InMode กับ Potenza ต่างกันตรงไหน ทำไมผลลัพธ์รูขุมขนไม่เหมือนกัน
InMode และ Potenza ถูกแนะนำคู่กันบ่อยเพราะเป็นเข็มความถี่สูง (RF Microneedle) เหมือนกัน แต่โครงสร้างเข็ม การปรับความถี่ และการกระจายพลังงานต่อช็อตต่างกัน ทำให้ผลลัพธ์รูขุมขนและระยะพักฟื้นไม่เหมือนกันเป๊ะ

วางแผนมาโซล
กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?
เคยไหมคะ ที่รู้สึกว่ารูขุมขนบนใบหน้าดูกว้างขึ้นจนแต่งหน้าแล้วไม่เนียนเท่าที่ควร พอไปปรึกษาเรื่องรูขุมขนก็มักจะเจอชื่อ InMode กับ Potenza ถูกแนะนำคู่กันเสมอ ทั้งสองอยู่ในช่วงราคาใกล้เคียงกัน และต่างก็บอกว่าช่วย "กระชับรูขุมขน" เหมือนกันจนแยกไม่ออกว่าจริง ๆ แล้วต่างกันตรงไหน
พูดง่าย ๆ คือทั้งสองอยู่ในกลุ่มเข็มความถี่สูง (RF Microneedle) ที่ใช้หลักการเดียวกัน คือส่งพลังงานคลื่นวิทยุผ่านปลายเข็มลงไปกระตุ้นชั้นหนังแท้ แต่รายละเอียดของโครงสร้างเข็ม การปรับความถี่ และการกระจายพลังงานต่อช็อตนั้นต่างกัน ซึ่งความต่างเล็ก ๆ เหล่านี้ส่งผลต่อทั้งผลลัพธ์ที่ได้และความรู้สึกระหว่างพักฟื้น บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกความต่างของ InMode กับ Potenza พร้อมแนะนำว่ารูขุมขนแบบไหนเหมาะกับเครื่องไหนมากกว่ากัน
InMode คืออะไร ทำงานอย่างไร
InMode (กลุ่ม Morpheus8) เป็นหัตถการที่ใช้เข็มขนาดเล็กหลายเข็มแทงลงไปยังชั้นหนังแท้ (Dermis) แล้วปล่อยพลังงานคลื่นความถี่วิทยุ (RF) ออกจากปลายเข็มเพื่อสร้างจุดความร้อนเล็ก ๆ กระจายทั่วบริเวณที่ทำ ความร้อนนี้กระตุ้นให้คอลลาเจนหดตัวทันทีและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ตามมาในระยะยาว
ชั้นหนังแท้ (Dermis) : ชั้นผิวที่อยู่ใต้ชั้นหนังกำพร้า เป็นแหล่งรวมของคอลลาเจนและอีลาสตินที่ทำหน้าที่พยุงความกระชับของผิว
จากรายงานเกี่ยวกับเข็มความถี่สูงแบบ Fractional ที่พบว่าหลังทำเฉลี่ย 2-6 ครั้ง ขนาดรูขุมขน พื้นผิว และรอยแผลเป็นจากสิวแบบหลุมดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และผู้เข้าร่วม 94% ตอบว่าอยากทำซ้ำ จะเห็นว่าเข็มความถี่สูงกลุ่มนี้เป็นที่ยอมรับในระดับหนึ่ง InMode ใช้เข็มหุ้มฉนวน (Insulated Needle) เป็นหลัก ซึ่งช่วยลดความร้อนที่ชั้นหนังกำพร้าและส่งพลังงานลงไปถึงชั้นลึกได้อย่างมั่นคง

Potenza คืออะไร ต่างจาก InMode ตรงไหน
Potenza เป็นเข็มความถี่สูงเช่นกัน แต่จุดต่างสำคัญคือสามารถสลับใช้คลื่นความถี่ 1MHz และ 2MHz ภายในการรักษาครั้งเดียวกันได้ ขณะที่ InMode ใช้ความถี่คงที่เพียงระดับเดียว นอกจากนี้ Potenza ยังเลือกใช้เข็มได้ทั้งแบบหุ้มฉนวนและไม่หุ้มฉนวนตามอาการของแต่ละคน ทำให้ดูแลได้ตั้งแต่ชั้นตื้นอย่างต่อมไขมันไปจนถึงชั้นหนังแท้ลึกในการรักษาครั้งเดียว
คลื่นความถี่ 2MHz : ความถี่ที่สูงกว่ามักถูกดูดซับใกล้ผิวชั้นตื้นมากกว่า จึงมักถูกนำมาใช้กระตุ้นบริเวณรูขุมขนและต่อมไขมัน
พูดให้เห็นภาพชัดขึ้น InMode เน้นความมั่นคงของพลังงานที่ระดับความลึกเดียว ส่วน Potenza เน้นความยืดหยุ่นในการปรับความถี่และชนิดเข็มให้เหมาะกับแต่ละจุดบนใบหน้า

เปรียบเทียบ InMode กับ Potenza
ตารางด้านล่างสรุปความต่างหลัก ๆ ของทั้งสองเครื่อง เพื่อให้เห็นภาพรวมก่อนตัดสินใจเลือก
| หัวข้อ | InMode | Potenza |
|---|---|---|
| โครงสร้างเข็ม | เข็มหุ้มฉนวนเป็นหลัก | เลือกได้ทั้งหุ้มฉนวนและไม่หุ้มฉนวน |
| คลื่นความถี่ | 1MHz คงที่ | 1MHz และ 2MHz สลับได้ |
| ชั้นผิวที่เข้าถึงได้ดี | ชั้นหนังแท้ลึก | ตั้งแต่ชั้นตื้นถึงชั้นลึก |
| จำนวนครั้งที่มักแนะนำ | ประมาณ 3 ครั้ง ห่างกัน 4-6 สัปดาห์ | ประมาณ 3-5 ครั้ง ห่างกัน 3-4 สัปดาห์ |
ความต่างที่ชัดที่สุดคือการมีโหมดความถี่คู่ของ Potenza ที่ช่วยให้จัดการทั้งปัญหาผิวชั้นตื้นอย่างความมันและรูขุมขน กับปัญหาชั้นลึกอย่างรอยแผลเป็นและความหย่อนคล้อยได้ในการรักษาเดียวกัน ส่วน InMode มีจุดแข็งตรงที่ใช้ความถี่เดียวแล้วส่งพลังงานลงถึงชั้นลึกได้อย่างสม่ำเสมอ
รูขุมขนแบบไหนเหมาะกับเครื่องไหน
InMode มักเหมาะกับคนที่ :
- อยากดูแลรูขุมขนพร้อมกับความหย่อนคล้อยชั้นลึกไปด้วยกัน
- บริเวณที่กังวลมีความลึกมาก เช่น กรอบหน้า แก้ม หน้าผาก
- อยากได้ผลลัพธ์ที่ค่อนข้างหนักแน่นในแต่ละครั้ง เว้นระยะ 4-6 สัปดาห์
- มีทั้งรอยแผลเป็นจากสิวและรูขุมขนกว้างร่วมด้วย
Potenza มักเหมาะกับคนที่ :
- อยากเน้นดูแลรูขุมขน ความมัน และรอยสิวเป็นหลัก
- อยากลดความรู้สึกเจ็บและให้ระยะพักฟื้นสั้นลง
- อยากดูแลทั้งผิวชั้นตื้นและชั้นหนังแท้ไปพร้อมกัน
- อยากทำเป็นคอร์สถี่ขึ้นเล็กน้อย 3-5 ครั้ง ห่างกันไม่นาน
จากรายงานเดียวกันที่ระบุว่าคะแนนความเจ็บเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1.5 จาก 10 คะแนน และบริเวณที่รูขุมขนเล็กหรือใช้โหมดเน้นผิวชั้นตื้นมักมีคะแนนความเจ็บต่ำกว่า จะเห็นว่าความเจ็บของเข็มความถี่สูงกลุ่มนี้โดยรวมค่อนข้างจัดการได้ และเนื่องจากส่วนใหญ่ใช้โหมดเข็มหุ้มฉนวนที่ไม่ทำร้ายผิวชั้นบน ความเสี่ยงเรื่องรอยดำคล้ำจึงค่อนข้างต่ำในทั้งสองเครื่อง

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังหลังทำ
เนื่องจาก InMode และ Potenza ต่างก็ใช้พลังงานความร้อนผ่านปลายเข็ม ในช่วง 1-3 วันแรกหลังทำอาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อย ซึ่งมักหายได้เองโดยไม่ต้องดูแลเป็นพิเศษ
- รอยแดงและความรู้สึกอุ่น มักดีขึ้นภายใน 1-3 วัน
- รอยเข็มเล็ก ๆ หรือสะเก็ดบาง มักจางลงภายในไม่กี่วัน
- อาการบวม พบได้ตั้งแต่วันที่ทำถึงวันถัดไป แล้วค่อย ๆ ยุบลง
ในช่วงพักฟื้น ควรบำรุงความชุ่มชื้นและทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ งดซาวน่า แช่น้ำร้อนนาน และแสงแดดจัด อย่างไรก็ตาม หากมีตุ่มน้ำพองหรือรอยแดงที่ไม่ดีขึ้นและกลับรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ควรปล่อยไว้ ควรรีบปรึกษาแพทย์ที่ทำหัตถการทันที
ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร มีสิวอักเสบหรือแผลติดเชื้อในบริเวณที่จะทำ มีประวัติแผลเป็นคีลอยด์ มีอุปกรณ์โลหะฝังในร่างกาย หรือกำลังใช้ยาที่ไวต่อแสงอย่างไอโซเตรติโนอิน ควรแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง รวมถึงกรณีเพิ่งทำเลเซอร์หรือฟิลเลอร์มาภายใน 1 สัปดาห์ด้วย
สรุป
InMode และ Potenza เป็นเข็มความถี่สูง (RF Microneedle) บนหลักการเดียวกัน แต่โครงสร้างเข็มและการปรับคลื่นความถี่ต่างกัน InMode เน้นความมั่นคงของพลังงานที่ชั้นลึกด้วยความถี่เดียว ส่วน Potenza เน้นความยืดหยุ่นด้วยโหมดความถี่คู่ที่ดูแลได้ทั้งชั้นตื้นและชั้นลึก จึงเหมาะกับรูขุมขนคนละแบบ
ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ หากคุณกำลังลังเลว่ารูขุมขนของตัวเองเหมาะกับ InMode หรือ Potenza มากกว่ากัน ที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ
คำถามที่พบบ่อย
Q1. รูขุมขนจะหายไปถาวรไหม
รูขุมขนไม่สามารถเล็กลงอย่างถาวรได้ด้วยหัตถการใดหัตถการหนึ่งค่ะ ทั้ง InMode และ Potenza ทำงานด้วยการกระตุ้นคอลลาเจนรอบรูขุมขนให้แน่นขึ้น จึงทำให้รูขุมขนดูตื้นและเล็กลง แต่เมื่อเวลาผ่านไปมักมีแนวโน้มกลับมากว้างขึ้นอีกครั้ง หลายคนจึงทำซ้ำทุก 6-12 เดือนเพื่อรักษาผลลัพธ์ค่ะ
Q2. InMode กับ Potenza เจ็บต่างกันไหม
ความเจ็บขึ้นอยู่กับความถี่ โหมดที่ใช้ และความทนของแต่ละคน จึงไม่สามารถบอกได้แน่ชัดว่าเครื่องไหนเจ็บน้อยกว่าเสมอไป โดยทั่วไปบริเวณที่ใช้โหมดเน้นผิวชั้นตื้นมักเจ็บน้อยกว่า และทั้งสองเครื่องมักทายาชาก่อนทำเพื่อลดความรู้สึกไม่สบายค่ะ
Q3. ใช้เวลาพักฟื้นกี่วัน
ช่วง 1-3 วันแรกอาจมีรอยเข็มเล็ก ๆ และรอยแดงให้เห็น โดยทั่วไปแต่งหน้าได้หลังผ่านไป 24-48 ชั่วโมง หลายคนบอกว่า Potenza ฟื้นตัวเร็วกว่า แต่ระยะเวลาจริงขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการฟื้นตัวของแต่ละบุคคลค่ะ
Q4. ทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ไหม
โดยทั่วไปไม่แนะนำให้ทำโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์ในช่วงเดียวกับคอร์สเข็มความถี่สูง ควรเว้นระยะประมาณ 2-4 สัปดาห์หลังจบคอร์สก่อนค่อยทำร่วมกัน เพื่อความปลอดภัยควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนตารางให้เหมาะกับตัวเองค่ะ








