Hip Dip คืออะไร? ทำไมเติม Sculptra ควรเริ่มจากปริมาณน้อยก่อน
Hip Dip คือรอยบุ๋มตามธรรมชาติจากโครงสร้างกระดูก บทความนี้อธิบายสาเหตุและเหตุผลที่การเติมเต็มด้วย Sculptra มักเริ่มจากปริมาณน้อยก่อน

เคยไหมคะที่ส่องกระจกแล้วสังเกตเห็นรอยบุ๋มเล็ก ๆ ด้านข้างสะโพก ทั้งที่ออกกำลังกายมาตลอด?
ภาวะนี้เรียกกันทั่วไปว่า Hip Dip ซึ่งเกิดจากโครงสร้างกระดูกเป็นหลัก การออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวจึงมักไม่สามารถทำให้รอยบุ๋มหายไปได้ทั้งหมด และหลายคนจึงเริ่มมองหาโปรแกรมเสริมความงามอย่าง Sculptra เข้ามาช่วย
บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่า Hip Dip เกิดจากอะไร ทำไมการเติมเต็มด้วย Sculptra จึงมักเริ่มจากปริมาณน้อยก่อน พร้อมแนะนำแนวทางการดูแลหลังทำค่ะ
Hip Dip คืออะไร? ทำไมจึงเกิดรอยบุ๋มด้านข้างสะโพก
Hip Dip คือรอยบุ๋มตามธรรมชาติที่เกิดขึ้นระหว่างสันกระดูกเชิงกรานกับปุ่มกระดูกต้นขาด้านนอก (Greater Trochanter) ซึ่งเป็นจุดที่กล้ามเนื้อและเอ็นหลายมัดมายึดเกาะ ทำให้เกิดรอยเว้าเป็นธรรมชาติในบริเวณนี้
จากการศึกษาทางกายวิภาคที่ตีพิมพ์ใน PMC พบว่ารอยบุ๋มนี้เกิดจากโครงสร้างของปุ่มกระดูกต้นขาร่วมกับจุดยึดของกล้ามเนื้อหลายมัด และถือเป็นรูปร่างปกติที่พบได้ในคนทั่วไปในระดับที่แตกต่างกัน
กล้ามเนื้อและไขมันบริเวณนั้นมีผลต่อความชัดของรอยบุ๋มอยู่บ้าง แต่เนื่องจากโครงสร้างกระดูกเป็นปัจจัยหลัก การออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวจึงมักไม่สามารถทำให้รอยบุ๋มหายไปได้ทั้งหมด ความชัดเจนของรอยบุ๋มจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าการมีรอยบุ๋มเป็นเรื่องผิดปกติแต่อย่างใด

ทำไมออกกำลังกายอย่างเดียวไม่พอ
การเสริมสร้างกล้ามเนื้อสะโพกอาจช่วยให้รอยบุ๋มดูไม่ชัดขึ้นได้บ้าง แต่รูปร่างของกระดูกเองไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปตามการออกกำลังกาย โดยทั่วไปแล้วแม้จะออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โครงสร้างรอยบุ๋มระหว่างกระดูกทั้งสองจุดก็มักยังคงอยู่
ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่ต้องการให้เส้นสายด้านข้างสะโพกเรียบเนียนขึ้นจึงมักพิจารณาโปรแกรมเติมเต็มปริมาตรบริเวณรอยบุ๋มเป็นทางเลือกเสริม
ทำไมขาถึงดูยาวขึ้นเมื่อเติมเต็มรอยบุ๋ม
เมื่อรอยบุ๋มถูกเติมเต็ม เส้นด้านข้างที่ไล่จากสะโพกลงมาถึงต้นขาจะต่อเนื่องกันอย่างเรียบเนียนมากขึ้น ทำให้เกิดความรู้สึกว่าจุดเริ่มต้นของขาสูงขึ้น และขาดูยาวขึ้นแม้ส่วนสูงจะเท่าเดิม
ความรู้สึกนี้ไม่ได้มาจากสะโพกที่ดูใหญ่ขึ้น แต่มาจากเส้นสายที่ต่อเนื่องและเป็นระเบียบมากขึ้น หลายคนบอกว่าเสื้อผ้าดูเข้ารูปมากขึ้นหลังทำโปรแกรมนี้ ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและโครงสร้างร่างกายของแต่ละคน
ทำไมต้อง Sculptra และทำไมเริ่มจากปริมาณน้อยก่อน
บริเวณที่ต้องการปริมาตรมากอย่าง Hip Dip หากฉีดสารเติมเต็มปริมาณมากในครั้งเดียว มีโอกาสทำให้รูปทรงดูไม่เป็นธรรมชาติ จึงมักเลือกใช้ Sculptra (สกัลป์ทรา) ซึ่งมีส่วนประกอบหลักคือ Poly-L-Lactic Acid (PLLA) ที่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนเองอย่างค่อยเป็นค่อยไป
งานทบทวนวรรณกรรมเกี่ยวกับการใช้ PLLA ในบริเวณต่าง ๆ ของร่างกายที่ตีพิมพ์ใน PMC ระบุว่าบริเวณอย่างสะโพกมักแนะนำให้ทำแบบแบ่งขั้นตอน โดยเว้นระยะห่างประมาณ 4-6 สัปดาห์ และทำได้สูงสุดประมาณ 3 ครั้ง
จุดที่ควรระวังคือ หลังทำทันทีมักยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน PubMed อธิบายว่า PLLA เป็นสารกระตุ้นที่ต้องใช้เวลาในการสร้างคอลลาเจนใหม่ หากตัดสินใจเพิ่มปริมาณจากผลลัพธ์ที่เห็นในช่วงแรกเพียงอย่างเดียว อาจทำให้เกิดการเติมเต็มมากเกินไปเมื่อคอลลาเจนสร้างขึ้นเต็มที่แล้ว
ด้วยเหตุนี้ ครั้งแรกจึงมักเริ่มจากปริมาณที่น้อยกว่ามาตรฐาน แล้วประเมินผลลัพธ์อีกครั้งก่อนเติมเต็มเฉพาะจุดที่ยังไม่พอ ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และมักค่อย ๆ ปรากฏขึ้นทีละน้อยตามระยะเวลา

ผลข้างเคียงและการดูแลหลังทำ
ก่อนทำจะมีการทายาชาและฉีดยาชาเฉพาะที่ จากนั้นจึงใช้ Cannula ปลายทู่ในการฉีดสาร ทำให้โอกาสเกิดรอยฟกช้ำหรือบวมค่อนข้างน้อย ส่วนใหญ่รู้สึกเพียงตึง ๆ หรือจี๊ด ๆ เล็กน้อยเท่านั้น
หลังทำอาจมีอาการบวมเล็กน้อยได้ ซึ่งมักหายได้เองภายใน 1-2 วัน วันถัดไปส่วนใหญ่สามารถกลับไปทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ อาจรู้สึกหนัก ๆ เล็กน้อยเวลานั่งหรือเดินในช่วง 2-3 วันแรก แต่ไม่ถึงกับรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
ในช่วง 2-3 วันแรกหลังทำ ควรนวดบริเวณที่ทำเบา ๆ วันละ 2-3 ครั้ง เพื่อช่วยให้สารกระจายตัวสม่ำเสมอ ทั้งนี้ควรงดซาวน่า อบไอน้ำ ออกกำลังกายหนัก และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อลดการกระตุ้นบริเวณที่คอลลาเจนกำลังก่อตัว
ผู้ที่อยู่ในกลุ่มต่อไปนี้ควรเลื่อนการทำโปรแกรมออกไปก่อน:
- กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- มีการอักเสบหรือติดเชื้อในบริเวณที่จะทำ
- มีแนวโน้มเป็นคีลอยด์ (เคยมีแผลเป็นนูนหลังบาดแผล)
- มีโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองในระยะที่ยังมีอาการ (ขึ้นอยู่กับชนิดของโปรแกรม)
- เพิ่งทำโปรแกรมอื่นในบริเวณเดียวกันมาไม่นาน
หากเข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่งข้างต้น ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินช่วงเวลาที่เหมาะสมก่อนตัดสินใจ

สรุป
Hip Dip เป็นรอยบุ๋มตามธรรมชาติที่เกิดจากโครงสร้างกระดูก ซึ่งการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวมักไม่สามารถทำให้หายไปได้ทั้งหมด โปรแกรมอย่าง Sculptra จึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการเติมเต็มให้เส้นสายด้านข้างเรียบเนียนขึ้น แต่การเติมปริมาณมากตั้งแต่ครั้งแรกอาจทำให้ผลลัพธ์ดูไม่เป็นธรรมชาติเมื่อคอลลาเจนสร้างขึ้นเต็มที่
ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ การเริ่มจากปริมาณน้อยแล้วค่อย ๆ ประเมินผลลัพธ์ในแต่ละครั้งมักนำไปสู่เส้นสายที่เป็นธรรมชาติมากกว่าการเร่งทำให้เสร็จในครั้งเดียว
BeautyStone Clinic ตั้งอยู่ที่ย่านฮับจอง กรุงโซล พร้อมให้คำปรึกษาผ่าน LINE หากคุณกำลังกังวลเรื่องรอยบุ๋มด้านข้างสะโพก ทักมาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
คำถามที่พบบ่อย
Q1. Sculptra สำหรับ Hip Dip ต้องทำกี่ครั้ง?
โดยทั่วไปมักทำแบบแบ่งขั้นตอน เว้นระยะห่างประมาณ 4-6 สัปดาห์ต่อครั้ง และทำได้สูงสุดประมาณ 3 ครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์และผลลัพธ์ที่ได้ในแต่ละครั้งค่ะ
Q2. ทำ Sculptra เจ็บไหม?
ก่อนทำจะมีการทายาชาและฉีดยาชาเฉพาะที่ ร่วมกับการใช้ Cannula ปลายทู่ในการฉีด ทำให้ส่วนใหญ่รู้สึกเพียงตึง ๆ หรือจี๊ด ๆ เล็กน้อยเท่านั้นค่ะ
Q3. ดาวน์ไทม์นานแค่ไหน?
อาการบวมเล็กน้อยหลังทำมักหายได้เองภายใน 1-2 วัน ส่วนใหญ่กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ในวันถัดไป แต่ควรงดซาวน่า ออกกำลังกายหนัก และแอลกอฮอล์ประมาณ 1 สัปดาห์นะคะ
Q4. ทำครั้งเดียวเห็นผลเลยไหม?
หลังทำทันทีมักยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน เนื่องจาก PLLA ต้องใช้เวลาในการกระตุ้นคอลลาเจน โดยทั่วไปผลลัพธ์จะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนค่ะ









