สิว อย่าเพิ่งแตะ! เหตุผลที่ฉีดยาลดสิวอักเสบคือ Golden Time ป้องกันรอยแผลเป็น
แพทย์ผู้อำนวยการคลินิกอธิบายโดยตรงถึงประสิทธิภาพและหลักการทำงานของการฉีดยาลดสิวอักเสบสำหรับสิวอักเสบมีหนอง พร้อมช่วงเวลาที่เหมาะสมและข้อควรระวัง


วียองจิน
ผู้อำนวยการ

ฉีดยาลดสิวอักเสบ
ลืมความเชื่อที่ว่า
"บีบแล้วหาย" ไปได้เลยนะคะ
สวัสดีครับ
ผม วี ยองจิน จากคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแดครับ
💡 ก่อนอ่าน มาเช็กกันก่อนเลยครับ
Q. ฉีดยาลดสิวอักเสบแล้ว สิว
ยุบจริงภายใน 1-2 วันไหม?
A. สำหรับสิวอักเสบมีหนอง ใช่ครับ
แต่ต้องฉีดในช่วงเวลาที่เหมาะสม
และไม่ใช่ทุกประเภทของสิวที่ได้ผลแบบนี้นะครับ
Q. บีบเองไม่เร็วกว่าหรือ?
A. บีบอาจเร็วกว่าก็จริง
แต่โอกาสที่จะเกิดรอยแผลเป็นตามมานั้นสูงกว่ามากครับ
"สิวอักเสบมีหนองขนาดใหญ่ที่บวมแดง เมื่อฉีด
ยาลดสิวอักเสบแล้ว
โดยทั่วไปจะยุบลงภายใน 1-2 วัน
และช่วยป้องกันรอยแผลเป็นได้ครับ"
— วี ยองจิน แพทย์ผู้อำนวยการ (คลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด)

เหตุผลที่การฉีดยาลดสิวอักเสบ
เห็นผลภายใน 1-2 วัน
มาทำความเข้าใจหลักการกันครับ
ความอยากบีบสิวนั้น
ทุกคนรู้สึกกันดีใช่ไหมครับ
แต่เมื่อกลั้นใจฝืนความอยาก แล้วมาพบแพทย์ที่คลินิก
แล้วได้ยินว่า "ฉีดยาสักเข็มนะครับ"
หลายคนก็อาจคิดว่า 'ได้ผลจริงๆ เหรอ?'
พูดตรงๆ เลยครับ แม้แต่ผมเองตอนแรก
ก็ไม่ได้คิดว่ามันจะได้ผลดราม่าติกขนาดนี้เหมือนกัน
จนได้เห็นเคสหลายร้อยเคสด้วยตัวเองนี่แหละ
ถึงได้รู้สึกว่า "อ๋อ อันนี้มันคือเรื่องของ timing เลยนะ"
ชื่อทางการของการฉีดยาลดสิวอักเสบคือ
การฉีด Triamcinolone เข้าในรอยโรคโดยตรง (Intralesional Injection) ครับ
พูดง่ายๆ คือการฉีดยาต้านการอักเสบกลุ่มสเตียรอยด์
เข้าไปในสิวโดยตรงในปริมาณน้อยมากครับ
สาเหตุที่สิวบวมแดงนั้นง่ายมากครับ
เมื่อแบคทีเรียเพิ่มจำนวนในรูขุมขน
ร่างกายจะเกิดการตอบสนอง "กำจัดผู้บุกรุก"
และในกระบวนการนั้นก็มีสารอักเสบหลั่งออกมามากมายครับ
หน้าที่ของการฉีดยาลดสิวอักเสบในตอนนี้มีอย่างเดียวคือ
ยับยั้งการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่มากเกินไปอย่างรวดเร็ว
ไม่ใช่แค่ลดอาการบวม
แต่เป็นการตัดวงจรการอักเสบต่อเนื่องโดยตรง
นั่นคือเหตุผลที่ผลลัพธ์จึงเร็วมากครับ
แต่มีสิ่งสำคัญอยู่จุดหนึ่งนะครับ
รู้ไหมว่ารอยแผลเป็นเกิดขึ้นได้อย่างไร?
'ยิ่งการอักเสบยืดเยื้อนาน' ก็ยิ่งทำลายเนื้อเยื่อโดยรอบ
และเมื่อคอลลาเจนไปเติมเต็มบริเวณที่เสียหายอย่างไม่เป็นระเบียบ
ก็จะเกิดรอยแผลเป็นแบบบุ๋มหรือนูนขึ้นมาครับ
ดังนั้นการฉีดยาลดสิวอักเสบจึงไม่ได้มีจุดประสงค์เพียงแค่
กำจัดสิวให้เร็วขึ้นเท่านั้น
หัวใจสำคัญคือการลดระยะเวลาของการอักเสบ
เพื่อตัดเส้นทางที่จะนำไปสู่รอยแผลเป็นโดยตรงครับ
นั่นคือเหตุผลที่เมื่อฉีดเข้าสิวอักเสบมีหนองขนาดใหญ่ที่บวมแดง
สิวก็จะยุบลงภายใน 1-2 วัน
และโอกาสที่จะเกิดรอยแผลเป็นบริเวณนั้น
ก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญครับ
👨⚕️ สรุปสำคัญจาก วี ยองจิน แพทย์ผู้อำนวยการ
การฉีดยาลดสิวอักเสบไม่ได้
'ทำให้สิวหายทันที'
แต่คือการยับยั้งการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่มากเกินไปอย่างรวดเร็ว
เพื่อลดระยะเวลาของการอักเสบครับ
สำหรับสิวอักเสบมีหนองขนาดใหญ่ที่บวมแดง
การฉีดยาลดสิวอักเสบมีประสิทธิภาพในการป้องกันรอยแผลเป็น
ดีกว่าการบีบอย่างมากครับ

แล้วควรฉีดกับสิวแบบไหน
และฉีดเมื่อไหรดีครับ
ตรงนี้อาจจะงงหน่อยนะครับ
เพราะ "ถ้ามีสิวก็ต้องฉีดเลย" นั้นไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องครับ
เคสที่การฉีดยาลดสิวอักเสบได้ผลดีนั้นค่อนข้างชัดเจนครับ
สิวที่อยู่ลึกในผิวหนัง กดแล้วรู้สึกแข็งและบวมแดง
สิวอักเสบมีหนองที่เต็มไปด้วยหนอง
โดยเฉพาะสิวที่เกิดบริเวณที่มักเกิดรอยแผลเป็นง่าย เช่น คาง แก้ม และหน้าผากครับ
ในทางกลับกัน สิวเล็กๆ ที่นูนขึ้นมาเป็นเม็ดเล็กๆ
หรือสิวที่ใกล้จะแตกอยู่แล้ว
บางครั้งอาจมีวิธีการรักษาอื่นที่เหมาะกว่าการฉีดครับ
และ timing นั้นสำคัญมากๆ ครับ
หลายคนเข้าใจผิดในจุดนี้
ถ้าสิวแตกไปแล้วหรือมีสะเก็ดแล้วค่อยมาฉีด
ประสิทธิภาพจะลดลงอย่างเห็นได้ชัดครับ
ช่วงที่การอักเสบ 'กำลังแอคทีฟ' อยู่
นั่นคือตอนที่สิวบวมแดงและตึงอยู่
คือช่วงเวลาที่การฉีดยาลดสิวอักเสบได้ผลสูงสุดครับ
แต่ละเคสอาจแตกต่างกัน
แต่โดยทั่วไปผมอธิบายแบบนี้ครับ
"ภายใน 1-3 วันหลังเกิดสิว
ในขณะที่ยังนุ่มและยังไม่แตก คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดครับ"
แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะดีไปทุกอย่างนะครับ
เนื่องจากเป็นการฉีดสเตียรอยด์โดยตรง
หากใช้ปริมาณมากเกินไปหรือฉีดซ้ำในบริเวณเดิมหลายครั้ง
อาจเกิด Skin Atrophy — นั่นคือบริเวณนั้น
อาจดูยุบลงเล็กน้อยได้ครับ
ส่วนใหญ่มักเป็นเพียงชั่วคราว
แต่นั่นคือเหตุผลที่การควบคุมปริมาณยาสำคัญมากครับ
อย่างไรก็ตาม หากฉีดในความเข้มข้นและปริมาณที่ถูกต้อง
ประสิทธิภาพในการป้องกันรอยแผลเป็นนั้นสูงกว่ามาก
ดังนั้นในระยะที่เป็นสิวอักเสบมีหนอง ก็ยังคงเป็นทางเลือกที่ดีครับ
ที่คลินิกของเรา ก่อนฉีดจะตรวจสอบ
สภาพ ความลึก และตำแหน่งของสิวก่อน
แล้วจึงปรับความเข้มข้นและปริมาณการฉีดให้เหมาะสมในแต่ละครั้งครับ
มีผู้ที่เคยฉีดที่อื่นแล้วไม่ได้ผล
แต่มาฉีดที่คลินิกเราแล้วสิวยุบภายใน 1-2 วัน
หลายคนแบบนี้เลยครับ
ส่วนใหญ่เป็นเพราะความแตกต่างในการกำหนดปริมาณยาครับ
คำถามที่พบบ่อย
Q1. หลังฉีดยาลดสิวอักเสบแล้ว
บริเวณนั้นเป็นสีขาวและยุบลง ต้องทำอย่างไรครับ?
A. นั่นคืออาการ Skin Atrophy ที่เกิดหลังการฉีดสเตียรอยด์ครับ
ส่วนใหญ่จะฟื้นตัวเองตามธรรมชาติภายในไม่กี่สัปดาห์ถึงไม่กี่เดือนครับ
อย่างไรก็ตาม หากฉีดซ้ำในจุดเดิมหลายครั้ง
การฟื้นตัวอาจใช้เวลานานกว่าปกติครับ
ในกรณีเช่นนี้ อาจพิจารณาสังเกตการฟื้นตัวตามธรรมชาติ
หรือพิจารณาเสริมด้วยการฉีดฟิลเลอร์หรือการรักษาเพื่อการฟื้นฟูครับ
นั่นคือเหตุผลที่การปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนฉีด
และการกำหนดปริมาณยาอย่างรอบคอบในแต่ละบริเวณนั้นสำคัญมากครับ
Q2. การฉีดยาลดสิวอักเสบ ฉีดได้กี่ครั้งครับ?
A. โดยหลักการแล้ว ควรหลีกเลี่ยงการฉีดซ้ำในรอยโรคเดิมครับ
สำหรับสิวใหม่แต่ละเม็ด
จะพิจารณาแยกกันว่าเหมาะสมหรือไม่
และไม่แนะนำให้ฉีดซ้ำในบริเวณที่ยุบไปแล้วครับ
สำหรับผู้ที่มีสิวใหญ่ขึ้นซ้ำๆ เป็นประจำ
การรักษาด้วยยารับประทานหรือการจัดการระยะยาว
อาจเป็นทิศทางที่ดีกว่าการฉีดยาเพียงอย่างเดียวครับ
หากมีข้อสงสัยประการใด
สอบถามได้สบายๆ ทาง KakaoTalk หรือโทรศัพท์นะครับ
ขอบคุณครับ นี่คือ วี ยองจินครับ
บทความที่น่าสนใจ
▶[คอลัมน์คลินิกบิวตี้สโตน] กับดักของ 'การรักษาราคาถูก' ที่ประหยัดค่าลบรอยสักแต่ทำลายผิวหนัง
▶"โบท็อกซ์รอบดวงตาก็แค่ป้องกันใช่ไหม??" เคสที่ควรเลือกโซฟเวฟ
▶'Golden Time' สำหรับเพิ่มประสิทธิภาพของรีจูแรนให้สูงสุด








