เทอร์มาจทำครั้งเดียวพอไหม เห็นผลตอนไหน อยู่ได้นานแค่ไหน
ส่วนใหญ่ทำเพียงครั้งเดียวต่อรอบการรักษา ผลจะชัดที่สุดในช่วง 3-6 เดือน บทความนี้สรุปช่วงเวลาที่ควรใช้ตัดสินใจ และสัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์
สิ่งที่คุณจะได้จากบทความนี้
· ส่วนใหญ่ทำเพียง 1 ครั้งต่อรอบการรักษา ไม่ใช่หัตถการที่ต้องทำเป็นคอร์สทุกเดือน
· ผลลัพธ์ค่อย ๆ ชัดขึ้นและถึงจุดสูงสุดในช่วง 3-6 เดือนหลังทำ
· หลังจากนั้นมักอยู่ได้ราว 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิว และการดูแลตัวเอง
· ผิวเปลี่ยนสี ปวดต่อเนื่องเกิน 3 วัน หรือมีตุ่มน้ำ คือสัญญาณที่ต้องรีบพบแพทย์
คำถามที่เจอบ่อยที่สุดก่อนตัดสินใจทำเทอร์มาจคือ ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผลคะ ขอตอบก่อนเลยว่า ส่วนใหญ่ทำเพียง 1 ครั้งต่อรอบการรักษาค่ะ ผลลัพธ์จะไม่ปรากฏทันทีในวันที่ทำ แต่จะค่อย ๆ ชัดขึ้นและถึงจุดสูงสุดในช่วง 3-6 เดือน จากนั้นมักอยู่ได้ประมาณ 1-2 ปี ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิว และการดูแลตัวเอง
เมื่อรู้ช่วงเวลาแบบนี้แล้ว การรออย่างสบายใจจะง่ายขึ้นมากค่ะ บทความนี้จะเรียงให้ตามลำดับที่ใช้จริง คือ ทำกี่ครั้ง เห็นผลตอนไหน อยู่ได้นานแค่ไหนและควรทำรอบถัดไปเมื่อไหร่ ระหว่างรออาการแบบไหนถือว่าปกติ และแบบไหนที่ไม่ควรรอดูเอง
เทอร์มาจต้องทำกี่ครั้งถึงจะพอ
ส่วนใหญ่ทำเพียง 1 ครั้งต่อรอบการรักษาค่ะ เทอร์มาจไม่ใช่หัตถการที่ต้องทำซ้ำถี่ ๆ ทุกเดือนเพื่อสะสมผล เพราะการกระตุ้นเกิดขึ้นจากความร้อนในรอบนั้น แล้วร่างกายจะใช้เวลาสร้างคอลลาเจนใหม่ต่อไปเอง
สิ่งที่ต่างกันในแต่ละคนจึงไม่ใช่จำนวนครั้ง แต่เป็นระดับพลังงานและบริเวณที่เลือกทำ ซึ่งแพทย์จะประเมินจากสภาพผิวและความหนาของชั้นผิวก่อน ความรุนแรงและระยะเวลาของอาการหลังทำก็อาจแตกต่างกันไปตามระดับพลังงานที่ใช้ด้วยค่ะ
เพราะทำครั้งเดียวต่อรอบ การวางแผนก่อนทำจึงสำคัญกว่าการวางแผนทำซ้ำ แนะนำให้ถ่ายภาพก่อนทำไว้ในมุมและแสงเดียวกัน เพื่อใช้เทียบตอนครบ 3 เดือนและ 6 เดือน
เห็นผลตอนไหน กลไกความร้อนใต้ผิวเป็นตัวบอก
เทอร์มาจ (Thermage FLX) ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (RF) ส่งความร้อนลงไปยังชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง โดยมีปลายหัวจ่ายความเย็น (cooling tip) ช่วยปกป้องชั้นหนังกำพร้าไว้ ส่วนความร้อนประมาณ 65-70°C จะถูกส่งลงไปยังชั้นที่ลึกกว่า
ความร้อนนี้ทำให้เส้นใยคอลลาเจนหดตัวทันที แล้วค่อย ๆ กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ในช่วง 3-6 เดือนถัดไป นี่คือเหตุผลที่ผลลัพธ์ไม่ได้จบในวันที่ทำ แต่ค่อย ๆ ชัดขึ้นเรื่อย ๆ
ด้วยกลไกนี้ อาการแดงหรือร้อนวูบชั่วคราวหลังทำจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก และไม่ได้แปลว่ามีอะไรผิดปกติเสมอไป สิ่งที่ต้องดูคืออาการนั้นเกิดขึ้นตอนไหนและมีลักษณะแบบไหน ซึ่งจะสรุปให้ในหัวข้อถัดไปค่ะ
ส่วนที่ต่างจาก Ulthera คือ Ulthera ใช้คลื่นเสียงความถี่สูง (HIFU) เจาะจงไปที่ชั้น SMAS โดยตรง ขณะที่เทอร์มาจจะกระจายความร้อนให้ทั่วชั้นหนังแท้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อดึงทั้งความกระชับผิวและความยกกระชับใบหน้าไปพร้อมกัน จะเหมาะกับใครมากกว่ากันควรให้แพทย์ประเมินจากผิวจริงค่ะ
ผลอยู่ได้นานแค่ไหน และควรทำรอบถัดไปเมื่อไหร่
หลังผ่านจุดที่ผลชัดที่สุดในช่วง 3-6 เดือนแล้ว ผลลัพธ์มักอยู่ได้ประมาณ 1-2 ปีค่ะ ช่วงกว้างขนาดนี้เพราะขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิว และการดูแลตัวเองหลังทำ ซึ่งเป็นส่วนที่เราควบคุมได้มากที่สุด
เกณฑ์การตัดสินใจทำรอบถัดไปจึงไม่ใช่การนับปฏิทิน แต่ดูจากผิวตัวเองเป็นหลัก
- ยังไม่ครบ 3-6 เดือน : ยังอยู่ในช่วงที่ผลกำลังก่อตัว รอดูก่อนดีกว่าค่ะ
- เส้นกรอบหน้ายังคงอยู่ : ยืดระยะออกไปได้ ไม่ต้องรีบทำรอบใหม่
- เริ่มรู้สึกว่าความกระชับลดลง : กลับไปให้แพทย์ประเมินว่าควรทำซ้ำหรือดูแลด้วยวิธีอื่นก่อน
- มีอาการที่ยังไม่หายดี : ให้แพทย์ตรวจก่อน แล้วค่อยคุยเรื่องรอบถัดไป
การทากันแดดสม่ำเสมอเป็นตัวแปรที่ส่งผลต่อระยะเวลาที่ผลคงอยู่โดยตรง เพราะแสงแดดมีผลต่อคอลลาเจนที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่ การดูแลต่อเนื่องจึงมีค่าไม่แพ้ตัวหัตถการเองค่ะ
ระหว่างรอผล อาการแบบไหนปกติ แบบไหนต้องรีบพบแพทย์
อาการที่พบได้บ่อยและถือว่าปกติหลังทำเทอร์มาจ ได้แก่ ผิวแดง รู้สึกอุ่นหรือร้อนวูบ และบวมเล็กน้อยบริเวณที่ทำ อาการเหล่านี้มักดีขึ้นเองภายใน 24-72 ชั่วโมง โดยไม่ต้องรักษาเพิ่มเติมนอกจากดูแลผิวให้เย็นและชุ่มชื้นตามปกติ
| อาการ | ลักษณะ | ควรทำอย่างไร |
|---|---|---|
| ผิวแดง ร้อนวูบ บวมเล็กน้อย | มักดีขึ้นเองใน 24-72 ชั่วโมง | ดูแลผิวให้เย็นและชุ่มชื้น รอดูได้ |
| ผิวรู้สึกไม่เรียบเล็กน้อย | พบได้ในช่วง 1-3 วันแรก | ส่วนใหญ่เรียบขึ้นเองใน 1 สัปดาห์ |
| ผิวเปลี่ยนสี เป็นรอยน้ำตาลเข้มหรือขาวซีด | อาจค่อย ๆ ปรากฏในไม่กี่วันถัดมา | ติดต่อคลินิกที่ทำ ไม่ควรรอดูเอง |
| ปวดตุบ ๆ เฉพาะจุดเกิน 3 วัน | กดแล้วเจ็บแปลบ | ติดต่อคลินิกที่ทำทันที |
| ตุ่มน้ำบนผิว | เกิดขึ้นหลังทำในบริเวณที่รักษา | รีบพบแพทย์ |
จุดที่มักถูกมองข้ามคือ อาการผิวเปลี่ยนสีบางครั้งไม่แสดงทันทีหลังทำ แต่จะค่อย ๆ ปรากฏชัดขึ้นในอีกไม่กี่วันถัดมา ส่วนความรู้สึกไม่สบายตัวในวันที่ทำถือว่าปกติ แต่ถ้าผ่านไป 3 วันแล้วยังปวดอยู่ ไม่ควรปล่อยไว้แล้วคิดว่ารอดูอาการไปก่อนค่ะ
ถ้าผิวรู้สึกไม่เรียบนานเกิน 2 สัปดาห์ หรือเป็นก้อนเฉพาะจุดเดียว ควรให้คลินิกที่ทำตรวจดูให้แน่ใจเช่นกัน
ก่อนและหลังทำ ควรเตรียมตัวอย่างไร และปรึกษาที่ Beautystone
ก่อนตัดสินใจ มีข้อควรระวังที่ควรรู้ไว้ก่อนค่ะ ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้ที่มีโลหะฝังในร่างกายบริเวณที่จะทำ หรือใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจ (pacemaker) รวมถึงผู้ที่ผิวอักเสบ ระคายเคืองรุนแรง หรือมีแผลเปิดในบริเวณที่จะทำ กลุ่มนี้ควรเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างละเอียดก่อน
นอกจากนี้ควรหยุดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์ระคายเคือง เช่น เรตินอลหรือ AHA อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนทำ และหากผิวอยู่ในช่วงบอบบางหรือมีการอักเสบอยู่ ควรเลื่อนการทำออกไปก่อนจนกว่าผิวจะกลับมาเป็นปกติ
หลังทำ ควรเลี่ยงซาวน่าและออกกำลังกายหนักในวันแรก เพราะความร้อนสะสมเพิ่มเติมอาจทำให้ผิวระคายเคืองมากขึ้น และควรทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ เลี่ยงแดดจัดในช่วงแรก เพราะเกราะปกป้องผิวจะอ่อนไหวกว่าปกติชั่วคราวหลังทำ
ที่ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล คุณหมอ ดร.คิม แดเนียล ฮาวอน จะดูสภาพผิวและอาการที่ผ่านมาก่อน แล้วจึงประเมินว่าถึงเวลาทำรอบใหม่หรือยัง เป็นคลินิกเล็ก ๆ ที่เดินจากสถานีฮับจองได้ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าขนาดคือการที่แพทย์ได้ดูผิวจริงก่อนกำหนดพลังงานและช่วงเวลา
ผลลัพธ์และระยะเวลาฟื้นตัวอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล หากไม่แน่ใจว่าอาการที่เจอเข้าข่ายปกติหรือควรรีบเช็ก แอด LINE มาปรึกษาก่อนได้เลยนะคะ
คำถามที่พบบ่อย
ทำเทอร์มาจเจ็บไหม?
ระหว่างทำจะรู้สึกร้อนวูบเป็นจังหวะไปตามจุดที่ยิง โดยมีปลายหัวจ่ายความเย็นช่วยปกป้องผิวชั้นนอกไว้ ความรู้สึกไม่สบายตัวในวันที่ทำถือว่าปกติค่ะ ความรู้สึกแต่ละคนไม่เท่ากันและขึ้นอยู่กับระดับพลังงานที่ใช้ หากกังวลเรื่องความเจ็บ แจ้งแพทย์ไว้ก่อนเพื่อประเมินระดับพลังงานที่เหมาะสม
เทอร์มาจกับ Ulthera ต่างกันอย่างไร?
เทอร์มาจใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (RF) กระจายความร้อนให้ทั่วชั้นหนังแท้ ส่วน Ulthera ใช้คลื่นเสียงความถี่สูง (HIFU) เจาะจงไปที่ชั้น SMAS โดยตรง กลไกจึงต่างกัน และความเหมาะสมขึ้นอยู่กับสภาพผิวและปัญหาที่ต้องการแก้ ควรให้แพทย์ประเมินจากผิวจริงก่อนตัดสินใจค่ะ
ต้องหยุดเรตินอลก่อนทำนานแค่ไหน?
แนะนำให้หยุดผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์ระคายเคือง เช่น เรตินอลหรือ AHA อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนทำค่ะ และหากช่วงนั้นผิวกำลังบอบบางหรืออักเสบอยู่ ควรเลื่อนการทำออกไปก่อนจนกว่าผิวจะกลับมาเป็นปกติ
วันแรกหลังทำต้องเลี่ยงอะไรบ้าง?
ควรเลี่ยงซาวน่าและการออกกำลังกายหนักในวันแรก เพราะความร้อนสะสมเพิ่มเติมอาจทำให้ผิวระคายเคืองมากขึ้น และควรทากันแดดสม่ำเสมอพร้อมเลี่ยงแดดจัด เพราะหลังทำเกราะปกป้องผิวจะอ่อนไหวกว่าปกติชั่วคราว ทำให้เสี่ยงเกิดรอยดำจากแสงแดดมากขึ้น










