กำจัดขนขาต้องทำกี่ครั้ง กว่าขนจะหายไปนาน ๆ ตามวงจรเส้นขน?
เลเซอร์กำจัดขนจับได้เฉพาะเส้นขนที่อยู่ในระยะเจริญเติบโตเท่านั้น ขาจึงมักต้องทำ 6-10 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 6-8 สัปดาห์ บทความนี้พาไปดูเหตุผลตามวงจรเส้นขนค่ะ

วางแผนมาโซล
กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?
เคยไหมคะ ไปปรึกษาเรื่องกำจัดขนขาแล้วได้ยินสองอย่างพร้อมกัน ฝั่งหนึ่งบอกว่า "ทำแพ็กเกจ 6 ครั้งก็ถือว่าขนบางลงระยะยาวแล้ว" อีกฝั่งบอกว่า "แต่ละคนไม่เหมือนกัน ควรเผื่อไว้สัก 8 ครั้งขึ้นไป" ทั้งที่เป็นการรักษาแบบเดียวกันบนขาข้างเดียวกัน แต่จำนวนครั้งที่แนะนำกลับต่างกัน ทำให้หลายคนไม่แน่ใจว่าตัวเองจะอยู่ในกลุ่มไหน
สาเหตุหลักมาจากวงจรการเจริญเติบโตของเส้นขนที่ไม่ได้อยู่ในระยะเดียวกันทุกเส้นพร้อมกัน เลเซอร์จึงจับได้เฉพาะขนที่อยู่ในระยะที่เหมาะสมในแต่ละครั้งเท่านั้น การดูแลตัวเองอย่างการโกนหรือแวกซ์ไม่สามารถทำให้ขนบางลงถาวรได้ด้วยตัวเอง จึงต้องอาศัยการรักษาทางการแพทย์ที่วางแผนรอบการทำอย่างเป็นระบบ
บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่าทำไมกำจัดขนขาถึงต้องทำหลายครั้ง อะไรที่ทำให้บางคนจบเร็วบางคนจบช้า และทำไมทางการแพทย์จึงไม่แนะนำให้เรียกว่ากำจัดขนแบบเบ็ดเสร็จ พร้อมข้อควรระวังก่อนเข้ารับการรักษา โดยเราเป็นคลินิกสัญชาติเกาหลีย่านฮับจอง กรุงโซล ไปดูกันเลยค่ะ
เลเซอร์กำจัดขนไม่ได้ทำลายรากขนทั้งหมดในครั้งเดียว
เลเซอร์กำจัดขนทำงานโดยอาศัยเม็ดสีเมลานิน (Melanin) ในรากขนดูดซับพลังงานแสงเลเซอร์ แล้วเปลี่ยนเป็นความร้อนเพื่อทำลายรากขนนั้น ๆ ไม่ใช่ว่าทุกเส้นขนบนขาจะถูกทำลายพร้อมกันในครั้งเดียว มีเพียงเส้นขนที่อยู่ในระยะเจริญเติบโต (Anagen Phase) ณ ช่วงเวลานั้นเท่านั้นที่จะได้รับผลจากเลเซอร์อย่างมีประสิทธิภาพ
ขาเป็นบริเวณที่สัดส่วนของเส้นขนในระยะเจริญเติบโตค่อนข้างสม่ำเสมอเมื่อเทียบกับบริเวณอื่นอย่างใบหน้า ทำให้ผลลัพธ์ในแต่ละครั้งค่อนข้างคาดเดาได้ง่ายกว่า

วงจรเส้นขนคือเหตุผลที่ต้องทำหลายครั้ง
เส้นขนมีวงจรการเจริญเติบโต 3 ระยะที่หมุนเวียนกันไปเรื่อย ๆ คือ ระยะเจริญเติบโต (Anagen) ระยะถดถอย (Catagen) และระยะพัก (Telogen) เลเซอร์จะได้ผลดีเฉพาะระยะเจริญเติบโตที่เม็ดสีเมลานินเข้มข้นและรากขนยังเชื่อมต่อกับปุ่มรากขนอยู่ ส่วนระยะถดถอยและระยะพักแทบไม่ตอบสนองต่อการยิงเลเซอร์ในรอบเดียวกัน
แต่ละบริเวณมีสัดส่วนเส้นขนในระยะเจริญเติบโตไม่เท่ากัน ลองดูตารางนี้ค่ะ
| บริเวณ | สัดส่วนระยะเจริญเติบโต | จำนวนครั้งที่แนะนำ | ระยะห่างระหว่างครั้ง |
|---|---|---|---|
| ขา | ประมาณ 20-30% | 6-10 ครั้ง | 6-8 สัปดาห์ |
| รักแร้ | ประมาณ 30% | 5-8 ครั้ง | 4-6 สัปดาห์ |
| บิกินี่ | ประมาณ 30% | 5-8 ครั้ง | 4-6 สัปดาห์ |
| ใบหน้า (ผู้หญิง) | ประมาณ 60-70% | 8-12 ครั้ง | 4 สัปดาห์ |
ในแต่ละครั้งที่ทำที่ขา มีเส้นขนราว 20-30% เท่านั้นที่อยู่ในระยะที่เลเซอร์จับได้ จึงต้องทำซ้ำบนบริเวณเดิมทุก 6-8 สัปดาห์ ต่อเนื่อง 6-10 ครั้ง เพื่อให้ครอบคลุมเส้นขนที่หมุนเวียนเข้าสู่ระยะเจริญเติบโตให้ได้มากที่สุด
ทำไมบางคนจบที่ 6-8 ครั้ง แต่บางคนต้องทำถึง 10 ครั้งขึ้นไป
กลุ่มที่มักจบใน 6-8 ครั้ง:
- เส้นขนหนาและสีเข้ม (เมลานินมาก ดูดซับพลังงานได้มีประสิทธิภาพ)
- โทนผิวค่อนข้างอ่อน
- ระดับฮอร์โมนค่อนข้างคงที่
- ความหนาแน่นของเส้นขนบนขาสม่ำเสมอทั้งขา
กลุ่มที่มักต้องทำ 10 ครั้งขึ้นไป:
- เส้นขนบางและสีอ่อน (เมลานินน้อย ดูดซับพลังงานได้น้อย)
- โทนผิวเข้ม (ต้องปรับพลังงานให้ปลอดภัยมากขึ้น จึงต้องเพิ่มจำนวนครั้ง)
- ฮอร์โมนแปรปรวนมาก เช่น ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบหรือความผิดปกติของต่อมไทรอยด์
- ทิศทางและความหนาแน่นของเส้นขนไม่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะด้านในและด้านหลังขา
งานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่าบริเวณขาหลังทำเลเซอร์เฉลี่ยประมาณ 6 ครั้ง เส้นขนลดลงราว 82% โดยระยะห่าง 4-8 สัปดาห์ให้ผลลัพธ์ที่สม่ำเสมอที่สุด อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์นี้ไม่ได้จบแบบเบ็ดเสร็จตั้งแต่ครั้งแรก เพราะเมื่อเวลาผ่านไป 1-2 ปี การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนหรือสภาพแวดล้อมอาจทำให้เส้นขนบางเส้นกลับมาทำงานอีกครั้ง หลายคนจึงเลือกทำการรักษาเสริมเป็นระยะ

ทำไมไม่ควรเรียกว่า "กำจัดขนแบบเบ็ดเสร็จ"
หลายคนเข้าใจว่ากำจัดขนด้วยเลเซอร์คือขนจะหายไปตลอดชีวิตโดยไม่มีวันกลับมาอีกเลย แต่ในทางการแพทย์ คำอธิบายที่แม่นยำกว่าคือ "การลดปริมาณขนในระยะยาว" (Permanent Hair Reduction) ไม่ใช่การรับประกันว่าจะไม่มีขนขึ้นอีกเลยตลอดไป แม้เส้นขนจะบางลงและมองไม่เห็นเป็นระยะเวลานานหลังทำครบคอร์ส แต่การพูดแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดนั้นไม่ตรงตามความเป็นจริงทางการแพทย์
ในทางปฏิบัติ การทำครบคอร์ส 6-10 ครั้งแล้วตามด้วยการรักษาเสริมทุก 1-2 ปี ถือเป็นแนวทางที่ให้ผลลัพธ์มั่นคงที่สุด ระหว่างรอบการรักษาแนะนำให้ใช้วิธีโกนแทนการแวกซ์หรือถอนขน เพราะการถอนรากขนออกจะรบกวนเป้าหมายที่เลเซอร์ต้องจับ และควรทาครีมกันแดดบริเวณที่รักษาอย่างสม่ำเสมอด้วยค่ะ
ข้อควรระวังก่อนเข้ารับการรักษา
- กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- มีการอักเสบเฉียบพลันหรือเริมบริเวณที่จะรักษา
- กำลังรับประทานยาที่ทำให้ผิวไวต่อแสง เช่น ไอโซเตรติโนอิน หรือยาปฏิชีวนะบางชนิด
- มีรอยสักหรือสักคิ้วปาก (Semi-Permanent Makeup) ในบริเวณที่จะรักษา
- ได้รับการวินิจฉัยภาวะเกี่ยวกับฮอร์โมน เช่น ไทรอยด์หรือถุงน้ำรังไข่หลายใบ
- มีแนวโน้มเป็นแผลคีลอยด์
หากตรงกับข้อใดข้อหนึ่งข้างต้น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญอาจปรับพลังงานให้ระมัดระวังมากขึ้นหรือเลื่อนตารางการรักษาออกไปก่อนเพื่อความปลอดภัย ควรแจ้งยาที่รับประทานอยู่และโรคประจำตัวให้ครบถ้วนตั้งแต่การปรึกษาครั้งแรก

สรุป
กำจัดขนขาต้องอาศัยวงจรเส้นขน เพราะเลเซอร์จับได้เฉพาะเส้นที่อยู่ในระยะเจริญเติบโตเท่านั้น จึงไม่จบในครั้งเดียวและมักอยู่ที่ 6-10 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 6-8 สัปดาห์ ความหนาและสีของเส้นขน โทนผิว และความคงที่ของฮอร์โมนเป็นตัวแปรว่าจะจบเร็วที่ 6-8 ครั้งหรือต้องทำถึง 10 ครั้งขึ้นไป
ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และแม้ทำครบคอร์สแล้วก็ยังมีโอกาสที่เส้นขนบางส่วนกลับมาทำงานอีกครั้งในอีก 1-2 ปีข้างหน้า จึงควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินความเหมาะสมก่อนตัดสินใจ
หากคุณกำลังสงสัยว่าต้องทำเลเซอร์กำจัดขนขากี่ครั้งถึงจะเห็นผลที่ต้องการ แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
Q1. ทำเลเซอร์กำจัดขนขาครั้งเดียวแล้วขนจะไม่ขึ้นอีกเลยไหม?
ทางการแพทย์ใช้คำว่าการลดปริมาณขนในระยะยาว (Permanent Hair Reduction) มากกว่าจะบอกว่าขนจะหายไปตลอดชีวิต หลายคนพบว่าขนบางลงมากและแทบไม่เห็นเป็นเวลาหลายปีหลังทำครบคอร์ส แต่เมื่อฮอร์โมนหรือเวลาผ่านไป เส้นขนบางส่วนอาจกลับมาทำงานอีกครั้ง จึงมักมีการทำเสริมทุก 1-2 ปีค่ะ
Q2. ระหว่างรอบการรักษาโกนขนได้ไหม?
โกนได้ตามปกติค่ะ แต่ควรเลี่ยงการแวกซ์ การถอนขน หรือใช้ด้ายดึงขน เพราะวิธีเหล่านี้จะดึงรากขนออก ทำให้เลเซอร์ในรอบถัดไปไม่มีเป้าหมายที่จะจับ เนื่องจากเลเซอร์ทำงานโดยจับเม็ดสีเมลานินที่อยู่ในรากขน หากรากขนหลุดไปแล้วก็จะดูดซับพลังงานไม่ได้
Q3. ลองทำแค่ขาข้างเดียวก่อนได้ไหม?
บางคนที่ไม่เคยทำมาก่อนอาจเลือกทำขาข้างเดียวก่อนเพื่อดูการตอบสนองของผิว แต่หากต้องการประเมินผลของทั้งคอร์ส แนะนำให้ทำทั้งสองข้างไปพร้อมกันจะเห็นภาพรวมชัดกว่า ครั้งแรกอาจถือเป็นการทดสอบผิวเบื้องต้น แล้วค่อยวางแผนคอร์สเต็มรูปแบบต่อไป
Q4. ทำครบ 6 ครั้งแล้วยังเห็นขนอยู่บ้าง ต้องทำอะไรต่อ?
ขึ้นอยู่กับความหนา สี ของเส้นขน และโทนผิวของแต่ละคน บางเส้นอาจยังไม่ตอบสนองเต็มที่ในรอบแรก การทำเพิ่มอีกสองสามครั้งมักช่วยให้เส้นที่เหลือตอบสนองมากขึ้น แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินและตัดสินใจว่าควรเพิ่มจำนวนครั้งหรือไม่ค่ะ











