รีจูแรน ฮีลเลอร์ กับ HB — เหมือนกันจริงๆ เหรอ?
รีจูแรน ฮีลเลอร์ และ HB มีส่วนผสมและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน มาดูเกณฑ์การเลือกตามปัญหาผิวของคุณกันครับ


วียองจิน
ผู้อำนวยการ
รีจูแรน ฮีลเลอร์ กับ HB — เหมือนกันจริงๆ เหรอ?
เวลาที่ลองค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสกินบูสเตอร์ ชื่อ รีจูแรน มักจะโผล่มาบ่อยมากครับ แต่หลายคนสับสนว่า ฮีลเลอร์ กับ HB นั้นเป็นตัวเดียวกันหรือเปล่า คำตอบตรงๆ เลยก็คือ ทั้งสองมีส่วนประกอบที่แตกต่างกันครับ
เป็นสองสูตรที่อยู่ภายใต้แบรนด์เดียวกัน แต่มีสรรพคุณต่างกันครับ
ฮีลเลอร์เน้นการฟื้นฟู HB เน้นความชุ่มชื้น
รีจูแรน ฮีลเลอร์ มีส่วนผสมหลักคือ PN/PDRN*
*PN/PDRN: เป็นชิ้นส่วน DNA ที่สกัดจากปลาแซลมอนและปลาชนิดอื่นๆ ช่วยกระตุ้นการฟื้นฟูเนื้อเยื่อผิวที่เสียหายให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้งครับ
จึงเหมาะกับการแก้ปัญหารอยแผลเป็น รูขุมขนกว้าง และสภาพผิวในชั้นหนังแท้ที่อ่อนแอลง ผลลัพธ์จะค่อยๆ ปรากฏทีละน้อย และหลังทำอาจรู้สึกมีตุ่มเล็กน้อยในช่วงแรกครับ
รีจูแรน HB นั้นรวมส่วนผสม PN/PDRN เดิมเข้ากับกรดไฮยาลูโรนิก จึงให้ความรู้สึกชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นได้อย่างรวดเร็วกว่า และสัมผัสผิวนุ่มเนียนกว่าครับ
เลือกตามปัญหาผิวที่กังวลครับ
ถ้าปัญหาหลักคือผิวหมองคล้ำ ริ้วรอยเล็กๆ หรือผิวขาดน้ำ HB มักจะเหมาะกว่าครับ เพราะให้ความเปลี่ยนแปลงของสภาพผิวได้อย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่เนิ่นๆ
ในทางกลับกัน ถ้ากังวลเรื่องรอยแผลเป็น รูขุมขนกว้าง หรือโครงสร้างชั้นหนังแท้ที่อ่อนแอ ฮีลเลอร์มักจะตอบโจทย์ได้ดีกว่าครับ เป็นสูตรที่ผลลัพธ์สะสมและปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆ
ที่บอกว่ามีตุ่ม — จริงไหมครับ?
หลังจากทำรีจูแรน ฮีลเลอร์ บางครั้งอาจสัมผัสได้ว่าบริเวณที่ฉีดมีความขรุขระเล็กน้อยครับ ส่วนใหญ่จะนุ่มลงภายในไม่กี่วัน แต่ถ้าฉีดตื้นเกินไปอาจรู้สึกเป็นตุ่มได้นานขึ้น ดังนั้นการควบคุมความลึกในการฉีดจึงสำคัญมากครับ
ส่วน HB มีความหนืดต่างออกไป จึงมักจะเกิดอาการบวมเล็กน้อยหรือรอยช้ำชั่วคราวมากกว่าจะเป็นตุ่มครับ
ไม่ใช่การทำครั้งเดียวแล้วจบครับ
สกินบูสเตอร์ไม่ใช่สูตรที่ทำครั้งเดียวแล้วเห็นผลทันทีครับ โดยทั่วไปจะนัดทุก 2–4 สัปดาห์ ประมาณ 3–5 ครั้งต่อซีซัน หลังจากนั้นอาจทำซ้ำทุก 1–2 เดือนเพื่อรักษาผลลัพธ์ครับ
สิ่งสำคัญคือต้องวางแผนระยะเวลาให้เพียงพอ และไม่หยุดกลางคันแม้ช่วงแรกจะยังไม่เห็นผลชัดเจนครับ
**Q. ทำฮีลเลอร์กับ HB พร้อมกันได้ไหมครับ?** A. การใช้ทั้งสองสูตรในบริเวณเดียวกันในวันเดียวกันนั้นไม่ค่อยพบบ่อยครับ โดยทั่วไปจะแบ่งช่วงเวลาและสลับกันทำตามวัตถุประสงค์มากกว่าครับ
**Q. แตกต่างจากสกินบูสเตอร์ตัวอื่นๆ อย่างไรครับ?** A. สกินบูสเตอร์แต่ละตัวมีสภาพผิวที่แตกต่างกันมากตามส่วนผสมครับ ไม่ว่าจะเป็นแบบกระตุ้นคอลลาเจน เติมความชุ่มชื้น หรือแบบฟื้นฟู แต่ละประเภทมีบทบาทต่างกัน จึงควรเลือกให้ตรงกับปัญหาที่กังวลก่อนครับ
**Q. หลังทำต้องหลีกเลี่ยงเครื่องสำอางกี่วันครับ?** A. ในหลายกรณีสามารถแต่งหน้าเบาๆ ได้ในวันที่ทำครับ แต่ควรหลีกเลี่ยงสครับและสกินเพลลิ่งประมาณ 2 สัปดาห์ และปฏิบัติตามคำแนะนำการดูแลหลังทำที่ได้รับครับ







