ภาพแสดงการเปรียบเทียบโปรแกรม Laetigen และ Cellredm สำหรับดูแลผิว
ผิวหนัง

Laetigen กับ Cellredm ต่างกันยังไง เลือกแบบไหนให้เหมาะกับผิว?

Laetigen กับ Cellredm เป็นคอลลาเจนบูสเตอร์ที่ฟังดูคล้ายกัน แต่แนวทางการทำงานต่างกันคนละแบบ บทความนี้เทียบให้ชัดว่าแบบไหนเหมาะกับปัญหาผิวแบบไหน

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน · 17 พฤษภาคม 2026
6นาที
ช่อง YouTube ของ BEAUTYSDOCTORS ที่แพทย์อธิบายเรื่องความงามเกาหลีโดยตรง

วางแผนมาโซล

กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?

แชตผ่าน LINE

เคยไหมคะที่นั่งฟังหมอแนะนำโปรแกรมคอลลาเจนบูสเตอร์ แล้วต้องเลือกระหว่างสองชื่อที่ฟังดูคล้ายกันคือ Laetigen และ Cellredm แต่ไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วสองอย่างนี้ต่างกันตรงไหน

ทั้งคู่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มคอลลาเจนบูสเตอร์เหมือนกัน แต่แนวทางการทำงานไม่เหมือนกันเลย จุดต่างสำคัญคือ Laetigen เน้นส่งคอลลาเจนเข้าไปในชั้นผิวโดยตรง ส่วน Cellredm เน้นเสริมโครงสร้างผิวทั้งระบบ พูดง่าย ๆ คือ ฝ่ายหนึ่งเติมวัตถุดิบให้ อีกฝ่ายเสริมโครงบ้านให้แข็งแรงขึ้น

บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกความแตกต่างของทั้งสองโปรแกรม พร้อมแนะนำแนวทางเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวของคุณค่ะ

Laetigen กับ Cellredm ต่างกันตรงไหน?

Laetigen คือโปรแกรมที่ใช้คอลลาเจนชนิดที่ 1 บริสุทธิ์สูง ผ่านกระบวนการกำจัดส่วนที่เรียกว่าเทโลเปปไทด์ออกด้วยเอนไซม์ จนกลายเป็นอะเทโลคอลลาเจน (Atelocollagen) ก่อนฉีดเข้าสู่ชั้นหนังแท้โดยตรง เข้าใจง่าย ๆ คือ การส่งคอลลาเจนรูปแบบใกล้เคียงผิวเราเข้าไปแบบตรง ๆ

ส่วน Cellredm ใช้อนุภาคเนื้อเยื่อหนังแท้จากผู้บริจาคที่ผ่านการกำจัดเซลล์แล้ว ขนาดอนุภาคประมาณ 75 ไมโครเมตร จัดอยู่ในกลุ่มตัวช่วยเสริมเมทริกซ์นอกเซลล์ (Extracellular Matrix: ECM) ไม่ใช่แค่คอลลาเจนโมเลกุลเดียว แต่เป็นโครงสร้างผิวทั้งชุดที่มีคอลลาเจน อีลาสติน และไกลโคโปรตีนเกาะเกี่ยวกันอยู่

แม้ทั้งคู่จะพูดถึงการเติมคอลลาเจนเหมือนกัน แต่ฝ่ายหนึ่งส่งวัตถุดิบเดี่ยว ๆ เข้าไป ส่วนอีกฝ่ายส่งโครงสร้างที่ประกอบสำเร็จแล้วเข้าไปแทน

ภาพแสดงความแตกต่างของกลไก Laetigen และ Cellredm ในชั้นผิว

กลไกการทำงานที่แตกต่างกัน

Laetigen มีลักษณะใกล้ของเหลว เมื่อฉีดเข้าชั้นผิวจึงกระจายตัวได้เร็ว ทำให้รู้สึกว่าผิวชุ่มชื้นขึ้นตั้งแต่ช่วงแรกหลังทำ เส้นกราฟผลลัพธ์จึงมักเริ่มเห็นเร็วแล้วค่อย ๆ คงตัว เหมาะกับคนที่อยากเห็นผิวเรียบเนียนขึ้นก่อนงานสำคัญ เช่น งานแต่งงานหรือถ่ายรูปพอร์ตเทรต

Cellredm ใช้เวลานานกว่าเพราะอนุภาคต้องเข้าไปฝังตัวในโครงสร้างผิวก่อน ความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนมักมาเห็นในอีกไม่กี่สัปดาห์ถัดมา ผิวจะค่อย ๆ หนาขึ้นจากด้านใน รูขุมขนดูตื้อลง หลายคนอธิบายความรู้สึกนี้ว่าผิวฟูขึ้นทีละนิด มากกว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบทันตาเห็น

หัวข้อLaetigenCellredm
ผลลัพธ์เริ่มเห็นค่อนข้างเร็วหลังทำค่อยเป็นค่อยไป ใช้เวลาหลายสัปดาห์
จุดเน้นหลักเติมคอลลาเจนโดยตรงเสริมโครงสร้าง ECM ทั้งชุด
เหมาะกับผิวแห้งบาง ริ้วรอยตื้นรูขุมขนกว้าง ผิวเริ่มบางลง

เหมาะกับปัญหาผิวแบบไหน?

ถ้าเป็นปัญหาผิวแห้ง ผิวบาง หรือริ้วรอยตื้น ๆ ที่ดูเหมือนวัตถุดิบในผิวขาดหายไป กลุ่มนี้แพทย์มักแนะนำ Laetigen โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตาและรอบปากที่ผิวบางและแห้งแตกง่าย

ส่วนรูขุมขนที่ขยายกว้าง แก้มหรือแนวกรอบหน้าที่เริ่มขาดแรงพยุง และผิวที่บางลงจนใกล้จะหย่อนคล้อย เคสแบบนี้ Cellredm มักถูกแนะนำมากกว่า เพราะเป็นแนวทางเสริมโครงสร้างที่ทำให้ความหนาของผิวฟื้นตัวไปพร้อมกัน

ทั้งสองโปรแกรมไม่เหมือนโบท็อกซ์ที่คลายกล้ามเนื้อ หรือฟิลเลอร์ที่เพิ่มปริมาตรเฉพาะจุด แต่เป็นการดูแลสภาพผิวโดยรวมอย่างค่อยเป็นค่อยไป การเข้าใจจุดนี้ตั้งแต่ต้นจะช่วยลดความคาดหวังที่คลาดเคลื่อนได้มาก

ภาพแสดงปัญหาผิวที่เหมาะกับ Laetigen หรือ Cellredm

ผลข้างเคียงและความปลอดภัยที่ควรรู้

Laetigen ผ่านกระบวนการกำจัดส่วนที่กระตุ้นภูมิคุ้มกันด้วยเอนไซม์ ร่วมกับการกรองหลายชั้นและการฆ่าเชื้อด้วยไอน้ำแรงดันสูงตามมาตรฐานการผลิต อาจมีตุ่มนูนเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักยุบได้เองภายในไม่กี่วัน

Cellredm ผ่านการกำจัดเซลล์และดีเอ็นเอที่หลงเหลือออกอย่างละเอียด เพื่อลดโอกาสเกิดปฏิกิริยาต่อต้านจากภูมิคุ้มกัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ เลย อาจมีอาการบวมหรือรู้สึกกดเจ็บเล็กน้อยในช่วงที่อนุภาคกำลังฝังตัว ซึ่งมักดีขึ้นภายใน 1-3 วัน หากมีอาการผิดปกติ เช่น บวมแดงมากผิดปกติหรือมีไข้ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

ผลลัพธ์และอาการข้างเคียงของทั้งสองโปรแกรมอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและฝีมือของแพทย์ผู้ฉีด จึงควรเลือกทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในคลินิกที่ได้มาตรฐานเท่านั้น

  • กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง
  • มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของคอลลาเจนหรือเนื้อเยื่อจากผู้บริจาค ควรแจ้งแพทย์ล่วงหน้า
  • มีแผลอักเสบหรือการติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด ควรรอให้หายก่อน
ภาพแสดงการดูแลความปลอดภัยหลังทำ Laetigen หรือ Cellredm

ทำสองอย่างพร้อมกันได้ไหม?

ในการปรึกษาจริง แพทย์มักแนะนำให้ผสมผสานมากกว่าเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียว เพราะเส้นกราฟผลลัพธ์ของสองโปรแกรมต่างกัน บางเคสจึงวางแผนให้ทำ Laetigen หนึ่งครั้งสลับกับ Cellredm อีกครั้ง เพื่อให้ได้ทั้งความชุ่มชื้นที่เห็นเร็วและโครงสร้างผิวที่แน่นขึ้นในระยะยาว

แพทย์จะเป็นผู้ประเมินความหนาของผิว สภาพรูขุมขน ระยะเวลาที่พร้อมสำหรับการฟื้นตัว รวมถึงงบประมาณที่วางไว้ เพื่อจัดรอบการทำให้เหมาะกับแต่ละคน ค่าใช้จ่ายก็แตกต่างกันไปตามแต่ละคลินิกและจำนวนครั้งที่ทำ จึงควรสอบถามรายละเอียดกับคลินิกโดยตรง

สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำคอลลาเจนบูสเตอร์ครั้งแรก การเริ่มจากโปรแกรมเดียวก่อนแล้วดูการตอบสนองของผิวตัวเองมักสบายใจกว่า ก่อนตัดสินใจทำโปรแกรมถัดไป

สรุป: เลือกแบบไหนให้เหมาะกับผิวคุณ

Laetigen เหมาะกับคนที่อยากเติมความชุ่มชื้นและวัตถุดิบคอลลาเจนให้ผิวโดยตรง เห็นผลได้ค่อนข้างเร็ว ส่วน Cellredm เหมาะกับคนที่ต้องการเสริมโครงสร้างผิวให้แน่นขึ้นในระยะยาว ทั้งสองไม่ใช่คู่แข่งกัน แต่เป็นแนวทางที่ตอบโจทย์คนละจุด

ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสภาพผิวก่อนตัดสินใจเสมอ

หากคุณกำลังลังเลว่าผิวตัวเองเหมาะกับ Laetigen หรือ Cellredm มากกว่ากัน ทักแอด LINE ปรึกษาคุณหมอที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

คำถามที่พบบ่อย

Q1. ทำ Laetigen หรือ Cellredm แล้วเจ็บมากไหม?

ความรู้สึกระหว่างฉีดขึ้นอยู่กับความทนต่อความเจ็บของแต่ละคน ส่วนใหญ่รู้สึกเจ็บเล็กน้อยระดับที่รับได้ คลินิกมักทาครีมชาก่อนฉีดเพื่อลดความรู้สึกไม่สบายตัว หากมีอาการเจ็บมากผิดปกติหลังทำ ควรแจ้งแพทย์ทันทีค่ะ

Q2. ผลลัพธ์ของ Laetigen กับ Cellredm อยู่ได้นานแค่ไหน?

ระยะเวลาที่เห็นผลแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและอัตราการสร้างคอลลาเจนของแต่ละคน โดยทั่วไปหลังจบคอร์สแพทย์มักแนะนำให้ทำซ้ำทุก 6-12 เดือนเพื่อรักษาผลลัพธ์ไว้

Q3. ทำ Laetigen กับ Cellredm พร้อมกันในครั้งเดียวได้ไหม?

การทำพร้อมกันในบริเวณเดียวกันไม่ค่อยแนะนำ เพราะจะประเมินผลลัพธ์ได้ยากและอาการบวมอาจซ้อนกัน แพทย์มักแนะนำให้เว้นระยะห่างระหว่างสองโปรแกรมแทน

Q4. Laetigen หรือ Cellredm เหมาะกับใครมากกว่ากัน?

ถ้าผิวแห้งบางหรือมีริ้วรอยตื้น ๆ Laetigen มักตอบโจทย์กว่า ส่วนคนที่รูขุมขนกว้างหรือผิวเริ่มบางลงจนใกล้หย่อนคล้อย Cellredm มักถูกแนะนำมากกว่า แต่การเลือกที่แม่นยำควรให้แพทย์ประเมินสภาพผิวจริงก่อนตัดสินใจ

บทความแนะนำ

ภาพตัดขวางผิวหน้าแสดงเส้นทางไวรัสเริม HSV-1 จากผิวหน้าลงสู่ปมประสาทผิวหนัง

มีประวัติเป็นเริมที่ปาก ทำหัตถการบนใบหน้าได้ไหม?

เริมที่ปาก (Herpes Simplex Virus Type 1 หรือ HSV-1) ไม่ได้ห้ามทำหัตถการบนใบหน้าตลอดชีวิต แต่มีบางช่วงเวลาและบางประเภทหัตถการที่ความเสี่ยงสูงกว่าปกติ ถ้ารู้หลักการประเมิน ก็สามารถตัดสินใจได้อย่างปลอดภัยค่ะ

Secret RF รอบดวงตา ความปลอดภัยและขอบเขตการทำผิวหนัง

Secret RF รอบดวงตา ทำได้แค่ไหน? ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ

ผิวรอบดวงตาบางกว่าบริเวณอื่นบนใบหน้า และมีโครงสร้างกระดูกเบ้าตาอยู่ใกล้มาก Secret RF จึงไม่ใช่ว่าใช้ไม่ได้เลย แต่ต้องกำหนดความลึกของเข็มและขอบเขตการทำใหม่ทั้งหมด

บทความล่าสุด

ผู้หญิงกังวลเรื่องผิวแดงหลังทำ Oligio X ก่อนวันงานสำคัญลิฟติ้ง

ทำ Oligio X ก่อนวันงาน หน้าจะแดงจนถ่ายรูปไม่สวยไหม?

อาการแดงและตึงหลังทำ Oligio X มักอยู่สั้นกว่าที่กังวล บทความนี้สรุปว่าผิวเปลี่ยนไปอย่างไรในแต่ละช่วง และควรเผื่อเวลากี่วันก่อนวันถ่ายรูป

ยังไม่ได้หยุดเรตินอลก่อนทำ Potenza ต้องเลื่อนนัดไหมลิฟติ้ง

ยังไม่ได้หยุดเรตินอลก่อนทำ Potenza ต้องเลื่อนนัดไหม?

ลืมพักเรตินอล การผลัดเซลล์ผิว หรือการแวกซ์ก่อนทำ Potenza ไม่ได้แปลว่าต้องยกเลิกคิวเสมอไป มาดูกันว่าอะไรคือตัวชี้ขาดและคุณหมอจะประเมินอย่างไร

ภาพปกเรื่องขมับยุบควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptraรูปหน้าและวอลุ่ม

ขมับยุบ ควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptra ดี

ทั้งสองอย่างไม่ได้แข่งกัน แต่เป็นทางเลือกที่นิสัยต่างกัน พอรู้ว่าขมับของเรายุบแบบไหนและรอไหวแค่ไหน คำตอบก็จะชัดขึ้นเองค่ะ

ภาพหน้าปกเรื่องร่องแก้มลึกขึ้นเพราะผิวหย่อนหรือวอลลุ่มที่ลดลงลิฟติ้ง

ร่องแก้มลึกขึ้นเพราะหย่อนหรือวอลลุ่มหาย ดูอย่างไรก่อนเลือก Sofwave

เงาที่กลางใบหน้ามักเกิดจากผิวหย่อนและวอลลุ่มที่ลดลงซ้อนกัน ลองแยกสองอย่างนี้ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่า Sofwave ตอบโจทย์ของเราหรือไม่

ขนที่ขึ้นมาใหม่หลังหยุดทำเลเซอร์กำจัดขน — ต้องเริ่มต้นใหม่จริงไหมกำจัดขน

หยุดกำจัดขนแล้วขนขึ้นมาใหม่ ครั้งที่ทำไปแล้วหายไปเลยไหม?

หยุดทำเลเซอร์กำจัดขนไปหลายเดือนแล้วเห็นขนขึ้นมาอีก ใจหนึ่งก็กังวลว่าทุกอย่างที่ทำไปหายเปล่า จริง ๆ แล้วขนที่ถูกทำลายรากไปแล้วไม่ได้กลับมา แต่รอบขนที่เคยอยู่ในระยะพักตัวอาจโผล่ขึ้นมาใหม่ได้

ภาพตัดขวางผิวหน้าแสดงเส้นทางไวรัสเริม HSV-1 จากผิวหน้าลงสู่ปมประสาทผิวหนัง

มีประวัติเป็นเริมที่ปาก ทำหัตถการบนใบหน้าได้ไหม?

เริมที่ปาก (Herpes Simplex Virus Type 1 หรือ HSV-1) ไม่ได้ห้ามทำหัตถการบนใบหน้าตลอดชีวิต แต่มีบางช่วงเวลาและบางประเภทหัตถการที่ความเสี่ยงสูงกว่าปกติ ถ้ารู้หลักการประเมิน ก็สามารถตัดสินใจได้อย่างปลอดภัยค่ะ

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors