Juvelook Volume เติมหน้าผากและขมับ ต่างจากฟิลเลอร์ยังไง
หน้าผากและขมับที่ดูตอบทำให้ใบหน้าดูโทรม มาดูกันว่า Juvelook Volume เติมส่วนนี้ต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปยังไง ทำงานแบบไหน และเหมาะกับใครค่ะ


วียองจิน
ผู้อำนวยการ
เคยส่องกระจกด้านข้างแล้วรู้สึกว่า “ขมับดูตอบลง” หรือ “หน้าผากไม่อิ่มเหมือนเมื่อก่อน” ไหมคะ พอสองส่วนนี้ดูแฟบลง กรอบหน้าด้านบนก็ดูไม่โค้งรับกัน ทำให้ใบหน้าดูโทรมหรือดูมีอายุขึ้นได้ ทั้งที่ผิวส่วนอื่นยังดูดีอยู่
จริง ๆ แล้วเมื่ออายุมากขึ้น ทั้งไขมัน คอลลาเจน และโครงสร้างใต้ผิวบริเวณหน้าผากกับขมับจะค่อย ๆ ลดลง ทำให้ผิวส่วนนั้นดูไม่ฟูเท่าเดิม การดูแลผิวภายนอกอย่างเดียวมักไปช่วยเรื่องปริมาตรที่หายไปได้ยาก หลายคนจึงเริ่มมองหาหัตถการที่ช่วยเติมความอิ่มให้ดูเป็นธรรมชาติ
บทความนี้ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า Juvelook Volume เติมหน้าผากและขมับทำงานอย่างไร ต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปตรงไหน เหมาะกับใคร พร้อมแนะนำแนวทางการดูแลแบบเข้าใจง่าย ๆ ค่ะ
Juvelook Volume คืออะไร
Juvelook Volume (จูวีลุค วอลุ่ม) เป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มที่มีส่วนประกอบของ PDLLA (Poly-D,L-Lactic Acid) ผสมกับกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid: HA) ค่ะ จุดเด่นคือ นอกจากจะให้ความอิ่มในช่วงแรกจากส่วนของ HA แล้ว ส่วนของ PDLLA ยังทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นให้ผิวค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนของตัวเองขึ้นมาด้วย
พูดง่าย ๆ คือ มันทำงานสองจังหวะ จังหวะแรกช่วยเติมความอิ่มให้เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ในระยะต้น และอีกจังหวะคือค่อย ๆ กระตุ้นโครงสร้างคอลลาเจนใต้ผิวแบบค่อยเป็นค่อยไป ผลลัพธ์จึงมักดูเป็นธรรมชาติ ทั้งนี้การตอบสนองและระยะเวลาที่เห็นผลแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว บริเวณที่ทำ และการดูแลตัวเองหลังทำด้วยค่ะ บริเวณหน้าผากและขมับเป็นส่วนที่ต้องอาศัยความชำนาญในการออกแบบ เพื่อให้ปริมาตรที่เติมดูกลมกลืนกับกรอบหน้าโดยรวม จึงควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจโครงสร้างใบหน้า
ต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปยังไง
ฟิลเลอร์ HA ทั่วไปทำงานหลักคือ เติมปริมาตรเข้าไปในบริเวณที่ต้องการโดยตรง จึงเห็นความอิ่มได้ค่อนข้างชัดตั้งแต่แรก และเมื่อเวลาผ่านไปตัวสารก็จะค่อย ๆ ถูกร่างกายสลายไป ส่วน Juvelook Volume จะมีทั้งส่วนที่ให้ความอิ่มในช่วงต้นและส่วนที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของผิวเองในระยะยาวควบคู่กันไปค่ะ
พูดให้เห็นภาพคือ ฟิลเลอร์ทั่วไปเหมือนการเติมของเข้าไปตรง ๆ ส่วนตัวกระตุ้นคอลลาเจนเหมือนการช่วยให้ผิวสร้างโครงสร้างของตัวเองขึ้นมาเสริม ทั้งสองแบบมีจุดเด่นต่างกัน ไม่ได้มีแบบไหนดีกว่าเสมอไป การเลือกขึ้นอยู่กับสภาพผิว บริเวณที่ต้องการ และเป้าหมายของแต่ละคน ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้ช่วยประเมิน
เหมาะกับใคร และดูแลตัวเองยังไง
โดยทั่วไปมักเหมาะกับคนที่รู้สึกว่าหน้าผากหรือขมับดูตอบลง อยากเติมความอิ่มให้กรอบหน้าดูโค้งรับกันอย่างเป็นธรรมชาติ และอยากได้ผลที่ค่อย ๆ ดูดีขึ้นจากการกระตุ้นคอลลาเจนของผิวเองค่ะ ส่วนคนที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร มีการติดเชื้อบริเวณที่จะทำ แพ้ส่วนประกอบ หรือเป็นแผลเป็นคีลอยด์ง่าย ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเป็นพิเศษ
หลังทำ ควรดูแลบริเวณที่ทำอย่างอ่อนโยน หลีกเลี่ยงการนวดหรือกดแรงในช่วงแรกตามคำแนะนำของแพทย์ บำรุงความชุ่มชื้นและทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ รวมถึงเลี่ยงความร้อนจัดอย่างซาวน่าและออกกำลังกายหนักสักระยะ ทั้งนี้จำนวนครั้งและปริมาณที่เหมาะ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคล
ผลข้างเคียงและข้อควรระวัง
หลังทำ อาจมีรอยแดง บวม หรือกดเจ็บเล็กน้อยบริเวณที่ฉีดได้ รวมถึงมีโอกาสเกิดรอยช้ำจากเข็ม ซึ่งอาการเหล่านี้ส่วนใหญ่มักค่อย ๆ ดีขึ้นเองภายในไม่กี่วันค่ะ ในช่วงแรกควรดูแลอย่างอ่อนโยนและปฏิบัติตามคำแนะนำหลังทำ เพื่อให้ผิวปรับตัวได้ดี
โดยรวมถือว่ามีโอกาสเกิดผลข้างเคียงน้อยเมื่อทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในคลินิกที่ได้มาตรฐาน และควรทำโดยแพทย์เท่านั้น ไม่ควรทำกับผู้ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญ แต่หากมีอาการบวมแดงที่รุนแรงและไม่ยุบ เจ็บมากผิดปกติ ผิวเปลี่ยนสีเป็นบริเวณ หรือรู้สึกผิดปกติชัดเจน ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที ไม่ควรรอดูเองนะคะ
สรุป
Juvelook Volume เติมหน้าผากและขมับ เป็นการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีทั้งส่วนของ HA ที่ให้ความอิ่มในช่วงต้น และส่วนของ PDLLA ที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของผิวเองในระยะยาว จุดที่ต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปคือการทำงานสองจังหวะนี้ ทำให้ผลลัพธ์มักดูค่อยเป็นค่อยไปและเป็นธรรมชาติ
ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว บริเวณที่ทำ และการดูแลตัวเอง ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจว่าแนวทางไหนเหมาะกับคุณ หากคุณกำลังกังวลเรื่องหน้าผากและขมับที่ดูตอบ แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ










