Juvelook Volume กับฟิลเลอร์ HA ต่างกันตรงไหน เลือกแบบไหนดี
ฟิลเลอร์ HA เติมวอลลุ่มให้เห็นผลได้ตั้งแต่วันฉีด ส่วน Juvelook Volume ค่อย ๆ กระตุ้นคอลลาเจนในหลายสัปดาห์ วอลลุ่มปริมาณเท่ากัน แต่เส้นเวลาที่ได้เห็นผลไม่เหมือนกัน

หลายคนที่มาปรึกษาเรื่อง "อยากเติมวอลลุ่ม" มักได้ยินสองชื่อพร้อมกัน คือฟิลเลอร์ HA และ Juvelook Volume ทั้งที่ทั้งคู่ถูกเรียกว่าเป็นกลุ่ม "สร้างวอลลุ่ม" เหมือนกัน แต่จริง ๆ แล้ววิธีการสร้างเนื้อเยื่อ และเวลาที่ต้องรอผลลัพธ์นั้นต่างกันตั้งแต่ต้น บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกความแตกต่างของสองทางเลือกนี้ พร้อมแนะนำแนวทางเลือกให้เหมาะกับตัวเองค่ะ
Juvelook Volume กับฟิลเลอร์ HA คืออะไร
ฟิลเลอร์ HA (Filler) คือสารเจลกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) ที่ฉีดเข้าไปเพื่อเติมเต็มบริเวณที่ขาดวอลลุ่มโดยตรง เนื้อเจลจะอยู่ในตำแหน่งที่ฉีดและให้ผลลัพธ์เป็นรูปทรงทันที
ส่วน Juvelook Volume เป็นโปรแกรมในกลุ่มคอลลาเจนบูสเตอร์ ที่ใช้สาร PDLLA* ร่วมกับกรดไฮยาลูโรนิกชนิดไม่ผูกขวาง (non-crosslinked HA) แทนที่จะเติมวอลลุ่มแบบตรง ๆ สาร PDLLA จะค่อย ๆ กระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเองทีละน้อย
PDLLA*: Poly-D,L-lactic Acid สารในกลุ่มกรดแลคติกที่สลายตัวช้า ๆ ในชั้นผิว และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนไปพร้อมกัน มักใช้ในโปรแกรมคอลลาเจนบูสเตอร์อย่าง Juvelook
กลไกการสร้างวอลลุ่มต่างกันอย่างไร
ฟิลเลอร์ HA เห็นผลได้ตั้งแต่วันที่ฉีด เพราะเนื้อเจลอยู่ในตำแหน่งที่ฉีดตั้งแต่วินาทีแรก มีข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่าฟิลเลอร์ที่มีส่วนผสมของกรดไฮยาลูโรนิกถูกใช้เพื่อฟื้นฟูวอลลุ่มที่หายไปและปรับรูปหน้าให้ชัดขึ้น หลังฉีดอาจมีอาการบวมเล็กน้อยในช่วงแรก แต่เมื่ออาการบวมยุบลง รูปทรงก็จะดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น
Juvelook Volume เดินเรื่องกลับกัน ช่วงแรกหลังฉีดอาจดูอิ่มขึ้นเล็กน้อยจากส่วนผสมเสริม แต่การเปลี่ยนแปลงจริงจะค่อย ๆ ปรากฏในอีกหลายสัปดาห์ถัดมา เมื่อคอลลาเจนถูกสร้างขึ้นใหม่ในชั้นผิว มีงานวิจัยในสัตว์ทดลองที่ศึกษาผิวที่มีอายุมากขึ้น รายงานว่า PDLLA อาจช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและหลอดเลือดใหม่ในชั้นผิว พูดง่าย ๆ คือ วอลลุ่มปริมาณเท่ากัน แต่เส้นเวลาที่ได้เห็นผลไม่เหมือนกันเลยค่ะ

ผลลัพธ์เห็นเร็วหรือช้า ต่างกันตรงไหน
ความต่างของเส้นเวลานี้มีผลต่อการวางแผนวันสำคัญมาก หากมีงานแต่งงาน งานถ่ายรูป หรือนัดสำคัญที่อยากให้วอลลุ่มดูชัดตั้งแต่วันนั้น ฟิลเลอร์ HA จะวางแผนง่ายกว่า เพราะเว้นช่วงให้บวมยุบประมาณ 1-2 สัปดาห์ก็พร้อมออกงานได้แล้ว
ในทางกลับกัน Juvelook Volume ใช้เวลาประมาณ 4-8 สัปดาห์กว่าคอลลาเจนจะค่อย ๆ ก่อตัวจนเห็นรูปทรงชัดเจน จึงเหมาะกับคนที่วางแผนล่วงหน้า 2-3 เดือนก่อนงานสำคัญ มากกว่าจะทำใกล้วันงาน และมักฉีดต่อเนื่อง 2-3 ครั้งแทนการฉีดครั้งเดียวจบ เพื่อให้คอลลาเจนสะสมทีละชั้นอย่างเป็นธรรมชาติ

เหมาะกับใคร เหมาะกับบริเวณไหน
บริเวณที่มีการขยับบ่อยกับบริเวณที่เป็นพื้นที่กว้าง เหมาะกับแนวทางที่ต่างกันค่ะ
- ใต้ตา ร่องแก้ม ริมฝีปาก — ฟิลเลอร์ HA ปรับความหนืดของเนื้อเจลได้หลายระดับ จึงควบคุมวอลลุ่มในจุดเล็ก ๆ ได้ละเอียดกว่า
- โหนกแก้มที่ยุบ กลางแก้ม หรือขมับ — Juvelook Volume มักถูกพูดถึงบ่อยในบริเวณนี้ เพราะเป็นการค่อย ๆ เติมความแน่นของผิวทีละชั้น มากกว่าการเติมวอลลุ่มแบบพองขึ้นทันที
- ปลายคาง สันจมูก — ฟิลเลอร์ HA ให้ผลลัพธ์ที่คาดเดาได้ตรงไปตรงมากว่าสำหรับการปรับรูปทรงให้คมชัด
ทั้งสองโปรแกรมไม่เหมาะกับผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้ที่มีอาการแพ้ส่วนผสม และควรแจ้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหากมีประวัติคีลอยด์หรือโรคภูมิคุ้มกันก่อนตัดสินใจทำ
ผลข้างเคียงและข้อควรระวัง
ฟิลเลอร์ HA อาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยหลังฉีด ซึ่งมักหายได้เองภายใน 1-3 วัน หากมีอาการผิดปกติ เช่น บวมมากผิดปกติหรือปวดรุนแรง ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที ข้อดีของฟิลเลอร์ HA คือหากไม่พอใจผลลัพธ์ สามารถใช้เอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสสลายออกได้ในกรณีจำเป็น
Juvelook Volume อาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยบริเวณที่ฉีดในช่วง 2-3 วันแรก ซึ่งมักหายได้เองเช่นกัน แต่เนื่องจากเป็นการกระตุ้นคอลลาเจนแบบค่อยเป็นค่อยไป จึงไม่มีตัวสลายแบบฟิลเลอร์ HA หากต้องการปรับผลลัพธ์ ต้องรอให้ร่างกายค่อย ๆ ดูดซึมไปตามธรรมชาติ ทั้งนี้ผลลัพธ์และผลข้างเคียงอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง

ระยะเวลาอยู่ได้นานแค่ไหน และราคา
ฟิลเลอร์ HA อยู่ได้ประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี ขึ้นอยู่กับบริเวณและชนิดของฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ เมื่อวอลลุ่มเริ่มยุบลง ก็มักพิจารณาฉีดเติมในรอบถัดไป
Juvelook Volume มักฉีดห่างกันครั้งละ 4-6 สัปดาห์ ต่อเนื่อง 2-3 ครั้ง เมื่อคอลลาเจนที่สร้างขึ้นเริ่มลดลงตามธรรมชาติ ก็สามารถฉีดเสริมซ้ำในบริเวณเดิมได้ ราคาของทั้งสองโปรแกรมเริ่มต้นที่หลักหมื่น และขึ้นอยู่กับปริมาณ บริเวณ และการออกแบบการรักษาของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแต่ละราย *ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรสอบถามเพิ่มเติม ดูรายละเอียดราคาล่าสุดได้ที่ หน้าราคา
สรุป
ฟิลเลอร์ HA เติมวอลลุ่มให้เห็นผลได้ตั้งแต่วันฉีด ส่วน Juvelook Volume ค่อย ๆ กระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเองทีละน้อย ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ หากคุณกำลังกังวลเรื่องอยากเติมวอลลุ่มแต่ไม่แน่ใจว่าจะเลือกแบบไหนดี ทักมาปรึกษา BeautyStone Clinic ที่ย่านฮับจอง กรุงโซล ผ่าน LINE ได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
คำถามที่พบบ่อย
Q1. Juvelook Volume ต้องฉีดกี่ครั้งถึงจะเห็นผลชัด?
ส่วนใหญ่ฉีดต่อเนื่อง 2-3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 4-6 สัปดาห์ เพราะเป็นการกระตุ้นให้คอลลาเจนค่อย ๆ สะสมทีละชั้น ไม่ใช่การเติมวอลลุ่มครั้งเดียวจบ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลค่ะ
Q2. ฟิลเลอร์ HA กับ Juvelook Volume เจ็บต่างกันไหม?
ทั้งสองโปรแกรมมักใช้ยาชาเฉพาะที่ก่อนฉีดเพื่อลดความรู้สึกเจ็บ ความรู้สึกอาจต่างกันเล็กน้อยตามปริมาณและบริเวณที่ฉีด หากกังวลเรื่องความเจ็บ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ
Q3. ดาวน์ไทม์ของทั้งสองโปรแกรมนานแค่ไหน?
ฟิลเลอร์ HA มักมีอาการบวมเล็กน้อยไม่กี่วัน ส่วน Juvelook Volume อาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยในช่วง 2-3 วันแรก ซึ่งมักหายได้เอง หากมีอาการผิดปกติควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
Q4. ราคาฟิลเลอร์ HA กับ Juvelook Volume ต่างกันไหม?
ราคาของทั้งสองโปรแกรมเริ่มต้นที่หลักหมื่น และขึ้นอยู่กับปริมาณ บริเวณ และการออกแบบการรักษาของแพทย์แต่ละราย ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง ดูรายละเอียดล่าสุดได้ที่หน้าราคาของคลินิก











