ภาพปกอธิบายการคงอยู่ของ Sculptra และช่วงเวลาทำซ้ำ
รูปหน้าและวอลุ่ม

Sculptra อยู่ได้นานแค่ไหน? เจาะลึกการคงอยู่และช่วงเวลาทำซ้ำ

Sculptra ไม่ใช่การเติมปริมาณที่ฉีดเข้าไปให้คงอยู่เท่าเดิม แต่เป็นการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเองแล้วค่อย ๆ ลดลงตามเวลา บทความนี้สรุปเรื่องการคงอยู่และช่วงเวลาทำซ้ำให้เข้าใจง่าย

ติดตาม Hongdae Beautys Doctors YouTube
วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน
7นาที

เคยสงสัยไหมว่า Sculptra ฉีดครั้งเดียวจะอยู่ได้นานแค่ไหน และที่บอกว่าอยู่ได้นานกว่าฟิลเลอร์ทั่วไปนั้นจริงหรือไม่ เรื่องระยะเวลาการคงอยู่มักเป็นคำถามแรก ๆ ที่หลายคนกังวลใจ เพราะการจะประเมินค่าใช้จ่ายและจำนวนครั้งที่ต้องทำ ล้วนขึ้นอยู่กับว่าผลลัพธ์จะคงอยู่ได้นานเพียงใด

ปัญหาริ้วรอยและความหย่อนคล้อยจากปริมาตรใต้ผิวที่ลดลงตามวัย เกิดจากคอลลาเจนและอีลาสตินที่ค่อย ๆ ลดลง ซึ่งการดูแลผิวด้วยตัวเองเพียงอย่างเดียวมักช่วยได้จำกัด หัตถการอย่าง Sculptra จึงเป็นทางเลือกที่หลายคนสนใจ แต่คำที่พูดต่อ ๆ กันมาว่า "อยู่ได้ตลอดไป" หรือ "ทำครั้งเดียวจบ" นั้น อาจทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อนได้ บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกเรื่องการคงอยู่ของ Sculptra กลไกการกระตุ้นคอลลาเจน และช่วงเวลาที่ควรกลับมาทำซ้ำ พร้อมแนะนำแนวทางการดูแล ไปดูกันเลยค่ะ

Sculptra คืออะไร? ทำไมไม่ใช่การเติมคอลลาเจนโดยตรง

Sculptra (สกัลป์ทรา) มีส่วนประกอบหลักคือ Poly-L-Lactic Acid (PLLA) ซึ่งต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปที่เติมเต็มบริเวณที่ฉีดในทันที โดย Sculptra จะค่อย ๆ สลายตัวในร่างกาย และในระหว่างนั้นจะกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนของตัวเองขึ้นมา จึงถือเป็นสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (Collagen Biostimulator) มากกว่าจะเป็นการเติมปริมาตรแบบทันที ด้วยเหตุนี้ ผลลัพธ์จึงไม่ได้เห็นทันทีหลังทำ แต่จะค่อย ๆ เพิ่มปริมาตรขึ้นในช่วงหลายเดือน

สารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน*: แทนที่จะเติมเต็มบริเวณนั้นโดยตรง จะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเอง โดยสลายตัวไปพร้อมกับให้การกระตุ้น และค่อย ๆ เพิ่มปริมาตรขึ้นตามมา

โดยมีข้อมูลอ้างอิงที่อธิบายว่า Poly-L-Lactic Acid เป็นสารชีวกระตุ้นที่เหนี่ยวนำการสร้างคอลลาเจน และโดยทั่วไปมีการดูแลต่อเนื่องประมาณปีละครั้งเพื่อคงผลลัพธ์ ทำให้เข้าใจได้ชัดเจนว่าเหตุใด Sculptra จึงเป็นหัตถการที่ค่อย ๆ เห็นผลตามเวลา ไม่ใช่แบบทันที ส่วนอาการบวมเล็กน้อยที่เห็นทันทีหลังทำนั้นเกิดจากน้ำที่ฉีดเข้าไป เมื่ออาการบวมยุบลง ในช่วงแรกอาจรู้สึกว่าเปลี่ยนแปลงไม่มาก จากนั้นเมื่อคอลลาเจนถูกสร้างขึ้น ปริมาตรที่แท้จริงจึงจะค่อย ๆ ปรากฏ

ภาพแสดงกลไก Sculptra ที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว

การคงอยู่ต่างจากฟิลเลอร์อื่นอย่างไร?

แม้จะเป็นหัตถการเพิ่มปริมาตรเหมือนกัน แต่ระยะเวลาการคงอยู่และวิธีการทำงานจะต่างกันไปตามส่วนประกอบ เมื่อนำหัตถการเพิ่มปริมาตรที่พบบ่อยมาเปรียบเทียบกัน จะเห็นความแตกต่าง ดังนี้

หัตถการการทำงานช่วงเห็นผลระยะคงอยู่โดยประมาณ
Sculptraกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนประมาณ 2-3 เดือนนานได้ใกล้ 2 ปี
ฟิลเลอร์ HAเติมเต็มบริเวณนั้นโดยตรงทันที6 เดือน-1 ปี
คอลลาเจนบูสเตอร์ช่วยเสริมการกระตุ้นคอลลาเจนประมาณ 1-2 เดือนราว 1 ปี
การฉีดไขมันตัวเองฉีดไขมันของตัวเองทันที-ไม่กี่สัปดาห์ส่วนที่ติดอยู่ได้นาน

ตารางนี้เป็นเกณฑ์ทั่วไป ระยะการคงอยู่จริงอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำและความสามารถในการสร้างคอลลาเจนของแต่ละคน ที่ Sculptra ถูกกล่าวว่าอยู่ได้นานกว่าฟิลเลอร์อื่น ไม่ใช่เพราะสารที่ฉีดเข้าไปคงอยู่ แต่เพราะคอลลาเจนของตัวเองที่ถูกสร้างขึ้นและติดอยู่ ดังนั้นหากต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงทันที ฟิลเลอร์ HA อาจเหมาะกว่า แต่หากต้องการการเปลี่ยนแปลงที่ค่อยเป็นค่อยไปอย่างเป็นธรรมชาติ Sculptra ก็อาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม

ภาพแสดงความแตกต่างของระยะการคงอยู่ระหว่าง Sculptra กับฟิลเลอร์อื่น

ผลลดลงอย่างไร และควรทำซ้ำเมื่อไหร่?

Sculptra ก็ไม่ได้อยู่ถาวรเช่นกัน คอลลาเจนที่เพิ่มขึ้นจะค่อย ๆ ลดลงตามเวลา หากลองวาดแนวโน้มของผลที่เพิ่มขึ้นและลดลง จะได้เส้นกราฟที่มีลักษณะโดยประมาณดังนี้

ในช่วงหลายเดือนแรกเป็นช่วงที่คอลลาเจนถูกสร้างขึ้นและปริมาตรค่อย ๆ เพิ่มขึ้น โดยทั่วไปผลลัพธ์จะคงอยู่อย่างมั่นคงที่สุดในช่วงราว 1 ปี จากนั้นเมื่อเข้าใกล้ปีที่ 2 ก็จะค่อย ๆ ลดลง แต่หากเติมก่อนที่ผลจะหายไปหมด ก็จะช่วยรักษาปริมาตรได้ง่ายขึ้น ช่วงเวลาทำซ้ำที่เหมาะสม แนะนำให้เป็นตอนที่เริ่มรู้สึกว่าปริมาตรลดลง แทนที่จะรอให้ผลหายไปจนหมด โดยปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อกำหนดร่วมกัน จะช่วยให้คงความเป็นธรรมชาติไว้ได้ หากรู้สึกว่าระยะการคงอยู่ต่างจากที่ได้รับคำแนะนำไว้มาก ไม่ควรตัดสินด้วยตัวเอง ควรปรึกษาแพทย์ที่ทำหัตถการให้ก่อน

ภาพแสดงการคงอยู่ของปริมาตรในแต่ละเดือนหลังทำหัตถการ

จำนวนครั้งและระยะห่างต่างกันในแต่ละคนเพราะอะไร?

Sculptra ไม่ได้มีจำนวนครั้งตายตัว แต่จำนวนครั้งและระยะห่างจะแตกต่างกันไปตามสภาพของแต่ละบุคคล ปัจจัยหลักที่มีผลต่อจำนวนครั้ง มีดังนี้

  • ระดับการสูญเสียปริมาตร : ยิ่งยุบลึก ยิ่งต้องแบ่งทำหลายครั้งเพื่อค่อย ๆ เติมทีละขั้น
  • อายุและความสามารถในการสร้างคอลลาเจน : หากสร้างคอลลาเจนได้น้อย อาจต้องใช้จำนวนครั้งหรือปริมาณมากขึ้น
  • ระดับปริมาตรที่ต้องการ : จะปรับแบบธรรมชาติหรือเปลี่ยนแปลงชัดเจน การออกแบบจะต่างกัน
  • ระยะห่างระหว่างครั้ง : โดยทั่วไปเว้นอย่างน้อย 1 เดือน โดยดูการติดของคอลลาเจนก่อนกำหนดครั้งถัดไป

Sculptra เมื่อออกแบบเป็นรายบุคคลให้เหมาะกับตำแหน่งที่ยุบและสภาพคอลลาเจน ผลลัพธ์จะออกมาเป็นธรรมชาติมากกว่าการใช้จำนวนครั้งเท่ากันกับทุกคน ทั้งนี้แพทย์จะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคล บทความนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลทั่วไป การพิจารณาความเหมาะสมและจำนวนครั้ง ควรปรึกษาแพทย์ที่ตรวจดูอาการจริงเพื่อความปลอดภัย

ผลข้างเคียงและผู้ที่ไม่เหมาะกับการทำ

หลังทำ Sculptra อาจมีรอยแดง บวม หรือรอยช้ำเล็กน้อยในบริเวณที่ทำ ซึ่งมักหายได้เองภายในไม่กี่วันถึง 1 สัปดาห์ หากมีอาการผิดปกติหรืออาการยืดเยื้อ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที ในบางกรณีอาจเกิดตุ่มก้อนเล็ก ๆ ใต้ผิว ซึ่งมีโอกาสเกิดได้น้อยและช่วยลดความเสี่ยงได้ด้วยการนวดและเว้นระยะห่างระหว่างครั้งให้เหมาะสม โดยควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในคลินิกที่ได้มาตรฐาน

ผู้ที่เข้าข่ายต่อไปนี้ อาจไม่สามารถเข้ารับการทำได้ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนเสมอ

  • ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีแนวโน้มเป็นแผลคีลอยด์ หรือมีการอักเสบ ติดเชื้อในบริเวณที่จะทำ
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์

ค่าใช้จ่ายแตกต่างกันไปตามแต่ละคลินิก โดยขึ้นอยู่กับปริมาณ บริเวณ และการออกแบบการรักษา ก่อนตัดสินใจ ควรได้รับคำอธิบายเรื่องความเสี่ยงและผลที่คาดหวังในการตรวจประเมิน และแจ้งความกังวลของตนเองให้แพทย์ทราบอย่างชัดเจน

สรุป

Sculptra ไม่ใช่การเติมปริมาณที่ฉีดเข้าไปให้คงอยู่เท่าเดิม แต่เป็นการกระตุ้นให้คอลลาเจนเพิ่มขึ้น ติดอยู่ แล้วค่อย ๆ ลดลงตามเวลา ผลลัพธ์ต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะคงตัว และในบางกรณีอาจอยู่ได้นานใกล้ 2 ปี ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และมีความเสี่ยงร่วมด้วย ช่วงเวลาทำซ้ำหรือจำนวนครั้งจึงควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ

การเปลี่ยนแปลงของปริมาตรที่การดูแลด้วยตัวเองช่วยได้จำกัด สามารถค่อย ๆ ปรับดูแลเป็นขั้นตอนได้โดยดูจากการเปลี่ยนแปลง หากคุณกำลังกังวลเรื่องการคงอยู่ของ Sculptra ว่าอยู่ได้นานแค่ไหน ทักมาปรึกษาคุณหมอที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

คำถามที่พบบ่อย

Q1. Sculptra ฉีดแล้วเห็นปริมาตรเพิ่มขึ้นทันทีไหม?

อาการบวมเล็กน้อยที่เห็นทันทีหลังทำเกิดจากน้ำที่ฉีดเข้าไป เมื่อบวมยุบลง ในช่วงแรกอาจรู้สึกว่ายังเปลี่ยนแปลงไม่มาก เพราะปริมาตรที่แท้จริงจะค่อย ๆ ปรากฏเมื่อคอลลาเจนถูกสร้างขึ้นตลอดหลายเดือน โดยทั่วไปจึงเริ่มเห็นผลชัดเจนราว 2-3 เดือนหลังทำ หากต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงทันที ฟิลเลอร์แบบอื่นอาจเหมาะกว่าค่ะ

Q2. ถ้าผลอยู่ได้นานใกล้ 2 ปี ทำครั้งเดียวพอไหม?

แม้ระยะการคงอยู่จะค่อนข้างนาน แต่โดยทั่วไปการแบ่งทำหลายครั้งเพื่อค่อย ๆ สะสมคอลลาเจนทีละขั้น มักให้ผลลัพธ์ที่คงตัวและติดอยู่ได้ดีกว่าการทำครั้งเดียว จำนวนครั้งที่แนะนำจะขึ้นอยู่กับระดับการยุบและการเปลี่ยนแปลงที่ต้องการ ควรตรวจสอบจำนวนครั้งที่เหมาะกับตัวเองในการปรึกษา บางกรณีทำครั้งเดียวก็เพียงพอค่ะ

Q3. เคยทำฟิลเลอร์อื่นมาก่อน เปลี่ยนมาทำ Sculptra ได้ไหม?

แนวทางจะต่างกันไปตามชนิดและตำแหน่งของฟิลเลอร์ที่เคยทำมา เนื่องจากฟิลเลอร์ HA กับ Sculptra ทำงานต่างกัน จึงต้องดูสภาพปริมาตรปัจจุบันเพื่อออกแบบว่าจะทำต่ออย่างไร หากแจ้งประวัติการทำหัตถการอย่างละเอียดในการปรึกษา แพทย์จะช่วยแนะนำช่วงเวลาและวิธีที่เหมาะสมค่ะ

Q4. ต้องรอให้ผลหายไปหมดก่อนถึงจะทำซ้ำได้ไหม?

การเติมตอนที่เริ่มรู้สึกว่าปริมาตรลดลง มักช่วยรักษาความเป็นธรรมชาติได้ดีกว่าการรอให้ผลหายไปจนหมด โดยทั่วไปมักดูการเปลี่ยนแปลงในช่วง 1-2 ปีหลังทำ เพื่อกำหนดช่วงเวลาทำซ้ำ ช่วงเวลาที่แม่นยำควรดูจากการเปลี่ยนแปลงของปริมาตรตัวเองและปรึกษาแพทย์เพื่อกำหนดร่วมกันค่ะ

บทความแนะนำ

สัญญาณที่บอกว่ากรามเริ่มกลับมาหลังโบท็อกซ์รูปหน้าและวอลุ่ม

โบท็อกซ์กรามกลับมาเหลี่ยมอีกแล้ว ทำซ้ำได้เลยไหม หรือต้องรอ?

โบท็อกซ์กรามช่วยให้กล้ามเนื้อ masseter เล็กลงได้จริง แต่ผลจะค่อย ๆ หายไปเมื่อกล้ามเนื้อฟื้นตัว บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณรู้จักสัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาทำซ้ำ และวิธีประเมินจังหวะที่ดีที่สุดสำหรับคุณค่ะ

เปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สำหรับแก้มตอบรูปหน้าและวอลุ่ม

Juvelook Volume กับ Ellanse เลือกอันไหนดีสำหรับแก้มตอบ?

เมื่อแก้มเริ่มตอบลึกขึ้นทุกปี การดูแลด้วยครีมอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณเปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สองตัวเลือกที่ช่วยเรื่องวอลลุ่มหน้าและกระตุ้นคอลลาเจน พร้อมแนวทางเลือกที่เหมาะกับแต่ละคน นะคะ

Baby Botox เริ่มอายุ 20 ปลาย–30 ต้น จำเป็นจริงไหม?รูปหน้าและวอลุ่ม

Baby Botox เริ่มตอนอายุ 20 ปลาย–30 ต้น จำเป็นจริงไหม?

Baby Botox คือการฉีดโบท็อกซ์ปริมาณน้อยเพื่อลดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อและชะลอการฝังลึกของริ้วรอย อายุ 20 ปลายถึง 30 ต้นเริ่มดูแลไว้ก่อนได้ไหม?

บทความล่าสุด

ผิวแพ้ง่ายที่เข้าเกณฑ์ทำ Laser Toning ได้และไม่ได้ผิวหนัง

ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ก่อนตัดสินใจ

ผิวแพ้ง่ายไม่ได้แปลว่าทำ Laser Toning ไม่ได้เสมอไปค่ะ บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าตัวเองเข้าเกณฑ์ไหน และควรเตรียมผิวอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด

สัญญาณที่บอกว่ากรามเริ่มกลับมาหลังโบท็อกซ์รูปหน้าและวอลุ่ม

โบท็อกซ์กรามกลับมาเหลี่ยมอีกแล้ว ทำซ้ำได้เลยไหม หรือต้องรอ?

โบท็อกซ์กรามช่วยให้กล้ามเนื้อ masseter เล็กลงได้จริง แต่ผลจะค่อย ๆ หายไปเมื่อกล้ามเนื้อฟื้นตัว บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณรู้จักสัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาทำซ้ำ และวิธีประเมินจังหวะที่ดีที่สุดสำหรับคุณค่ะ

กลไกการทำงานของ Rejuran HB PN และ HA ในผิวรอบดวงตาผิวหนัง

Rejuran HB ทำรอบดวงตาตัวเดียวพอไหม หรือต้องจับคู่กับอะไรเพิ่ม?

บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่ารอยย่นรอบดวงตาแบบไหนที่ Rejuran HB จัดการได้คนเดียว และแบบไหนที่ควรใช้ร่วมกับ Botox หรือตัวอื่น พร้อมแนะนำแนวทางการตัดสินใจที่ตรงกับสภาพผิวของคุณนะคะ

เปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สำหรับแก้มตอบรูปหน้าและวอลุ่ม

Juvelook Volume กับ Ellanse เลือกอันไหนดีสำหรับแก้มตอบ?

เมื่อแก้มเริ่มตอบลึกขึ้นทุกปี การดูแลด้วยครีมอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณเปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สองตัวเลือกที่ช่วยเรื่องวอลลุ่มหน้าและกระตุ้นคอลลาเจน พร้อมแนวทางเลือกที่เหมาะกับแต่ละคน นะคะ

ไทม์ไลน์ผลลัพธ์ Alltite RF ตั้งแต่ทำทันทีถึง 12 สัปดาห์ลิฟติ้ง

Alltite RF เห็นผลเมื่อไหร่? ไทม์ไลน์ผลลัพธ์และระยะเวลาที่อยู่ได้

บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปดูไทม์ไลน์ผลลัพธ์ของ Alltite RF ตั้งแต่ปฏิกิริยาแรกทันทีหลังทำ ไปจนถึงช่วงที่คอลลาเจนสร้างเต็มที่ในสัปดาห์ที่ 4-12 พร้อมแนะนำแนวทางดูแลเพื่อให้ผลอยู่ได้นานขึ้นนะคะ

Shurink Universe ทำแล้วหน้าผอมไหม? วิธีป้องกันแก้มยุบลิฟติ้ง

Shurink Universe ทำแล้วหน้าผอมลงไหม? วิธีป้องกันแก้มยุบที่ควรรู้

หลายคนกังวลว่าหลังทำ Shurink Universe แล้วหน้าจะยิ่งผอมจนดูโทรม บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าทำไมถึงเกิดขึ้น และมีวิธีรับมืออย่างไรบ้าง

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors