ภาพแสดงการเปรียบเทียบโปรแกรม Laetigen และ Cellredm สำหรับดูแลผิว
ผิวหนัง

Laetigen คืออะไร ต่างจาก Cellredm ยังไง หมออธิบาย

Laetigen กับ Cellredm เป็นคอลลาเจนบูสเตอร์ที่ฟังดูคล้ายกัน แต่แนวทางการทำงานต่างกันคนละแบบ บทความนี้เทียบให้ชัดว่าแบบไหนเหมาะกับปัญหาผิวแบบไหน

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน · 22 สิงหาคม 2026
6นาที
ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับตัวเองไหมดูจากรูปหรือบทความอย่างเดียวบอกได้ยาก ปรึกษาเป็นภาษาไทยได้ แผนการรักษาจะสรุปหลังพบแพทย์ที่คลินิก* มีเจ้าหน้าที่ภาษาไทย · ถามได้โดยตรงทาง LINEถามคุณหมอ

เคยไหมคะที่นั่งฟังหมอแนะนำโปรแกรมคอลลาเจนบูสเตอร์ แล้วต้องเลือกระหว่างสองชื่อที่ฟังดูคล้ายกันคือ Laetigen และ Cellredm แต่ไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วสองอย่างนี้ต่างกันตรงไหน

ทั้งคู่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มคอลลาเจนบูสเตอร์เหมือนกัน แต่แนวทางการทำงานไม่เหมือนกันเลย จุดต่างสำคัญคือ Laetigen เน้นส่งคอลลาเจนเข้าไปในชั้นผิวโดยตรง ส่วน Cellredm เน้นเสริมโครงสร้างผิวทั้งระบบ พูดง่าย ๆ คือ ฝ่ายหนึ่งเติมวัตถุดิบให้ อีกฝ่ายเสริมโครงบ้านให้แข็งแรงขึ้น

บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกความแตกต่างของทั้งสองโปรแกรม พร้อมแนะนำแนวทางเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวของคุณค่ะ

Laetigen กับ Cellredm ต่างกันตรงไหน?

Laetigen คือโปรแกรมที่ใช้คอลลาเจนชนิดที่ 1 บริสุทธิ์สูง ผ่านกระบวนการกำจัดส่วนที่เรียกว่าเทโลเปปไทด์ออกด้วยเอนไซม์ จนกลายเป็นอะเทโลคอลลาเจน (Atelocollagen) ก่อนฉีดเข้าสู่ชั้นหนังแท้โดยตรง เข้าใจง่าย ๆ คือ การส่งคอลลาเจนรูปแบบใกล้เคียงผิวเราเข้าไปแบบตรง ๆ

ส่วน Cellredm ใช้อนุภาคเนื้อเยื่อหนังแท้จากผู้บริจาคที่ผ่านการกำจัดเซลล์แล้ว ขนาดอนุภาคประมาณ 75 ไมโครเมตร จัดอยู่ในกลุ่มตัวช่วยเสริมเมทริกซ์นอกเซลล์ (Extracellular Matrix: ECM) ไม่ใช่แค่คอลลาเจนโมเลกุลเดียว แต่เป็นโครงสร้างผิวทั้งชุดที่มีคอลลาเจน อีลาสติน และไกลโคโปรตีนเกาะเกี่ยวกันอยู่

แม้ทั้งคู่จะพูดถึงการเติมคอลลาเจนเหมือนกัน แต่ฝ่ายหนึ่งส่งวัตถุดิบเดี่ยว ๆ เข้าไป ส่วนอีกฝ่ายส่งโครงสร้างที่ประกอบสำเร็จแล้วเข้าไปแทน

ภาพแสดงความแตกต่างของกลไก Laetigen และ Cellredm ในชั้นผิว

กลไกการทำงานที่แตกต่างกัน

Laetigen มีลักษณะใกล้ของเหลว เมื่อฉีดเข้าชั้นผิวจึงกระจายตัวได้เร็ว ทำให้รู้สึกว่าผิวชุ่มชื้นขึ้นตั้งแต่ช่วงแรกหลังทำ เส้นกราฟผลลัพธ์จึงมักเริ่มเห็นเร็วแล้วค่อย ๆ คงตัว เหมาะกับคนที่อยากเห็นผิวเรียบเนียนขึ้นก่อนงานสำคัญ เช่น งานแต่งงานหรือถ่ายรูปพอร์ตเทรต

Cellredm ใช้เวลานานกว่าเพราะอนุภาคต้องเข้าไปฝังตัวในโครงสร้างผิวก่อน ความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนมักมาเห็นในอีกไม่กี่สัปดาห์ถัดมา ผิวจะค่อย ๆ หนาขึ้นจากด้านใน รูขุมขนดูตื้อลง หลายคนอธิบายความรู้สึกนี้ว่าผิวฟูขึ้นทีละนิด มากกว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบทันตาเห็น

หัวข้อLaetigenCellredm
ผลลัพธ์เริ่มเห็นค่อนข้างเร็วหลังทำค่อยเป็นค่อยไป ใช้เวลาหลายสัปดาห์
จุดเน้นหลักเติมคอลลาเจนโดยตรงเสริมโครงสร้าง ECM ทั้งชุด
เหมาะกับผิวแห้งบาง ริ้วรอยตื้นรูขุมขนกว้าง ผิวเริ่มบางลง

เหมาะกับปัญหาผิวแบบไหน?

ถ้าเป็นปัญหาผิวแห้ง ผิวบาง หรือริ้วรอยตื้น ๆ ที่ดูเหมือนวัตถุดิบในผิวขาดหายไป กลุ่มนี้แพทย์มักแนะนำ Laetigen โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตาและรอบปากที่ผิวบางและแห้งแตกง่าย

ส่วนรูขุมขนที่ขยายกว้าง แก้มหรือแนวกรอบหน้าที่เริ่มขาดแรงพยุง และผิวที่บางลงจนใกล้จะหย่อนคล้อย เคสแบบนี้ Cellredm มักถูกแนะนำมากกว่า เพราะเป็นแนวทางเสริมโครงสร้างที่ทำให้ความหนาของผิวฟื้นตัวไปพร้อมกัน

ทั้งสองโปรแกรมไม่เหมือนโบท็อกซ์ที่คลายกล้ามเนื้อ หรือฟิลเลอร์ที่เพิ่มปริมาตรเฉพาะจุด แต่เป็นการดูแลสภาพผิวโดยรวมอย่างค่อยเป็นค่อยไป การเข้าใจจุดนี้ตั้งแต่ต้นจะช่วยลดความคาดหวังที่คลาดเคลื่อนได้มาก

ภาพแสดงปัญหาผิวที่เหมาะกับ Laetigen หรือ Cellredm

ผลข้างเคียงและความปลอดภัยที่ควรรู้

Laetigen ผ่านกระบวนการกำจัดส่วนที่กระตุ้นภูมิคุ้มกันด้วยเอนไซม์ ร่วมกับการกรองหลายชั้นและการฆ่าเชื้อด้วยไอน้ำแรงดันสูงตามมาตรฐานการผลิต อาจมีตุ่มนูนเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักยุบได้เองภายในไม่กี่วัน

Cellredm ผ่านการกำจัดเซลล์และดีเอ็นเอที่หลงเหลือออกอย่างละเอียด เพื่อลดโอกาสเกิดปฏิกิริยาต่อต้านจากภูมิคุ้มกัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ เลย อาจมีอาการบวมหรือรู้สึกกดเจ็บเล็กน้อยในช่วงที่อนุภาคกำลังฝังตัว ซึ่งมักดีขึ้นภายใน 1-3 วัน หากมีอาการผิดปกติ เช่น บวมแดงมากผิดปกติหรือมีไข้ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

ผลลัพธ์และอาการข้างเคียงของทั้งสองโปรแกรมอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและฝีมือของแพทย์ผู้ฉีด จึงควรเลือกทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในคลินิกที่ได้มาตรฐานเท่านั้น

  • กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง
  • มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของคอลลาเจนหรือเนื้อเยื่อจากผู้บริจาค ควรแจ้งแพทย์ล่วงหน้า
  • มีแผลอักเสบหรือการติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด ควรรอให้หายก่อน
ภาพแสดงการดูแลความปลอดภัยหลังทำ Laetigen หรือ Cellredm

ทำสองอย่างพร้อมกันได้ไหม?

ในการปรึกษาจริง แพทย์มักแนะนำให้ผสมผสานมากกว่าเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียว เพราะเส้นกราฟผลลัพธ์ของสองโปรแกรมต่างกัน บางเคสจึงวางแผนให้ทำ Laetigen หนึ่งครั้งสลับกับ Cellredm อีกครั้ง เพื่อให้ได้ทั้งความชุ่มชื้นที่เห็นเร็วและโครงสร้างผิวที่แน่นขึ้นในระยะยาว

แพทย์จะเป็นผู้ประเมินความหนาของผิว สภาพรูขุมขน ระยะเวลาที่พร้อมสำหรับการฟื้นตัว รวมถึงงบประมาณที่วางไว้ เพื่อจัดรอบการทำให้เหมาะกับแต่ละคน ค่าใช้จ่ายก็แตกต่างกันไปตามแต่ละคลินิกและจำนวนครั้งที่ทำ จึงควรสอบถามรายละเอียดกับคลินิกโดยตรง

สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำคอลลาเจนบูสเตอร์ครั้งแรก การเริ่มจากโปรแกรมเดียวก่อนแล้วดูการตอบสนองของผิวตัวเองมักสบายใจกว่า ก่อนตัดสินใจทำโปรแกรมถัดไป

สรุป: เลือกแบบไหนให้เหมาะกับผิวคุณ

Laetigen เหมาะกับคนที่อยากเติมความชุ่มชื้นและวัตถุดิบคอลลาเจนให้ผิวโดยตรง เห็นผลได้ค่อนข้างเร็ว ส่วน Cellredm เหมาะกับคนที่ต้องการเสริมโครงสร้างผิวให้แน่นขึ้นในระยะยาว ทั้งสองไม่ใช่คู่แข่งกัน แต่เป็นแนวทางที่ตอบโจทย์คนละจุด

ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสภาพผิวก่อนตัดสินใจเสมอ

หากคุณกำลังลังเลว่าผิวตัวเองเหมาะกับ Laetigen หรือ Cellredm มากกว่ากัน ทักแอด LINE ปรึกษาคุณหมอที่ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

คำถามที่พบบ่อย

Q1. ทำ Laetigen หรือ Cellredm แล้วเจ็บมากไหม?

ความรู้สึกระหว่างฉีดขึ้นอยู่กับความทนต่อความเจ็บของแต่ละคน ส่วนใหญ่รู้สึกเจ็บเล็กน้อยระดับที่รับได้ คลินิกมักทาครีมชาก่อนฉีดเพื่อลดความรู้สึกไม่สบายตัว หากมีอาการเจ็บมากผิดปกติหลังทำ ควรแจ้งแพทย์ทันทีค่ะ

Q2. ผลลัพธ์ของ Laetigen กับ Cellredm อยู่ได้นานแค่ไหน?

ระยะเวลาที่เห็นผลแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและอัตราการสร้างคอลลาเจนของแต่ละคน โดยทั่วไปหลังจบคอร์สแพทย์มักแนะนำให้ทำซ้ำทุก 6-12 เดือนเพื่อรักษาผลลัพธ์ไว้

Q3. ทำ Laetigen กับ Cellredm พร้อมกันในครั้งเดียวได้ไหม?

การทำพร้อมกันในบริเวณเดียวกันไม่ค่อยแนะนำ เพราะจะประเมินผลลัพธ์ได้ยากและอาการบวมอาจซ้อนกัน แพทย์มักแนะนำให้เว้นระยะห่างระหว่างสองโปรแกรมแทน

Q4. Laetigen หรือ Cellredm เหมาะกับใครมากกว่ากัน?

ถ้าผิวแห้งบางหรือมีริ้วรอยตื้น ๆ Laetigen มักตอบโจทย์กว่า ส่วนคนที่รูขุมขนกว้างหรือผิวเริ่มบางลงจนใกล้หย่อนคล้อย Cellredm มักถูกแนะนำมากกว่า แต่การเลือกที่แม่นยำควรให้แพทย์ประเมินสภาพผิวจริงก่อนตัดสินใจ

บทความแนะนำ

เปรียบเทียบใบเสนอราคา Fraxel ยังไงให้ถูกต้อง?ผิวหนัง

ขอใบเสนอราคา Fraxel จากหลายคลินิก เปรียบเทียบยังไงให้ไม่ถูกหลอก?

เมื่อขอใบเสนอราคา Fraxel จากหลายคลินิก ตัวเลขที่ต่างกันนั้นไม่ได้บอกว่าคลินิกไหนถูกหรือแพงกว่า แต่บอกว่าแต่ละที่เสนออะไรให้คุณบ้าง การอ่านใบเสนอราคาให้เป็นคือกุญแจสำคัญก่อนตัดสินใจค่ะ

ผู้หญิงกำลังค้นหาข้อมูลคลินิกรักษาสิวบนสมาร์ทโฟนก่อนนัดหมายผิวหนัง

จะรู้ได้ยังไงว่าคลินิกรักษาสิวนี้ใช่? เกณฑ์จริงที่ควรเช็กก่อนนัด

การเลือกคลินิกรักษาสิวต้องการมากกว่าการดูรีวิวออนไลน์ บทความนี้ให้เกณฑ์ที่ใช้งานได้จริงสำหรับประเมินคลินิกและแพทย์ ตั้งแต่ก่อนนัดจนถึงระหว่างห้องตรวจค่ะ

Sculptra ทำงานอย่างไร ถึงต้องทำหลายครั้งผิวหนัง

Sculptra งบรวมคิดยังไง? คู่มือวางแผนก่อนจอง

หลายคนดูราคา Sculptra ต่อครั้งแล้วประเมินงบต่ำกว่าความเป็นจริง เพราะลืมนับจำนวนไวอัลต่อครั้ง จำนวนครั้งทั้งหมด และค่าบำรุงรักษาหลังจบคอร์สแรก บทความนี้อธิบายวิธีคิดงบที่ครบถ้วนค่ะ

บทความล่าสุด

ฉีดฟิลเลอร์ถุงยิ้มใต้ตาแล้วจะดูบวมไหม? ตำแหน่งและปริมาณคือคำตอบรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดฟิลเลอร์ถุงยิ้มใต้ตาแล้วจะดูบวมไหม? ตำแหน่งและปริมาณคือคำตอบ

ถุงยิ้มใต้ตาคือแนวกล้ามเนื้อ ฟิลเลอร์ควรวางเป็นชั้นบาง ๆ ตามแนวนั้น มาดูตำแหน่ง ปริมาณ และกรณีที่ควรตรวจไขมันใต้ตาก่อนค่ะ

ฉีดโบท็อกซ์แก้นอนกัดฟัน กัดฟันจะหยุดไหม? สิ่งที่ลดคือแรงกัดรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดโบท็อกซ์แก้นอนกัดฟัน กัดฟันจะหยุดไหม? สิ่งที่ลดคือแรงกัด

งานวิจัยที่ตรวจการนอนหลับตลอดคืนพบว่าโบท็อกซ์ที่ขากรรไกรลดแรงกัดฟันได้ราว 12 สัปดาห์ แต่ไม่ได้ลดจำนวนครั้งอย่างชัดเจน มาดูว่าอาการตึงตอนเช้าและภาระที่ฟันจะเปลี่ยนไปอย่างไรค่ะ

ฟิลเลอร์แก้มข้าง ฉีดแล้วหน้าจะดูกว้างขึ้นไหม? ดูที่แก้มตอบหรือหย่อนรูปหน้าและวอลุ่ม

ฟิลเลอร์แก้มข้าง ฉีดแล้วหน้าจะดูกว้างขึ้นไหม? ดูที่แก้มตอบหรือหย่อน

แก้มข้างที่ตอบเพราะไขมันลดลง ถ้าเติมทีละน้อยจะช่วยให้เส้นใต้โหนกแก้มดูเรียบขึ้น แต่ถ้าเติมเงาที่เกิดจากผิวหย่อน หรือฉีดทีเดียวปริมาณมาก หน้าจะดูหนักและกว้างขึ้นได้ค่ะ

Onda ต้นขาด้านใน หยิบได้หนาแค่ไหนถึงจะเหมาะ?บอดี้

Onda ต้นขาด้านใน หยิบได้หนาแค่ไหนถึงจะเหมาะ?

ต้นขาด้านในที่หยิบได้หนาตั้งแต่ราว 2 ซม. และมีไขมันใต้ผิวอย่างน้อย 1 ซม. เหมาะกับ Onda มากที่สุด ส่วนผิวบางที่ย่นยังทำได้ แต่การเปลี่ยนแปลงจะน้อยกว่าค่ะ

เลเซอร์หนวดหลายครั้งแล้วไม่ลดลง ควรเปลี่ยนเป็น 1064nm ไหม?ผู้ชาย

เลเซอร์หนวดหลายครั้งแล้วไม่ลดลง ควรเปลี่ยนเป็น 1064nm ไหม?

หนวดหนาสีเข้มที่ไม่ลดอีกหลังเลเซอร์หลายครั้ง ควรเช็กก่อนเพิ่มครั้งว่าคลินิกเปลี่ยนเป็น 1064nm และตั้งพลังงานใหม่ได้ไหม บทความนี้อธิบายความต่างของสองคลื่น ข้อจำกัดของงานวิจัย และอาการหลังทำที่ควรติดต่อคลินิก

คางเป็นก้อนขรุขระตอนหุบปาก ฉีดโบท็อกซ์นิดเดียวพอไหม?รูปหน้าและวอลุ่ม

คางเป็นก้อนขรุขระตอนหุบปาก ฉีดโบท็อกซ์นิดเดียวพอไหม?

คางที่เป็นก้อนขรุขระเฉพาะตอนหุบปาก มักเกิดจากกล้ามเนื้อคางทำงานมากเกินไป และมักตอบสนองกับโบท็อกซ์ปริมาณน้อย ส่วนริ้วรอยที่ค้างอยู่หรือคางสั้นอาจต้องดูเรื่องผิวและวอลลุ่มร่วมด้วย

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors