ภาพปกแสดงความต่างระหว่าง InMode และ Potenza ในการดูแลรูขุมขน
ลิฟติ้ง

InMode กับ Potenza ต่างกันตรงไหน ทำไมผลลัพธ์รูขุมขนไม่เหมือนกัน

InMode และ Potenza ถูกแนะนำคู่กันบ่อยเพราะเป็นเข็มความถี่สูง (RF Microneedle) เหมือนกัน แต่โครงสร้างเข็ม การปรับความถี่ และการกระจายพลังงานต่อช็อตต่างกัน ทำให้ผลลัพธ์รูขุมขนและระยะพักฟื้นไม่เหมือนกันเป๊ะ

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน · 29 กันยายน 2026
6นาที
ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับตัวเองไหมดูจากรูปหรือบทความอย่างเดียวบอกได้ยาก ปรึกษาเป็นภาษาไทยได้ แผนการรักษาจะสรุปหลังพบแพทย์ที่คลินิก* มีเจ้าหน้าที่ภาษาไทย · ถามได้โดยตรงทาง LINEถามคุณหมอ

เคยไหมคะ ที่รู้สึกว่ารูขุมขนบนใบหน้าดูกว้างขึ้นจนแต่งหน้าแล้วไม่เนียนเท่าที่ควร พอไปปรึกษาเรื่องรูขุมขนก็มักจะเจอชื่อ InMode กับ Potenza ถูกแนะนำคู่กันเสมอ ทั้งสองอยู่ในช่วงราคาใกล้เคียงกัน และต่างก็บอกว่าช่วย "กระชับรูขุมขน" เหมือนกันจนแยกไม่ออกว่าจริง ๆ แล้วต่างกันตรงไหน

พูดง่าย ๆ คือทั้งสองอยู่ในกลุ่มเข็มความถี่สูง (RF Microneedle) ที่ใช้หลักการเดียวกัน คือส่งพลังงานคลื่นวิทยุผ่านปลายเข็มลงไปกระตุ้นชั้นหนังแท้ แต่รายละเอียดของโครงสร้างเข็ม การปรับความถี่ และการกระจายพลังงานต่อช็อตนั้นต่างกัน ซึ่งความต่างเล็ก ๆ เหล่านี้ส่งผลต่อทั้งผลลัพธ์ที่ได้และความรู้สึกระหว่างพักฟื้น บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกความต่างของ InMode กับ Potenza พร้อมแนะนำว่ารูขุมขนแบบไหนเหมาะกับเครื่องไหนมากกว่ากัน

InMode คืออะไร ทำงานอย่างไร

InMode (กลุ่ม Morpheus8) เป็นหัตถการที่ใช้เข็มขนาดเล็กหลายเข็มแทงลงไปยังชั้นหนังแท้ (Dermis) แล้วปล่อยพลังงานคลื่นความถี่วิทยุ (RF) ออกจากปลายเข็มเพื่อสร้างจุดความร้อนเล็ก ๆ กระจายทั่วบริเวณที่ทำ ความร้อนนี้กระตุ้นให้คอลลาเจนหดตัวทันทีและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ตามมาในระยะยาว

ชั้นหนังแท้ (Dermis) : ชั้นผิวที่อยู่ใต้ชั้นหนังกำพร้า เป็นแหล่งรวมของคอลลาเจนและอีลาสตินที่ทำหน้าที่พยุงความกระชับของผิว

จากรายงานเกี่ยวกับเข็มความถี่สูงแบบ Fractional ที่พบว่าหลังทำเฉลี่ย 2-6 ครั้ง ขนาดรูขุมขน พื้นผิว และรอยแผลเป็นจากสิวแบบหลุมดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และผู้เข้าร่วม 94% ตอบว่าอยากทำซ้ำ จะเห็นว่าเข็มความถี่สูงกลุ่มนี้เป็นที่ยอมรับในระดับหนึ่ง InMode ใช้เข็มหุ้มฉนวน (Insulated Needle) เป็นหลัก ซึ่งช่วยลดความร้อนที่ชั้นหนังกำพร้าและส่งพลังงานลงไปถึงชั้นลึกได้อย่างมั่นคง

ภาพแสดงเข็มหุ้มฉนวนของ InMode ส่งความร้อนลงชั้นหนังแท้ลึก

Potenza คืออะไร ต่างจาก InMode ตรงไหน

Potenza เป็นเข็มความถี่สูงเช่นกัน แต่จุดต่างสำคัญคือสามารถสลับใช้คลื่นความถี่ 1MHz และ 2MHz ภายในการรักษาครั้งเดียวกันได้ ขณะที่ InMode ใช้ความถี่คงที่เพียงระดับเดียว นอกจากนี้ Potenza ยังเลือกใช้เข็มได้ทั้งแบบหุ้มฉนวนและไม่หุ้มฉนวนตามอาการของแต่ละคน ทำให้ดูแลได้ตั้งแต่ชั้นตื้นอย่างต่อมไขมันไปจนถึงชั้นหนังแท้ลึกในการรักษาครั้งเดียว

คลื่นความถี่ 2MHz : ความถี่ที่สูงกว่ามักถูกดูดซับใกล้ผิวชั้นตื้นมากกว่า จึงมักถูกนำมาใช้กระตุ้นบริเวณรูขุมขนและต่อมไขมัน

พูดให้เห็นภาพชัดขึ้น InMode เน้นความมั่นคงของพลังงานที่ระดับความลึกเดียว ส่วน Potenza เน้นความยืดหยุ่นในการปรับความถี่และชนิดเข็มให้เหมาะกับแต่ละจุดบนใบหน้า

ภาพแสดง Potenza สลับคลื่นความถี่เพื่อดูแลผิวชั้นตื้นถึงชั้นลึก

เปรียบเทียบ InMode กับ Potenza

ตารางด้านล่างสรุปความต่างหลัก ๆ ของทั้งสองเครื่อง เพื่อให้เห็นภาพรวมก่อนตัดสินใจเลือก

หัวข้อInModePotenza
โครงสร้างเข็มเข็มหุ้มฉนวนเป็นหลักเลือกได้ทั้งหุ้มฉนวนและไม่หุ้มฉนวน
คลื่นความถี่1MHz คงที่1MHz และ 2MHz สลับได้
ชั้นผิวที่เข้าถึงได้ดีชั้นหนังแท้ลึกตั้งแต่ชั้นตื้นถึงชั้นลึก
จำนวนครั้งที่มักแนะนำประมาณ 3 ครั้ง ห่างกัน 4-6 สัปดาห์ประมาณ 3-5 ครั้ง ห่างกัน 3-4 สัปดาห์

ความต่างที่ชัดที่สุดคือการมีโหมดความถี่คู่ของ Potenza ที่ช่วยให้จัดการทั้งปัญหาผิวชั้นตื้นอย่างความมันและรูขุมขน กับปัญหาชั้นลึกอย่างรอยแผลเป็นและความหย่อนคล้อยได้ในการรักษาเดียวกัน ส่วน InMode มีจุดแข็งตรงที่ใช้ความถี่เดียวแล้วส่งพลังงานลงถึงชั้นลึกได้อย่างสม่ำเสมอ

รูขุมขนแบบไหนเหมาะกับเครื่องไหน

InMode มักเหมาะกับคนที่ :

  • อยากดูแลรูขุมขนพร้อมกับความหย่อนคล้อยชั้นลึกไปด้วยกัน
  • บริเวณที่กังวลมีความลึกมาก เช่น กรอบหน้า แก้ม หน้าผาก
  • อยากได้ผลลัพธ์ที่ค่อนข้างหนักแน่นในแต่ละครั้ง เว้นระยะ 4-6 สัปดาห์
  • มีทั้งรอยแผลเป็นจากสิวและรูขุมขนกว้างร่วมด้วย

Potenza มักเหมาะกับคนที่ :

  • อยากเน้นดูแลรูขุมขน ความมัน และรอยสิวเป็นหลัก
  • อยากลดความรู้สึกเจ็บและให้ระยะพักฟื้นสั้นลง
  • อยากดูแลทั้งผิวชั้นตื้นและชั้นหนังแท้ไปพร้อมกัน
  • อยากทำเป็นคอร์สถี่ขึ้นเล็กน้อย 3-5 ครั้ง ห่างกันไม่นาน

จากรายงานเดียวกันที่ระบุว่าคะแนนความเจ็บเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1.5 จาก 10 คะแนน และบริเวณที่รูขุมขนเล็กหรือใช้โหมดเน้นผิวชั้นตื้นมักมีคะแนนความเจ็บต่ำกว่า จะเห็นว่าความเจ็บของเข็มความถี่สูงกลุ่มนี้โดยรวมค่อนข้างจัดการได้ และเนื่องจากส่วนใหญ่ใช้โหมดเข็มหุ้มฉนวนที่ไม่ทำร้ายผิวชั้นบน ความเสี่ยงเรื่องรอยดำคล้ำจึงค่อนข้างต่ำในทั้งสองเครื่อง

ภาพแสดงแนวทางเลือก InMode หรือ Potenza ตามลักษณะรูขุมขน

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังหลังทำ

เนื่องจาก InMode และ Potenza ต่างก็ใช้พลังงานความร้อนผ่านปลายเข็ม ในช่วง 1-3 วันแรกหลังทำอาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อย ซึ่งมักหายได้เองโดยไม่ต้องดูแลเป็นพิเศษ

  • รอยแดงและความรู้สึกอุ่น มักดีขึ้นภายใน 1-3 วัน
  • รอยเข็มเล็ก ๆ หรือสะเก็ดบาง มักจางลงภายในไม่กี่วัน
  • อาการบวม พบได้ตั้งแต่วันที่ทำถึงวันถัดไป แล้วค่อย ๆ ยุบลง

ในช่วงพักฟื้น ควรบำรุงความชุ่มชื้นและทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ งดซาวน่า แช่น้ำร้อนนาน และแสงแดดจัด อย่างไรก็ตาม หากมีตุ่มน้ำพองหรือรอยแดงที่ไม่ดีขึ้นและกลับรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ควรปล่อยไว้ ควรรีบปรึกษาแพทย์ที่ทำหัตถการทันที

ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร มีสิวอักเสบหรือแผลติดเชื้อในบริเวณที่จะทำ มีประวัติแผลเป็นคีลอยด์ มีอุปกรณ์โลหะฝังในร่างกาย หรือกำลังใช้ยาที่ไวต่อแสงอย่างไอโซเตรติโนอิน ควรแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง รวมถึงกรณีเพิ่งทำเลเซอร์หรือฟิลเลอร์มาภายใน 1 สัปดาห์ด้วย

สรุป

InMode และ Potenza เป็นเข็มความถี่สูง (RF Microneedle) บนหลักการเดียวกัน แต่โครงสร้างเข็มและการปรับคลื่นความถี่ต่างกัน InMode เน้นความมั่นคงของพลังงานที่ชั้นลึกด้วยความถี่เดียว ส่วน Potenza เน้นความยืดหยุ่นด้วยโหมดความถี่คู่ที่ดูแลได้ทั้งชั้นตื้นและชั้นลึก จึงเหมาะกับรูขุมขนคนละแบบ

ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ หากคุณกำลังลังเลว่ารูขุมขนของตัวเองเหมาะกับ InMode หรือ Potenza มากกว่ากัน ที่ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ

คำถามที่พบบ่อย

Q1. รูขุมขนจะหายไปถาวรไหม

รูขุมขนไม่สามารถเล็กลงอย่างถาวรได้ด้วยหัตถการใดหัตถการหนึ่งค่ะ ทั้ง InMode และ Potenza ทำงานด้วยการกระตุ้นคอลลาเจนรอบรูขุมขนให้แน่นขึ้น จึงทำให้รูขุมขนดูตื้นและเล็กลง แต่เมื่อเวลาผ่านไปมักมีแนวโน้มกลับมากว้างขึ้นอีกครั้ง หลายคนจึงทำซ้ำทุก 6-12 เดือนเพื่อรักษาผลลัพธ์ค่ะ

Q2. InMode กับ Potenza เจ็บต่างกันไหม

ความเจ็บขึ้นอยู่กับความถี่ โหมดที่ใช้ และความทนของแต่ละคน จึงไม่สามารถบอกได้แน่ชัดว่าเครื่องไหนเจ็บน้อยกว่าเสมอไป โดยทั่วไปบริเวณที่ใช้โหมดเน้นผิวชั้นตื้นมักเจ็บน้อยกว่า และทั้งสองเครื่องมักทายาชาก่อนทำเพื่อลดความรู้สึกไม่สบายค่ะ

Q3. ใช้เวลาพักฟื้นกี่วัน

ช่วง 1-3 วันแรกอาจมีรอยเข็มเล็ก ๆ และรอยแดงให้เห็น โดยทั่วไปแต่งหน้าได้หลังผ่านไป 24-48 ชั่วโมง หลายคนบอกว่า Potenza ฟื้นตัวเร็วกว่า แต่ระยะเวลาจริงขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการฟื้นตัวของแต่ละบุคคลค่ะ

Q4. ทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ไหม

โดยทั่วไปไม่แนะนำให้ทำโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์ในช่วงเดียวกับคอร์สเข็มความถี่สูง ควรเว้นระยะประมาณ 2-4 สัปดาห์หลังจบคอร์สก่อนค่อยทำร่วมกัน เพื่อความปลอดภัยควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนตารางให้เหมาะกับตัวเองค่ะ

บทความแนะนำ

ร้อยไหมหน้าราคาต่างกันทำไม? ใบเสนอราคาต้องดูอะไรนอกจากจำนวนเส้นลิฟติ้ง

ร้อยไหมหน้าราคาต่างกันทำไม? ใบเสนอราคาต้องดูอะไรนอกจากจำนวนเส้น

ราคาร้อยไหมหน้าที่ต่างกันระหว่างคลินิกมักมาจากชนิดไหม บริเวณที่ทำ การวางแนวไหม และสิ่งที่รวมในราคา มากกว่าจำนวนเส้น แต่ก่อนเทียบราคา ควรแยกให้ได้ก่อนว่าปัญหาคือหน้าหย่อนหรือหน้าตอบ

ร้อยไหมหน้าผากอันตรายไหม รู้ความเสี่ยงและสัญญาณที่บอกว่าควรเลือกวิธีอื่นลิฟติ้ง

ร้อยไหมหน้าผากอันตรายไหม? รู้ความเสี่ยงและสัญญาณควรเลือกวิธีอื่น

ก่อนตัดสินใจร้อยไหมหน้าผาก ควรรู้ก่อนว่ามีความเสี่ยงอะไรบ้าง และหน้าผากแบบไหนที่ร้อยไหมช่วยได้จริง บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณเข้าใจสัญญาณเตือนและทางเลือกที่เหมาะกับสภาพหน้าผากของคุณค่ะ

ภาพการ์ดคู่มือเตรียมตัวก่อนนัด Thermage และการปรึกษาคุณหมอเรื่อง Level พลังงานลิฟติ้ง

ลด Level Thermage เพราะกลัวเจ็บ ผลจะหายไปไหม? เตรียมปรึกษาคุณหมอ

กังวลเรื่องความรู้สึกแสบร้อนจาก Thermage? บทความนี้ช่วยให้คุณเตรียมตัวก่อนนัด รู้จักตัวเลือกยาชา และถามคุณหมอให้ได้แผน Level ที่เหมาะสมจริง

บทความล่าสุด

ยิ้มเห็นเหงือก ฉีดโบท็อกซ์แล้วเหงือกจะโผล่น้อยลงแค่ไหน?รูปหน้าและวอลุ่ม

ยิ้มเห็นเหงือก ฉีดโบท็อกซ์แล้วเหงือกจะโผล่น้อยลงแค่ไหน?

เหงือกที่โผล่เวลายิ้มมีสาเหตุได้ 3 แบบ คือกล้ามเนื้อ เหงือก และกระดูกขากรรไกรบน โบท็อกซ์ช่วยได้เฉพาะแบบแรก บทความนี้สรุปช่วงที่เห็นผลชัดที่สุดและระยะเวลาที่ผลอยู่

ฉีดฟิลเลอร์ถุงยิ้มใต้ตาแล้วจะดูบวมไหม? ตำแหน่งและปริมาณคือคำตอบรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดฟิลเลอร์ถุงยิ้มใต้ตาแล้วจะดูบวมไหม? ตำแหน่งและปริมาณคือคำตอบ

ถุงยิ้มใต้ตาคือแนวกล้ามเนื้อ ฟิลเลอร์ควรวางเป็นชั้นบาง ๆ ตามแนวนั้น มาดูตำแหน่ง ปริมาณ และกรณีที่ควรตรวจไขมันใต้ตาก่อนค่ะ

ฉีดโบท็อกซ์แก้นอนกัดฟัน กัดฟันจะหยุดไหม? สิ่งที่ลดคือแรงกัดรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดโบท็อกซ์แก้นอนกัดฟัน กัดฟันจะหยุดไหม? สิ่งที่ลดคือแรงกัด

งานวิจัยที่ตรวจการนอนหลับตลอดคืนพบว่าโบท็อกซ์ที่ขากรรไกรลดแรงกัดฟันได้ราว 12 สัปดาห์ แต่ไม่ได้ลดจำนวนครั้งอย่างชัดเจน มาดูว่าอาการตึงตอนเช้าและภาระที่ฟันจะเปลี่ยนไปอย่างไรค่ะ

ฟิลเลอร์แก้มข้าง ฉีดแล้วหน้าจะดูกว้างขึ้นไหม? ดูที่แก้มตอบหรือหย่อนรูปหน้าและวอลุ่ม

ฟิลเลอร์แก้มข้าง ฉีดแล้วหน้าจะดูกว้างขึ้นไหม? ดูที่แก้มตอบหรือหย่อน

แก้มข้างที่ตอบเพราะไขมันลดลง ถ้าเติมทีละน้อยจะช่วยให้เส้นใต้โหนกแก้มดูเรียบขึ้น แต่ถ้าเติมเงาที่เกิดจากผิวหย่อน หรือฉีดทีเดียวปริมาณมาก หน้าจะดูหนักและกว้างขึ้นได้ค่ะ

Onda ต้นขาด้านใน หยิบได้หนาแค่ไหนถึงจะเหมาะ?บอดี้

Onda ต้นขาด้านใน หยิบได้หนาแค่ไหนถึงจะเหมาะ?

ต้นขาด้านในที่หยิบได้หนาตั้งแต่ราว 2 ซม. และมีไขมันใต้ผิวอย่างน้อย 1 ซม. เหมาะกับ Onda มากที่สุด ส่วนผิวบางที่ย่นยังทำได้ แต่การเปลี่ยนแปลงจะน้อยกว่าค่ะ

เลเซอร์หนวดหลายครั้งแล้วไม่ลดลง ควรเปลี่ยนเป็น 1064nm ไหม?ผู้ชาย

เลเซอร์หนวดหลายครั้งแล้วไม่ลดลง ควรเปลี่ยนเป็น 1064nm ไหม?

หนวดหนาสีเข้มที่ไม่ลดอีกหลังเลเซอร์หลายครั้ง ควรเช็กก่อนเพิ่มครั้งว่าคลินิกเปลี่ยนเป็น 1064nm และตั้งพลังงานใหม่ได้ไหม บทความนี้อธิบายความต่างของสองคลื่น ข้อจำกัดของงานวิจัย และอาการหลังทำที่ควรติดต่อคลินิก

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors