ฟิลเลอร์ 3 ไวแอล มากเกินไปจริงไหม?
ฟิลเลอร์ 3 ไวแอล มากเกินไปหรือเปล่า? คุณหมอเผยเหตุผลที่แนะนำ 2 ไวแอล และความเสี่ยงของการเติมครั้งเดียวในปริมาณมาก


วียองจิน
ผู้อำนวยการ
ฟิลเลอร์ 3 ไวแอล มากเกินไปจริงไหม?
ช่วงนี้บน SNS หรือรีวิวต่างๆ มักเห็นข้อความทำนองว่า "ทำไป 5 ไวแอลเลยนะ" หรือ "เติมครั้งเดียว 4 ไวแอล" อยู่บ่อยๆ ครับ พอไปปรึกษาคุณหมอ ก็อดคิดไม่ได้ว่า "ทำเยอะๆ ครั้งเดียวเลยได้ไหมนะ?"
แต่บางครั้งคุณหมอในห้องปรึกษาก็จะบอกว่า "3 ไวแอลนี่หนักไปหน่อยนะครับ" ซึ่งไม่ใช่เพราะตระหนี่ แต่เป็นเพราะถ้าเติมฟิลเลอร์ครั้งเดียวในปริมาณมากเกินไป ผลลัพธ์จะไม่ดีขึ้น แถมยังดูไม่เป็นธรรมชาติอีกด้วยครับ
1 ไวแอลมีปริมาณเท่าไหร่?
ฟิลเลอร์โดยทั่วไปจะบรรจุในไวแอล* หรือไซริงค์ขนาด 1 cc ครับ แม้ 1 cc จะดูน้อย แต่สำหรับบริเวณใบหน้าถือว่าไม่น้อยเลย โดยปกติแล้ว 1 cc มักเพียงพอสำหรับการเติมร่องแก้มทั้งสองข้าง
*ไวแอล: ขวดแก้วขนาดเล็กที่บรรจุฟิลเลอร์ไว้ โดยทั่วไปมีขนาด 1 cc หรือ 1.1 cc ต่อหน่วยครับ
ดังนั้น 3 ไวแอล คือ 3 cc หมายความว่าเติมฟิลเลอร์เทียบเท่าขวดยาเล็กๆ สามขวดในใบหน้าครั้งเดียวครับ แม้จะขึ้นอยู่กับว่าแบ่งใส่บริเวณไหนอย่างไร แต่สำหรับการปรับแต่งทั่วไปถือว่าเป็นปริมาณที่ค่อนข้างมาก
ลองดูปริมาณที่เหมาะสมในแต่ละบริเวณกันครับ ร่องแก้มสองข้างรวมกัน 0.5–1 cc, บริเวณมุมปากสองข้าง 0.3–0.5 cc, ระหว่างคิ้วหรือใต้ตา 0.3–1 cc รวมทั้งหมดก็ยังสามารถปรับแต่งได้อย่างเป็นธรรมชาติภายใน 1.5–2 cc ครับ นั่นหมายความว่า แม้อยากจัดการหลายบริเวณในครั้งเดียว แต่เมื่อรวมปริมาณที่เหมาะสมของแต่ละจุดแล้ว มักจบได้ภายใน 2 ไวแอลอยู่ดีครับ
ทำไมคุณหมอถึงแนะนำ 2 ไวแอล?
คนที่ไปปรึกษาหลายที่มักได้ยินคำพูดเดียวกันครับ คือ "2 ไวแอลพอดีๆ" ซึ่งไม่ใช่ความเห็นส่วนตัวของคุณหมอคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นมาตรฐานที่คลินิกส่วนใหญ่พูดตรงกันครับ
เหตุผลนั้นเรียบง่ายมากครับ เติมครั้งเดียวมากเกินไป ผลลัพธ์มักดูผิดธรรมชาติ ไม่ว่าจะดูบวมขึ้น ดูเป็นก้อนเวลาขยับหน้า หรือทรงหน้าเปลี่ยนไปหลังผ่านไปไม่กี่วัน นอกจากนี้ ฟิลเลอร์ที่เติมมากเกินไปยังสลายได้ช้าและไม่สม่ำเสมอ ทำให้เมื่อเวลาผ่านไปอาจดูหย่อนคล้อยข้างเดียวได้ด้วยครับ
กับดักของรีวิว "ทำ 5 ไวแอลเลย"
รีวิวที่บอกว่าคนรู้จักทำเยอะๆ ฟังดูน่าสนใจ แต่ในรีวิวนั้นมีข้อมูลที่มองไม่เห็นอีกมากครับ ไม่ว่าจะเป็นขนาดใบหน้า ระดับความหย่อนคล้อย ปริมาณน้ำหนักที่ลดลง หรือโครงกระดูกดั้งเดิมที่ต่างกันออกไป แค่เพราะใครบางคนเหมาะกับ 5 ไวแอล ไม่ได้แปลว่าเราจะเหมาะกับปริมาณเท่ากันครับ
นอกจากนี้ ปริมาณที่สะสมอาจมาจากการทำหลายครั้ง ไม่ใช่ครั้งเดียว ครับ เวลาอ่านรีวิว สิ่งสำคัญคือต้องดูว่า "ทำบริเวณไหน เท่าไหร่ ในครั้งเดียว"
แต่ก็มีคนที่ต้องการปริมาณมากกว่านั้นจริงๆ
แน่นอนว่า 2 ไวแอลไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องสำหรับทุกคนครับ หากน้ำหนักลดไปมาก หรือต้องเติมตั้งแต่บริเวณโหนกแก้มลงมาถึงรอบปากทั้งหมด อาจจำเป็นต้องใช้ 3 ไวแอลครับ แต่แม้ในกรณีนั้น การแบ่งทำเป็น 2–3 ครั้งก็ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติกว่าการเติมทีเดียวครับ
ถ้าคุณหมอบอกในห้องปรึกษาว่า "ครั้งนี้ทำแค่ 2 ไวแอลก่อน ถ้าไม่พอค่อยเสริมอีกเดือนหนึ่ง" นั่นไม่ใช่เพราะตระหนี่ แต่เป็นการเสนอแนวทางที่ปลอดภัยและเป็นธรรมชาติที่สุดครับ
หากตัดสินใจทำหัตถการอื่นร่วมด้วย เช่น คอลลาเจนบูสเตอร์ ก็สามารถลดปริมาณฟิลเลอร์ลงได้อีกครับ เมื่อบูสเตอร์ช่วยเพิ่มความหนาให้ผิวทั่วบริเวณ ฟิลเลอร์ที่เติมน้อยลงก็ยังให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติได้ครับ หากมองแต่ละหัตถการแยกกันเป็นปริมาณ อาจรู้สึกว่า "ต้องใช้เท่านี้ + เท่านี้" แต่ผลลัพธ์ที่ได้จากสองหัตถการร่วมกันไม่ใช่แค่การบวกกันธรรมดาครับ คุ้มค่ามากที่จะฟังคำแนะนำการผสมผสานหัตถการจากคุณหมอ
สำคัญกว่าปริมาณคือ "ใส่ที่ไหน อย่างไร"
แม้จะเป็นฟิลเลอร์ 1 ไวแอลเท่ากัน ผลลัพธ์จะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงขึ้นอยู่กับว่าคุณหมอเลือกใส่ที่ไหน ระดับความลึกเท่าไหร่ และใช้ผลิตภัณฑ์ใดครับ ฟิลเลอร์ไม่ใช่สิ่งที่ซื้อด้วยปริมาณ แต่ซื้อด้วยคุณภาพของหัตถการครับ เวลาเปรียบเทียบราคา อย่ามองแค่ราคาต่อไวแอล แต่ให้ดูว่าเมื่อรวมค่าหัตถการแล้วจะได้ผลลัพธ์อะไรบ้างครับ
คลินิกที่แนะนำ 3 ไวแอลครั้งเดียว กับคลินิกที่แนะนำ 2 ไวแอลแล้วบอกว่า "ถ้าไม่พอค่อยเพิ่ม" — คลินิกหลังมีแนวโน้มที่จะระมัดระวังและรอบคอบกว่าครับ การเริ่มน้อยแล้วค่อยปรับเพิ่มคือวิธีที่ช่วยลดความเสียใจได้ดีที่สุดครับ
เมื่อได้รับใบเสนอราคาในห้องปรึกษา คลินิกที่มีโครงสร้างราคาชัดเจนแบบ "เพิ่ม 1 ไวแอล ราคา ○○ บาท" นั้นค่อนข้างน่าเชื่อถือกว่าครับ การที่สามารถตัดสินใจเป็นหน่วยหัตถการได้ดีกว่าการจ่ายเป็นแพ็กเกจรวม เพราะช่วยให้ปรับปริมาณได้ง่ายกว่าครับ ก่อนชำระเงิน ลองถามให้ชัดเจนก่อนว่า "ถ้าวันนี้ไม่พอแล้วมาเพิ่มทีหลัง ราคาต่อไวแอลยังเท่าเดิมไหม?" แค่นี้ก็จะรู้สึกสบายใจขึ้นมากครับ
คำถามที่พบบ่อย
Q1. 2 ไวแอลพอจริงๆ หรือเปล่า?
A. โดยทั่วไปพอครับ แม้จะทำหลายบริเวณพร้อมกัน เช่น ร่องแก้ม มุมปาก หรือระหว่างคิ้ว ก็สามารถเติมได้อย่างเป็นธรรมชาติด้วย 2 ไวแอลครับ ถ้ารู้สึกว่าไม่พอ ค่อยมาเสริมเพิ่มอีกหนึ่งถึงสองเดือนภายหลังได้ครับ
Q2. 3 ไวแอลอันตรายจริงๆ หรือ?
A. ไม่ใช่ว่าอันตรายในแง่การแพทย์ แต่มีโอกาสสูงที่ผลลัพธ์จะดูผิดธรรมชาติครับ บ่อยครั้งที่เกิดปัญหาดูบวมหรือทรงหน้าดูแปลกๆ ได้ครับ
Q3. ถ้าไม่ทำครั้งเดียวจะเสียค่าใช้จ่ายมากกว่าไหม?
A. ค่าหัตถการอาจเกิดขึ้นสองครั้งจริงครับ แต่ยังน้อยกว่าค่าใช้จ่ายในการละลายฟิลเลอร์ที่เติมเกินจนเกิดความเสียใจมากครับ การเพิ่มเมื่อไม่พอนั้นประหยัดกว่าในระยะยาวครับ






