จูเวลูค อาย vs จูเวลูค ธรรมดา — อย่าคิดว่าเหมือนกัน
รูปหน้าและวอลุ่ม

จูเวลูค อาย vs จูเวลูค ธรรมดา — อย่าคิดว่าเหมือนกัน

จูเวลูค อาย คือสูตรเฉพาะรอบดวงตา ที่ลดขนาดอนุภาคและความเข้มข้นลง พร้อมวิเคราะห์ความเสี่ยงการเกิดก้อนนูน

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน
5นาที
ช่อง YouTube ของ BEAUTYSDOCTORS ที่แพทย์อธิบายเรื่องความงามเกาหลีโดยตรง

วางแผนมาโซล

กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?

แชตผ่าน LINE

จูเวลูค อาย vs จูเวลูค ธรรมดา — อย่าคิดว่าเหมือนกัน

"จูเวลูคฉีดรอบดวงตาได้เลยใช่ไหมคะ ไม่ต้องใช้ตัวพิเศษก็ได้?"

คำถามนี้ผมได้ยินในห้องตรวจบ่อยมากครับ

แต่คำตอบตรงๆ คือ — ไม่ใช่ตัวเดียวกันครับ

ชื่อคล้ายกัน แต่ขนาดอนุภาคและความเข้มข้นต่างกัน

เป็นสูตรที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ

แนะนำการฉีดจูเวลูค อาย บริเวณรอบดวงตา





จูเวลูค อาย ต่างจากจูเวลูคธรรมดาอย่างไร

จูเวลูคคือคอลลาเจนบูสเตอร์ที่ผสมอนุภาค PDLLA (Poly-D,L-Lactic Acid)

ซึ่งเป็นพอลิเมอร์ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ เข้ากับกรดไฮยาลูโรนิก

เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวครับ

จูเวลูคสูตรปกติออกแบบมาสำหรับบริเวณที่ผิวหนาขึ้น

เช่น แก้ม หน้าผาก และกรอบหน้า

ส่วนจูเวลูค อาย นั้น ลดขนาดอนุภาคให้เล็กลง

และลดความเข้มข้นของ PDLLA ลงด้วย เพื่อให้เหมาะกับผิวบริเวณรอบดวงตาโดยเฉพาะครับ





ทำไมผิวใต้ตาหนา 0.5 มม. ถึงทำให้เห็นก้อนนูนได้

ประเด็นสำคัญของบทความนี้

จูเวลูค อาย เป็นสูตรเฉพาะรอบดวงตา ที่ลดขนาดอนุภาคและความเข้มข้นลงเมื่อเทียบกับจูเวลูคธรรมดา

ผิวใต้ตาบางเพียง 0.5 มม. ทำให้หากใช้สูตรปกติมีความเสี่ยงเกิดก้อนนูนที่มองเห็นได้

สูตรเฉพาะดวงตาออกแบบมาเพื่อลดความเสี่ยงนั้นครับ

คงเคยได้ยินกันว่า "คอลลาเจนบูสเตอร์ยิ่งฉีดบ่อยยิ่งดี" ใช่ไหมครับ?

แต่สำหรับบริเวณรอบดวงตา — ตรงกันข้ามเลยครับ

ขอขยายความให้ฟังนะครับ

ความหนาของผิวใต้ตาอยู่ที่ประมาณ 0.5 มม.

เทียบกับแก้ม (ประมาณ 2 มม.) หรือหน้าผาก (ประมาณ 1.5 มม.)

ผิวใต้ตาบางกว่าถึง 3 เท่าครับ

ดังนั้นอนุภาคขนาดเดียวกัน ที่บริเวณโหนกแก้มมองไม่เห็น

แต่ใต้ตาสามารถส่องเห็นได้ครับ

ความหนาของผิวใต้ตาและกลไกการเกิดก้อนนูน

กลไกการเกิดก้อนนูน (Nodule) นั้นน่าสนใจมากครับ

เมื่ออนุภาค PDLLA รวมตัวกันในชั้นหนังแท้

แมคโครฟาจจะเข้ามารวมตัวบริเวณนั้นและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

นี่คือหลักการทำงานของการฉีดชนิดนี้ครับ

แต่หากความเข้มข้นของอนุภาคสูงเกินไป อนุภาคจะรวมตัวมากเกินไป

และในผิวที่บางก้อนนั้นจะส่องเห็นได้ชัดครับ

อาจเห็นเป็นสีขาวนูนขึ้นมา หรือคลำแล้วรู้สึกเป็นเม็ดเล็กๆ ได้

การที่จูเวลูค อาย ลดขนาดอนุภาคและความเข้มข้นลง

ก็เพื่อลดความเสี่ยงของการรวมตัวและการส่องเห็นนี้ครับ

แลกมาด้วยการที่ความสามารถในการกระตุ้นคอลลาเจนอ่อนกว่าสูตรปกติ

ดังนั้นผลลัพธ์จะค่อยๆ ปรากฏอย่างช้าๆ และละเอียดอ่อนกว่าครับ

กราฟการดูดซึม PDLLA และช่วงเวลาการกระตุ้นคอลลาเจน

ควรทำความเข้าใจกราฟการดูดซึม PDLLA ด้วยนะครับ

หลังฉีดทันที ใน 4 สัปดาห์แรกอนุภาคยังคงอยู่ตามเดิม

ช่วง 8–12 สัปดาห์ คอลลาเจนจะเริ่มสร้างขึ้นอย่างจริงจัง

และประมาณ 6 เดือน PDLLA จะย่อยสลายเกือบหมดครับ

นั่นคือ ช่วงที่ผลลัพธ์สูงสุดคือ 2–3 เดือนหลังทำ

ถ้าไม่รู้เรื่องนี้แล้วบอกว่า "ไม่เห็นผลเลยหลังเดือนแรก"

นั่นคือคุณตัดสินก่อนถึงเวลาที่เหมาะสมครับ

สรุปสำคัญจากหมอวียองจิน

แม้จะเป็นจูเวลูคเหมือนกัน แต่สูตรรอบดวงตานั้นต่างกันครับ

เป็นสูตรที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ ลดขนาดอนุภาคและความเข้มข้นเพื่อลดความเสี่ยงก้อนนูนและการส่องเห็น

ผลลัพธ์จะค่อยๆ ปรากฏใน 8–12 สัปดาห์

อย่าตัดสินผลแค่เดือนเดียวนะครับ





จูเวลูค อาย เหมาะกับใครบ้าง

อ่านแค่ตัวหนังสืออาจนึกภาพไม่ออก แต่ถ้าดูจากเคสจริงจะเห็นชัดเลยครับ

สัปดาห์ที่แล้วมีคนไข้อายุ 29 ปีมาขอรับคำปรึกษา

เห็นรีวิวจูเวลูค อาย ใน SNS ว่าช่วยลดรอยคล้ำใต้ตาได้

เลยสนใจอยากลอง แต่ปรากฏว่าปัญหาของเธอคือรอยคล้ำจากเม็ดสี (Pigmented Dark Circle) ครับ

ไม่ใช่ประเภทที่เห็นเส้นเลือด

และแทบไม่มีภาวะเบ้าตาลึก (Tear Trough) เลย

สำหรับคนไข้แบบนี้ ผมพูดตรงๆ ว่าแนะนำได้ยากครับ

เพราะ PDLLA ทำงานโดยการสร้างคอลลาเจนเพื่อเพิ่มความหนาของผิว

จึงได้ผลกับรอยคล้ำประเภท "ผิวบางจนส่องเห็นเส้นเลือด"

แต่รอยคล้ำที่เกิดจาก "เม็ดสีเมลานิน" นั้น ผลลัพธ์จะจำกัดครับ

ดังนั้นวันนั้นผมจึงแนะนำให้เริ่มจากเลเซอร์โทนนิ่งก่อน

และเธอก็ตัดสินใจรอดูก่อนครับ นั่นเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว

แล้วคุณล่ะ เข้าข่ายไหน?

การแบ่งประเภทความเหมาะสมของจูเวลูค อายคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับจูเวลูค อาย





คำถามที่ได้ยินบ่อยในห้องตรวจเกี่ยวกับจูเวลูค อาย

Q1. ฉีดครั้งเดียวผลอยู่ได้นานแค่ไหนครับ?

A. สัปดาห์นี้มีคนถามคำถามนี้สามคนแล้วครับ

หนึ่งในนั้นทำไปแล้วสองครั้งและตอนนี้เข้าเดือนที่แปด

เริ่มสังเกตว่าริ้วรอยเล็กๆ กลับมาเล็กน้อย ผมจึงแนะนำให้ทำเพิ่มอีกหนึ่งครั้งครับ

โดยทั่วไปเมื่อทำครบ 2–3 ครั้ง ห่างกัน 3–4 สัปดาห์ ผลจะอยู่ได้ประมาณ 8–12 เดือน

แต่อย่าตัดสินจากการทำครั้งแรกเพียงครั้งเดียวนะครับ

คอลลาเจนต้องใช้เวลาในการสร้างและคงอยู่ครับ

และมักจะมีคำถามต่อมาเสมอครับ

Q2. ค่าใช้จ่ายสำหรับบริเวณรอบดวงตาครั้งเดียวเท่าไหร่ครับ?

A. จริงๆ แล้วคำตอบค่อนข้างชัดเจนครับ

คำนวณตามจำนวนไวแอล (Vial) สำหรับรอบดวงตา

ราคาแตกต่างกันไปตามแต่ละคลินิก แต่อย่ามองว่าเป็นค่าใช้จ่าย "ทำครั้งเดียวจบ" ครับ

ควรคำนวณต้นทุนรวมของแพ็กเกจ 2–3 ครั้ง เพื่อให้ถึงจุดที่เห็นผลจริงๆ ครับ

มีประมาณสามในสิบของคนไข้ที่ทำครั้งเดียวแล้วมาประเมินผล

ซึ่งตอนนั้นคอลลาเจนยังไม่ได้สร้างขึ้นมาเต็มที่เลยครับ

และสุดท้าย — ถ้าไม่พูดถึงเรื่องนี้จะเสียใจทีหลังครับ

Q3. เกิดก้อนนูนหรือก้อนเนื้อได้จริงไหมครับ?

A. ตอนแรกผมก็คิดว่าถ้าใช้สูตรเฉพาะดวงตาแล้วไม่ต้องกังวลเรื่องก้อนนูน

แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ 0% ครับ

แม้จะลดขนาดอนุภาคและความเข้มข้นลงแล้ว ถ้าฉีดตื้นเกินไปหรือฉีดปริมาณมากในจุดเดียว ก็อาจเกิดการรวมตัวได้ครับ

จากประสบการณ์ทางคลินิก ความถี่อยู่ที่ประมาณ 1–2 รายต่อ 100 ราย

ถ้าเกิดขึ้นจะจัดการด้วยการนวดหรือฉีดสเตียรอยด์ครับ

ดังนั้นหลังทำหัตถการ 2–3 วัน การนวดเบาๆ บริเวณที่ฉีดจึงเป็นประโยชน์มากครับ

ถ้าจะจำเรื่องเดียวจากวันนี้ — จูเวลูค อาย คือ "สูตรที่ออกแบบเฉพาะสำหรับผิวบาง" ดังนั้นถ้าคลินิกไหนใช้สูตรปกติฉีดบริเวณรอบดวงตา ควรสอบถามให้ชัดเจนก่อนนะครับ


บทความหน้าจะพูดถึง "เมื่อคลำเจอก้อนนูนหลังทำจูเวลูค อาย กี่วันถือว่าเป็นการฟื้นตัวปกติ และเมื่อไหรควรเข้ารับการรักษา" พร้อมแสดงเคสจริงจากห้องตรวจว่าเราแยกแยะอย่างไรครับ นี่คือหมอวียองจินครับ

อ่านเพิ่มเติม

บทความแนะนำ

Juvelook Volume ในวัย 50 ความต่างของการออกแบบและความคาดหวังเมื่อเทียบกับวัย 30รูปหน้าและวอลุ่ม

ทำ Juvelook Volume ตอนอายุ 50 ต่างจากตอนอายุ 30 ยังไง?

แก้มที่ตอบลงตอนวัย 50 กับวัย 30 ไม่ได้มาจากชั้นเดียวกัน เมื่อสาเหตุต่างกัน การออกแบบปริมาณ จุดฉีด จำนวนครั้ง และช่วงเวลาที่ผลลัพธ์จะปรากฏก็ควรตั้งไว้คนละแบบ บทความนี้ BeautyStone Clinic รวบรวมความต่างเหล่านี้ไว้ให้ค่ะ

ผู้หญิงปรึกษาแพทย์เรื่องลำดับการฉีด Sculptra และการทำ Liftingรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีด Sculptra แล้วทำ Lifting ได้เมื่อไหร่ ควรเว้นระยะห่างแค่ไหน?

Sculptra ค่อย ๆ กระตุ้นคอลลาเจน ส่วน HIFU และ RF ทำงานด้วยความร้อนในชั้นผิวชุดเดียวกัน ลำดับและระยะห่างจึงมีผลกับผลลัพธ์มากกว่าที่คิดนะคะ

ฟิลเลอร์สะโพก บวมและช้ำหลังทำ ไทม์ไลน์การฟื้นตัวรูปหน้าและวอลุ่ม

ฟิลเลอร์สะโพก บวมและช้ำกี่วันหาย? ดูแลยังไงให้ฟื้นตัวเร็ว

หลังฉีดฟิลเลอร์สะโพก หลายคนสงสัยว่าอาการบวมและช้ำจะอยู่นานแค่ไหน โดยทั่วไปอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 7–14 วัน และสามารถดูแลตัวเองให้ฟื้นตัวเร็วขึ้นได้ด้วยวิธีที่ถูกต้อง

บทความล่าสุด

ผู้หญิงจดรายการยาที่กินประจำก่อนเข้าปรึกษาที่คลินิกผิวหนัง

กินยาลดความดันหรือยาละลายลิ่มเลือดอยู่ ต้องบอกคลินิกก่อนทำไหม?

ยาลดความดันและยาละลายลิ่มเลือดที่กินประจำมีผลกับรอยช้ำและการห้ามเลือดในวันทำหัตถการ บทความนี้รวมเหตุผลที่ควรแจ้งคลินิกล่วงหน้า และเหตุผลที่ไม่ควรหยุดยาเอง

เป็นหวัดหรือมีไข้ต่ำ ๆ ควรเลื่อนหัตถการที่จองไว้หรือไม่ เกณฑ์ที่ช่วยตัดสินใจผิวหนัง

เป็นหวัดหรือมีไข้ต่ำ ๆ ควรเลื่อนหัตถการที่จองไว้ไหม?

ไข้และการติดเชื้อเฉียบพลันส่งผลต่อการบวม การฟื้นตัว และความรู้สึกเจ็บระหว่างทำหัตถการ จึงควรมีเกณฑ์ที่จับต้องได้ว่าอาการแบบไหนควรเลื่อนคิวที่จองไว้ แบบไหนยังคุยกับแพทย์ก่อนได้ บทความนี้ BeautyStone Clinic รวมแนวทางไว้ให้ค่ะ

รูปร่างผอมกับการฉีดฟิลเลอร์สะโพก ทำไมวอลลุ่มดูน้อยกว่าและควรออกแบบอย่างไรบอดี้

รูปร่างผอมฉีดฟิลเลอร์สะโพกแล้ววอลลุ่มดูน้อย ต้องออกแบบยังไง?

คนที่มีชั้นไขมันใต้ผิวหนังบาง เมื่อฉีดฟิลเลอร์สะโพกในปริมาณเท่ากับคนอื่นมักได้วอลลุ่มที่ดูน้อยกว่า และมีโอกาสเห็นขอบของสารได้ง่ายกว่า ทางออกจึงอยู่ที่การเลือกชั้นที่ฉีดและการแบ่งจำนวนครั้งให้ต่างออกไปค่ะ

Juvelook Volume ในวัย 50 ความต่างของการออกแบบและความคาดหวังเมื่อเทียบกับวัย 30รูปหน้าและวอลุ่ม

ทำ Juvelook Volume ตอนอายุ 50 ต่างจากตอนอายุ 30 ยังไง?

แก้มที่ตอบลงตอนวัย 50 กับวัย 30 ไม่ได้มาจากชั้นเดียวกัน เมื่อสาเหตุต่างกัน การออกแบบปริมาณ จุดฉีด จำนวนครั้ง และช่วงเวลาที่ผลลัพธ์จะปรากฏก็ควรตั้งไว้คนละแบบ บทความนี้ BeautyStone Clinic รวบรวมความต่างเหล่านี้ไว้ให้ค่ะ

แพทย์ปรึกษาผู้เข้ารับบริการเรื่องการทำ Oligio X หลังฉีดฟิลเลอร์ลิฟติ้ง

เพิ่งฉีดฟิลเลอร์ ทำ Oligio X ได้ไหม? ควรเว้นระยะเท่าไหร่

เพิ่งฉีดฟิลเลอร์มาไม่นาน แล้วอยากทำ Oligio X ต่อ ความร้อนจากคลื่นวิทยุมีผลกับฟิลเลอร์ HA แค่ไหน บทความนี้รวมข้อมูลจากงานวิจัยที่มีอยู่ พร้อมแนวทางจัดลำดับและเว้นระยะห่างระหว่างสองหัตถการ

ภาพปกบทความเรื่องการใช้เครื่องความงามที่บ้านร่วมกับหัตถการที่คลินิกผิวหนัง

เครื่องความงามที่บ้าน ต้องพักตอนไหนก่อนและหลังทำหัตถการ?

จำนวนวันที่ต้องพักเครื่องความงามหลังทำหัตถการไม่ได้มาจากผลการทดลอง แต่มาจากธรรมเนียมของแต่ละคลินิก บทความนี้จัดระเบียบวิธีคิดจากสภาพผิว 4 อย่าง แยกตามชนิดของเครื่อง

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors