มอะไรใหม่ทุกครั้ง


