ประสิทธิภาพการกำจัดขนรักแร้ — ทำไมอัตราการลดขนแต่ละครั้งถึงต่างกัน
การกำจัดขนรักแร้: อัตราการลดขนแต่ละครั้งและการเลือกความยาวคลื่นคือปัจจัยที่กำหนดผลลัพธ์


วียองจิน
ผู้อำนวยการ
ประสิทธิภาพการกำจัดขนรักแร้ — ทำไมอัตราการลดขนแต่ละครั้งถึงต่างกัน
เมื่อใกล้ถึงฤดูร้อน ห้องตรวจของผมก็เริ่มคึกคัก
ไม่ว่าจะเป็นตารางนัดใส่เสื้อแขนกุด
หรือนัดลองชุดแต่งงาน
"ทำครบ 6 ครั้งแล้วนะคะ
แต่ทำไมรักแร้ยังดูคล้ำอยู่เลย?"
ผมได้ยินคำถามนี้บ่อยมากครับ
วันนี้ผมจะมาอธิบาย
สาเหตุทั้งหมดอย่างละเอียดให้ฟังครับ
การกำจัดขนรักแร้ — คิดว่าเลเซอร์ทุกเครื่องเหมือนกันใช่ไหมครับ?
กำจัดขนด้วยเลเซอร์ทำงานโดยให้เมลานินในรูขุมขนดูดซับแสง แล้วแปลงเป็นความร้อนเพื่อทำลายรากขนครับ
ตรงนี้หลายคนทราบดีอยู่แล้ว
แต่ภายใต้ชื่อ "กำจัดขนด้วยเลเซอร์" เดียวกัน
มีเครื่องที่ใช้ความยาวคลื่นต่างกันอยู่หลายแบบครับ
แบ่งหลักๆ ได้เป็น อเล็กซานไดรต์ (755nm)
ไดโอด (810nm)
และ Nd:YAG (1064nm)
ตัวเลขเหล่านี้บ่งบอกว่าแสง
เข้าไปลึกแค่ไหนในผิวหนังครับ
755nm มีอัตราการดูดซึมเมลานินสูง เหมาะกับรากขนที่อยู่ตื้น
ส่วน 1064nm ดูดซึมได้น้อยกว่าแต่ทะลุลึกกว่าครับ
ความแตกต่างนี้ส่งผลต่อประสิทธิภาพในแต่ละบริเวณ
อย่างเห็นได้ชัดเจนครับ
ทำไมทำ 6 ครั้งเท่ากัน บางคนผลลัพธ์ดี บางคนขนยังเหลืออยู่?
ประเด็นสำคัญของบทความนี้
รากขนบริเวณรักแร้อยู่ลึกประมาณ 3–4 มม. ซึ่งเป็นความลึกระดับกลางครับ
755nm สามารถทำได้ แต่ถ้าใช้ร่วมกับ 1064nm
อัตราการลดขนต่อครั้งจะสูงขึ้น 15–20% ครับ
อ่านแค่ตัวหนังสืออาจยังนึกภาพไม่ออก แต่ถ้าดูจากเคสจริงจะชัดเจนมากขึ้นครับ
สัปดาห์ที่แล้วมีคุณผู้หญิงอายุ 24 ปี
ตามเพื่อนมาฟังการปรึกษาโดยไม่ได้นัดไว้
เพื่อนของเธอนัดปรึกษาเรื่องกำจัดขนขาอยู่
เธอมาเป็นแค่คนติดตามครับ
แต่พอได้ฟังการพูดคุย
เธอเองก็เริ่มเล่าว่า
"หนูทำมา 8 ครั้งที่อื่นแล้วค่ะ
แต่ขนแนวด้านในรักแร้ยังอยู่เลย"
และกลายเป็นคนที่สนใจมากกว่าเพื่อนเสียอีกครับ
พอตรวจดูพบว่าที่เธอเคยทำมาตลอด
คือเลเซอร์อเล็กซานไดรต์ 755nm ความยาวคลื่นเดียวครับ
รากขนบริเวณรักแร้อยู่ลึกเฉลี่ย 3–4 มม.
ลึกกว่าขนอ่อนบนใบหน้า (ประมาณ 1 มม.)
แต่ตื้นกว่าขนหยาบบริเวณต้นขา (5–7 มม.) ครับ
755nm สามารถเข้าถึงได้ก็จริง
แต่รูขุมขนแนวด้านในหรือรากขนที่ฝังลึกนั้น
พลังงาน 755nm จะถูกดูดซึมโดยหนังกำพร้าไปเสียส่วนหนึ่งก่อนถึงรากขนครับ
นี่คือประเด็นหลักของบทความนี้ครับ
เมื่อเราใช้เจนเทิลแม็กซ์ โปร พลัส
ยิงทั้ง 755nm และ 1064nm ร่วมกัน
อัตราการลดขนต่อครั้งสูงกว่าการใช้ความยาวคลื่นเดียว
ประมาณ 15–20% ครับ
เพราะ 1064nm เข้าถึงรูขุมขนที่ฝังลึก
ส่วน 755nm จัดการรูขุมขนที่อยู่ใกล้ผิวครับ
คุณผู้หญิงในเคสนั้นทำเพิ่มอีก 3 ครั้งด้วยระบบดูอัล
และขนแนวด้านในก็เรียบร้อยครับ
รักแร้ไม่ใช่หน้าและไม่ใช่ขา แต่เป็นบริเวณที่มีความลึก "ระดับกลาง" ครับ
การใช้ความยาวคลื่นเดียวทำให้รักษารูขุมขนทั้งหมดได้ไม่สม่ำเสมอ
การใช้สองความยาวคลื่นร่วมกันจะเพิ่มประสิทธิภาพต่อครั้งอย่างชัดเจนครับ
จำนวนครั้งไม่สำคัญเท่าการเลือกความยาวคลื่นที่เหมาะสมครับ
ทำไมจำนวนครั้งที่แนะนำแต่ละบริเวณถึงต่างกัน?
ดูภาพรวมแล้วจะชัดเจนขึ้นมากครับ
เพราะแต่ละบริเวณมีความลึกของรากขนและวงจรการเจริญเติบโตของขนแตกต่างกัน
จำนวนครั้งที่ต้องการจึงต่างกันด้วยครับ
และอีกจุดที่สำคัญต้องพูดถึงคือ
การกำจัดขนในฤดูร้อนต้องคำนึงถึงปัจจัยรังสี UV ด้วยครับ
เมื่อผิวมีเมลานินเพิ่มขึ้น
การยิงเลเซอร์อาจทำให้เมลานินในหนังกำพร้าดูดซับความร้อนก่อนรูขุมขนครับ
ความเสี่ยงของการเกิดรอยดำและแผลไหม้จะสูงขึ้น
ขณะที่พลังงานที่ถึงรูขุมขนลดลงทำให้ประสิทธิภาพลดตามไปด้วยครับ
ดังนั้นในช่วงเดือนกรกฎาคม–สิงหาคมที่แสงแดดแรง
หากเพิ่งกลับจากทะเลหรือสระว่ายน้ำ
ควรเลื่อนการทำประมาณ 2 สัปดาห์เพื่อความปลอดภัยครับ
แต่ไม่ได้หมายความว่าทำไม่ได้เลยในฤดูร้อนนะครับ
สำหรับผู้ที่ส่วนใหญ่อยู่ในร่มและ
ทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ
สามารถทำต่อเนื่องได้ในช่วงฤดูร้อนครับ
ไทม์ไลน์ประสิทธิภาพแต่ละครั้ง — ขนจะลดลงอย่างไรกันแน่?
จากประสบการณ์ในห้องตรวจของผม
ความรู้สึกในแต่ละครั้งเป็นแบบนี้ครับ
ครั้งที่ 1: ประมาณ 2–3 สัปดาห์หลังทำ ขนจะหลุดร่วง
แล้วงอกขึ้นมาใหม่ ช่วงนี้หลายคนสงสัยว่า "ได้ผลจริงไหม?"
ครั้งที่ 2–3: ขนงอกช้าลงและความหนาแน่นลดลงอย่างเห็นได้ชัด ช่วงนี้เริ่มพอใจครับ
ครั้งที่ 4–5: ขนหยาบหายไปเกือบหมด
เหลือแค่ขนอ่อนบางๆ กระจายอยู่
ครั้งที่ 6 เป็นต้นไป: จัดการขนแนวด้านในและรูขุมขนที่ฝังลึก
ช่วงนี้เห็นความแตกต่างของการใช้สองความยาวคลื่นชัดเจนที่สุดครับ
แต่มีจุดสำคัญอีกอย่างครับ
สาเหตุที่ทำจำนวนครั้งเท่ากันแต่ผลลัพธ์ต่างกัน
คือเรื่องของวงจรการเจริญเติบโตของขนครับ
เลเซอร์ทำงานได้กับรูขุมขนที่อยู่ในระยะการเจริญเติบโต (Anagen) เท่านั้น
และในช่วงเวลาหนึ่งจะมีขนที่อยู่ในระยะนี้เพียง 20–30% เท่านั้นครับ
ดังนั้นจึงต้องทำห่างกัน 4 สัปดาห์
เพื่อจับรูขุมขนในวงจรต่างๆ อย่างครบถ้วน
จะได้ไม่มีตกหล่นครับ
3 คำถามที่คนไข้ถามบ่อยที่สุด — ผมจะตอบตรงๆ ให้เลยครับ
Q1. ทำครบ 6 ครั้งแล้วจะไม่ขึ้นอีกเลยตลอดชีวิตไหม?
พูดตรงๆ เลยนะครับ ประโยคแบบนั้นใกล้เคียงกับคำโฆษณามากกว่าครับ
การกำจัดขนด้วยเลเซอร์คือ "การลดขนอย่างถาวร (permanent reduction)"
ไม่ใช่ "การกำจัดขนอย่างถาวร (permanent removal)" ครับ
เมื่อทำครบตามจำนวนครั้งที่แนะนำ
ขนประมาณ 80–90% จะไม่งอกขึ้นมาอีก
แต่อีก 10–20% อาจเหลืออยู่ในลักษณะที่เล็กลงและจางลง
หรืออาจงอกขึ้นมาใหม่เมื่อฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง เช่น ช่วงตั้งครรภ์หรือวัยหมดประจำเดือนครับ
จึงแนะนำให้ทำซ้ำเพื่อรักษาผลปีละ 1–2 ครั้งครับ
เมื่อทราบคำตอบนี้แล้ว มักมีคำถามต่อมาอีกข้อครับ
Q2. ร้านที่ราคาต่อครั้งถูกกว่าดีกว่าไหม?
หลายคนเข้าใจผิดตรงนี้ครับ การดูแค่ราคาต่อครั้งอาจทำให้พลาดได้ง่ายมากครับ
แพ็กเกจครั้งละ 1 หมื่นวอนที่ใช้
เลเซอร์ความยาวคลื่นเดียว 755nm และจำกัดจำนวนยิง
อาจทำให้ทำไปแล้ว 8 ครั้งแต่ขนแนวด้านในยังอยู่
และต้องทำเพิ่มอีก 4–5 ครั้งครับ
คิดค่าใช้จ่ายรวมแล้ว
อาจเท่ากับหรือแพงกว่าการทำ 6 ครั้งด้วยสองความยาวคลื่นด้วยซ้ำครับ
ก่อนตัดสินใจควรถามก่อนว่าใช้เครื่องไหน
และไม่จำกัดจำนวนยิงหรือเปล่า
การตรวจสอบตรงนี้จะช่วยลดความผิดพลาดได้มากครับ
เรื่องนี้สำคัญมากและต้องพูดถึงก่อนจบครับ
Q3. หลังทำแล้วรู้สึกร้อนแสบ ถือเป็นผลข้างเคียงไหม?
ตอบแบบสั้นๆ ยากหน่อยครับ
เพราะต้องแยกแยะระหว่างปฏิกิริยาปกติและสัญญาณที่ต้องระวังครับ
อาการแสบร้อน 2–3 ชั่วโมงหลังทำทันที
รูขุมขนบวมเล็กน้อยคล้ายผด (follicular edema)
และผิวแดงเล็กน้อยจนถึงวันถัดไปถือเป็นช่วงปกติครับ
แต่ถ้าหลัง 24 ชั่วโมงแล้วยังเจ็บปวดมากขึ้น
มีตุ่มน้ำ น้ำเหลือง หรือสะเก็ด
อาจเป็นแผลไหม้เล็กน้อย ควรมาพบแพทย์ทันทีครับ
และหลังทำ 3 วัน
ควรหลีกเลี่ยงซาวน่า อบไอน้ำ และการออกกำลังกายหนัก
และต้องทากันแดด SPF50 ขึ้นไปทุกวันครับ
นี่คือปัจจัยสำคัญที่สุดในการป้องกันรอยดำครับ
ถ้าจะพาสิ่งเดียวกลับไปจากบทความนี้ — สำหรับรักแร้ การเลือกความยาวคลื่นที่เหมาะสมสำคัญกว่าจำนวนครั้งครับ
บทความถัดไปผมจะมาพูดถึง "รอยดำที่รักแร้ที่ยังคงอยู่แม้กำจัดขนแล้ว — กรณีที่ไม่ใช่ขน แต่เป็นรอยดำจากเมลานิน" จะแสดงให้เห็นผ่านเคสจริงว่าคนที่ต้องกำจัดขนเพิ่มกับคนที่ต้องรักษาเม็ดสีต่างกันอย่างไร ฝากติดตามด้วยนะครับ นี่คือหมอวียองจินครับ









