ภาพแสดงฟิลเลอร์ Ellanse ที่อยู่ได้นาน
รูปหน้าและวอลุ่ม

Ellanse (เอลันเซ่) อยู่ได้นาน 1-4 ปี เพราะอะไร? เจาะลึกกลไก PCL

Ellanse อยู่ได้นาน 1-4 ปี เพราะไม่ได้เป็นแค่ฟิลเลอร์เติมปริมาตร แต่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนของตัวเองขึ้นมาใหม่ผ่านกลไก PCL

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน · 16 สิงหาคม 2026
5นาที
ช่อง YouTube ของ BEAUTYSDOCTORS ที่แพทย์อธิบายเรื่องความงามเกาหลีโดยตรง

วางแผนมาโซล

กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?

แชตผ่าน LINE

เคยไหมคะ ที่ได้ยินเรื่องฟิลเลอร์ Ellanse (เอลันเซ่) แล้วสงสัยว่าทำไมถึงอยู่ได้นานกว่าฟิลเลอร์ HA ทั่วไปตั้งหลายปี ทั้งที่ดูเป็นการฉีดเสริมง่าย ๆ เหมือนกัน?

คำตอบสั้น ๆ คือ Ellanse ไม่ได้อยู่ในกลุ่มฟิลเลอร์ที่สลายหายไปเฉย ๆ แต่จัดอยู่ในกลุ่มคอลลาเจนบูสเตอร์ (Collagen Booster) ที่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนของตัวเองขึ้นมาใหม่ บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกกลไกที่ทำให้ Ellanse อยู่ได้นาน 1-4 ปี พร้อมแนะนำแนวทางการดูแลและจุดที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจทำค่ะ

Ellanse คืออะไร? ทำความรู้จักฟิลเลอร์กลุ่มคอลลาเจนบูสเตอร์

Ellanse (เอลันเซ่) เป็นฟิลเลอร์ที่มีส่วนประกอบหลักเป็นอนุภาคขนาดจิ๋วรูปทรงกลม เรียกว่า PCL (Polycaprolactone) แขวนลอยอยู่ในเจลตัวพา (Carrier Gel) เมื่อฉีดเข้าไปในผิว เจลตัวพาจะช่วยเติมเต็มปริมาตรทันที ส่วน PCL จะค่อย ๆ สลายตัวไปพร้อมกับกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนของตัวเองในเวลาเดียวกัน

พูดง่าย ๆ Ellanse ทำงานสองแบบพร้อมกัน

  • ทันทีหลังฉีด — เจลตัวพาช่วยเติมปริมาตรให้เห็นผลลัพธ์ตั้งแต่วันแรก
  • ในระยะยาว — PCL กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของตัวเองอย่างต่อเนื่อง

การทำงานสองชั้นนี้เองที่ทำให้ Ellanse ต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปอย่างชัดเจน

PCL (Polycaprolactone)*: พอลิเมอร์ที่ร่างกายสามารถสลายได้เอง เคยถูกใช้ในไหมเย็บแผลทางการแพทย์มาก่อน เมื่อสลายตัวจะกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนของตัวเองตามมา

ภาพแสดงโครงสร้างฟิลเลอร์ Ellanse กลุ่มคอลลาเจนบูสเตอร์

กลไกที่ทำให้ Ellanse อยู่ได้นาน 1-4 ปี — PCL กับการกระตุ้นคอลลาเจน

เหตุผลที่ Ellanse อยู่ได้นานกว่าฟิลเลอร์ทั่วไป มาจากกลไก 2 ระยะที่ทำงานต่อเนื่องกัน

ระยะช่วงเวลาการทำงาน
ระยะที่ 1 — เจลตัวพาทำงานทันทีหลังฉีด ~ 3 เดือนเติมปริมาตรทันที แล้วค่อย ๆ สลายตัว
ระยะที่ 2 — PCL กระตุ้นคอลลาเจน3 เดือน ~ 24 เดือนPCL สลายตัวพร้อมกระตุ้นคอลลาเจนของตัวเองสะสมขึ้นเรื่อย ๆ
สลายสมบูรณ์12-36 เดือน (ตามรุ่นที่เลือก)PCL สลายหมด เหลือเพียงคอลลาเจนของตัวเองที่สร้างขึ้นใหม่

หลายคนอาจกังวลว่าเมื่อเจลตัวพาสลายไป ปริมาตรจะยุบลงทันที แต่ในความเป็นจริง ช่วงเวลาที่เจลตัวพาค่อย ๆ สลาย มักเป็นช่วงเดียวกับที่คอลลาเจนของตัวเองเริ่มสร้างขึ้นมาทดแทน ทำให้ปริมาตรยังคงอยู่ได้ต่อเนื่อง จุดนี้เองที่ต่างจากฟิลเลอร์ HA ซึ่งเมื่อสลายแล้วปริมาตรจะหายไปเลย

นอกจากนี้ Ellanse ยังมีหลายรุ่น (S, M, L, E) ที่ออกแบบขนาดอนุภาค PCL แตกต่างกัน ทำให้ระยะเวลาที่อยู่ได้ก็แตกต่างกันไปด้วย ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับอัตราการเผาผลาญ บริเวณที่ฉีด และความสามารถในการสร้างคอลลาเจนของแต่ละคน

ภาพแสดงกลไก PCL กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

Ellanse ต่างจากฟิลเลอร์ HA อย่างไร

คำถามที่พบบ่อยคือ Ellanse กับฟิลเลอร์ HA ต่างกันตรงไหน สรุปเป็นตารางได้ดังนี้

รายการฟิลเลอร์ HAEllanse
ส่วนประกอบกรดไฮยาลูโรนิก (HA)PCL + เจลตัวพา
ผลลัพธ์ทันทีหลังฉีดมีมี
ระยะเวลาอยู่ได้โดยประมาณ6-12 เดือน1-4 ปี (ตามรุ่นที่เลือก)
การกระตุ้นคอลลาเจนน้อยมาก
หลังสลายตัวหมดปริมาตรหายไปคอลลาเจนของตัวเองยังคงอยู่
การสลายฉุกเฉินทำได้ด้วยเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสต้องรอสลายตามธรรมชาติเท่านั้น

จุดที่ต่างกันชัดที่สุดคือเรื่อง "การสลายฉุกเฉิน" ฟิลเลอร์ HA หากเกิดปัญหาสามารถฉีดสลายด้วยเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) ได้ทันที แต่ Ellanse ไม่สามารถสลายด้วยวิธีนี้ ต้องรอให้ PCL สลายตามธรรมชาติเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ การเลือกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและการปรึกษาก่อนทำจึงสำคัญมากเป็นพิเศษ

ภาพแสดงความแตกต่างระหว่าง Ellanse กับฟิลเลอร์ HA

เหมาะกับใคร ไม่เหมาะกับใคร

Ellanse ไม่ได้เหมาะกับทุกคน ควรพิจารณาปัจจัยต่อไปนี้ก่อนตัดสินใจ

กลุ่มรายละเอียด
ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรข้อมูลด้านความปลอดภัยยังมีจำกัด
มีการอักเสบหรือสิวในบริเวณที่จะฉีดเพิ่มความเสี่ยงระหว่างทำหัตถการ
มีแนวโน้มเป็นคีลอยด์เสี่ยงเกิดก้อนนูนมากกว่าปกติ
มีโรคภูมิต้านตนเองคาดเดาปฏิกิริยาต่อการฉีดได้ยาก
กำลังใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดเสี่ยงช้ำหรือบวมมากกว่าปกติ
ต้องการปรับปริมาตรใบหน้าครั้งใหญ่อาจเหมาะกับการทำร่วมกับฟิลเลอร์ HA มากกว่า
ต้องการผลลัพธ์ระยะสั้นเพียงไม่กี่เดือนฟิลเลอร์ HA อาจเหมาะกว่า

กรณีที่ควรแจ้งแพทย์ทันที

  • เคยมีผลข้างเคียงจากการทำคอลลาเจนบูสเตอร์มาก่อน
  • เคยฉีดสารเสริมชนิดที่ไม่สลาย เช่น ซิลิโคน ในบริเวณที่จะทำ
  • สงสัยว่าอาจแพ้ส่วนประกอบของ PCL หรือเจลตัวพา

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังก่อนทำ Ellanse

เช่นเดียวกับหัตถการฉีดทุกชนิด Ellanse มีผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ ควรทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจ

อาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักหายได้เองภายใน 1-7 วัน หากมีอาการผิดปกติ เช่น บวมมากผิดปกติ หรือมีก้อนแข็ง ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

เนื่องจาก Ellanse ไม่สามารถสลายด้วยเอนไซม์ได้เหมือนฟิลเลอร์ HA หากเกิดก้อนนูนหรือปริมาตรไม่สมมาตร อาจต้องรอให้สลายตามธรรมชาติ (หลายเดือนถึงมากกว่า 1 ปี) หรือรับการรักษาทางการแพทย์เพิ่มเติม ด้วยเหตุนี้ การทำครั้งแรกในปริมาณที่ระมัดระวังจึงเป็นแนวทางที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่แนะนำ

ค่าใช้จ่ายของ Ellanse ขึ้นอยู่กับรุ่นที่เลือกและปริมาณที่ใช้ในการรักษา *ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรสอบถามแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินราคาที่เหมาะกับความต้องการของแต่ละคน

สรุป

Ellanse เป็นฟิลเลอร์กลุ่มคอลลาเจนบูสเตอร์ที่ทำงานสองแบบพร้อมกัน คือเติมปริมาตรทันทีจากเจลตัวพา และกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนของตัวเองในระยะยาวจาก PCL ทำให้อยู่ได้นานถึง 1-4 ปีตามรุ่นที่เลือก ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ

เนื่องจาก Ellanse ไม่สามารถสลายด้วยเอนไซม์ได้เหมือนฟิลเลอร์ HA การเลือกแพทย์และคลินิกที่ไว้ใจได้จึงสำคัญยิ่งกว่าฟิลเลอร์ทั่วไป หากคุณกำลังกังวลเรื่องการเลือกฟิลเลอร์ที่อยู่ได้นานแต่ยังไม่แน่ใจว่ารุ่นไหนเหมาะกับตัวเอง ทักมาปรึกษา BeautyStone Clinic ที่ย่านฮับจอง กรุงโซล ได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยค่ะ

บทความแนะนำ

ภาพปกเรื่องขมับยุบควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptraรูปหน้าและวอลุ่ม

ขมับยุบ ควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptra ดี

ทั้งสองอย่างไม่ได้แข่งกัน แต่เป็นทางเลือกที่นิสัยต่างกัน พอรู้ว่าขมับของเรายุบแบบไหนและรอไหวแค่ไหน คำตอบก็จะชัดขึ้นเองค่ะ

เปรียบเทียบ Juvelook Volume และฟิลเลอร์ HA สำหรับแก้คางสั้นรูปหน้าและวอลุ่ม

Juvelook Volume กับฟิลเลอร์ ต่างกันยังไง ถ้าอยากแก้คางสั้น?

Juvelook Volume กระตุ้นคอลลาเจนให้ค่อย ๆ เติมเต็มจากข้างใน ส่วนฟิลเลอร์ HA ปั้นรูปคางได้ทันที ทั้งสองเส้นทางมีข้อดีและข้อจำกัดต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและเป้าหมายของแต่ละคนค่ะ

ภาพประกอบ Onda Microwave ช่วยลดคางสองชั้นและกระชับผิวรูปหน้าและวอลุ่ม

Onda ลดคางสองชั้น กี่ครั้งถึงเห็นผล?

คางสองชั้นเกิดจากทั้งชั้นไขมันและผิวที่เริ่มหย่อนคล้อย ทำให้การดูแลด้วยวิธีทั่วไปได้ผลช้า Onda Microwave เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากจัดการสองปัญหานี้ไปพร้อมกัน

บทความล่าสุด

InMode FX และการเติมไขมันใบหน้า — วางแผนอย่างไรให้ปลอดภัยลิฟติ้ง

ทำ InMode FX หลังเติมไขมันหน้า ไขมันที่ฉีดไปจะละลายหรือเปล่า?

หลังเติมไขมันใบหน้า หลายคนอยากทำ InMode FX เพิ่มความกระชับ แต่ยังลังเลว่าความร้อน RF จะทำให้ไขมันที่ฉีดไว้ละลายหรือเปล่า คำตอบขึ้นอยู่กับว่าไขมันนั้นยึดติดแล้วหรือยัง

Shurink Universe กับโบท็อกซ์คาง ลำดับและระยะห่างที่ปลอดภัยลิฟติ้ง

ทำ Shurink Universe กับโบท็อกซ์คางวันเดียวกันได้ไหม? สิ่งที่ต้องรู้

ทำ Shurink Universe กับโบท็อกซ์คางวันเดียวกันได้ไหม? คำตอบอยู่ที่ลำดับการทำและการกระจายตัวของสารโบทูลินัม ท็อกซิน เอ ที่ต้องพิจารณาร่วมกับความร้อนจาก HIFU

ผู้หญิงกังวลเรื่องผิวแดงหลังทำ Oligio X ก่อนวันงานสำคัญลิฟติ้ง

ทำ Oligio X ก่อนวันงาน หน้าจะแดงจนถ่ายรูปไม่สวยไหม?

อาการแดงและตึงหลังทำ Oligio X มักอยู่สั้นกว่าที่กังวล บทความนี้สรุปว่าผิวเปลี่ยนไปอย่างไรในแต่ละช่วง และควรเผื่อเวลากี่วันก่อนวันถ่ายรูป

ยังไม่ได้หยุดเรตินอลก่อนทำ Potenza ต้องเลื่อนนัดไหมลิฟติ้ง

ยังไม่ได้หยุดเรตินอลก่อนทำ Potenza ต้องเลื่อนนัดไหม?

ลืมพักเรตินอล การผลัดเซลล์ผิว หรือการแวกซ์ก่อนทำ Potenza ไม่ได้แปลว่าต้องยกเลิกคิวเสมอไป มาดูกันว่าอะไรคือตัวชี้ขาดและคุณหมอจะประเมินอย่างไร

ภาพปกเรื่องขมับยุบควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptraรูปหน้าและวอลุ่ม

ขมับยุบ ควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptra ดี

ทั้งสองอย่างไม่ได้แข่งกัน แต่เป็นทางเลือกที่นิสัยต่างกัน พอรู้ว่าขมับของเรายุบแบบไหนและรอไหวแค่ไหน คำตอบก็จะชัดขึ้นเองค่ะ

ภาพหน้าปกเรื่องร่องแก้มลึกขึ้นเพราะผิวหย่อนหรือวอลลุ่มที่ลดลงลิฟติ้ง

ร่องแก้มลึกขึ้นเพราะหย่อนหรือวอลลุ่มหาย ดูอย่างไรก่อนเลือก Sofwave

เงาที่กลางใบหน้ามักเกิดจากผิวหย่อนและวอลลุ่มที่ลดลงซ้อนกัน ลองแยกสองอย่างนี้ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่า Sofwave ตอบโจทย์ของเราหรือไม่

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors