Ellanse (เอลันเซ่) อยู่ได้นาน 1-4 ปี เพราะอะไร? เจาะลึกกลไก PCL
Ellanse อยู่ได้นาน 1-4 ปี เพราะไม่ได้เป็นแค่ฟิลเลอร์เติมปริมาตร แต่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนของตัวเองขึ้นมาใหม่ผ่านกลไก PCL

เคยไหมคะ ที่ได้ยินเรื่องฟิลเลอร์ Ellanse (เอลันเซ่) แล้วสงสัยว่าทำไมถึงอยู่ได้นานกว่าฟิลเลอร์ HA ทั่วไปตั้งหลายปี ทั้งที่ดูเป็นการฉีดเสริมง่าย ๆ เหมือนกัน?
คำตอบสั้น ๆ คือ Ellanse ไม่ได้อยู่ในกลุ่มฟิลเลอร์ที่สลายหายไปเฉย ๆ แต่จัดอยู่ในกลุ่มคอลลาเจนบูสเตอร์ (Collagen Booster) ที่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนของตัวเองขึ้นมาใหม่ บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกกลไกที่ทำให้ Ellanse อยู่ได้นาน 1-4 ปี พร้อมแนะนำแนวทางการดูแลและจุดที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจทำค่ะ
Ellanse คืออะไร? ทำความรู้จักฟิลเลอร์กลุ่มคอลลาเจนบูสเตอร์
Ellanse (เอลันเซ่) เป็นฟิลเลอร์ที่มีส่วนประกอบหลักเป็นอนุภาคขนาดจิ๋วรูปทรงกลม เรียกว่า PCL (Polycaprolactone) แขวนลอยอยู่ในเจลตัวพา (Carrier Gel) เมื่อฉีดเข้าไปในผิว เจลตัวพาจะช่วยเติมเต็มปริมาตรทันที ส่วน PCL จะค่อย ๆ สลายตัวไปพร้อมกับกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนของตัวเองในเวลาเดียวกัน
พูดง่าย ๆ Ellanse ทำงานสองแบบพร้อมกัน
- ทันทีหลังฉีด — เจลตัวพาช่วยเติมปริมาตรให้เห็นผลลัพธ์ตั้งแต่วันแรก
- ในระยะยาว — PCL กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของตัวเองอย่างต่อเนื่อง
การทำงานสองชั้นนี้เองที่ทำให้ Ellanse ต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปอย่างชัดเจน
PCL (Polycaprolactone)*: พอลิเมอร์ที่ร่างกายสามารถสลายได้เอง เคยถูกใช้ในไหมเย็บแผลทางการแพทย์มาก่อน เมื่อสลายตัวจะกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนของตัวเองตามมา

กลไกที่ทำให้ Ellanse อยู่ได้นาน 1-4 ปี — PCL กับการกระตุ้นคอลลาเจน
เหตุผลที่ Ellanse อยู่ได้นานกว่าฟิลเลอร์ทั่วไป มาจากกลไก 2 ระยะที่ทำงานต่อเนื่องกัน
| ระยะ | ช่วงเวลา | การทำงาน |
|---|---|---|
| ระยะที่ 1 — เจลตัวพาทำงาน | ทันทีหลังฉีด ~ 3 เดือน | เติมปริมาตรทันที แล้วค่อย ๆ สลายตัว |
| ระยะที่ 2 — PCL กระตุ้นคอลลาเจน | 3 เดือน ~ 24 เดือน | PCL สลายตัวพร้อมกระตุ้นคอลลาเจนของตัวเองสะสมขึ้นเรื่อย ๆ |
| สลายสมบูรณ์ | 12-36 เดือน (ตามรุ่นที่เลือก) | PCL สลายหมด เหลือเพียงคอลลาเจนของตัวเองที่สร้างขึ้นใหม่ |
หลายคนอาจกังวลว่าเมื่อเจลตัวพาสลายไป ปริมาตรจะยุบลงทันที แต่ในความเป็นจริง ช่วงเวลาที่เจลตัวพาค่อย ๆ สลาย มักเป็นช่วงเดียวกับที่คอลลาเจนของตัวเองเริ่มสร้างขึ้นมาทดแทน ทำให้ปริมาตรยังคงอยู่ได้ต่อเนื่อง จุดนี้เองที่ต่างจากฟิลเลอร์ HA ซึ่งเมื่อสลายแล้วปริมาตรจะหายไปเลย
นอกจากนี้ Ellanse ยังมีหลายรุ่น (S, M, L, E) ที่ออกแบบขนาดอนุภาค PCL แตกต่างกัน ทำให้ระยะเวลาที่อยู่ได้ก็แตกต่างกันไปด้วย ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับอัตราการเผาผลาญ บริเวณที่ฉีด และความสามารถในการสร้างคอลลาเจนของแต่ละคน

Ellanse ต่างจากฟิลเลอร์ HA อย่างไร
คำถามที่พบบ่อยคือ Ellanse กับฟิลเลอร์ HA ต่างกันตรงไหน สรุปเป็นตารางได้ดังนี้
| รายการ | ฟิลเลอร์ HA | Ellanse |
|---|---|---|
| ส่วนประกอบ | กรดไฮยาลูโรนิก (HA) | PCL + เจลตัวพา |
| ผลลัพธ์ทันทีหลังฉีด | มี | มี |
| ระยะเวลาอยู่ได้โดยประมาณ | 6-12 เดือน | 1-4 ปี (ตามรุ่นที่เลือก) |
| การกระตุ้นคอลลาเจน | น้อย | มาก |
| หลังสลายตัวหมด | ปริมาตรหายไป | คอลลาเจนของตัวเองยังคงอยู่ |
| การสลายฉุกเฉิน | ทำได้ด้วยเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส | ต้องรอสลายตามธรรมชาติเท่านั้น |
จุดที่ต่างกันชัดที่สุดคือเรื่อง "การสลายฉุกเฉิน" ฟิลเลอร์ HA หากเกิดปัญหาสามารถฉีดสลายด้วยเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) ได้ทันที แต่ Ellanse ไม่สามารถสลายด้วยวิธีนี้ ต้องรอให้ PCL สลายตามธรรมชาติเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ การเลือกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและการปรึกษาก่อนทำจึงสำคัญมากเป็นพิเศษ

เหมาะกับใคร ไม่เหมาะกับใคร
Ellanse ไม่ได้เหมาะกับทุกคน ควรพิจารณาปัจจัยต่อไปนี้ก่อนตัดสินใจ
| กลุ่ม | รายละเอียด |
|---|---|
| ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร | ข้อมูลด้านความปลอดภัยยังมีจำกัด |
| มีการอักเสบหรือสิวในบริเวณที่จะฉีด | เพิ่มความเสี่ยงระหว่างทำหัตถการ |
| มีแนวโน้มเป็นคีลอยด์ | เสี่ยงเกิดก้อนนูนมากกว่าปกติ |
| มีโรคภูมิต้านตนเอง | คาดเดาปฏิกิริยาต่อการฉีดได้ยาก |
| กำลังใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด | เสี่ยงช้ำหรือบวมมากกว่าปกติ |
| ต้องการปรับปริมาตรใบหน้าครั้งใหญ่ | อาจเหมาะกับการทำร่วมกับฟิลเลอร์ HA มากกว่า |
| ต้องการผลลัพธ์ระยะสั้นเพียงไม่กี่เดือน | ฟิลเลอร์ HA อาจเหมาะกว่า |
กรณีที่ควรแจ้งแพทย์ทันที
- เคยมีผลข้างเคียงจากการทำคอลลาเจนบูสเตอร์มาก่อน
- เคยฉีดสารเสริมชนิดที่ไม่สลาย เช่น ซิลิโคน ในบริเวณที่จะทำ
- สงสัยว่าอาจแพ้ส่วนประกอบของ PCL หรือเจลตัวพา
ผลข้างเคียงและข้อควรระวังก่อนทำ Ellanse
เช่นเดียวกับหัตถการฉีดทุกชนิด Ellanse มีผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ ควรทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจ
อาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักหายได้เองภายใน 1-7 วัน หากมีอาการผิดปกติ เช่น บวมมากผิดปกติ หรือมีก้อนแข็ง ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
เนื่องจาก Ellanse ไม่สามารถสลายด้วยเอนไซม์ได้เหมือนฟิลเลอร์ HA หากเกิดก้อนนูนหรือปริมาตรไม่สมมาตร อาจต้องรอให้สลายตามธรรมชาติ (หลายเดือนถึงมากกว่า 1 ปี) หรือรับการรักษาทางการแพทย์เพิ่มเติม ด้วยเหตุนี้ การทำครั้งแรกในปริมาณที่ระมัดระวังจึงเป็นแนวทางที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่แนะนำ
ค่าใช้จ่ายของ Ellanse ขึ้นอยู่กับรุ่นที่เลือกและปริมาณที่ใช้ในการรักษา *ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรสอบถามแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินราคาที่เหมาะกับความต้องการของแต่ละคน
สรุป
Ellanse เป็นฟิลเลอร์กลุ่มคอลลาเจนบูสเตอร์ที่ทำงานสองแบบพร้อมกัน คือเติมปริมาตรทันทีจากเจลตัวพา และกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนของตัวเองในระยะยาวจาก PCL ทำให้อยู่ได้นานถึง 1-4 ปีตามรุ่นที่เลือก ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ
เนื่องจาก Ellanse ไม่สามารถสลายด้วยเอนไซม์ได้เหมือนฟิลเลอร์ HA การเลือกแพทย์และคลินิกที่ไว้ใจได้จึงสำคัญยิ่งกว่าฟิลเลอร์ทั่วไป หากคุณกำลังกังวลเรื่องการเลือกฟิลเลอร์ที่อยู่ได้นานแต่ยังไม่แน่ใจว่ารุ่นไหนเหมาะกับตัวเอง ทักมาปรึกษา BeautyStone Clinic ที่ย่านฮับจอง กรุงโซล ได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยค่ะ











