ภาพปกเรื่อง Juvelook Volume เติมหน้าผากและขมับ
รูปหน้าและวอลุ่ม

Juvelook Volume เติมหน้าผากและขมับ ต่างจากฟิลเลอร์ยังไง

หน้าผากและขมับที่ดูตอบทำให้ใบหน้าดูโทรม มาดูกันว่า Juvelook Volume เติมส่วนนี้ต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปยังไง ทำงานแบบไหน และเหมาะกับใครค่ะ

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน · 21 สิงหาคม 2026
5นาที
ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับตัวเองไหมดูจากรูปหรือบทความอย่างเดียวบอกได้ยาก ปรึกษาเป็นภาษาไทยได้ แผนการรักษาจะสรุปหลังพบแพทย์ที่คลินิก* มีเจ้าหน้าที่ภาษาไทย · ถามได้โดยตรงทาง LINEถามคุณหมอ

เคยส่องกระจกด้านข้างแล้วรู้สึกว่า “ขมับดูตอบลง” หรือ “หน้าผากไม่อิ่มเหมือนเมื่อก่อน” ไหมคะ พอสองส่วนนี้ดูแฟบลง กรอบหน้าด้านบนก็ดูไม่โค้งรับกัน ทำให้ใบหน้าดูโทรมหรือดูมีอายุขึ้นได้ ทั้งที่ผิวส่วนอื่นยังดูดีอยู่

จริง ๆ แล้วเมื่ออายุมากขึ้น ทั้งไขมัน คอลลาเจน และโครงสร้างใต้ผิวบริเวณหน้าผากกับขมับจะค่อย ๆ ลดลง ทำให้ผิวส่วนนั้นดูไม่ฟูเท่าเดิม การดูแลผิวภายนอกอย่างเดียวมักไปช่วยเรื่องปริมาตรที่หายไปได้ยาก หลายคนจึงเริ่มมองหาหัตถการที่ช่วยเติมความอิ่มให้ดูเป็นธรรมชาติ

บทความนี้ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า Juvelook Volume เติมหน้าผากและขมับทำงานอย่างไร ต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปตรงไหน เหมาะกับใคร พร้อมแนะนำแนวทางการดูแลแบบเข้าใจง่าย ๆ ค่ะ

Juvelook Volume คืออะไร

Juvelook Volume (จูวีลุค วอลุ่ม) เป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มที่มีส่วนประกอบของ PDLLA (Poly-D,L-Lactic Acid) ผสมกับกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid: HA) ค่ะ จุดเด่นคือ นอกจากจะให้ความอิ่มในช่วงแรกจากส่วนของ HA แล้ว ส่วนของ PDLLA ยังทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นให้ผิวค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนของตัวเองขึ้นมาด้วย

พูดง่าย ๆ คือ มันทำงานสองจังหวะ จังหวะแรกช่วยเติมความอิ่มให้เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ในระยะต้น และอีกจังหวะคือค่อย ๆ กระตุ้นโครงสร้างคอลลาเจนใต้ผิวแบบค่อยเป็นค่อยไป ผลลัพธ์จึงมักดูเป็นธรรมชาติ ทั้งนี้การตอบสนองและระยะเวลาที่เห็นผลแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว บริเวณที่ทำ และการดูแลตัวเองหลังทำด้วยค่ะ บริเวณหน้าผากและขมับเป็นส่วนที่ต้องอาศัยความชำนาญในการออกแบบ เพื่อให้ปริมาตรที่เติมดูกลมกลืนกับกรอบหน้าโดยรวม จึงควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจโครงสร้างใบหน้า

ภาพอธิบายว่า Juvelook Volume คืออะไร

ต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปยังไง

ฟิลเลอร์ HA ทั่วไปทำงานหลักคือ เติมปริมาตรเข้าไปในบริเวณที่ต้องการโดยตรง จึงเห็นความอิ่มได้ค่อนข้างชัดตั้งแต่แรก และเมื่อเวลาผ่านไปตัวสารก็จะค่อย ๆ ถูกร่างกายสลายไป ส่วน Juvelook Volume จะมีทั้งส่วนที่ให้ความอิ่มในช่วงต้นและส่วนที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของผิวเองในระยะยาวควบคู่กันไปค่ะ

พูดให้เห็นภาพคือ ฟิลเลอร์ทั่วไปเหมือนการเติมของเข้าไปตรง ๆ ส่วนตัวกระตุ้นคอลลาเจนเหมือนการช่วยให้ผิวสร้างโครงสร้างของตัวเองขึ้นมาเสริม ทั้งสองแบบมีจุดเด่นต่างกัน ไม่ได้มีแบบไหนดีกว่าเสมอไป การเลือกขึ้นอยู่กับสภาพผิว บริเวณที่ต้องการ และเป้าหมายของแต่ละคน ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้ช่วยประเมิน

ภาพเปรียบเทียบ Juvelook Volume กับฟิลเลอร์ทั่วไป

เหมาะกับใคร และดูแลตัวเองยังไง

โดยทั่วไปมักเหมาะกับคนที่รู้สึกว่าหน้าผากหรือขมับดูตอบลง อยากเติมความอิ่มให้กรอบหน้าดูโค้งรับกันอย่างเป็นธรรมชาติ และอยากได้ผลที่ค่อย ๆ ดูดีขึ้นจากการกระตุ้นคอลลาเจนของผิวเองค่ะ ส่วนคนที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร มีการติดเชื้อบริเวณที่จะทำ แพ้ส่วนประกอบ หรือเป็นแผลเป็นคีลอยด์ง่าย ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเป็นพิเศษ

หลังทำ ควรดูแลบริเวณที่ทำอย่างอ่อนโยน หลีกเลี่ยงการนวดหรือกดแรงในช่วงแรกตามคำแนะนำของแพทย์ บำรุงความชุ่มชื้นและทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ รวมถึงเลี่ยงความร้อนจัดอย่างซาวน่าและออกกำลังกายหนักสักระยะ ทั้งนี้จำนวนครั้งและปริมาณที่เหมาะ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคล

ภาพแสดงว่า Juvelook Volume เหมาะกับใครและดูแลตัวเองอย่างไร

ผลข้างเคียงและข้อควรระวัง

หลังทำ อาจมีรอยแดง บวม หรือกดเจ็บเล็กน้อยบริเวณที่ฉีดได้ รวมถึงมีโอกาสเกิดรอยช้ำจากเข็ม ซึ่งอาการเหล่านี้ส่วนใหญ่มักค่อย ๆ ดีขึ้นเองภายในไม่กี่วันค่ะ ในช่วงแรกควรดูแลอย่างอ่อนโยนและปฏิบัติตามคำแนะนำหลังทำ เพื่อให้ผิวปรับตัวได้ดี

โดยรวมถือว่ามีโอกาสเกิดผลข้างเคียงน้อยเมื่อทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในคลินิกที่ได้มาตรฐาน และควรทำโดยแพทย์เท่านั้น ไม่ควรทำกับผู้ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญ แต่หากมีอาการบวมแดงที่รุนแรงและไม่ยุบ เจ็บมากผิดปกติ ผิวเปลี่ยนสีเป็นบริเวณ หรือรู้สึกผิดปกติชัดเจน ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที ไม่ควรรอดูเองนะคะ

สรุป

Juvelook Volume เติมหน้าผากและขมับ เป็นการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีทั้งส่วนของ HA ที่ให้ความอิ่มในช่วงต้น และส่วนของ PDLLA ที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของผิวเองในระยะยาว จุดที่ต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปคือการทำงานสองจังหวะนี้ ทำให้ผลลัพธ์มักดูค่อยเป็นค่อยไปและเป็นธรรมชาติ

ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว บริเวณที่ทำ และการดูแลตัวเอง ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจว่าแนวทางไหนเหมาะกับคุณ หากคุณกำลังกังวลเรื่องหน้าผากและขมับที่ดูตอบ แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอที่ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ

คำถามที่พบบ่อย

Q1. Juvelook Volume คืออะไร

Juvelook Volume เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของ PDLLA (Poly-D,L-Lactic Acid) ผสมกับกรดไฮยาลูโรนิก (HA) ค่ะ ส่วน HA ให้ความอิ่มในช่วงแรก ส่วน PDLLA ทำหน้าที่กระตุ้นให้ผิวค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนของตัวเองขึ้นมาในระยะยาว

Q2. Juvelook Volume ต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปอย่างไร

ฟิลเลอร์ HA ทั่วไปเติมปริมาตรเข้าไปโดยตรงและเห็นความอิ่มชัดตั้งแต่แรก แล้วค่อย ๆ ถูกร่างกายสลายไปตามเวลาค่ะ ส่วน Juvelook Volume มีทั้งความอิ่มในช่วงต้นและการกระตุ้นคอลลาเจนของผิวเองในระยะยาวควบคู่กันไป ทั้งสองแบบมีจุดเด่นต่างกัน ไม่มีแบบไหนดีกว่าเสมอไป

Q3. หน้าผากและขมับตอบลง เหมาะทำ Juvelook Volume ไหม

มักเหมาะกับคนที่รู้สึกว่าหน้าผากหรือขมับดูตอบลง อยากเติมความอิ่มให้กรอบหน้าดูโค้งรับกันแบบเป็นธรรมชาติค่ะ บริเวณนี้ต้องอาศัยความชำนาญในการออกแบบ จึงควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจโครงสร้างใบหน้า

Q4. ผลลัพธ์ของ Juvelook Volume เห็นได้นานแค่ไหน

การตอบสนองและระยะเวลาที่เห็นผลแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลค่ะ ขึ้นอยู่กับสภาพผิว บริเวณที่ทำ และการดูแลตัวเองหลังทำ ผลลัพธ์มักดูเป็นธรรมชาติเพราะทำงานทั้งการเติมความอิ่มและกระตุ้นคอลลาเจนแบบค่อยเป็นค่อยไป

บทความแนะนำ

ปีกจมูกบานเวลายิ้ม ฉีดโบท็อกซ์แล้วจะบานน้อยลงไหม?รูปหน้าและวอลุ่ม

ปีกจมูกบานเวลายิ้ม ฉีดโบท็อกซ์แล้วจะบานน้อยลงไหม?

ปีกจมูกที่ดูกว้างมีสาเหตุได้ 2 แบบ คือการขยับของกล้ามเนื้อ และความกว้างเดิมของกระดูกอ่อนและผิวหนัง โบท็อกซ์ช่วยได้เฉพาะแบบแรก บทความนี้สรุปช่วงที่เห็นผลชัดและระยะเวลาที่ผลอยู่

ยิ้มเห็นเหงือก ฉีดโบท็อกซ์แล้วเหงือกจะโผล่น้อยลงแค่ไหน?รูปหน้าและวอลุ่ม

ยิ้มเห็นเหงือก ฉีดโบท็อกซ์แล้วเหงือกจะโผล่น้อยลงแค่ไหน?

เหงือกที่โผล่เวลายิ้มมีสาเหตุได้ 3 แบบ คือกล้ามเนื้อ เหงือก และกระดูกขากรรไกรบน โบท็อกซ์ช่วยได้เฉพาะแบบแรก บทความนี้สรุปช่วงที่เห็นผลชัดที่สุดและระยะเวลาที่ผลอยู่

ฉีดฟิลเลอร์ถุงยิ้มใต้ตาแล้วจะดูบวมไหม? ตำแหน่งและปริมาณคือคำตอบรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดฟิลเลอร์ถุงยิ้มใต้ตาแล้วจะดูบวมไหม? ตำแหน่งและปริมาณคือคำตอบ

ถุงยิ้มใต้ตาคือแนวกล้ามเนื้อ ฟิลเลอร์ควรวางเป็นชั้นบาง ๆ ตามแนวนั้น มาดูตำแหน่ง ปริมาณ และกรณีที่ควรตรวจไขมันใต้ตาก่อนค่ะ

บทความล่าสุด

Titanium Lifting เจ็บไหม? ทาครีมชาอย่างเดียวพอหรือเปล่าลิฟติ้ง

Titanium Lifting เจ็บไหม? ทาครีมชาอย่างเดียวพอหรือเปล่า

Titanium Lifting กระจายความร้อนผ่านหลายรอบด้วยพลังงานต่ำ จึงรู้สึกร้อนมากกว่าเจ็บแปลบ อ่านว่างานวิจัยบอกอะไรเรื่องครีมชา น้ำแข็ง และการปรับพลังงาน

สิวอุดตันหัวปิดบีบไม่ออก ยาทาต้องใช้กี่สัปดาห์ถึงจะเห็นผล?ผิวหนัง

สิวอุดตันหัวปิดบีบไม่ออก ยาทาต้องใช้กี่สัปดาห์ถึงจะเห็นผล?

ตุ่มสีผิวบนหน้าผากมักเป็นสิวอุดตันหัวปิด และการบีบมักทำให้อักเสบ ดูว่ายาทาต้องใช้นานแค่ไหน และกรณีไหนควรกดสิวที่คลินิก

ปีกจมูกบานเวลายิ้ม ฉีดโบท็อกซ์แล้วจะบานน้อยลงไหม?รูปหน้าและวอลุ่ม

ปีกจมูกบานเวลายิ้ม ฉีดโบท็อกซ์แล้วจะบานน้อยลงไหม?

ปีกจมูกที่ดูกว้างมีสาเหตุได้ 2 แบบ คือการขยับของกล้ามเนื้อ และความกว้างเดิมของกระดูกอ่อนและผิวหนัง โบท็อกซ์ช่วยได้เฉพาะแบบแรก บทความนี้สรุปช่วงที่เห็นผลชัดและระยะเวลาที่ผลอยู่

ยิ้มเห็นเหงือก ฉีดโบท็อกซ์แล้วเหงือกจะโผล่น้อยลงแค่ไหน?รูปหน้าและวอลุ่ม

ยิ้มเห็นเหงือก ฉีดโบท็อกซ์แล้วเหงือกจะโผล่น้อยลงแค่ไหน?

เหงือกที่โผล่เวลายิ้มมีสาเหตุได้ 3 แบบ คือกล้ามเนื้อ เหงือก และกระดูกขากรรไกรบน โบท็อกซ์ช่วยได้เฉพาะแบบแรก บทความนี้สรุปช่วงที่เห็นผลชัดที่สุดและระยะเวลาที่ผลอยู่

ฉีดฟิลเลอร์ถุงยิ้มใต้ตาแล้วจะดูบวมไหม? ตำแหน่งและปริมาณคือคำตอบรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดฟิลเลอร์ถุงยิ้มใต้ตาแล้วจะดูบวมไหม? ตำแหน่งและปริมาณคือคำตอบ

ถุงยิ้มใต้ตาคือแนวกล้ามเนื้อ ฟิลเลอร์ควรวางเป็นชั้นบาง ๆ ตามแนวนั้น มาดูตำแหน่ง ปริมาณ และกรณีที่ควรตรวจไขมันใต้ตาก่อนค่ะ

ฉีดโบท็อกซ์แก้นอนกัดฟัน กัดฟันจะหยุดไหม? สิ่งที่ลดคือแรงกัดรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดโบท็อกซ์แก้นอนกัดฟัน กัดฟันจะหยุดไหม? สิ่งที่ลดคือแรงกัด

งานวิจัยที่ตรวจการนอนหลับตลอดคืนพบว่าโบท็อกซ์ที่ขากรรไกรลดแรงกัดฟันได้ราว 12 สัปดาห์ แต่ไม่ได้ลดจำนวนครั้งอย่างชัดเจน มาดูว่าอาการตึงตอนเช้าและภาระที่ฟันจะเปลี่ยนไปอย่างไรค่ะ

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors