3 สิ่งสำคัญที่ต้องรู้ก่อนทำ Cell-RDM
อธิบายหลักการทำงานของ Cell-RDM การฟื้นฟูผิวและปรับปรุงโครงสร้างใบหน้า ประเภทผู้เหมาะสมและข้อควรระวัง จากประสบการณ์ทางคลินิก


วียองจิน
ผู้อำนวยการ
ก่อนทำ Cell-RDM
3 สิ่งสำคัญที่ต้องรู้

คำว่า "การฟื้นฟูผิว" คงเคยได้ยินกันมาบ้างแล้ว
แต่เมื่อถาม
"แล้วมันฟื้นฟูได้ยังไง?"
สถานที่ที่อธิบายได้ชัดเจน
กลับไม่ค่อยมีเท่าไหร่
ในบรรดาผู้ที่ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ Cell-RDM
"มีแต่คำว่าดี
แต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงดี" หลายท่านบอกว่า
เจอปัญหาแบบนี้เยอะมาก
วันนี้เราจะมาเริ่มที่ส่วนนั้นก่อน
💡 โปรดตรวจสอบก่อนอ่าน
Q. Cell-RDM แค่ให้โภชนาการ
กับผิวหน้าธรรมดาใช่ไหม?
A. ที่จริงแล้วไม่ใช่การให้โภชนาการธรรมดา
เป็นวิธีการกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ในผิว
หลักการทำงานจึงแตกต่างกันตั้งแต่ต้น
Q. ผิวหย่อนคล้อยหรือเสียโครงสร้างใบหน้า เกิดจากอะไร?
A. เกิดจากการที่โปรตีนในโครงสร้างผิวถูกทำลาย
เร็วกว่าการสร้างใหม่
ว่าชั้นไหนได้รับผลกระทบก่อน
จะอธิบายให้ฟังด้านล่าง
Q. จะรู้ได้อย่างไรว่า Cell-RDM
เหมาะกับเราไหม?
A. ต้องดูจากสภาพผิวและประเภทปัญหา
แยกตามประเภทไว้ด้านล่างแล้ว
อ่านแล้วจะช่วยในการตัดสินใจ
เหตุผลที่ผิวหย่อนคล้อยและเสียโครงสร้าง
— ต้องดูจากโครงสร้างก่อน
มีประโยคที่ได้ยินบ่อยในห้องตรวจ
"หมอ ดิฉันไม่ได้ผอมลง
แต่รู้สึกว่าหน้าหดลงไป"
คำพูดนี้ตรงมากจริงๆ
ผิวหนังแบ่งออกเป็น ผิวหนังชั้นนอก (เอพิเดอร์มิส)
ชั้นหนังแท้ (มีคอลลาเจนและอีลาสติน)
และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง
เมื่ออายุมากขึ้นหรือมีการสะสมของแสงแดดและความเครียดออกซิเดชัน
จะเกิดสิ่งหนึ่งในชั้นหนังแท้
เอนไซม์ที่ทำลายคอลลาเจน (MMP, matrix metalloproteinase)
จะทำงานมากขึ้น
ทำให้คอลลาเจนและอีลาสตินถูกทำลายอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกัน การสร้างคอลลาเจนใหม่ก็ลดลง
เมื่อสองสิ่งนี้เกิดขึ้นพร้อมกัน ชั้นหนังแท้จะบางลง
ความยืดหยุ่นลดลง
ทำให้ผิวรู้สึกยุบลงไปข้างใน
ถ้าเพิ่มการฝ่อของชั้นไขมันใต้ผิวหนัง —
แก้ม ขมับ ใต้ตา
จะ "บุ๋ม" ตามคำอธิบายที่ตรงมาก
ส่วนนี้คือจุดหลักที่ Cell-RDM ทำงาน
ลงลึกอีกหน่อย
การฟื้นฟูผิวขึ้นอยู่กับไฟโบรบลาสต์ (fibroblast)
คือ เซลล์ที่สร้างคอลลาเจน
ความแข็งแรงของการทำงานเป็นตัวกำหนด
ยิ่งอายุมากขึ้น ไฟโบรบลาสต์
จะตอบสนองต่อการกระตุ้นได้น้อยลง
Cell-RDM ออกแบบมา
เพื่อกระตุ้นเซลล์นี้ให้ทำงานอีกครั้ง
ความสัมพันธ์ระหว่างการทำงานของไฟโบรบลาสต์และการเสื่อมของผิว
เป็นเนื้อหาที่วารสารผิวหนังสากลได้กล่าวถึงแล้ว
พูดตรงๆ
การเสื่อมของผิวไม่ใช่สาเหตุเดียว
เพราะความเสียหายของชั้นหนังแท้ การลดลงของไขมันใต้ผิว
การลดลงของฟังก์ชันป้องกันผิว เกิดขึ้นพร้อมกัน
ต้องหาดูก่อนว่าชั้นไหน
เป็นปัญหาหลัก
นี่ค่อนข้างยุ่งยาก แม้อายุเท่ากัน
คนหนึ่งอาจมีปัญหาหลักจากความเสียหายของชั้นหนังแท้
อีกคนอาจมีปัญหาการสูญเสียโครงสร้างใบหน้าโดดเด่นกว่า
👨⚕️ สรุปหลักของหมอวี ยองจิน:
● ความยืดหยุ่นชั้นหนังแท้ลดลง + ริ้วรอยเล็กๆ เป็นหลัก → ให้ความสำคัญกับการกระตุ้นฟื้นฟูคอลลาเจน
● แก้ม ขมับ สูญเสียโครงสร้าง + บุ๋มลง เป็นหลัก → ฟื้นฟูโครงสร้าง + การฟื้นฟูร่วมกัน
● ผิวแพ้ง่าย ระบบป้องกันไม่เสียง → ปรับความแรงของการกระตุ้น แบ่งเป็นขั้นตอน
สิ่งที่ Cell-RDM ทำจริงๆ
— หลักการทำงานและผลที่คาดหวัง

Cell-RDM คือการฉีดที่นำสารกระตุ้นการฟื้นฟูผิว
และส่วนผสมเพิ่มโครงสร้าง
ส่งตรงไปยังชั้นหนังแท้
องค์ประกอบขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์
แต่หลักการสำคัญคือ กระตุ้นไฟโบรบลาสต์
เหนี่ยวนำให้เกิดการสร้างคอลลาเจน
และเพิ่มความสามารถในการเก็บน้ำของผิวพร้อมกัน
แต่มีจุดสำคัญหนึ่งจุด
หลายคนเข้าใจผิด
Cell-RDM ไม่ใช่การทำให้เต็มทันที
เหมือนฟิลเลอร์
หลังฉีด 2-4 สัปดาห์
การสร้างคอลลาเจนจะค่อยๆ เกิดขึ้น
สภาพผิวจะดีขึ้น
โครงสร้างใบหน้าจะปรับขึ้นมาแบบค่อยเป็นค่อยไป
สำหรับผู้ที่ต้องการเห็นผลทันที
ต้องปรับความคาดหวังไว้ก่อน
จากประสบการณ์ ผลที่ดีที่สุด
ออกมาใน 3 กรณี
ผิวหยาบ รูขุมขนกว้าง
แก้มและใต้ตาบุ๋ม ทำให้ดูเหนื่อย
หลังทำยกกระชับแล้ว ต้องการปรับปรุงเนื้อผิว
ตรงกันข้าม กรณีที่ผลจำกัด
หากหย่อนคล้อยมาก
หรือไขมันใต้ผิวลดลงเยอะ
Cell-RDM เพียงอย่างเดียว
ยากที่จะได้ผลตามต้องการ
กรณีแบบนี้ ทำร่วมกับยกกระชับ หรือ
ฟิลเลอร์เพิ่มโครงสร้างจะสมจริงกว่า
ช่วงห่างระหว่างการทำ จากประสบการณ์
ห่าง 4 สัปดาห์ ทำ 3-4 ครั้งเป็นพื้นฐาน
การฉีดครั้งหนึ่ง สำคัญที่การกระจาย
ให้ทั่วชั้นหนังแท้อย่างสม่ำเสมอ
แต่ละกรณีต่างกัน แต่แก้มข้างหนึ่ง
ประมาณ 1-1.5 cc เป็นการเข้าถึงส่วนใหญ่
ส่วนน่าเสียดาย
ระยะเวลาคงอยู่สั้นกว่าฟิลเลอร์
เป็นวิธีกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเอง
ขึ้นอยู่กับสภาพผิวแต่ละคนและการใช้ชีวิต
มักคงอยู่ประมาณ 6 เดือน ถึง 1 ปี
แต่ด้วยการทำซ้ำ
สามารถปรับปรุงสภาพผิวพื้นฐานได้
นี่คือจุดที่แตกต่างจากการเติมเต็มธรรมดา
👨⚕️ สรุปหลักของหมอวี ยองจิน:
● Cell-RDM
ฟื้นฟูชั้นหนังแท้ + ปรับปรุงการกักเก็บความชื้น
ผลโครงสร้างทันทีมีจำกัด
เหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับปรุงเนื้อผิว ความยืดหยุ่น
● การให้ผล
เริ่มหลังทำ 2-4 สัปดาห์
ห่าง 4 สัปดาห์ ทำ 3-4 ครั้งพื้นฐาน
● ข้อจำกัด
หย่อนคล้อยมาก สูญเสียโครงสร้างเยอะ ใช้เดี่ยวไม่เพียงพอ
ต้องพิจารณาทำร่วมกับอื่น
Cell-RDM เหมาะกับใคร
ไม่เหมาะกับใคร

ตอนตรวจรักษา ผมแยกข้อบ่งชี้ของ Cell-RDM
เป็น 2 ประเภทใหญ่
ประเภทแรก — มุ่งปรับปรุงเนื้อผิวเป็นหลัก
ปัญหารูขุมขน ริ้วรอยเล็กๆ เนื้อผิวหยาบ
และผิวหน้าหม่นโดยรวม
ประเภทนี้ Cell-RDM เดี่ยว
ความพึงพอใจสูง
แต่หลังทำอาจมีอาการบวมหรือรอยช้ำชั่วคราว
ส่วนนี้บอกไว้ล่วงหน้า
จากประสบการณ์ ส่วนใหญ่หายใน 3-5 วัน
ประเภทสอง — ต้องการฟื้นฟูโครงสร้างและการฟื้นฟูพร้อมกัน
แก้ม ใต้ตา ขมับ บุ๋มลง
ใบหน้าโดยรวมดูเหนื่อย
กรณีนี้ Cell-RDM สร้างฐานการฟื้นฟูผิวไปพร้อมๆ กับ
ฟิลเลอร์โครงสร้างใบหน้า ผลดีกว่า
คนที่เคยทำฟิลเลอร์โครงสร้างเดี่ยวซ้ำๆ
แต่ผลหายเร็ว
ถ้าไม่มีฐานการฟื้นฟูผิว
แค่เติมเต็มซ้ำๆ ความคงทนอาจลดลง
ทำทั้งสองอย่างร่วมกัน
เห็นกรณีความพึงพอใจเพิ่มขึ้นเยอะมาก
ตรงกันข้าม กรณีที่ Cell-RDM ไม่เหมาะ
ผิวอักเสบอยู่
หรือมีแนวโน้มเป็นแผลเป็นผิดปกติ
ต้องปรึกษาอย่างละเอียดก่อนทำ
ตั้งครรภ์ ให้นม หรือ
กำลังทานยาลดภูมิคุ้มกัน ก็เช่นกัน
👨⚕️ สรุปหลักของหมอวี ยองจิน:
● ผิวหยาบ ความยืดหยุ่นลดลงเป็นหลัก
Cell-RDM เดี่ยวได้
● สูญเสียโครงสร้าง + ฟื้นฟูร่วมกัน
Cell-RDM + ฟิลเลอร์โครงสร้างใบหน้า ร่วมกัน
● ผิวอักเสบ / แผลเป็นผิดปกติ
ต้องปรึกษาก่อนทำเสมอ
สรุปหลัก
Cell-RDM คือการทำผิวฟื้นฟูโดยกระตุ้นไฟโบรบลาสต์
เหนี่ยวนำให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่
ช่วยทั้งการปรับปรุงเนื้อผิวและการฟื้นฟูโครงสร้าง แต่
ดูผลหลัง 4 สัปดาห์มากกว่าผลทันที
คำถามที่ถามบ่อย
Q1. หลังทำ Cell-RDM
ใช้ชีวิตปกติได้เลยไหม?
A. ส่วนใหญ่ ล้างหน้าและ
ใช้ชีวิตเบาๆ ได้ในวันเดียวกัน
แต่เนื่องจากเป็นการฉีด
อาจมีรอยช้ำหรือบวม
จากประสบการณ์ ประมาณ 3-5 วัน
ก่อนนัดหมายสำคัญหรืองานเฉพาะ
ไม่แนะนำให้ทำ
หลังทำ การออกกำลังกายหนักหรือดื่มแอลกอฮอล์
อาจทำให้บวมเพิ่ม
วันแรกหลีกเลี่ยงได้ดีที่สุด
Q2. ทำยกกระชับกับ
Cell-RDM ร่วมกันได้ไหม?
A. ทำร่วมกันบ่อยมาก
ยกกระชับทำหน้าที่
ยกโครงสร้างผิวทางกายภาพ
Cell-RDM ทำหน้าที่
สร้างฐานการฟื้นฟูผิว เสริมกันได้ดี
แต่ถ้าทำพร้อมกันในวันเดียว
การกระตุ้นผิวซ้อนกัน
ลำดับและช่วงเวลาต้อง
ปรับตามสภาพผิว
ที่คลินิกเราจะตรวจรักษาก่อนแล้ว
วางแผนเป็นรายบุคคล
Q3. รู้สึกว่าไม่เห็นผล
ต้องทำอย่างไร?
A. พูดตรงๆ
หลัง 1 ครั้ง บางคนรู้สึกยาก
เพราะการสร้างคอลลาเจนใช้เวลา 4-6 สัปดาห์
ค่อยๆ เกิดขึ้น
หลัง 2-3 ครั้ง จึงรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลง
แต่หลังทำครบ 3-4 ครั้งแล้วยังไม่เห็นผลเลย
ต้องหาสาเหตุใหม่
อาจเป็นปัญหาสภาพผิวหรือวิธีฉีด
หรือควรใช้วิธีอื่นที่เหมาะกว่า
สถานการณ์แบบนี้ ทำซ้ำโดยไม่คิด
ผมก็ไม่แนะนำ
มีข้อสงสัยอะไร
ทักมาถามทาง Line ก่อนมาคลินิกได้
วี ยองจิน
อ่านร่วมกัน
▶คังนัม ฮงแด เมียงดง คลินิกผิวหนัง ควรไปที่ไหนดี?
▶สำหรับผู้ที่กำลังคิดลบรอยสักที่ฮงแด-ฮับจอง หมอวี ยองจิน มีคำตอบ
▶หน้าผาก ตาใช้ Coretox กรามใช้โบท็อกซ์ธรรมดา? การผสมผสานที่เหมาะกับแต่ละส่วน








