Sculptra ทำที่คอและเดคอลเลเต ได้ผลจริงไหม ต่างจากทำหน้ายังไง
รูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีด Sculptra ที่คอแล้วเหมือนไม่เห็นผล? 5 ความเข้าใจผิดที่ควรรู้ก่อน

หลายคนรู้สึกว่าฉีด Sculptra ที่คอแล้วไม่เห็นผล ทั้งที่จริงมักมาจากความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนตั้งแต่ต้น บทความนี้รวม 5 ข้อที่ควรเข้าใจก่อนตัดสินใจ เพื่อให้ตั้งความคาดหวังได้ตรงจุด

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน · 18 สิงหาคม 2026
8นาที
ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับตัวเองไหมดูจากรูปหรือบทความอย่างเดียวบอกได้ยาก ปรึกษาเป็นภาษาไทยได้ แผนการรักษาจะสรุปหลังพบแพทย์ที่คลินิก* มีเจ้าหน้าที่ภาษาไทย · ถามได้โดยตรงทาง LINEถามคุณหมอ

เคยไหมคะ ที่ตัดสินใจลงเข็ม Sculptra บริเวณคอหรือเดคอลเลเต (Décolleté) ไปแล้ว แต่พอผ่านไปสองสามสัปดาห์กลับรู้สึกว่า "ทำไมยังไม่มีอะไรขยับเลย" หรือบางคนที่ยังอยู่ในช่วงหาข้อมูล ก็อาจกลัวว่าจ่ายไปแล้วจะไม่คุ้มหรือเปล่า จริง ๆ แล้วความรู้สึกทำนองนี้มักไม่ได้เกิดจากตัวหัตถการที่ล้มเหลว แต่มาจากภาพในหัวที่ตั้งไว้ผิดตั้งแต่ก่อนเริ่มมากกว่า เพราะกลไกของ Sculptra ต่างจากฟิลเลอร์ (Filler) แบบคนละขั้ว และผิวโซนคอกับเดคอลเลเตก็มีเงื่อนไขเฉพาะตัวที่ทำให้ผลออกมาไม่เหมือนตอนทำบนใบหน้า

ในบทความนี้ Beautystone Clinic จะชวนคุณมาไล่ดู 5 ความเข้าใจผิดที่เจอกันบ่อยที่สุดเวลาทำ Sculptra ที่คอและเดคอลเลเต ไล่ตั้งแต่จังหวะการเห็นผล จำนวนรอบ การดูแลหลังทำ ไปจนถึงเรื่องความเหมาะสมของแต่ละคน เพื่อให้คุณปรับความคาดหวังให้ตรงจุดและวางแผนได้สบายใจก่อนตัดสินใจนะคะ ไปดูกันเลย

เข้าใจผิดข้อที่ 1 : คิดว่าฉีดแล้วจะอวบอิ่มทันทีเหมือนฟิลเลอร์

จุดที่ทำให้คนรู้สึกผิดหวังมากที่สุด คือการไปคาดว่าพอลงเข็มปุ๊บผิวจะดูอิ่มฟูขึ้นเลยแบบเดียวกับการเติมฟิลเลอร์ ในความเป็นจริง Sculptra จัดอยู่ในกลุ่ม PLLA หรือ Poly-L-Lactic Acid ซึ่งเป็นคอลลาเจนบูสเตอร์ และผ่านการรับรองด้านความงามจาก US FDA จุดต่างสำคัญคือมันไม่ได้ดันวอลลุ่มขึ้นมาเดี๋ยวนั้น แต่ทำหน้าที่เหมือนตัวส่งสัญญาณให้ผิวค่อย ๆ หันมาผลิตคอลลาเจนของตัวเองขึ้นใหม่

ลองนึกภาพเหมือนการวางโครงนั่งร้านเอาไว้ แล้วปล่อยให้ร่างกายเข้ามาต่อเติมโครงสร้างตรงนั้นเอง ไม่ใช่การยัดวัสดุจากข้างนอกเข้าไปให้เห็นความเปลี่ยนแปลงในบัดดล เมื่ออนุภาค PLLA เข้าไปอยู่ในชั้นผิว เซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) จะถูกปลุกให้เข้ามาสานคอลลาเจนล้อมรอบอนุภาคเหล่านั้น ผิวจึงดูแน่นและหยุ่นขึ้นแบบสะสมทีละนิด กว่าจะเห็นชัดก็นับกันเป็นเดือน ไม่ใช่นับวัน ฉะนั้นถ้ารู้ตั้งแต่แรกว่าธรรมชาติของมันคือแบบค่อยเป็นค่อยไป ก็จะไม่ตกใจในช่วงสัปดาห์แรก ๆ ทั้งนี้จังหวะการเห็นผลก็ต่างกันไปตามสภาพผิวและอายุของแต่ละคน

หลักการทำงานของ Sculptra ในชั้นผิวบริเวณคอ — PLLA กระตุ้นไฟโบรบลาสต์สร้างคอลลาเจน

เข้าใจผิดข้อที่ 2 : คิดว่าทำที่คอเหมือนทำที่หน้าทุกอย่าง

หลายคนคิดว่าในเมื่อ Sculptra ใช้ได้ผลดีบนใบหน้า ก็น่าจะยกวิธีเดียวกันมาลงที่คอได้เลย จริง ๆ แล้วทำได้ก็จริง แต่ธรรมชาติของผิวคอกับเดคอลเลเตไม่เหมือนใบหน้าเสียทีเดียว ทำให้ทั้งเทคนิคและการวางแผนต้องออกแบบกันใหม่ให้เข้ากับโซนนี้โดยเฉพาะ

ประเด็นสิ่งที่ต้องปรับเมื่อลงบริเวณคอ-เดคอลเลเต
ผิวที่บางกว่าชั้นผิวตรงนี้บอบบางและยืดหยุ่นกว่าหน้า แพทย์จึงต้องกะระดับความลึกกันใหม่ เพื่อไม่ให้เสี่ยงเกิดตุ่มไตแข็ง (Nodule) ใต้ผิว งานจึงต้องประณีตและอาศัยมือที่ชำนาญ
ขอบเขตที่กว้างเดคอลเลเตกินพื้นที่ยาวจากโคนคอไล่ลงมาถึงอกส่วนบน ปริมาณที่ต้องใช้เลยมักเยอะกว่าตอนทำหน้า บางเคสอาจต้องซอยเป็นหลายรอบตามที่แพทย์เห็นควร
การขยับที่มากกว่าคอเป็นส่วนที่ขยับแทบตลอดเวลา สารที่ลงไปจึงต้องเซตตัวในบริเวณที่เคลื่อนไหวเยอะ การนวดตามที่แพทย์สั่งหลังทำจึงยิ่งจำเป็น

ด้วยเหตุนี้แผนดูแลคอ-เดคอลเลเตจึงต้องเป็นแบบเฉพาะบุคคล ใครที่คิดง่าย ๆ ว่าฉีดเลียนแบบหน้าไปเลย อาจได้ผลไม่ตรงกับใจ การเลือกแพทย์ที่คุ้นกับความต่างของโซนนี้จึงมีน้ำหนักต่อผลที่ออกมาไม่น้อย

Sculptra คืออะไร และทำงานอย่างไรกับผิวคอ

เข้าใจผิดข้อที่ 3 : คิดว่าทำครั้งเดียวก็เห็นผลครบ

อีกความคาดหวังที่พลาดกันง่ายคือคิดว่าลงเข็มหนเดียวแล้วจบครบ แต่ในเมื่อกลไกของ Sculptra คือการปลุกให้ผิวสร้างคอลลาเจนเพิ่ม ไม่ใช่การอัดวอลลุ่มเข้าไปตรง ๆ ผลจึงทยอยโผล่ตามช่วงเวลา การรู้จักไทม์ไลน์คร่าว ๆ ไว้ จะช่วยไม่ให้เราด่วนสรุปว่าไม่เวิร์กเร็วเกินไป

  • ราวเดือนที่ 2 ถึง 3 หลังเข็มแรก มักเริ่มรู้สึกว่าผิวตึงและเด้งขึ้น
  • จากนั้นความเปลี่ยนแปลงอาจไต่ระดับต่อไปอีกหลายเดือน และมักเด่นชัดสุดในช่วงเดือนที่ 4 ถึง 6
  • ตัวผลเองอาจคงอยู่ราว 1 ปีครึ่งถึง 2 ปี แล้วแต่วัย สภาพผิว ปริมาณที่ลง และวินัยการดูแลตัวเอง

ในแง่จำนวนรอบ แพทย์จะดูเป็นราย ๆ ไป ส่วนใหญ่มักตั้งต้นที่ราว 2 ถึง 3 นัด เว้นระยะกันประมาณ 4 ถึง 6 สัปดาห์ แต่ตัวเลขนี้ก็ขยับได้ตามความกว้างของพื้นที่และระดับการหย่อนตัวของผิว ถ้ามองว่าหนึ่งคอร์สคือการทยอยเติมคอลลาเจนหลายจังหวะ ก็จะวางแผนได้ใกล้ความจริงกว่าการหวังจบในหนเดียว และอย่าลืมว่าผลของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน

คอและเดคอลเลเต ต่างจากใบหน้าอย่างไรในแง่การรักษา

เข้าใจผิดข้อที่ 4 : คิดว่าทำเสร็จแล้วไม่ต้องดูแลอะไรต่อ

การมองข้ามขั้นตอนหลังทำก็เป็นอีกเหตุที่ทำให้ผลไม่เป็นดั่งหวัง หลังลงเข็มบางคนอาจเจออาการเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างผิวแดง อาการบวม หรือรอยจ้ำตรงจุดที่ทำ ซึ่งส่วนใหญ่จะค่อย ๆ ดีขึ้นเองภายในราวหนึ่งสัปดาห์ แต่ถ้าอาการดูแปลกไปหรือไม่ยอมทุเลา ควรรีบกลับไปพบแพทย์

อาการที่เจอน้อยกว่าแต่ควรรู้ไว้คือการเกิดตุ่มไตแข็ง (Nodule) ใต้ผิว ซึ่งมักโยงกับการลงเข็มตื้นไปหรือการนวดหลังทำที่ไม่พอ ถ้าอยู่ในมือแพทย์ที่มีชั่วโมงบิน และเราเองก็ทำตามคำแนะนำเรื่องการนวดอย่างเคร่งครัด โอกาสเจอปัญหานี้ก็ลดลงได้มาก นี่แหละคือเหตุผลว่าทำไมประโยคที่ว่าทำเสร็จแล้วจบเลยจึงเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะช่วงหลังทำมีผลทั้งต่อความปลอดภัยและความสม่ำเสมอของผลลัพธ์

  • งดออกกำลังแบบหนัก ๆ และอย่าเพิ่งไปเจออุณหภูมิสูงในช่วงหนึ่งถึงสองวันแรก
  • นวดจุดที่ทำตามที่แพทย์กำหนด เพื่อให้ PLLA เกลี่ยตัวได้ทั่วถึง
  • คอยสังเกตอาการของตัวเอง หากมีอะไรผิดสังเกตให้ติดต่อคลินิกเพื่อขอคำแนะนำ
ผลข้างเคียงและข้อควรระวังที่ควรรู้ไว้

เข้าใจผิดข้อที่ 5 : คิดว่าใครก็ทำได้ทุกคน

Sculptra ที่คอและเดคอลเลเตไม่ได้เข้ากับทุกคนในทุกจังหวะชีวิต การประเมินว่าตอนนี้เราอยู่ในกลุ่มที่พร้อมทำ หรือควรเลื่อนไว้ก่อน จะช่วยให้ตัดสินใจได้ปลอดภัยขึ้น โดยรวมแล้วมักเข้ากันได้ดีกับคนกลุ่มนี้

  • เริ่มรู้สึกว่าผิวหย่อนหรือหมดความกระชับ แต่ยังไม่ถึงจุดที่ต้องพึ่งการผ่าตัด
  • อยากได้ผลแบบค่อย ๆ ดูเป็นธรรมชาติ ไม่อยากให้ใครจับได้ว่าไปทำอะไรมา
  • ดูแลใบหน้าอยู่แล้ว และอยากให้โซนคอกับอกส่วนบนดูไปด้วยกันอย่างกลมกลืน
  • พอมีเวลารอผลที่ค่อย ๆ ก่อตัว ไม่ได้รีบเห็นผลก่อนงานสำคัญ

ขณะที่บางคนควรชะลอไว้ก่อน หรืออย่างน้อยต้องคุยกับแพทย์ให้ถี่ถ้วน เช่นในสถานการณ์เหล่านี้

  • คนท้อง หรือคุณแม่ที่กำลังให้นมลูกอยู่
  • เคยแพ้ส่วนประกอบตัวใดตัวหนึ่งของ Sculptra หรือแพ้ยาชาที่ใช้ระหว่างทำ
  • มีปัญหาเรื่องการแข็งตัวของเลือด หรือใช้ยาละลายลิ่มเลือดเป็นประจำ
  • เคยมีแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ (Keloid) มาก่อน
  • จุดที่จะลงเข็มกำลังมีการอักเสบหรือติดเชื้ออยู่พอดี

ไม่ว่าจะเป็นรอบไหน ทีมแพทย์จะช่วยดูให้ก่อนว่าตอนนี้เหมาะกับเราหรือยัง เพื่อให้ได้ผลที่ลงตัวกับคุณมากที่สุด การไม่ข้ามด่านนี้ก็คือส่วนหนึ่งของความปลอดภัยเช่นกัน

เหมาะกับใคร และใครที่ไม่ควรทำ

แล้วต้องวางแผนงบและจำนวนครั้งยังไง ให้ไม่ผิดหวัง?

คำตอบสั้น ๆ คือให้มองเป็นการลงทุนแบบคอร์สยาว ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายครั้งเดียวจบ ในเมื่อบริเวณนี้ครอบคลุมพื้นที่มากกว่าหน้า ทั้งสารที่ต้องใช้และจำนวนครั้งก็เลยพ่วงมากขึ้นตาม ค่าใช้จ่ายทั้งหมดจึงขึ้นกับว่าพื้นที่กว้างแค่ไหน ผิวหย่อนระดับใด และต้องทำกี่หน โดยแพทย์จะดูให้เป็นราย ๆ หลังได้เห็นสภาพผิวจริง

อีกเรื่องที่ควรเผื่อใจไว้คือ ผลของ Sculptra ไม่ได้อยู่กับเราไปยาว ๆ โดยไม่ต้องกลับมาดูแลซ้ำ ในเมื่อผลมักอยู่ราว 1 ปีครึ่งถึง 2 ปี การวางงบระยะยาวจึงควรกันส่วนไว้สำหรับการกลับมาประเมินและเติมตามรอบที่แพทย์แนะนำด้วย จะช่วยให้ความกระชับดูต่อเนื่องกว่าการทำหนเดียวแล้วปล่อยไว้เฉย ๆ

ค่าบริการของคลินิกในกรุงโซลอาจปรับเปลี่ยนได้ตามช่วงเวลา หากอยากรู้แนวทางและงบที่พอดีกับผิวของคุณ ลองทัก LINE เข้ามาถาม Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ได้โดยตรง เพื่อให้คุณหมอช่วยดูและวางแผนให้เป็นรายบุคคลค่ะ

สรุป — ทำ Sculptra ที่คอและเดคอลเลเตให้ได้ผลอย่างที่หวัง

ความรู้สึกที่ว่า ฉีด Sculptra ที่คอไปแล้วเหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยน ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากหัตถการที่ไม่ได้ผล แต่มาจากความเข้าใจที่เคลื่อนไปตั้งแต่ต้น ทั้งการรอผลแบบเห็นเดี๋ยวนั้น การเหมารวมว่าเหมือนทำหน้า การหวังจบในนัดเดียว การมองข้ามการดูแลหลังทำ และการลืมเช็กความเหมาะสมเฉพาะตัว เมื่อเคลียร์ทั้ง 5 จุดนี้ได้ ความคาดหวังก็จะขยับเข้าใกล้สิ่งที่เกิดขึ้นจริงมากขึ้น

แต่ละคนย่อมได้ผลไม่เหมือนกัน การไปให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญช่วยดูและประเมินก่อนลงมือ จึงเป็นด่านที่ข้ามไม่ได้นะคะ ถ้าคุณเริ่มกังวลกับผิวคอที่หย่อนลง หรือเดคอลเลเตที่ไม่แน่นเหมือนเก่า ทาง Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ยินดีให้คำปรึกษาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทักผ่าน LINE เข้ามาคุยกับคุณหมอได้เลยนะคะ

คำถามที่พบบ่อย

Sculptra ที่คอ กี่วันเห็นผล?

เพราะเป็นการค่อย ๆ ปลุกให้ผิวสร้างคอลลาเจน ผลจึงทยอยมา มักเริ่มรู้สึกได้ในช่วงเดือนที่ 2 ถึง 3 หลังเข็มแรก และมักเด่นชัดสุดราวเดือนที่ 4 ถึง 6 ซึ่งก็ต่างกันไปในแต่ละคนค่ะ

ทำที่คอแล้วเจ็บไหม และมีอาการอะไรบ้างหลังทำ?

หลังทำอาจมีผิวแดง บวม หรือรอยจ้ำเล็กน้อยตรงจุดที่ลงเข็ม โดยทั่วไปจะดีขึ้นเองในราวหนึ่งสัปดาห์ อาการอาจไม่เท่ากันในแต่ละคน ถ้ารู้สึกผิดปกติควรรีบปรึกษาแพทย์ค่ะ

ต้องทำกี่ครั้งถึงจะพอ?

ส่วนใหญ่มักตั้งต้นราว 2 ถึง 3 นัด เว้นห่างกันประมาณ 4 ถึง 6 สัปดาห์ แต่จำนวนที่พอดีขึ้นกับความกว้างของพื้นที่และระดับการหย่อนตัว แพทย์จะประเมินให้เป็นราย ๆ ค่ะ

ผลอยู่ได้นานแค่ไหน ต้องกลับมาทำซ้ำไหม?

โดยทั่วไปผลอาจอยู่ราว 1 ปีครึ่งถึง 2 ปี แล้วแต่วัย สภาพผิว และการดูแลตัวเอง จึงควรวางแผนกลับมาประเมินและเติมตามรอบที่แพทย์แนะนำ เพื่อให้ผลต่อเนื่องค่ะ

บทความแนะนำ

ฉีดสลายฟิลเลอร์แล้วผิวจะหย่อนคล้อยจริงไหมรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดสลายฟิลเลอร์แล้ว ผิวจะหย่อนคล้อยจริงไหม?

หลายคนอยากแก้ฟิลเลอร์ที่ไม่พอใจ แต่กลัวว่าสลายแล้วผิวจะยืดหย่อนกว่าเดิม บทความนี้แยกให้ชัดว่าอะไรคือเรื่องจริง และอะไรเป็นแค่ช่วงชั่วคราวไม่กี่วัน

ฉีดโบท็อกซ์ลดกรามแล้วจะเคี้ยวข้าวลำบากไหมรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดโบท็อกซ์ลดกราม แล้วจะเคี้ยวข้าวลำบากไหม?

หลายคนอยากปรับกรอบหน้าให้เรียวขึ้น แต่กลัวว่าฉีดโบท็อกซ์ลดกรามแล้วแรงเคี้ยวจะหายไปจนกินข้าวไม่ได้ บทความนี้รวมตัวเลขจากงานวิจัยว่าแรงกัดลดลงเท่าไร ช่วงไหนรู้สึกมากที่สุด และกลับมาเมื่อไหร่ค่ะ

ภาพปกเรื่องขมับยุบควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptraรูปหน้าและวอลุ่ม

ขมับยุบ ควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptra ดี

ทั้งสองอย่างไม่ได้แข่งกัน แต่เป็นทางเลือกที่นิสัยต่างกัน พอรู้ว่าขมับของเรายุบแบบไหนและรอไหวแค่ไหน คำตอบก็จะชัดขึ้นเองค่ะ

บทความล่าสุด

การซื้อแพ็กเกจลบรอยสักหลายครั้งผิวหนัง

ซื้อแพ็กเกจลบรอยสักหลายครั้ง ต้องถามอะไรก่อนจ่ายเงิน?

ซื้อแพ็กเกจลบรอยสัก 10 ครั้ง แล้วรอยหายตั้งแต่ครั้งที่ 7 ครั้งที่เหลือจะเป็นยังไง? บทความนี้ช่วยให้คุณรู้เงื่อนไขที่ต้องถามก่อนจ่ายเงิน เพื่อไม่ต้องเสียใจภายหลังค่ะ

การถามราคาลบรอยสักจากหลายคลินิกผิวหนัง

ราคาลบรอยสัก ทำไมแต่ละที่บอกต่างกัน? อ่านใบเสนอราคาให้เป็น

ถามราคาลบรอยสักไปสามที่ได้ตัวเลขสามชุดที่ต่างกันมาก? ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะแต่ละคลินิกมีวิธีคิดราคาที่ต่างกัน บทความนี้ช่วยให้คุณอ่านใบเสนอราคาเป็นและรู้ว่าต้องเตรียมอะไรไปถามค่ะ

รอยสักนิ้วมือ ข้อมือ ข้อเท้า การลบด้วยเลเซอร์ผิวหนัง

วางแผนลบรอยสักนิ้ว ข้อมือ ข้อเท้า ต้องรู้อะไรก่อนเริ่ม?

รอยสักนิ้ว ข้อมือ ข้อเท้าอาจดูเล็ก แต่ต้องวางแผนต่างออกไปจากบริเวณอื่น บทความนี้จะช่วยให้คุณตั้งเป้าหมายที่เป็นจริง เตรียมตัวได้ถูกต้อง และดูแลตัวเองระหว่างรักษาอย่างมีประสิทธิภาพค่ะ

วิธีประเมินงบและวางแผนค่าใช้จ่ายสกินบูสเตอร์ทั้งโปรแกรมผิวหนัง

สกินบูสเตอร์คุ้มไหม? วิธีประเมินงบและวางแผนค่าใช้จ่ายทั้งโปรแกรม

หลายคนเห็นราคาสกินบูสเตอร์ต่อครั้งแล้วคิดว่าพอรับได้ แต่พอนับโปรแกรมทั้งหมดแล้วตัวเลขสูงกว่าที่คาด บทความนี้ Beautystone Clinic จะช่วยให้คุณคำนวณงบรวม อ่านใบเสนอราคาให้ออก และประเมินว่าสกินบูสเตอร์คุ้มกับสภาพผิวของคุณจริง ๆ ไหมค่ะ

ร้อยไหมหน้าผากอันตรายไหม รู้ความเสี่ยงและสัญญาณที่บอกว่าควรเลือกวิธีอื่นลิฟติ้ง

ร้อยไหมหน้าผากอันตรายไหม? รู้ความเสี่ยงและสัญญาณควรเลือกวิธีอื่น

ก่อนตัดสินใจร้อยไหมหน้าผาก ควรรู้ก่อนว่ามีความเสี่ยงอะไรบ้าง และหน้าผากแบบไหนที่ร้อยไหมช่วยได้จริง บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณเข้าใจสัญญาณเตือนและทางเลือกที่เหมาะกับสภาพหน้าผากของคุณค่ะ

Titanium Lifting ถึงเวลานัดครั้งถัดไปหรือยัง อ่านสัญญาณผิวก่อนคอลลาเจนเสื่อมผิวหนัง

Titanium Lifting ถึงเวลานัดครั้งถัดไปหรือยัง? อ่านสัญญาณผิว

คอลลาเจนจาก Titanium Lifting ไม่ได้เสื่อมพร้อมกัน แต่ผิวจะส่งสัญญาณก่อนล่วงหน้าเสมอ บทความนี้สอนวิธีอ่านสัญญาณเหล่านั้น เพื่อให้คุณนัดครั้งถัดไปได้ในเวลาที่เหมาะสมที่สุดค่ะ

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors